
จากทหารรักษาพระองค์…สู่หมอดูโหราศาสตร์ 10 ลัคนา
ทำไมผมเลิกมอง “หมอดู” ว่าเป็นคนหลอกชาวบ้าน
โดย อาจารย์กฤตพล แสงซื่อ
จากอาชีพราชการทหาร สู่หมอดูโหราศาสตร์ 10 ลัคนา
1. วัยเด็กที่ “ไม่เชื่อหมอดู” และรู้สึกว่าเป็นวิชาหากิน
สมัยยังเป็นเด็กและวัยรุ่น ผมเป็นคนหนึ่งที่ “ไม่ชอบ” วิชาหมอดูเอาเสียเลย
ในสายตาของผมตอนนั้น หมอดูคือคนที่
เอาคำพูดมาปั้นเป็นอาชีพ
หลอกให้คนกลัวเคราะห์ กลัวกรรม
พูดเรื่องสะเดาะเคราะห์ แก้ดวง
บางครั้งก็ยกยอคนดูจนเคลิ้ม คิดว่าตัวเอง “วาสนาใหญ่”
ผมเห็นหลายบ้าน เชื่อหมอดูจนเกิดอคติกับลูกตัวเอง
เด็กบางคนถูกทำนายว่า “ไม่มีวันเจริญ”
เรียนก็ไม่เก่ง สู้พี่น้องไม่ได้ ชีวิตจะไม่ประสบความสำเร็จ
คำทำนายแบบนี้ฝังลงในใจเด็กคนนั้น…
และหนึ่งในเด็กคนนั้น…ก็มี “ผม” อยู่ด้วย
ผมเคยถูกทายว่าโตขึ้นไป “ไม่รุ่ง”
ไม่ได้เก่ง ไม่เด่น ไม่ได้เป็นตัวความหวังของบ้าน
มันทำให้ผมตั้งกำแพงกับคำว่า “หมอดู” ตั้งแต่ยังเด็ก
และให้คำตอบตัวเองแบบง่าย ๆ ว่า
“วิชาหมอดู = วิชาหากิน + เดรัจฉานวิชา”
ผมเลยตั้งใจเรียนหนังสือ ทำงานใช้เหตุผล
และสัญญากับตัวเองว่า “จะไม่ยอมเป็นเหยื่อหมอดูเด็ดขาด”
2. ชีวิตในเครื่องแบบราชการทหาร: โลกของระเบียบ เหตุผล และความจริงจัง
เมื่อเติบโตขึ้น ผมเลือกเดินเส้นทาง “ราชการทหาร”
โลกของทหารสอนให้ผมคิดเป็นระบบ
อะไรพิสูจน์ไม่ได้ ห้ามเชื่อ
ทุกอย่างต้องมีเหตุ มีผล มีข้อมูลรองรับ
การตัดสินใจผิด พา “ทั้งหน่วยเสียหาย” ไม่ใช่แค่ตัวเรา
ผมทำงานเกี่ยวกับการพัฒนา พื้นที่ชายแดน
ได้สัมผัสทั้งความยากลำบากของชาวบ้าน
และความหวังเล็ก ๆ ว่ารัฐจะช่วยเขาได้จริงแค่ไหน
ในสนามจริง ผมเห็นคนเดือดร้อน
หลายคนพึ่งหมอดูเป็นที่พึ่งสุดท้าย
ไปถามว่า “จะรอดไหม จะมีทางไหม ลูกจะเรียนจบไหม หนี้จะหมดไหม”
ในตอนนั้น ผมก็ยังยืนยันกับตัวเองว่า
“ชีวิตคนเราจะดีขึ้นได้ เพราะการกระทำ ไม่ใช่เพราะดวง”
แต่…โลกก็ชอบเล่นตลกกับ “ความเชื่อมั่นเกินไป” ของเราเสมอ
3. จุดเปลี่ยน: จากคนที่ไม่เชื่อ จนต้องหยุดเถียง
ช่วงหนึ่งของชีวิต ระหว่างทำงานราชการ ผมเริ่มศึกษาเรื่อง “จิตวิทยา”
ทั้งเพราะใช้กับการทำงาน และเพราะอยากเข้าใจคนมากขึ้น
ยิ่งเรียนจิตวิทยา ผมยิ่งเชื่อในเหตุผลของ “จิต–สมอง–พฤติกรรม”
และยิ่งยึดทัศนะเดิมว่า
“โหราศาสตร์คือวิชาของโลก ๆ ไม่ใช่วิชาของคนแสวงหาธรรม”
จนวันหนึ่ง ผมได้มีโอกาสเข้าไปกราบพระอาจารย์องค์หนึ่ง
ซึ่งภายหลังกลายเป็น “ครูใหญ่ด้านโหราศาสตร์” ของผมโดยไม่รู้ตัว
ท่านถามผมว่า
“เราเชื่ออะไรอยู่ตอนนี้?”
ผมตอบท่านด้วยความมั่นใจเรื่องจิตวิทยา
อธิบายอย่างภาคภูมิว่า วิชาฝรั่งผ่านการทดลอง วิจัย พิสูจน์
ส่วนโหราศาสตร์นั้น พระพุทธเจ้าตรัสว่าเป็นเดรัจฉานวิชา
ผมเถียงเต็มที่ พูดอย่างคน “มั่นใจในความคิดตัวเอง”
ท่านฟังเงียบ ๆ แล้วอยู่ ๆ ท่านก็ขอ
“วัน เดือน ปี เวลาเกิด”
จากนั้นท่านเริ่มเล่า “ชีวิตผม” ให้ผมฟังทีละช่วง
ตั้งแต่เรื่องเฉียดตายในวัยเด็ก
ความรู้สึกว่าตัวเองเป็น “คนนอก” ของบ้าน
การบวชเพราะสนใจคาถาอาคม
จนถึงเหตุการณ์ในช่วงไปเรียน–ทำงาน
ความทุกข์ใจที่ไม่เคยบอกใคร
หลายเรื่อง แม้แต่คนใกล้ตัวบางคนยังไม่รู้
แต่ท่านกลับพูดออกมาเหมือนอยู่ในเหตุการณ์
ตอนนั้น…ผม “เถียงไม่ออก”
มันไม่ได้ทำให้ผมกลายเป็นคนเชื่อแบบงมงาย
แต่ทำให้ผม “ยอมวางอคติลงชั่วคราว” เพื่อถามตัวเองใหม่ว่า
หรือจริง ๆ แล้ว…เรายังไม่เข้าใจโหราศาสตร์เลยต่างหาก?
4. เมื่อครูผู้มีเมตตา เปลี่ยนวิธีมองคำว่า “เดรัจฉานวิชา”
พระอาจารย์ท่านเมตตาอธิบายกับผมว่า
ถ้า “จิตมุ่งนิพพาน” จริง ๆ ทุกวิชาในโลกนี้เป็นเดรัจฉานหมด
เพราะพาใจออกนอกจากการปฏิบัติ
แต่ถ้าตั้งใจอยู่ครองบ้าน ครองเรือน ช่วยคน
โหราศาสตร์ก็เป็น “เครื่องมือ” ไม่ใช่ “สิ่งให้ยึดติด”
ท่านชี้ให้เห็นว่า
โหราศาสตร์ที่แท้ ไม่ได้เอา “ดาว” มาบังคับชะตาคน
แต่ใช้ดาวเป็น “สัญลักษณ์ของวิถีกรรม”
– เปรียบเหมือนแผนที่ ที่สะท้อนว่าเราแบกอะไรข้ามภพข้ามชาติ
– เราเด่นเรื่องไหน ติดค้างเรื่องอะไร
– เรามาเรียนอะไรในชาตินี้
ดาวไม่ใช่เจ้านายเรา
ดาวเป็น “กระจก” ให้เรากลับมาดูตัวเอง
ประโยคนี้กลายเป็น “จุดตั้งต้นใหม่” ของผมกับโหราศาสตร์
5. เริ่มเรียนโหราศาสตร์แบบคนทหาร: พิสูจน์ก่อนเชื่อ
นิสัยแบบ “ทหาร + คนสายเหตุผล” ทำให้ผมไม่ยอมเชื่ออะไรง่าย ๆ
พอเริ่มศึกษาจริงจัง ผมเลยเลือกเรียนแบบนี้
อ่านตำราโหราศาสตร์ให้กว้าง หลายสำนัก หลายแนว
ใช้ “ดวงตัวเอง” เป็นดวงครู ทดลองทุกสูตร ทุกเกณฑ์ลงบนชีวิตจริง
ค่อย ๆ ลองกับดวงของคนรอบตัว ดูความแม่น ความคลาดเคลื่อน
จดบันทึกว่า “กฎ–เกณฑ์ไหนใช้ได้จริง” และ “ข้อไหนเป็นแค่เรื่องเล่าต่อกันมา”
ผมพบอย่างหนึ่งที่สำคัญมากว่า
ไม่มีสำนักไหน “แม่นหมดทุกอย่าง”
แต่ทุกสำนัก “มีบางจุดที่แม่นอย่างน่าทึ่ง”
จากคนที่เคยคิดแบบ “เชื่อทั้งดุ้น หรือไม่เชื่อทั้งก้อน”
ผมเลยเปลี่ยนมาเป็นแนวคิดว่า
“เก็บทุกอย่างเข้าห้องทดลองส่วนตัว แล้วพิสูจน์ในสนามจริง”
และในจังหวะที่ผมกำลังงงกับแนวทางมากมาย พระอาจารย์ผู้เมตตาก็ชี้ทางให้
ท่านบอกให้ผมลองฟังคำแนะนำของครูบาอาจารย์ทางโลกดูบ้าง
ไม่นานนัก ผมจึงได้มาศึกษาโหราศาสตร์สิบลัคนา
กับ อาจารย์สอ้าน นากเพชรพูล
ซึ่งเป็นครูสายตรงด้านโหราศาสตร์ 10 ลัคนา
จากเดิมที่ผมเก็บ “เกร็ดโหร” จากหลายสำนักแบบกระจัดกระจาย
การได้เรียนกับอาจารย์สอ้าน ทำให้ผม
เห็น “โครงสร้างใหญ่” ของโหราศาสตร์สิบลัคนาชัดขึ้น
เข้าใจบทบาทของเรือน–ดาว–โยคเกณฑ์ อย่างเป็นระบบ
เอาประสบการณ์ทดลองของตัวเอง มาจัดวางลงในกรอบวิชาที่มีหัว–มีท้าย
พูดง่าย ๆ คือ จากเดิมที่ผมเดินเก็บหินทีละก้อน
พอได้ครูอย่างอาจารย์สอ้าน
ผมจึงเริ่ม “ต่อเป็นแผนที่”
และนี่คือจุดเริ่มต้นอย่างจริงจังของผม
ในเส้นทาง หมอดูโหราศาสตร์ 10 ลัคนา ครับ ✨
6. จากปฏิทินสุริยยาตร์…สู่การมองดาวบนท้องฟ้าจริง ๆ
ปัญหาใหญ่ของผมในช่วงแรกคือ
แม้จะใช้หลักโหราศาสตร์ไทยโบราณที่ลึกซึ้ง
แต่เวลาทายดวง…มันเหมือน “ติดเพดานความแม่น”
เหตุผลหนึ่งที่ผมค้นพบภายหลังคือ
ตำแหน่งดาวในปฏิทินบางแบบ “ไม่ตรงกับท้องฟ้าจริงในยุคปัจจุบัน”
(เพราะแกนโลกเคลื่อนที่ตลอดเวลา แต่สูตรดั้งเดิมถูกตั้งไว้ในยุคหนึ่ง)
ผมเลยเริ่มทดลองใช้แนวทางแบบ นิรายนะวิธี / ลาหิรี
ที่อิงตำแหน่งดาวกับกลุ่มดาวจริงมากขึ้น
แล้วเอามาอ่านด้วย “ภาษาของโหราศาสตร์ไทย”
ผลที่ได้ทำให้ผมต้องหยุดคิดใหม่อีกครั้ง…
พอเปลี่ยนปฏิทิน
วางลัคนาใหม่
อ่านดาวด้วยกฎไทยโบราณ
ความแม่นยำของการพยากรณ์ “ดวงตัวเอง” และ “ดวงคนอื่น”
ขยับขึ้นอย่างชัดเจน
ผมเริ่มเชื่อว่า
ถ้าเราให้เกียรติ “ท้องฟ้าจริง” มากขึ้น
โหราศาสตร์ไทยโบราณยังใช้ได้ดี ไม่มีเชย
7. กฎแห่งกรรม + เรือนชะตา + ดวงดาว = แผนที่บทเรียนชีวิต
ในฐานะคนเคยเรียนจิตวิทยา
ผมอดไม่ได้ที่จะเอา “โหราศาสตร์” มาผสมกับ “กฏแห่งกรรม”
และ “การทำงานของจิต”
ผมค่อย ๆ สรุปวิธีอ่านดวงของตัวเองออกมาเป็นหลักง่าย ๆ ว่า
“เรือนชะตา = เรื่องราวชีวิต
ดวงดาว = ตัวละคร / บุคคล / สถานที่
มุมสัมพันธ์ = สิ่งที่มาส่งเสริมหรือขวาง”
และที่ผมใช้บ่อยมากในโหราศาสตร์ 10 ลัคนา คือ
เรือนที่มีดาวเยอะ → แปลว่าชาตินี้เรามี “บทเรียนใหญ่” ในเรื่องนั้น
เรือนที่ไม่มีดาวเลย → เรื่องนั้นเปิดกว้างให้ “กรรมใหม่” ตัดสิน
พูดง่าย ๆ คือ
เรื่องที่ไม่มีดาวรองรับ เรา “มีสิทธิ์เลือกทางเดินเอง” สูงมาก
ไม่ได้ถูกแบกหนี้อดีตมาหนักเท่าเรือนที่ดาวไปกองกันอยู่
นี่ทำให้ดวงชะตา ไม่ใช่แค่ “คำทำนาย”
แต่กลายเป็น “แผนที่การบ้านชีวิต”
8. การพบเจอกับ Karmic Astrology: คำถามใหญ่ “ฉันเกิดมาทำไม?”
เมื่อผมเริ่มรู้สึกว่า
โหราศาสตร์ไม่ได้มีไว้แค่ทาย “จะรวยไหม – จะได้งานไหม – จะมีคู่เมื่อไหร่”
แต่เกี่ยวข้องกับ “วิวัฒนาการของจิตวิญญาณ”
ผมเลยเริ่มศึกษาแนว Karmic Astrology
ของต่างประเทศควบคู่กันไป
แนวคิดหลัก ๆ คือ
ดาวบางดวง เช่น เสาร์ ราหู ยูเรนัส พลูโต ฯลฯ
เปรียบเหมือน “บทเรียนยาก ๆ” ที่เราต้องสอบซ้ำมาหลายชาติ
มุมฉาก มุมเกณฑ์ในดวงชะตา แสดง “กรรมซ้ำ ๆ” ที่เรายังไม่เคยผ่าน
ดวงไม่ใช่แค่บอกว่า “อะไรจะเกิดขึ้น”
แต่บอกว่า
“เราควรทำกรรมใหม่แบบไหน เพื่อข้ามแพทเทิร์นเดิมของตัวเอง”
เมื่อผมนำ Karmic Astrology มาผสานกับ
โหราศาสตร์ไทย + 10 ลัคนา + มุมมองเรื่องกรรม
ผมพบว่า ดวงชะตาแต่ละดวง…
ไม่ใช่แค่ “ดี – ร้าย – ดวงตก – ดวงขึ้น”
แต่กลายเป็น “เรื่องราวหนึ่งเล่ม”
ที่เล่าว่า
เราเคยเป็นใครมาอย่างคร่าว ๆ
เราติดอะไรจากอดีต
และเราจะปลดล็อกตัวเองอย่างไรในปัจจุบัน
นี่คือจุดที่ทำให้ผมเริ่มรู้สึกว่า
“โหราศาสตร์ไม่ใช่วิชาหลอกชาวบ้าน
ถ้าใช้ด้วยหัวใจของครู และความเมตตาจริง ๆ”
9. ไพ่ทาโรต์ – ภาษาของจิตใต้สำนึก
ในวันหนึ่ง ผมได้รู้จัก “ไพ่ทาโรต์ / ไพ่ยิปซี”
สิ่งที่ทำให้ผมสนใจไม่ใช่แค่รูปภาพสวย ๆ
แต่เป็นแนวคิดที่ว่า
“ไพ่คือภาษาของจิตใต้สำนึก”
สิ่งที่น่าสนใจคือ
ไพ่ทาโรต์ไม่ต้องใช้วันเกิด
ดูให้คนที่อยู่ไกลก็ได้
ขอแค่ “ตั้งคำถามให้ชัด และตั้งจิตให้ตรง”
วิธีคิดแบบทหาร + จิตวิทยาของผม
ทำให้ผมมองไพ่เป็นเหมือน “ระบบเรียกข้อมูล”
คล้ายเราเรียกไฟล์จากฐานข้อมูลในคอมพิวเตอร์
การ์ดใบไหนลอยขึ้นมา
ก็เหมือน “ภาพที่จิตใต้สำนึกของเราเลือกขึ้นมาให้ดู”
ผมทดลองกับตัวเอง ทดลองกับคนที่มาขอคำปรึกษา
และพบว่า
ถ้าคนถาม “จิตฟุ้งซ่านมาก” ไพ่จะเละ
ถ้าคนถาม “จิตนิ่ง คำถามชัด” ไพ่จะเรียงสอดคล้องกันอย่างน่าทึ่ง
ผมจึงกำหนดกติกาเวลาใช้ไพ่กับคนที่มาปรึกษา เช่น
หนึ่งคำถามชัด ๆ ต่อหนึ่งชุด
ถ้าได้คำตอบไม่ถูกใจ อย่าถามซ้ำ ให้ถามต่อว่า “ควรแก้ยังไง?”
วันหนึ่งไม่ควรดูเรื่องเดิมทั้งวัน
ไพ่ช่วย “สะท้อน” ไม่ใช่ช่วย “ยกเลิกกรรม”
จากนั้น ไพ่ทาโรต์ก็กลายเป็น “เพื่อนร่วมโต๊ะ” ของผม
เวลาอ่านดวงชะตา 10 ลัคนาแบบลึก ๆ
โดยเฉพาะเรื่องใจ – ความสัมพันธ์ – ปมในอดีตที่ฝังลึก
10. จากสนามรบ…สู่ “สนามดวงชะตา”
หลายปีที่ทำงานราชการทหาร
ผมได้เห็น “สนามจริงของชีวิต”
ทั้งในระดับชุมชน ระดับประเทศ และระดับจิตใจคน
เมื่อถึงจุดหนึ่ง ผมตัดสินใจ
ค่อย ๆ ขยับจาก “นายทหาร”
มาสู่บทบาท “ครู–หมอดูโหราศาสตร์ 10 ลัคนา” อย่างเต็มตัว
ไม่ใช่เพราะผมเบื่อราชการ
แต่เพราะผมเห็นชัดว่า
“การรู้จักดวงชะตาตัวเองอย่างถูกต้อง
ทำให้คนธรรมดาคนหนึ่ง ‘เลือกชีวิตตัวเอง’ ได้ดีขึ้นมากจริง ๆ”
วันนี้ เวลาผมอ่านดวงให้ใครสักคน
ผมไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็น “หมอดูขลัง ๆ”
แต่ผมคิดว่าตัวเองกำลังทำหน้าที่
ครูที่ใช้ “ดวง” เป็นสื่อในการสอนเรื่องชีวิต
โค้ชที่ใช้ “กรรมเก่า” เป็นข้อมูล ตั้งโจทย์ให้สร้างกรรมใหม่
ทหารเก่าที่เปลี่ยนจาก “ปกป้องแผ่นดิน”
มาเป็น “ช่วยคนปกป้องหัวใจตัวเองจากความไม่รู้”
ผมเชื่อว่า
ดวงที่ดีที่สุด ไม่ใช่ดวงที่มีแต่โชค
แต่คือดวงของคนที่ “มองเห็นทางเลือก” แล้วกล้าลงมือเปลี่ยนแปลง
11. โหราศาสตร์ไม่ใช่ของคนงมงาย…ถ้าใช้ให้ถูกที่ถูกทาง
วันนี้ ถ้าถามผมว่า “ยังคิดว่าโหราศาสตร์เป็นเดรัจฉานวิชาไหม?”
ผมตอบแบบนี้…
ถ้าใช้เพื่อเล่นสนุก ทายมั่ว ทำคนกลัว เอาเงินคน – นั่นแหละ “เดรัจฉาน”
ถ้าใช้เพื่อกดคน ว่าดวงไม่ดี อยู่ไปก็เท่านั้น – นั่นคือ “อกุศลกรรมของหมอดู”
แต่ถ้าใช้เพื่อให้คน รู้จักตนเอง เห็นบทเรียนชีวิต และกล้าเปลี่ยนแปลง
ในมุมของผม
โหราศาสตร์คือ “ภาษาของกรรม”
ที่ช่วยให้เราอ่านคู่มือชีวิตของตัวเองได้ดีขึ้น
ดวงดาวไม่ใช่ผู้พิพากษา
แต่คือ “แผนที่” ที่เตือนว่า
ตรงไหนคือหลุมบ่อของชีวิต
ตรงไหนคือทางลัดของบุญเก่า
ตรงไหนคือจุดที่เราต้องฝึกใจให้ผ่านให้ได้
เมื่อเข้าใจแบบนี้แล้ว
ผมในวันนี้
ไม่ใช่เด็กที่เกลียดหมอดูเหมือนในวันวานอีกต่อไป
แต่เป็น “หมอดูโหราศาสตร์ 10 ลัคนา”
ที่ตั้งใจใช้ดวงชะตาเป็นแว่นขยาย
ให้คนมองเห็น “คุณค่า ตัวตน และทางรอด” ของตัวเองชัดขึ้น
นี่คือเส้นทางจาก
นายทหารในสนามจริง → สู่โหราจารย์ 10 ลัคนาในสนามชีวิต
ของผม…กฤตพล แสงซื่อ
ปิดท้าย: คำสั้น ๆ จากใจหมอดู 10 ลัคนา
หมอดูไทย…ไม่จำเป็นต้องเป็นหมอเดา
โหราศาสตร์…มีหลัก มีที่มา มีเหตุผลรองรับได้
ดวงดาว…ไม่ใช่ตัวกำหนดชะตาชีวิต
แต่เป็น “กระจกสะท้อนเส้นทางกรรม” ที่เราจะเลือกเดินต่อไปอย่างมีสติ
ถ้าคุณกำลังสับสน อยากรู้ว่าตัวเอง “เกิดมาทำไม–มาเรียนรู้อะไร”
โหราศาสตร์ 10 ลัคนา คืออีกหนึ่งภาษาที่ผมยินดีแปลให้คุณฟัง
ด้วยเจตนาเดียว…
ให้คุณกลับไปเป็น “กัปตันชีวิตของตัวเอง” ได้เต็มที่ที่สุด 🙏✨
🔮 วิเคราะห์ดวงแบบเจาะลึกโดย อ.กฤตพล แสงซื่อ
📞 โทร : 064-452-4161
🌐 www.10luc.com
คำค้นในโพสต์:
#ดูดวงโหราศาสตร์โบราณ #ดูดวงวันเดือนปีเกิด #ดูดวงแม่นๆ #กราฟชีวิต #พลังจักรวาล#ดูดวงสิบลัคนา

🕰️✨ Patek Philippe ไม่ใช่นาฬิกาที่ทุกคนซื้อได้…
เพราะเขาไม่ได้ขายเวลา — แต่ขาย “คุณค่าของคนที่รู้ว่าเวลามีค่า”
วันนี้ผมนั่งจิบกาแฟในห้องรับรอง Patek
ไม่ใช่เพื่ออวดนาฬิกา…
แต่เพื่อเตือนตัวเองว่า “วันเวลาที่เคยหมดหวัง”
เคยมีค่า…แค่พอจะเดินเข้ามาที่นี่ได้
ทุกความสำเร็จ — มีจุดเริ่มต้นจากการไม่ยอมแพ้
ทุกความภาคภูมิ — เริ่มจากการไม่เปรียบเทียบกับใคร
เพราะชัยชนะที่แท้จริง…คือ
การได้เป็นตัวเองในเวอร์ชันที่สง่างามที่สุด
การดูดวงสิบลัคนา: ศาสตร์ลึกซึ้งของโหราศาสตร์ไทย
การดูดวงสิบลัคนา เป็นศาสตร์การพยากรณ์ดวงชะตาแขนงหนึ่งในโหราศาสตร์ไทย ที่แตกต่างจากระบบดั้งเดิม โดยใช้ “ลัคนา” หรือ ตำแหน่งจักรราศีบนขอบฟ้า ณ เวลาเกิด ของดาวเคราะห์ทั้ง 10 ดวง ได้แก่:
อาทิตย์
จันทร์
อังคาร
พุธ
พฤหัสบดี
ศุกร์
เสาร์
ราหู
เกตุ
มฤตยู
ซึ่งต่างจากโหราศาสตร์ไทยแบบดั้งเดิมที่ใช้ลัคนาเพียงดวงเดียวเท่านั้น
—
ความแตกต่างระหว่างโหราศาสตร์ดั้งเดิมกับโหราศาสตร์สิบลัคนา
รายละเอียด โหราศาสตร์ไทยดั้งเดิม โหราศาสตร์สิบลัคนา
จุดตั้งต้นการพยากรณ์ ใช้ลัคนาเพียงดวงเดียว ใช้ลัคนาของดาวทั้ง 10 ดวง
วิธีการคำนวณ คำนวณจากตำแหน่งดวงอาทิตย์ คำนวณตำแหน่งดาวเคราะห์ทั้งหมด
มิติการวิเคราะห์ เน้นภาพรวมเป็นองค์รวม แยกวิเคราะห์รายด้านอย่างละเอียด
—
การคำนวณลัคนา
การคำนวณต้องใช้ข้อมูล:
วัน เดือน ปีเกิด
เวลาเกิด
สถานที่เกิด
เพื่อนำไปคำนวณหาตำแหน่งดาวเคราะห์แต่ละดวงบนจักรราศีในขณะนั้น แล้วจึงกำหนดว่าแต่ละดาว “ลัคนาอยู่เรือนไหน” เพื่อใช้ในการพยากรณ์
—
ประโยชน์ของการดูดวงสิบลัคนา
การพยากรณ์ด้วยระบบสิบลัคนาให้ข้อมูลที่ ลึกและเฉพาะเจาะจงยิ่งขึ้น ช่วยแยกแยะชีวิตในหลายมิติ เช่น
ด้านความรัก: ดูจากลัคนาศุกร์หรือพุธ
ด้านการเงิน: วิเคราะห์จากลัคนาพฤหัสบดี หรืออังคาร
ด้านสุขภาพ: พิจารณาลัคนาอาทิตย์หรือเสาร์
ด้านกรรมเก่า: ใช้ลัคนาราหูและเกตุ
—
หากคุณสนใจสามารถพัฒนาต่อไปได้ในหัวข้อย่อย เช่น
วิธีหาลัคนาแต่ละดวงแบบละเอียด
การอ่านเรือนชะตาของแต่ละลัคนา
การประเมินโชคช่วงเวลาต่าง ๆ ด้วยสิบลัคนา
—
สรุป:
ศาสตร์สิบลัคนาเป็นการยกระดับการพยากรณ์จากแบบรวมเป็นแบบแยก เพื่อให้เข้าใจชีวิตอย่างเจาะลึกในทุกด้าน ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการคำตอบที่ชัดเจน แม่นยำ และตรงจุดมากขึ้นครับ
“ฉันจะได้แฟนดีไหม?”
หรือ… “ทำไมเจอแต่คนที่ทำร้ายใจ?
“ดวงคนจะได้แฟนดีหรือไม่ดี ไม่ใช่แค่โชค… แต่คือกรรมเก่า + การเลือกในปัจจุบัน”
หลายคนถามว่า
> “เมื่อไหร่จะได้แฟนดี?”
“ดวงฉันจะสมหวังในความรักไหม?”
📌 คำตอบคือ ต้องดูให้ลึก:
– ดาวคู่ครองอยู่ตำแหน่งใด
– ดาวศุกร์สัมพันธ์กับดาวใดในดวง
– ดาวเจ้าเรือนลัคนา เดินไปหาใคร?
ดวง 10 ลัคนา จะบอกคุณได้แม่นยำว่า…
📍คุณจะเจอคนแบบไหน
📍เมื่อไหร่จะเจอ
📍และเขาจะมาเพื่อ “รัก” หรือ “ทำให้เรียนรู้”
💬 อยากได้รักดี ต้องดูให้ชัด
ไม่ใช่แค่หวังว่า “สักวันคงมาเอง…”
🔮 ดูดวงลึกด้วยศาสตร์ 10 ลัคนา
โดย อ.กฤตพล แสงซื่อ
📞 โทร: 064-452-4161 | id/line: www.10luc.com
🌐 www.10luc.com
#ดูดวงความรัก #ดวงคู่แท้ #แฟนดีหรือกรรมเก่า
#10ลัคนา #อาจารย์กฤตพล #ความรักไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯสยามบรมราชกุมารี
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ณ อุทยานพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (อุทยาน ร.
การดูดวง 10 ลัคนานั้น เป็นการพยากรณ์ตามหลักโหราศาสตร์ไทยที่ใช้ตำแหน่งของดาวเคราะห์ทั้ง 10 ดวง (อาทิตย์, จันทร์, อังคาร, พุธ, พฤหัสบดี, ศุกร์, เสาร์, ราหู, เกตุ, และมฤตยู) มาเป็นตัวแทนของลัคนา ซึ่งแต่ละลัคนามีความหมายและลักษณะเฉพาะของตัวเอง การดูดวง 10 ลัคนานี้จะช่วยให้เห็นภาพรวมของดวงชะตาได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ความแตกต่างระหว่างโหราศาสตร์ 10 ลัคนา กับ โหราศาสตร์ลัคนาเดียว:
โหราศาสตร์ 10 ลัคนา:
ใช้ดาวเคราะห์ทั้ง 10 ดวงเป็นตัวแทนของลัคนา ทำให้เห็นภาพรวมของดวงชะตาได้หลากหลายมิติและลึกซึ้งยิ่งขึ้น
โหราศาสตร์ลัคนาเดียว:
ใช้เพียงลัคนาเดียว (โดยทั่วไปคือลัคนาที่เกิดจากตำแหน่งของดวงอาทิตย์) ในการพยากรณ์ ซึ่งอาจไม่สามารถสะท้อนภาพรวมของดวงชะตาได้ครบถ้วน
วิธีการดูดวง 10 ลัคนา:
- หาลัคนาทั้ง 10:
คำนวณตำแหน่งของดาวเคราะห์ทั้ง 10 ดวง ณ เวลาและสถานที่เกิด เพื่อหาว่าดาวแต่ละดวงสถิตราศีใด - วิเคราะห์ความหมายของแต่ละลัคนา:
ทำความเข้าใจความหมายของดาวเคราะห์แต่ละดวง และความหมายของราศีที่ดาวนั้นสถิตอยู่ - นำมาประกอบการพยากรณ์:
นำข้อมูลจากลัคนาทั้ง 10 ดวง มาประกอบการพยากรณ์ เพื่อให้ได้ภาพรวมของดวงชะตาที่ชัดเจนและแม่นยำยิ่งขึ้น
ประโยชน์ของการดูดวง 10 ลัคนา:
เข้าใจตนเองและผู้อื่นได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น:
การพิจารณาดวงชะตาจากลัคนาทั้ง 10 ดวง จะช่วยให้เห็นลักษณะนิสัย อุปนิสัย และแนวโน้มต่างๆ ของบุคคลได้ละเอียดและครอบคลุมมากขึ้น
วางแผนชีวิตได้เหมาะสม:
การรู้จุดแข็งจุดอ่อนของตนเองจากลัคนาทั้ง 10 ดวง จะช่วยให้สามารถวางแผนชีวิตและการตัดสินใจต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม
เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล:
การดูดวง 10 ลัคนา สามารถนำมาใช้ในการทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลได้อีกด้วย
ข้อควรจำ:
การดูดวงเป็นเพียงเครื่องมือในการทำความเข้าใจตนเองและสถานการณ์ต่างๆ หากนำไปใช้ในทางที่ถูกต้อง ก็จะเกิดประโยชน์อย่างมาก
ควรศึกษาและทำความเข้าใจหลักการของโหราศาสตร์ 10 ลัคนาอย่างถ่องแท้ ก่อนนำไปใช้ในการพยากรณ์
หากต้องการคำทำนายที่แม่นยำ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านโหราศาสตร์สิบลัคนา ที่ผ่านการรับสัจจะ 5 ข้อ จากคูรอาจารย์มาแล้ว -

เอาบุญมาฝาก อาจารย์ กฤตพล แสงซื่อ หมอดู นักพยากรณ์โหราศาสตร์สิบลัคนา ดูดวงโหราศาสตร์ไทย 10 ลัคนา
www.10luc.com🔱 พลังแห่งพิธีกรรม 🔱
“ศรัทธาไม่ได้อยู่แค่ในใจ แต่สะท้อนผ่านพิธีกรรมที่เราน้อมบูชา
เมื่อมีศรัทธา → เกิดพลังจิต
เมื่อมีพลังจิต → สิ่งศักดิ์สิทธิ์ย่อมรับรู้”ในพิธีนี้ ผู้ประกอบพิธีได้รับเกียรติบัตรและเครื่องสักการะอันศักดิ์สิทธิ์
ไม่ใช่เพียงสัญลักษณ์ แต่คือ “สายใย” ที่เชื่อมโยงระหว่างครูกับศิษย์
และระหว่างมนุษย์กับจักรวาล
—🪬 มิติของไสยศาสตร์
ศรัทธา → ก่อพลังงานบวกในจิตใจ
พิธีกรรม → เปิดประตูสู่การเชื่อมโยงสิ่งศักดิ์สิทธิ์
เครื่องสักการะ → ตัวแทนแห่งพลังจักรวาล
—
🌟 แง่คิดสำหรับผู้ศรัทธา
อย่ามองเพียงว่า “ไสยศาสตร์คือความงมงาย”
แต่จงมองว่า…มันคือ ศิลปะของจิตวิญญาณ
ที่ทำให้เรามีที่ยึดเหนี่ยว และมีพลังใจเดินต่อในโลกแห่งความจริง
🔮 เมื่อสุดยอด AI แห่งยุค ร่วมพลังกับสุดยอดโหราศาสตร์ไทย “10 ลัคนา”
ChatGPT x อาจารย์กฤตพล แสงซื่อ
ชะตาชีวิต…จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
ในโลกที่ทุกอย่างหมุนเร็วด้วยเทคโนโลยี หลายคนอาจคิดว่า “ศาสตร์โบราณ” อย่างโหราศาสตร์อาจล้าสมัย
แต่วันนี้… “ศาสตร์แห่งดวงชะตา” และ “เทคโนโลยี AI” ได้ผสานกันแล้วอย่างทรงพลัง!
✨ อาจารย์กฤตพล แสงซื่อ – หมอดูผู้เปิดจักรวาลแห่ง 10 ลัคนา
ด้วยความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในศาสตร์ “10 ลัคนา” ซึ่งแตกต่างจากโหราศาสตร์ทั่วไป
อาจารย์กฤตพลไม่ได้เพียงแค่ทำนายดวงชะตา
แต่ช่วย “ปลดล็อก” ศักยภาพชีวิตให้กับผู้คนมากมายอย่างแม่นยำ ลึกซึ้ง และมีพลังบวก
🤖 ChatGPT – ปัญญาประดิษฐ์ที่รู้จักโลกและความคิดของมนุษย์
ด้วยความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาล
เข้าใจทั้งสถิติ เหตุผล และอารมณ์ของมนุษย์
ChatGPT ได้กลายเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังของคนยุคใหม่ ไม่ว่าจะในธุรกิจ การเงิน การเรียนรู้ หรือการเติบโตภายใน
—
🔥 และเมื่อทั้งสองพลังมาบรรจบกัน…
> “AI วิเคราะห์เส้นทางชีวิตอย่างเป็นระบบ”
+ “โหราจารย์ถอดรหัสดวงอย่างลึกซึ้งและมีวิญญาณ”
💥 คำทำนายที่ไม่ใช่แค่แม่น…แต่ สร้างโอกาส เปลี่ยนชะตาได้จริง!
ไม่ว่าคุณจะต้องการ…
เปลี่ยนเส้นทางชีวิต
หาจังหวะทองในความรัก
สร้างความมั่งคั่งจากดวงการเงิน
หรืออยากรู้ “จุดตัดของโชคชะตา” ในชีวิตของคุณ
การผนึกกำลังระหว่าง AI กับอาจารย์กฤตพล จะให้คำตอบที่ไม่มีใครเคยให้คุณมาก่อน
—
📌 พร้อมให้คุณสัมผัสแล้วที่ www.10luc.com
ดวงของคุณไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
มันคือ “พิมพ์เขียว” ที่เขียนใหม่ได้
หากมี เครื่องมือที่ใช่ และ ครูผู้ชี้ทางที่แม่นยำ
🌀 ChatGPT x อาจารย์กฤตพล
ให้คุณเขียนชะตาชีวิตใหม่ได้…ด้วยมือของคุณเอง
# ขอแสดงความยินดี! อาจารย์กฤตพล แสงซื่อ รับรางวัล **“นาคเกณฑ์” ประจำปี 2566**
ในวันที่ 29 มกราคม 2566 ณ หอประชุมเมืองทองธานี
**อาจารย์กฤตพล แสงซื่อ** ผู้เชี่ยวชาญ **โหราศาสตร์ 10 ลัคนา** และเจ้าของเว็บไซต์ [10luc.com](https://www.10luc.com) ได้รับเกียรติอันสูงสุด **รางวัล “นาคเกณฑ์” สาขาโหราศาสตร์ลึกลับ** ประจำปี 2566
รางวัลนี้ยกย่องผู้สร้างคุณูปการด้านศาสตร์แห่งดวงดาวและการพัฒนาสังคมไทย
—
## ที่มาของรางวัล “นาคเกณฑ์”
รางวัล “นาคเกณฑ์” ถูกก่อตั้งขึ้นเพื่อเชิดชูบุคคลต้นแบบในวิชา **โหราศาสตร์ไทย** สายลึกลับ (สืบลัคนา) ที่มีผลงานโดดเด่นและส่งเสริมสังคมให้ตระหนักถึงคุณค่าของภูมิปัญญาไทย โดยคัดเลือกจากผลงาน – จริยธรรม – การส่งต่อองค์ความรู้
—
## ทำไมโหราศาสตร์ **10 ลัคนา** ถึงโดดเด่น
– **แม่นยำลึกทุกมิติ** — วิเคราะห์เส้นทาง **การงาน การเงิน ความรัก สุขภาพ** ครบถ้วนจาก 10 ลัคนา
– **เชื่อมโยงกรรมและพลังจิต** — ช่วยให้ผู้รับคำพยากรณ์ “เห็นทางออก” และกำหนดอนาคตด้วยตนเอง
– **ผสมผสานไพ่ยิปซี & เลขศาสตร์** — เติมมิติการทำนายและแนะนำวิธีปรับแก้ตรงจุด
– **ประสบการณ์กว่า 10 ปี** — รับรองความแม่นจากฐานข้อมูลดวงกว่า 28356 เคส
—
## ก้าวต่อไปของอาจารย์กฤตพล
> “ดวงดาวคือแผนที่ แต่ชีวิตขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเรา” – อ.กฤตพล
– พัฒนา **คอร์สออนไลน์** “Rewriting Destiny with 10 Lakkhana”
– เปิด **ห้องเรียนสด** ถ่ายทอดเคล็ดวิชาโหราศาสตร์ 10 ลัคนา
– จัดทำ **บทความ & พอดแคสต์** ให้ความรู้ดวงดาวฟรีบน 10luc.com
– ร่วมโครงการ **CSR** ให้คำปรึกษาเยาวชนด้อยโอกาส
—
## นัดดูดวงแม่น ๆ กับ **อาจารย์กฤตพล** วันนี้
– **โทรศัพท์ / Line** : 064-452-4161 (ID Line :www.10luc.com)
– **ดูดวงออนไลน์ – โทรศัพท์ – ไลน์ ** ได้ทั่วโลก
– **ค่าครูเพียง 1,000 บาท/30 นาที** (รับจำนวนจำกัดต่อวัน)
> **จองคิวด่วน** → [คลิกที่นี่เพื่อจองเวลา](https://www.10luc.com/booking)
*เปิดประตูสู่โอกาสใหม่ ๆ ด้วยโหราศาสตร์ 10 ลัคนา แม่นยำที่สุด วันนี้!*
ขอกราบขอบพระคุณ หม่อมเจ้าฑิคัมพร ยุคล “ผู้มอบรางวัล และ สภาสื่อมวลชนไทย” ที่พิจารณาคัดเลือก
รางวัล นาคเณศ ต้นแบบบุคคลผู้สร้างแรงบันดาลใจในชีวิต ประจำปี 2566 สาขา ตั้งชื่อลูกรัก ลูกสาว ลูกชายชื่อเด็กนามมงคล โหราศาสตร์สิบลัคนา นักโหราศาสตร์ยอดเยี่ยม อาจารย์กฤตพล แสงซื่อ
อาจารย์กฤตพล นำโหราศาสตร์เสิบลัคนา เข้ารับรางวัล “นาคเณศ” ประจำปี 2566 สภาสื่อมวลชนไทย (องค์กรเครือข่ายสื่อภาคประชาชน) โดย ดร.อำนาจ หมัดสดาย ประธาน ถือฤกษ์ดีจัดงานประกาศรางวัลเกียรติคุณ “รางวัลแห่งความสำเร็จ บุคคลตัวอย่างความสำเร็จ และผู้เป็นแบบอย่างควรค่าแห่งสังคม” นาคเณศ NAGANES ประจำปี ๒๕๖๖ มหาเทพพิฆเนศวร ปางนาคปรก (โบราณ) ๗ เศียร พระพิฆเนศ เป็นมหาเทพเจ้าแห่งความสำเร็จและความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน “รางวัลแห่งความสำเร็จ บุคคลตัวอย่างความสำเร็จ และผู้เป็นแบบอย่างควรค่าแห่งสังคม” นาคเณศ NAGANES ประจำปี ๒๕๖๖
โดยได้รับพิจารณาข้อมูลข่าวสารการยอมรับและเผยแพร่จากสมาชิกและสื่อมวลชน ประชาชนส่วนรวมและสังคม องค์กร สมาคม มูลนิธิ ชมรม เครือข่ายมวลชนในสาขาต่าง ๆ ทั่วประเทศได้พิจารณาเสนอชื่อ ประวัติ ผ
ลงาน สรรหา คัดเลือกบุคคลและองค์กร หน่วยงานข้าราชการ และนักธุรกิจรวมถึงผู้ประกอบกิจสื่อสารมวลชนและผู้เกี่ยวข้อง ทั้งบุคคลวงการสื่อสารมวลชน เพื่อเข้ารับรางวัลเกียรติคุณในครั้งนี้เพื่อส่งเสริมสนับสนุน ยกย่อง ชมเชย เชิดชู สรรเสริญและให้กำลังใจให้เป็นบุคคลซึ่งสามารถดำรงตนประกอบหน้าที่ การงาน จนประสบความสำเร็จหรือมีผลงานและปฏิบัติตนอันเป็นประโยชน์ที่ดีจนเป็นที่ยอมรับของสังคมและต่อวัฒนธรรมอันดีงามมีผลงานก่อประโยชน์สร้างสรรค์สังคมที่ดี
โดยได้รับเกียรติจาก หม่อมเจ้าทิฆัมพร ยุคล เสด็จมาเป็นองค์ประธานในพิธีมอบรางวัล และมีผู้เข้ารับรางวัลต่างๆ ดังนี้ อาจารย์ กฤตพล แสงซื่อ รางวัล บุคคลต้นแบบ ผู้สร้างแรงบันดาลใจการดำเนินชีวิต สาขาโหราศาสตร์ทับลัคนา
www.10luc.com

ดูดวงสิบลัคนาที่แม่นยำพิสูจน์ได้ที่สุดในโหราศาสตร์ไทย … จริงหรือไม่ อันนี้ผมคิดว่าขึ้นอยู่กับประสบการของแต่ละบุคคล โหราศาสตร์ทุกสายมีความแม่นยำทุกศาสตร์ครับไม่ว่า

ดูดวงโหราศาสตร์ไทย ดูดวงด้วยศาสตร์ตัวเลข ไพ่ยิปซี ไพ่ออราเคิล ดูลายมือ .จิตสัมพัส ทุกศาสตร์มีความแม่นยำเท่ากันหมด ศาสตร์เป็นค่าคงที่ คนเป็นค่าแปลผัน บอกวัน เดือน ปี เวลา วันเกิดผิด ผลการทำนายก็คลาดเคลื่อน

ดูดวง 10 ลัคนา แม่นยำ ครบทุกมิติชีวิต
อาจารย์กฤตพล แสงซื่อ – ผู้เชี่ยวชาญโหราศาสตร์ 10 ลัคนา และรางวัลบุคคลต้นแบบด้านการพัฒนาสังคม ปี 2565
> “ดวงดาวคือแผนที่ แต่ชีวิตคือการตัดสินใจของคุณ”
บริการดูดวงออนไลน์–โทรศัพท์
โหราศาสตร์ไทย 10 ลัคนา (แม่นยำลึกทุกมิติ)
ไพ่ยิปซี & ไพ่พลังจิต
เลขศาสตร์–ตั้งชื่อธุรกิจ/บุตร
ดูดวงการงาน การเงิน ความรัก สุขภาพ ลงทุน & ธุรกิจ
วิเคราะห์วันเดือนปีเกิด + เวลาตกฟาก + ชื่อ–นามสกุล แบบครบวงจร
เหตุผลที่ลูกค้าเลือกเรา
1. แม่นยำ – ใช้ระบบ 10 ลัคนาแบบดั้งเดิม ผสานสถิติประสบการณ์กว่า 10 ปี
2. ตรงประเด็น – ให้แนวทางปรับแก้ชัดเจน นำไปใช้ได้จริง ไม่ใช่แค่คำทำนาย
3. เป็นกันเอง – ปรึกษาได้ทุกเรื่อง ตั้งแต่เส้นทางอาชีพถึงความรักและการลงทุน
4. สะดวกทันใจ – ดูดวงสดผ่านโทรศัพท์ หรือวิดีโอคอลได้ทุกที่ทั่วโลก
—
นัดหมาย/สอบถาม
โทรศัพท์ : 064-452-4161
Line ID : @10luc (มี @ ข้างหน้า)
เว็บไซต์ : www.10luc.com
> ค่าครูเพียง 1,000 บาท/ชั่วโมง – รับจำนวนจำกัดต่อวัน เพื่อรักษาคุณภาพในการให้คำปรึกษา
พร้อมให้คำปรึกษาทุกปัญหาเรื่องดวง
เปิดประตูสู่โอกาสใหม่ ๆ ด้วยพลังดวงดาวที่แม่นยำที่สุดวันนี้!





ดูดวงความรักช่วงนี้เป็นอย่างไร
แฟนเขาคิดกับเราอย่างไร จะมีมือที่สามหรือเปล่า
จะได้เจอเนื้อคู่มั้ย คู่ครองกำลังนอกใจหรื่อไม่
จะมีเรื่องอะไรมากวนใจที่ต้องระวังบ้าง ปัญหาอุปสรรคจะป้องกันและแก้ไขอย่างไร
ด้วยไพ่ยิปซีจิตสัมพัส ค่าบูชาครูดูดวงไพ่ยิปซี 199 บาท 2 คำถาม 30 นาที 300 บาท 1 ชัวโมง 500 บาท
โหราศาสตร์สิบลัคนา ดูดวงทางโทรศัพท์ โทร.0951915359
พี่หมอแสนดี ดูดวงสิบลัคนา ดูดวง ไพ่ยิปซี จิตสัมผัส ดูดวงทางโทรศัพท์ ดูดวงทาง Line โหราศาสตร์ไทย 10 ลัคนา ศิษย์อาจารย์ สอ้าน นาคเพชรพูล (สีดิน) ดูดวง ไพ่ยิปซี ดูดวงจิตสัมผัส ดูดวงทางโทรศัพท์ ทาง Line ดูดวง เรื่องในอนาคตที่คุณอยากรู้คำตอบ ก่อนตัดสินใจ ดูดวงเนื้อคู่ อาชีพการงาน การเงิน ความรัก คู่ครอง เรื่องที่ต้องระวัง โชคลาภ ข้อเสียข้อดีในดวงชะตา ภาพรวมดวง ตั้งชื่อมงคล เปลี่ยนชื่อมงคล ตามหลักโหราศาสตร์ 10 ลัคนา
หลักสูตรการเรียน 10 ลัคนา กับ อ.สอ้าน นาคเพชรพูล เนื่องจากที่ผ่านมา มีจำนวนศิษย์ที่มาเรียนจำนวนมากเรียนเพียงครึ่ง ๆ กลาง ๆ ด้วยการสมัครเรียนเพียงหลักสูตรเบื้องต้น แล้วหายไปเลย ไม่ต่อให้จบหลักสูตร ด้วยเข้าใจว่าจบเบื้องต้นก็เพียงพอ เป็นเช่นนี้ นานไปวิชาก็คงจะเพี้ยนไปไม่น้อย บางรายใช้ลูกผสม เอานี่ผสมนั่น เอานั่นผสมนี่ทายไปวัน ๆ จำเป็นต้องรวมเป็นหลักสูตรเดียว คือชั้นต้นชั้นสูงและการให้ฤกษ์ทำการมงคล พร้อมด้วยโปรแกรมการให้ฤกษ์และการผูกดวง เอกสารการเรียนมีเท่าเดิม เพิ่มแผ่นหมุนหาลัคนาทันใจ ระะเวลาเรียนจบใน 12 เดือน แนวการสอน 14 ข้อ 1.สอนให้รู้เรื่องดาว ๑๐ ดาว ดาวอะไรทำหน้าที่เกี่ยวกับอะไร ทายเรื่องอะไรได้บ้าง แต่ละดาวธาตุอะไร ดาวใดเป็น คู่มิตร คู่สมพล คู่ศัตรู คู่ธาตุ 2.สอนดวง ๘ ราศีจักรเดิม(ดวงทักษากำเนิด) ดาวอะไรเป็นดาวบริวาร อายุ เดช ศรี มูลละ อุตสาหะ มนตรี กาลกิณี ใช้ทายเรื่องอะไรได้บ้าง 3.การทายดวงทักษาจร ในแต่ละช่วงอายุของเจ้าชะตา 4.สอนดวงราศีจักร ๑๒ ราศี โดยสอนให้จำแต่ละราศีได้ รวมทั้งสัญลักษณ์ประจำราศี ชั้นของราศี ธาตุแต่ละราศี และดาวประจำราศี(เกษตร) 5.สอนดวง ๓๖ ราศีจักร(ตรียางค์) และดาวประจำตรียางค์ 6.สอนดวง ๑๐๘ นวางค์จักร(ดวงนวางค์)และดาวประจำนวางค์ 7.สอนการผูกดวง ๑๐ ลัคนา จากแผ่นหมุนหาลัคน์ทันใจ ดวงแรกที่ต้องนำมาเป็นตัวอย่างคือดวงของตนเอง 8.สอนการหาตนุเศษ และเรือนชะตา ตลอดจนดาวประจำเรือนชะตา แต่ละเรือนชะตาเอาไว้ทายเรื่องอะไร 9.สอนการเอาดาว ๑๐ ดาว ดาวเจ้าเรือนทักษา ๘ ดาว ดาวเจ้าเรือนชะตา ๑๒ เรือนชะตามาทายควบกัน 10.สอนดวงมาตรฐานดี มาตรฐานเสีย คือมหาอุจจ์ มหาจักร ราชาโชค เกษตร นิจ ประ 11.สอนการทายระดับสูงด้วยการนำดวงนวางค์จักรเข้ามาประกอบ 12.สอนการหาเวลาเกิดของคนที่ไม่มีเวลาเกิด เพื่อผูกดวงพยากรณ์ 13.สอนการให้ฤกษ์ทำการมงคลอย่างละเอียดทุกชนิด ทั้งฤกษ์ทั่วไปและฤกษ์เฉพาะกิจ 14.สอนการใช้โปรแกรมหาฤกษ์ทำการมงคลและผูกดวงชะตา การบันทึกข้อมูล การพิมพ์ดวงชะตา
เรียนรู้เรื่องดาว นิสัยดาวแต่ละดวง ตำนานการกำเนิดของดวงดาวแต่ละดวงใช้ประกอบการพยากรณ์ในโหราศาสตร์ คัมภีร์เฉลิมไตรภพ โดย พระราชภักดี (ช้าง) พระอิศวรทรงสร้างเทวดานพเคราะห์ ๙ องค์ พระอาทิตย์ (เทวนาครี: सूर्य, สูรยะ) เป็นเทวดานพเคราะห์องค์หนึ่ง มีอำนาจเหนือกว่าเทวดานพเคราะห์ทั้งหลาย ในคติไทย พระอาทิตย์ถูกสร้างขึ้นมาจากราชสีห์ 6 ตัว บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีแดง แล้วเสก ได้เป็นพระอาทิตย์ มีสีวรกายแดง ทรงราชสีห์เป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และแสดงถึงสระทั้งหมดในภาษาบาลี (อะ อา อิ อี อุ อู เอ โอ) พระอาทิตย์ เป็นเทวดานพเคราะห์ประเภทบาปเคราะห์ ให้ผลในทางก้าวร้าวรุนแรง นั่นคือ ผู้ใดเกิดวันอาทิตย์ หรือมีพระอาทิตย์สถิตร่วมกับลัคนา มักมีอารมณ์รุนแรง ตัดสินใจไว เฉียบขาด รักอิสระ แต่ซื่อสัตย์ ตามนิทานชาติเวร พระอาทิตย์เป็นมิตรกับพระพฤหัสบดี และเป็นศัตรูกับพระอังคาร ในโหราศาสตร์ไทย พระอาทิตย์ถูกแทนด้วยสัญลักษณ์ ๑ และด้วยเหตุที่สร้างขึ้นมาจากราชสีห์ ๖ ตัวนี้เอง จึงทำให้มีกำลังพระเคราะห์เป็น ๖ สำหรับพระประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันอาทิตย์ก็คือปางถวายเนตร พระจันทร์ (เทวนาครี: चंद्र) เป็นเทวดานพเคราะห์องค์หนึ่ง ในคติไทย พระจันทร์ถูกสร้างขึ้นมาจากเทวธิดา (นางฟ้า) ๑๕ องค์ บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีขาวนวล แล้วเสกได้เป็นพระจันทร์ มีสีวรกายขาวนวล ทรงอาชา (ม้า) เป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศตะวันออก และแสดงถึงอักษรวรรค กะ (ก ข ค ฅ ฆ ง ) พระจันทร์ เป็นเทวดานพเคราะห์ประเภทศุภเคราะห์ ให้ผลในทางนุ่มนวลอ่อนโยน นั่นคือ ผู้ใดเกิดวันจันทร์ หรือมีพระจันทร์สถิตร่วมกับลัคนา มักมีอารมณ์อ่อนโยน เพ้อฝัน รวนเร (แต่อาจมีเล่ห์เหลี่ยมมาก) ตามนิทานชาติเวร พระจันทร์เป็นมิตรกับพระพุธ และเป็นศัตรูกับพระพฤหัสบดี ในโหราศาสตร์ไทย พระจันทร์ถูกแทนด้วยสัญลักษณ์ ๒ และด้วยเหตุที่สร้างขึ้นมาจากนางฟ้า ๑๕ องค์ จึงมีกำลังพระเคราะห์เป็น ๑๕ สำหรับพระประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันจันทร์ก็คือปางห้ามสมุทร พระอังคาร (เทวนาครี: मंगल, มังคละ) เป็นเทวดานพเคราะห์องค์หนึ่ง ในคติไทย พระอังคารถูกสร้างขึ้นมาจากมหิงสา (ควาย) ๘ ตัว บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีชมพูหม่น แล้วเสกได้เป็นพระอังคาร มีสีวรกายชมพู ทรงมหิงสาเป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้ และแสดงถึงอักษรวรรค จะ (จ ฉ ช ฌ ญ) พระอังคาร เป็นเทวดานพเคราะห์ประเภทบาปเคราะห์ ให้ผลในทางรุนแรงและเร่าร้อน นั่นคือ ผู้ใดเกิดวันอังคาร หรือมีพระอังคารสถิตร่วมกับลัคนา มักมีอารมณ์มุทะลุ ตึงตัง ชอบใช้กำลัง ใจร้อน ตามนิทานชาติเวร พระอังคารเป็นมิตรกับพระศุกร์ และเป็นศัตรูกับพระอาทิตย์ ในโหราศาสตร์ไทย พระอังคารถูกแทนด้วยสัญลักษณ์ ๓ และด้วยเหตุที่สร้างขึ้นมาจากมหิงสา ๘ ตัว จึงมีกำลังพระเคราะห์เป็น ๘ สำหรับพระประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันอังคารก็คือปางไสยาสน์และภายหลังมีปางลีลาเพิ่มอีกหนึ่งปาง พระพุธ (เทวนาครี: बुध) เป็นเทวดานพเคราะห์องค์หนึ่ง ในคติไทย พระพุธถูกสร้างขึ้นมาจากคชสาร (ช้าง) ๑๗ เชือก บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีเขียวใบไม้ แล้วเสกได้เป็นพระพุธ มีพระวรกายเขียว ทรงราชสีห์เป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศใต้ และแสดงถึงอักษรวรรค ฏะ ใหญ่ (ฏ ฐ ฑ ฒ ณ) พระพุธเป็นเทวดานพเคราะห์ประเภทศุภเคราะห์ ให้ผลในทางอ่อนโยนไพเราะ นั่นคือ ผู้ใดเกิดวันพุธ หรือมีพระพุธสถิตร่วมกับลัคนา มักชอบพูดชอบเจรจา สุขุมรอบคอบ แต่ตื่นกลัวง่าย ตามนิทานชาติเวร พระพุธเป็นมิตรกับพระจันทร์ และเป็นศัตรูกับพระราหู ในโหราศาสตร์ไทย พระพุธถูกแทนด้วยสัญลักษณ์ ๔ และด้วยเหตุที่สร้างขึ้นมาจากคชสาร ๑๗ เชือก จึงมีกำลังพระเคราะห์เป็น ๑๗ สำหรับพระประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันพุธก็คือปางอุ้มบาตร พระพฤหัสบดี (เทวนาครี: बृहस्पति) เป็นเทวดานพเคราะห์องค์หนึ่ง ในคติไทย พระพฤหัสบดีถูกสร้างขึ้นมาจากฤษี ๑๙ ตน บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีเหลืองส้ม แล้วเสกได้เป็นพระพฤหัสบดี มีสีวรกายส้มแดง ทรงมฤค (กวาง) เป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศตะวันตก และแสดงถึงอักษรวรรค ปะ (บ ผ พ ภ ม) พระพฤหัสบดีจัดว่าเป็นครูของเทวดาทั้งหลาย จึงนิยมทำพิธีไหว้ครูในวันพฤหัสบดี พระพฤหัสบดีเป็นเทวดานพเคราะห์ประเภทศุภเคราะห์ ให้ผลดังเช่นนิสัยแห่งพระฤษี นั่นคือ ผู้ใดเกิดวันพฤหัสบดี หรือมีพระพฤหัสบดีสถิตร่วมกับลัคนา มักทำอะไรด้วยความระมัดระวัง สุขุมรอบคอบ เมตตาปรานีต่อผู้อื่น ตามนิทานชาติเวร พระพฤหัสบดีเป็นมิตรกับพระอาทิตย์ และเป็นศัตรูกับพระจันทร์ ในโหราศาสตร์ไทย พระพฤหัสบดีถูกแทนด้วยสัญลักษณ์ ๕ และด้วยเหตุที่สร้างขึ้นมาจากฤษี ๑๙ ตน จึงมีกำลังพระเคราะห์เป็น ๑๙ สำหรับพระประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดีก็คือปางสมาธิ พระศุกร์ (เทวนาครี: बृहस्पति) เป็นเทวดานพเคราะห์องค์หนึ่ง ในคติไทย พระศุกร์ถูกสร้างขึ้นมาจากคาวี (วัว) ๒๑ ตัว (บางตำรากล่าวว่าสร้างจากเทพยาธร-ครึ่งเทพครึ่งมนุษย์) บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีฟ้าอ่อน แล้วเสกได้เป็นพระศุกร์ มีสีวรกายฟ้า ทรงคาวีเป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศเหนือ และแสดงถึงเศษวรรคที่ ๒ (ส ห ฬ อ) พระศุกร์จัดเป็นครูของพวกยักษ์ ซึ่งตรงข้ามกับพระพฤหัสบดีที่เป็นครูของเทพ พระศุกร์เป็นเทวดานพเคราะห์ประเภทศุภเคราะห์ ให้ผลในทางอ่อนหวาน แต่ค่อนข้างไปทางใฝ่ต่ำ นั่นคือ ผู้ใดเกิดวันศุกร์หรือมีพระศุกร์สถิตร่วมกับลัคนา มักมีกิริยาน่ารัก อ่อนหวาน ชอบงานศิลปะทุกประเภท ตามนิทานชาติเวร พระศุกร์เป็นมิตรกับพระอังคารและเป็นศัตรูกับพระเสาร์ ในโหราศาสตร์ไทย พระศุกร์ถูกแทนด้วยสัญลักษณ์ ๖ และด้วยเหตุที่สร้างขึ้นมาจากคาวี ๒๑ ตัว จึงมีกำลังพระเคราะห์เป็น ๒๑ สำหรับพระประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันศุกร์ก็คือปางรำพึง พระเสาร์ (เทวนาครี:शनि, ศนิ) เป็นเทวดานพเคราะห์องค์หนึ่ง ในคติไทย พระเสาร์ถูกสร้างขึ้นมาจากพยัคฆ์ (เสือ) ๑๐ ตัว บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีดำ แล้วเสกได้เป็นพระเสาร์มีสีวรกายดำคล้ำ ทรงพยัคฆ์เป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศตะวันตกเฉียงใต้ และแสดงถึงอักษรวรรค ตะ เล็ก (ต ถ ท ธ น) พระเสาร์เป็นเทวดานพเคราะห์ประเภทบาปเคราะห์ ให้ผลในทางรุนแรง นั่นคือ ผู้ใดเกิดวันเสาร์หรือมีพระเสาร์สถิตร่วมกับลัคนา มักมีกิริยาดุดัน แข็งแรง กล้าได้กล้าเสีย บุคลิกเคร่งขรึม ตามนิทานชาติเวร พระเสาร์เป็นมิตรกับพระราหูและเป็นศัตรูกับพระศุกร์ ในโหราศาสตร์ไทย พระเสาร์ถูกแทนด้วยสัญลักษณ์ ๗ และด้วยเหตุที่สร้างขึ้นมาจากพยัคฆ์ ๑๐ ตัว จึงมีกำลังพระเคราะห์เป็น ๑๐ สำหรับพระประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันเสาร์ก็คือปางนาคปรก พระราหู (เทวนาครี: राहु) เป็นเทวดานพเคราะห์องค์หนึ่ง ในคติไทย กำเนิดของพระราหูมีอยู่ด้วยกันสองตำนานด้วยกันคือ ๑.พระราหูถูกสร้างขึ้นมาโดยพระอิศวร หรือพระศิวะจากหัวกะโหลก ๑๒ หัว บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีทอง แล้วประพรมด้วยน้ำอัมฤตเสกได้เป็นพระราหู มีสีวรกายสีนิลออกไปทางทองแดง มีวิมานสีนิลอยู่ในอากาศ ประจำอยู่ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ (ทิศพายัพ) และแสดงถึงเศษวรรคที่ ๑ (ย ร ล ว) ๒.พระราหูเป็นโอรสของท้าววิประจิตติและนางสิงหิกาหรือนางสิงหะรา เมื่อเกิดมามีกายเป็นยักษ์และมีหางเป็นนาค พระราหูเป็นเทวดานพเคราะห์ประเภทบาปเคราะห์ ให้ผลในทางลุ่มหลงมัวเมา พระราหูเป็นมิตรกับพระเสาร์และเป็นศัตรูกับพระพุธอันมีเหตุตามนิทานชาติเวร ในอดีตชาติ พระราหูได้เกิดมาเป็นน้องร่วมท้องเดียวกันกับเทวดานพเคราะห์อีก ๒ องค์ คือ พระอาทิตย์และพระจันทร์ โดยพระราหูเกิดเป็นน้องสุดท้อง ครั้งหนึ่ง พระราหูได้ร่วมทำบุญถวายพระที่มารับบิณฑบาตร่วมกับพี่ทั้ง ๒ คน พระอาทิตย์ตักบาตรในครั้งนั้นด้วยภาชนะทอง พระจันทร์ตักบาตรด้วยภาชนะเงิน ส่วนพระราหูตักบาตรด้วยภาชนะที่ทำมาจากกะลามะพร้าว เมื่อทั้ง ๓ พี่น้องได้มาเกิดเป็นเทวดานพเคราะห์ พระอาทิตย์จึงมีรัศมีและวรรณะเปล่งปลั่งดุจทองคำ พระจันทร์มีรัศมีและวรรณะเป็นสีขาวสว่างดุจเงิน และพระราหูมีรัศมีและวรรณะเป็นสีนิลออกไปทางทองแดง (แต่ในบางตำราก็ว่ากายของพระราหูนั้นมีสีดำบ้าง สีทองบ้าง แตกต่างกันไป) สาเหตุที่พระราหูมีกายเพียงครึ่งท่อน แก้ไข มีเรื่องเล่าว่า เมื่อครั้งที่เหล่าเทวดาได้ทำพิธีกวนเกษียรสมุทรเพื่อให้ได้น้ำอัมฤตนั้นมีทั้งเทวดาและยักษ์ทั้งหลายเข้าร่วมทำพิธี พระราหูได้แอบอยู่ในกลีบเมฆ เมื่อทำพิธีสำเร็จพระราหูจึงรีบลอบดื่มน้ำอัมฤตที่เกิดขึ้นนั้น พระอาทิตย์และพระจันทร์ได้เห็นเข้าจึงรีบเอาความนั้นไปทูลบอกพระนารายณ์หรือพระวิษณุ พระนารายณ์ทราบจึงขว้างจักรตัดไปถูกกลางตัวพระราหูขาดกลายเป็นสองท่อน แต่ด้วยว่าน้ำอัมฤตที่พระราหูได้ดื่มนั้นไหลไปจนถึงกลางตัวพระราหูแล้วพอดี ครึ่งบนของพระราหูที่ถูกตัดออกจึงกลายเป็นอมตะ ส่วนครึ่งร่างนั้นได้กลายมาเป็นพระเคราะห์องค์ที่ ๙ แห่งเหล่าเทวดานพเคราะห์ซึ่งก็คือ พระเกตุ จากนั้นเมื่อครั้งใดที่พระราหูได้พบเจอพระอาทิตย์หรือพระจันทร์ พระราหูก็จะจับมากลืนกินด้วยความโกรธแค้นที่เทวดาทั้งสององค์นำเรื่องไปทูลพระนารายณ์ แต่อมไว้ในปากได้ไม่นานก็ต้องคายออกมาเพราะทนความร้อนและรัศมีของเทวดานพเคราะห์ทั้งสองไม่ได้ เกิดเป็นเหตุของปรากฏการณ์สุริยุปราคาและจันทรุปราคาตามคติความเชื่อของคนโบราณ ในโหราศาสตร์ไทย พระราหูถูกแทนด้วยสัญลักษณ์ ๘ และด้วยเหตุที่สร้างขึ้นมาจากหัวกะโหลก ๑๒ หัว จึงมีกำลังพระเคราะห์เป็น ๑๒ พระเกตุ (เทวนาครี: केतु) เป็นเทวดานพเคราะห์องค์หนึ่ง ในคติไทย พระเกตุถูกสร้างจากหางของพระราหู เนื่องจากพระราหูแอบไปขโมยน้ำอมฤตที่เทวดาได้กวนไว้ดื่ม พระอินทร์โกรธจึงขว้างจักรตัดเอวพระราหู เดชะฤทธิ์น้ำอมฤต พระราหูจึงไม่ตาย และกลับไปยังวิมานเดิม หางที่ขาดนั้นเองก็กลายเป็นพระเกตุ ประจำในทิศท่ามกลาง ให้ผลเป็นกลาง ๆ ในการพยากรณ์ จึงไม่นิยมพิจารณาพระเกตุมากนัก ในโหราศาสตร์ไทย พระเกตุถูกแทนด้วยสัญลักษณ์ ๙ สร้างพระเกตุ จากพญานาค ๙ ตัว พระเกตุ จึงมีกำลัง ๙ มีนาคเป็นพาหนะ คัมภีร์เฉลิมไตรภพ โดย พระราชภักดี (ช้าง) พิมพ์ครั้งที่ 1/2545 ISBN 9789746451635 จำนวน 78 หน้า ราคา 50 บาทหนังสือเล่มนี้มีเนื้อหาโดดเด่นในแง่การรวบรวมการกำเนิดและที่มาของเทพ เทวดาต่าง ๆ อย่างหลากหลายและอธิบายปรากฎการณ์ทางธรรมชาติตามความเชื่อต่าง ๆ ที่มีอยู่ในทุกชาติทุกภาษา ซึ่งผู้อ่านมักจะพบได้ในวรรณคดีและได้ฟังจากเรื่องเล่าที่สืบทอดกันมา อันเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาเรื่องราวในอดีต ทำให้ได้รับทราบถึงคตินิยมที่ถือปฏิบัติกันมาแต่โบราณ และได้รับความรู้ในเรื่องของขนบธรรมเนียมประเพณีที่เล่าสืบทอดกันมา ดวง 10 ลัคนา โหราศาสตร์ 10 ลัคนา หรือที่เรียกกันโดยย่อว่าดวง 10 ลัคน์ เป็นวิชาการพยากรณ์วิชาหนึ่งที่ยึดหลักการทายมาจากดวงทั่วไปหรือลัคนาเดียว คือยังใช้ดวงเกษตรเป็นหลักของดาวเจ้าเรือนใน 12 เรือน การวัดความเข้มข้นของดาวที่จะให้คุณหรือให้โทษ โดยการใช้ดวงมาตรฐาน มหาอุจจ์ มหจักร ราชาโชค นิจ ปรป็นเครื่องวัด สำหรับเรื่องของดวงทักษา 10 ลัคน์ไม่ใช้มหาทักษาการเสวยอายุ แต่ใช้ทักษาจรปีไปภูมิละ 1 ปี เมื่ออายุจรถึงภูมิอาทิตย์ ๑ ต้องนับปีถัดไปเข้าตากลาง และมี พฤหัสบดี ๕ เป็บริวาร พอปีต่อไปให้นับอายุย่างที่ภูมิจันทร์ ๒ จากนั้นก็นับไปตามปกดิ เน้นการหาดาวกาลกิณี เดช มนตรี ศรี ทั้งเดิมและจรมาประกอบทายควบไปกับดวงเดิมและดาวดาวจร นอกจากนี้ก็ยังใช้คู่มิตร คู่ศัตรู คู่ธาติ คู่สมพล และยังใช้เกณฑ์ ปัศวะ นระ กีรฏะ อัมพุ ตรีวัยเช่นเดียวกับดวงราศีจักรทั่วไป ต่างกันอย่างเดียวคือให้เอาราศี-องศา-ลิปดา ของดาวประจำวันเกิดมาหาลัคนาทั้งหมดตามเวลาเกิดหรือเวลาตกฟาก โดยไม่เว้น ในขณะที่การผูกดวงทั่วไปหรือลัคนาเดียวใช้ดาวในปฏิทินดาราศาสตร์ คือ ๑๒๓๔๕๖๗๘๙๐ มา ลด-เพิ่ม องศา-ลิปดาตามเวลาเกิดหรือเวลาตกฟาก ที่เรียกตามภาษาโหรว่า “ตัดสมผุส ณ เวลาเกิด” ซึ่งส่วนมากก็ยังเป็นตำแหน่งดาวในท้องฟ้าเหมือนเดิม ทำไมจึงต้องมีดวง 10 ลัคนา? ตามความคิดของผม คิดว่า น่าจะเป็นส่วนหนึ่ง หรืออีกเส้นทางหนึ่งต่อการพัฒนาวิชาโหราศาสตร์ เพื่อผลของการพยากรณ์ที่ง่ายและกระชับ ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อมหรือไม่มีข้อแม้มากจนสับสน ผมเคยพบกับโหรอาวุโสท่านหนึ่ง ก่อนที่ผมจะตัดสินใจมาเรียนโหราศาสตร์ ตาของท่านพิการ เป็นลุงของเพื่อนที่ทำงานอยู่แผนกเดียวกันกับผม คือแผนกนำเข้าและส่งออกสินค้ายาและเคมีภัณฑ์ของบริษัทชาวเยอรมันนี โหรอาวุโสดังกล่าว ท่านเคยทายดวงให้ผม เวลาท่านทาย ท่านจะถามย้ำถึงองศาลิปดาของดาวเสมอ และท่านทายแม่นยำดี โดยมีเพื่อนผมเป็นคนผูกดวงราศีจักร์ทั่วไปให้ ก่อนทายท่านจะถามถึงลัคนากี่องศา การถามถึงองศาของลัคนา นั่นน่าจะหมายถึงท่านต้องการทราบว่า ลัคนาเกาะนวางค์อะไร เพราะคนเราแม้จะมีลัคนาสถิตราศีเดียวกันก็จริง แต่เมื่อองศาต่างกัน นั่นย่อมหมายถึงลัคนาเกาะนวางค์ที่ต่างกัน การต่างกันของนวางค์ของลัคนานี่แหละ ที่ทำให้ผลออกมาว่าเจ้าชะตานิสัยต่างกันไป ยิ่งถ้ารู้องศาลิปดาของดาวอื่น ๆ ด้วยยิ่งเป็นการดี เพราะเราสามารถเอาองศาลิปดา ของดาวแต่ละดวงเข้าดวงนวางค์ได้ง่าย หรือหากจะพัฒนาเป็นดวง 10 ลัคน์ด้วยการคำณวนในใจไปตามอันโตนาทีของแต่ละราศีก็ย่อมทำได้ไม่ยาก ตรงนี้แหละที่ผมเริ่มสนใจ และอยากจะเรียนรู้บ้าง ก็พอดีที่ท่านถึงกรรม ก่อนที่ผมตัดสินใจเป็นศิษย์เพียงไม่กี่วัน ! จึงในวันที่รอเวลาฌาปนกิจศพ ผมจึงได้ปลีกตัวไปพบกับ อ. อรุณ เทศถมทรัพย์ ปรมาจารย์ทาง 10 ลัคน์ตัวจริงซอยบางยี่ขัน แล้วลงมือศึกษา 10 ลัคนาเรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้ การผูกดวง 10 ลัคนา ทำอย่างไร ? ความจริงการผูกดวง 10 ลัคนา เข้าใจว่าหลายคนทำได้ ที่ผมกล่าวเช่นนี้ เพราะเมื่อใครก็ตามสามารถผูกดวงราศีจักรธรรมดา หรือที่ผมนิยมเรียกว่า ดวงลัคนาเดียวได้ โดยการนำเอาราศี-องศา-ลิปดาของอาทิตย์ในวันที่เจ้าชะตาเกิดมาผูกดวงหาลัคนาได้ ราศี-องศา-ลิปดาของดาวอื่น ๆ เช่นดาว ๒๓๔๕๖๗๘๙๐ ก็นำมาหาลัคนาได้เช่นเดียวกัน และกรรมวิธีการทำก็ทำแบบเดียวกัน ยกเว้น ๘ และเกตุ ๙ ที่ต้องย้อนกลับ เพราะเดินสวนทางกับดาวอื่น แต่ลัคนาจะของดาวอะไรก็ตามเมื่อหาได้แล้วไม่ต้องใส่ ส หรือ ล แทน ใช้ดาวแต่ละดาวไปเลย ด้วยเหตุนี้ดวง 10 ลัคน์จึงเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าดวงไม่มีลัคน์ เพราะไม่มี ส และ ล นั่นเอง แต่ที่จริงแล้วเห็น อาทิตย์ (๑) สถิตราศีใด นั่นแหละเป็นลัคนาของคน ๆ นั้น ๑ จะเป็นลัคนาประธานที่สำคัญที่สุด ลัคนาของดาวอื่นเป็นลัคนาประกอบ หรือเป็นลัคนาบริวาร เพราะตามหลักดาราศาสตร์แล้วดาว ๒๓๔๕๖๗๘๙๐ เป็นดาวบริวารของอาทิตย์ ไม่มีแสงสว่างของตนเอง ทว่าดาวดังกล่าวล้วนมีความสำคัญ ไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน คนมาจากดาวหรือดาวมาจากคน? ในคน ๆ หนึ่งจะขาดดาวใดดาวหนึ่งไม่ได้เลย ทุกดาวมีเอกลักษณ์เกี่ยวข้องกับตัวเรา โดดเด่นไปคนละทิศทาง ดังผมจะนำมากล่าวให้เห็นชัดดังนี้ ๑ อาทิตย์ เป็นดาวขนาดใหญ่ เป็นขุมกำลังของพลังงาน ความร้อน และแสงสว่างที่ก่อให้เกิดมวลมนุษย์และสรรพสิ่งมีชีวิตทั้งปวง อาทิตย์โคจรไป ณ ที่ใดของโลก (โลกหมุนเอาด้านใดไปหาพระอาทิตย์)ที่นั่นจะสว่างไสว อบอุ่น ในความสว่างไสวยังได้แฝงเร้นพลังงานไปสู่มวลสัตว์โลก ตลอดจนพืชผักผลไม้ เมื่อเราบริโภคสิ่งดังกล่าว จึงมีพลังงาน สามารถทำอะไรได้อย่างเข้มแข็ง ถ้าเราขาดการบริโภคพืชผักผลไม้ก็ย่อมไม่สามารถมีชีวิตอยู่รอดได้ เมื่อเป็นดังนี้ก็เท่ากับว่า เพราะมีอาทิตย์เราจึงเกิดและมีชีวิตอยู่รอดได้ พืชพันธุ์ธัญญาหารก็เจริญเติบโต ขาดพระอาทิตย์โลกเราคงหนาวเหน็บจนไม่มีสิ่งมีชีวิตอย่างแน่นอน ในทางโหราศาสตร์กำหนดเอาอาทิตย์ไว้ทาย เกียรติยศ ชื่อเสียง ศักดิ์ศรี การยึดมั่นถือมั่นในตนเอง ท่านบุรพาจารย์ได้รจนาไว้ว่า ทายยศศักดิ์ ทายอาทิตย์ ๒ จันทร์ ดาวดวงนี้แม้จะเป็นดาวเล็กแต่ก็เป็นดาวที่มีอิทธพลมาก และอยู่ใกล้โลก สามารถมองเห็นชัดเจนในข้างขึ้นดาวจันทร์ ๒ ในหลักของโหราศาสตร์ ใช้ทายโชคลาภประจำวัน เป็นดาวที่บ่งบอกถึงความสวยงาม ไม่ว่าของคนและสัตว์ถ้าจันทร์ ๒ในดวงชะตาของใครได้ตำแหน่งดี จะเป็นคนมีรูปร่างสวย มีเสน่ห์น่ารัก ตามตำนานกล่าวว่าทายจริตให้ทายจันทร์ ๒ ซึ่งเกี่ยวข้องกับคนเราโดยตรง เมื่ออาทิตย์ ๑ ทำให้เราเกิดและมีชีวิต ดาวจันทร์ ๒ จะเข้ารับหน้าที่ความน่ารัก จะห็นได้ว่าเด็กหรือสัตว์เลี้ยงที่เกิดใหม่ อายุอยู่ในระหว่าง 8 เดือนถึง 1 ขวบจะน่ารัก ๓ อังคาร โดยพื้นฐานแล้วเอามาทายเรื่องความขยันขันแข็ง เอาจริง มีความพยามยามดี ค่อนข้างตรงไปตรงมา โผงผางแบบนักเลง เทียบกับเด็กในระยะ 1-2 ขวบที่จะซุกซน ไม่เคยหยุดนิ่ง นอกจากนอนหลับ ตามตำราโหรเอามาทาย กล้าแข็งขยัน ๔ พุธ ดาวดวงนี้เป็นดาวที่ทำหน้าที่เรื่องการหัดพูด จะพูดเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับดาวในดวงชะตา เด็กที่มีดาวดวงนี้กุมลัคนาจะพูดได้เร็ว เด็กจะพูดชัดเจน หรือคล่อง อายุจะอยู่ในช่วง 3-4 ขวบ ดาวพุธ ๔ ตามตำนานเอามาทายเรื่องการพูดคือ พูดจาอ่อนหวานให้ทายพุธ ๔ ๕ พฤหัสบดี ดาวดวงนี้เน้นเรื่องวิชาการ ความรู้ คุณธรรม ความรับผิดชอบ เด็กเมื่อพูดชัด พูดคล่อง ก็จะถูกส่งตัวเข้าโรงเรียน เพื่อการเรียนรู้วิชาการต่าง ๆ ช่วงการที่ต้องอยู่ในสถานการศึกษา เป็นช่วงยาวนาน จนเติบโตเป็นหนุ่มเป็นสาว เฉพาะดาวพฤหัสบดี ๕ ทางโหรเอาทายเรื่องปัญญาบริสุทธิ์ ต้องทายพฤหัส ๖ ศุกร์ เอามาทายกามกิเลสกำดัด คือทายการลุ่มหลงมัวเมาในรูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัสอันนุ่มนวล คนหนุ่มสาวทุกคนต้องผ่านตรงนี้ ไม่มีใครไม่อยากมีรูปสวย รสดีชอบกันทุกคน กลื่นหอมก็ชอบ เสียงเพราะก็ชอบ สัมผัสที่นุ่มนวล มีใครบ้างที่ไม่ชอบ? นอกจากนั้นดาวดวงนี้ยังหมายถึงการเงิน ดาวดี การเงินดี เมื่อมีเงินรูปก็ต้องสวยตาม รสก็ต้องเลือกแต่ที่เป็นเลิศ ฯลฯ และสุดท้ายความรักก็จะดีตามไปด้วยอย่างไม่ต้องสงสัย ไม่เคยเห็นใครที่มีเงินแล้วผิดหวังเรื่องความรัก จะมีบ้างเป็นส่วนน้อย ๗ เสาร์ เป็นดาวโทษทุกข์ ตามตำนานกล่าวไว้ว่าทายโทษทุกข์ให้ทายเสาร์ คนเราเมื่อมีรักก็มีทุกข์เป็นของคู่กัน รักถ้าสมหวังเป็นสุข ๆ ทั้งกายทั้งใจ แต่ถ้าผิดหวัง จะเป็นทุกข์ รักเขาข้างเดียวเป็นทุกข์ ของรักถูกพรากหรือคนอื่นช่วงชิงไป เป็นทุกข์ จะมากหรือน้อยขึ้นกับดาวดวงนี้ ๘ ราหู ดาวดวงนี้เขาว่าไม่ใช่ดาว เป็นเพียงเงา ผมว่าช่างมันเถอะจะเป็นอะไรก็ช่าง แต่เท่าที่สังเกต เวลามันจรมาเล็งลัคน์ทีหนึ่งหรือทับลัคน์ทีหนึ่ง ก็มีแต่เรื่องวุ่นวาย ทั้งด้านการงานการเงิน ปั่นป่วนไปหมด ตามตำนานเขาเอามาทายเรื่องมัวเมา ก็ต้องมัวเมาล่ะครับ เพราะมันเจอหลายปัญหาเหลือเกิน งานก็ไม่มีทำ เจ้าหนี้ก็ทวง ความรักเริ่มขม แบบนี้ก็ต้องเมากันหน่อย เพราะพอเมาได้ที่แล้วมันลืมไปชั่วคราว หายเมาก็กลุ้มใหม่ เลยต้องดื่มระงับอีก กลายเป็นมัวเมาไปตลอดชาติ แต่มันก็มีดีเหมือนกันนะครับ ถ้ามันเกิดได้ตำแหน่งดีขึ้นมา ๙ เกตุ นี่เขาก็ว่าไม่ใช่ดาวเหมือนกัน ทางโหรเขาเอามาทายเรื่องอายุยืน ความจริงเรื่องอายุยืนนี่ เอาดาวอายุในดวงชะตามาทาย ชัดเจนกว่า แต่เมื่อตำนานเขาว่าอย่างนั้นก็ว่ากันไปตามตำนาน ไปขัดเขามากเดี๋ยวจะมีปัญหา แต่ก็ขอบอกให้คิดนะครับ….ไม่ต้องตอบหรอกว่า คนมันเมาทุกวัน…จะอายุยืนได้อย่างไร? ๐ มฤตยู เทพเจ้าแห่งความตาย ตามตำราโลกธาตุว่าทายอาเพทให้ทาย ๐ มฤตยู ดาวดวงนี้เป็นอย่างนั้นจริง ๆ ถ้าเล็งลัคน์ใครก็ทำลายคู่ แต่ก็เรียนโหราศาสตร์ได้ดี กุมลัคน์ก็เช่นเดียวกัน ขอเพียงในพื้นที่ที่มันอยู่อย่ามีอย่างอื่นอยู่ด้วยก็แล้วกัน มันจะทำลายทันที เช่นคนที่ดาวอายุกุมลัคน์แล้วมี มฤตยุ ๐ เล็งหรือทับลัคน์ จะเป็นคนขี้โรค แต่อายุยืน ดังนี้เป็นต้น อาจารย์ผมก็ถึงแก่มณะกรรมด้วยดาวดวงนี้ เพราะมันถอยหลังกลับเข้ามาในราศีที่ลัคนาอาจารย์ผมสถิต ผมจึงไม่ค่อยถูกกับมันสักเท่าใร คือสรุปแล้วคนโบราณหรือโบราณาจารย์ท่านเป็นคนฉลาดชนิดที่คนสมัยนี้คิดไม่ถึง ที่เอาดาวทั้ง 10 ดวง คือ ๑๒๓๔๕๖๗๘๙๐ มาแทนเรื่องราวที่เกี่ยวกับคนได้อย่างเหมาะเจาะในแต่ละวัย ดังนั้นจึงการจะสังเกตุความเป็นไปของชีวิตว่าดีหรือร้าย สังเกตุได้จากดาวเหล่านี้ เพราะท่านโบราณาจารย์ได้ทดสอบเก็บสถิติมาหลายรอบจนเชื่อถือได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งถ้าเราจะนำมาเปรียบเทียบกับสถิติศาสตร์ก็ไม่น่าจะแตกต่างกัน การทายจร เรื่องการทายจรเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ค่อนข้างจะสับสน โดยเฉพาะคนที่เริ่มใหม่ ดังนั้นความคิดเห็นที่ผมจะเขียนต่อไป เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัว พบมาอย่างไรก็จะว่าไปตามที่เห็น ขออย่าได้ยึดเป็นตำรา โดยเฉพาะดวงในระบบที่ต่างไปจาก 10 ลัคน์ เพราะดวงแบบอื่นผมศึกษามาน้อยไม่ค่อยจัดเจน ถ้าขืนเอาข้อคิดเห็นนี้ไปใช้อาจจะไม่ตรงตามความเป็นจริงแล้วจะเกิดความเสียหายได้ หลัการทายจร มีอยู่ 3 ขั้นตอน คือ 1.การทายจรปัจุบัน หมายถึงเขามาหาให้เราทายหรือพยากรณ์เมื่อใดเราก็เอาดาวจรในขณะนั้นมาทาย 2.การทายจรอนคต เป็นการทายเหตุการที่จะเกิดขึ้นต่อไปข้างหน้า จะเป็นในระยะใกล้หรือไกลก็แล้วแต่ ตรงนี้เราต้องจำได้ว่า ณ เวลาที่ต้องการทายนั้นดาวอะไรโคจรอยู่ในราศีใด 3.การทายจรอดีต ทางหนึ่งเป็นการตรวขเช็ดดวงชะตาว่าถูกต้องหรือไม่ อีกทางหนึ่งเป็นการสร้างศรัทธาต่อผู้มาให้พยากรณ์ เพราะการทายเหตุการณ์ในอดีตถ้าถูกต้อง ก็จะได้รับความเชื่อถือ การทายจรทั้ง 3 ขั้นตอนนี้ การทายจรอดีตเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ทายผิดไม่ได้ ดังนั้นถ้าอยากจะมีชื่อเสียงในการเป็นโหรต้องระมัดระวังให้มาก และการจะทายจรดวงชะตาของคนที่เขาเข้ามานั่งอยู่ตรงหน้า ควรกระทำเป็นอันดับแรก ก่อนจะทายเรื่องอื่น บางคนหรือส่วนมาเราจะจับเอาดาว ๗-๘-๕-๓ มาทาย ยิ่งถ้าจับเอาตอนที่เป็นกาลกิณีจร ๆ เข้าทับลัคน์หรือเล็งลัคน์ยิ่งจะชัดเจนมาก เช่นคนที่เกิดวันพุธ แล้วมีดาวอังคาร ๓ กุมลัคนาในดวงชะตา ปีไหนอังคาร ๓ จรเป็นกาลกิณี ซึ่งต้องมาถึงลัคน์แน่ ไม่ทับก็เล็งอย่างใดอย่างหนึ่ง ทายเรื่องอุบัติเหตุ เสียเงินกับรถ เช่นซ่อมหรือเปลี่ยนรถ ถูกโกง เดือดร้อนเรื่องการเงิน มีคนมายืมแล้วไม่คืน ดังนี้เป็นต้น สำหรับเสาร์ ๗ หรือราหู ๘ เล็งลัคน์ทับลัคน์ปีไหน ทายปีนั้น ยุ่งเรื่องงาน ออกจากงาน ย้ายบ้าน ย้ายงาน การเงินขัดข้อง ธุรกิจติดขัด ครอบครัวมีปัญหา(ถ้าเล็ง) ยิ่งถ้าเป็นกาลกิณีจรจะยิ่งให้โทษรุนแรง เมื่อการทายจรอดีตผ่านไปด้วยดี เหลือการทายจรปัจจุบันและอนาคต เป็นเรื่องง่าย ๆ ทายไปตามเรือนชะตา 12 เรือน และเรือนทักษาอีก 8 เรือน ขั้นต้นจับเอาตอนที่ดาวปัตตานิเป็นกาลกิณี ทายเรื่องคู่ที่พูดกันไม่รู้เรื่อง หรือพูดกันคนละภาษา บางรายครอบครัวแตกแยก ดาวกะดุมภะเป็นกาลกิณีรายจ่ายมากกว่าปกติ เดือนร้อนทางการเงิน ดาวเจ้าเรือนสหัชชะเป็นกาลกิณี เพื่อนทำพิษเช่นยืมเงินแล้วไม่คืน หรือเพื่อนเลื่อยขาเก้าอี้คิดแย่งตำแหน่งงาน หรือดาวอุตสาหะเป็นกาลกิณี เบื่องานออกจากงาน ดาวมูลละเป็นกาลกิณี เดินทาง ขายของเก่ากิน อยากขายที่ขายบ้านปลดหนี้ ดาวมนตรีเป็นกาลกิณี ทายเรื่องขาดที่พึ่ง บางรายบิดามารดาเสีย คือร่มโพธิ์ทองหักโค่นนั่นเอง ดาวอายุเป็นกาลกิณี เจ็บป่วยเข้าโรงพยาบาล สำหรับดาวพฤหัสบดี ๕ ถ้าเขาเรือนอริ มรณะ วินาสน์ เป็นกาลกิณีจร ออกจากงาน ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเจ้านาย ธุรกิจติดขัด การเงินหมุนไม่ทัน ถ้าไม่เป็นกาลกิณีจร ดาวพฤหัสบดี เป็นดาวเทพเจ้าแห่งโชคลาภ จรทับลัคน์ จรเข้าลาภะลัคนามีโชคทั้งปี จรเข้าเล็ง ได้คู่เหล่านี้เป็นต้น ดาวศุกร์ ๖ หรือดาวพุธ ๔ ทายเรื่องโชคลาภประจำเดือนที่จรเข้าสัมพันธ์ดีต่อลัคนา ถ้าดาวศุกร์ ๖ จะเป็นเรื่องความรักและการเงินโดยเฉพาะ คือช่วงที่ดาวศุกร์ ๖ สัมพันธ์ดีกับลัคนา การเงินไม่ขัดข้อง ความรักหวานแหวว ส่วนดาวพุธ ๔ เป็นลาภจากการติดต่อ การเจรจา การทำสัญญา คนที่เกิดวันอาทิตย์ใช้ได้ดี อาทิตย์ ๑ หมายถึงการเดินทาง เดินทางเดือนไหนเอาอาทิตย์มาทาย การได้ตำแหน่งหน้าที่การงาน ชื่อเสียงเกียรติยศ จรเข้าทับลัคน์เล็งลัคน์ทายได้ไม่ผิด การทายจรโดยใช้ดาวจรที่กล่าวมาเป็นการทายเวลาดาวนั้น ๆ จรเข้าทับลัคน์ เล็งลัคน์หรือสัมพันธ์กับลัคน์ ส่วนดาวจรกระทบดาวในดวงชะตาก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง ตรงนี้ต้องทำความเข้าใจให้ดี เช่นลัคนาสถิตราศีเมษ ในดวงชะตามมีดาวอังคารสถิตราศีกุมภ์ พออังคารจรๆ เข้ามาในราศีสิงห์ ก็เท่ากับ อังคารร่วมธาตุกับลัคนาและเล็งอังคารเดิม ทำให้เกิดอุบัติเหตุรถคว่ำ แต่ถ้าที่ราศีกุมภ์มีดาวพุธอยู่ด้วย ก็ต้องทายระวังเจ็บปากเจ็บฟันด้วย เพราะอังคารจรเข้าเล็งพุธ แบบนี้การอ่านหนังสือโลกธาติเรื่องชาติเวรบ่อย ๆ จะทำให้การทายจรดาวกระทบดาวหลากหลายขึ้น เพราะจะทำให้จำง่าย ทว่าจะอย่างไรก็ตามอย่าลืมเรื่องทักษาเป็นอันขาด คือเอาทั้งทักษาเดิม ทักษาจรปี ทักษาจรเดือนได้ยิ่งดี เพื่อให้ดูง่ายไม่วกวน ให้คุณลองลากเส้นคู่ขนาน 2 เส้น แนวนอน ระหว่าง 2 เส้นห่างกัน 2 ซม. ยาวซัก 6 ซม. แล้วลากเส้นคู่ขนานอีก 2 เส้นในแนวตั้งให้มีช่องว่าห่างกัน 2 ซม.ตัดกับเส้นคู่ขนานเดิม จะเกิดช่องว่างที่เส้นคู้ขนานตัดกันรวมแล้ว 9 ช่อง ๆ กลางจะเป็นรูปสี่เหลี่ยมด้านเท่า แต่ถ้าอยากเป็นโหรดังต้องทำดังนี้ 1. ต้องจำและนับเลข ๑๒๓๔๕๖๗๘๙๐ ได้ขึ้นใจ 2. ต้องจำได้ว่าเลขทั้งหมดนี้เขาเอามาแทนดาว 10 ดวง เริ่มกันที่ ๑ แทนดาวอาทิตย์ ๒ แทนดาวจันทร์ ๓ แทนดาวอังคาร ๔ แทนดาวพุธ ๕ แทนดาวพฤหัสบดี ๖ แทนดาวศุกร์ ๗ แทนดาวเสาร์ ๘ แทนดาวราหู ๙ แทนดาวเกตุ ๐ แทนดาวมฤตยู 3. เมื่อแทนดาวเรียบร้อยแล้วเขาก็กำหนดให้จำง่าย ๆ ว่า ทายยศศักดิ์ทายอาทิตย์ ๑ ทายจริตให้ทายจันทร์ ๒ ทายกล้าแข็งขยันทายอังคาร ๓ ทายอ่อนหวานให้ทายพุธ ๔ ทายปัญญาบริสุทธิ์ทายพฤหัส ๕ ทายกิเลสกำดัดให้ทายศุกร์ ๖ ทายโทษทายทุกข์ให้ทายเสาร์ ๗ ทายมัวเมาให้ทายราหู ๘ ทายอายุยืนให้ทายเกตุ ๙ ทายอาเพททายมฤตยู ๐ 4. เมื่อจำได้ว่าดาวอะไรทายอะไร ก็ต้องจำเพิ่มอีกว่าดาว ๑-๗ เป็นดาวคู่ธาตุไฟ ๒-๕ เป็นดาวคู่ธาตุดิน ๓-๘ เป็นดาวคู่ธาตุลม ๔-๖ เป็นดาวคู่ธาตุน้ำ ๙-๐ เป็นดาวไม่มีธาตุ คือกลาง ๆ ตามตำนานเขาจัดให้เป็นวิญญาณธาตุ 5. เมื่อรู้ว่าดาวอะไรเป็นธาตุอะไร ต้องจำอีกว่า ดาวอะไรเป็นดาวที่เป็นคู่มิตรเช่น ๑-๕ ๒-๔ ๖-๓ ๘-๗ เขามีกลอนยกำกับว่า อาทิตย์เป็นมิตรกับครู จันทร์โฉมตรูพุธนงเยาว์ ศุกร์ปากหวานอังคารรับเอา ราหูกับเสาร์เป็นมิตรแก่กัน 6. ธรรมดาเมื่อมีดาวคู่มิตรก็ต้องมีคู่ศัตรูเช่น ๑-๓ ๒-๕ ๖-๗ ๔-๘ นี่คือคู่ศัตรูหลักที่ส่งผลชัดเจนดีเมื่อเอามาทาย 7. นอกจากที่ว่ามาแล้วยังมีดาวคู่สมพลอีก ที่ต้องจำได้ คือ ๑-๖ ๒-๘ ๓-๕ ๔-๗ 8. เมื่อรู้เรื่องหรือจำได้มาถึงข้อที่ 7. แล้วก็ยังไม่จบ ต้องรู้ว่าดาวที่เป็นคู่ธาตุนั้นมันช่วยกันเสริมธาตุให้แก่กันและกัน เช่น ๑ กับ ๗ จะเสริมเรื่องชื่อเสียง ๒ กับ ๕ เสริมเรื่องการมีเสน่ห์และวิชาการดี เรียนเก่ง ๔ กับ ๖ เสริมเรื่องความมีเสน่ห์และเซ็กซี่ด้วย ๓ กับ ๘ เสริมเรื่องความบ้าบิ่น หรือบ้าระห่ำมากกว่าปกติ ดังนี้เป็นต้น 9. สำหรับคู่สมพล คู่มิตร ก็คล้ายกันคือเพิ่มกำลังให้แก่กันและกัน 10. คู่ศัตรูนี่แน่นอนว่าเป็นการทำลายล้างกันให้พังกันไปข้างหนึ่ง จากข้อ 8.9.10. นี่ผมบอกเพียงสังเขปเท่านั้นนะครับ เอาพอเป็นตัวอย่าง ต้องหัดคิดเอาเองบ้าง จึงจะเก่ง 11.ขอสรุปว่าดวงดาวทั้ง 10 ดวงนี้เป็นดาวที่สำคัญมาก มีอิทธิพลต่อชีวิตเรามากที่สุด 12.เมื่อรู้เรื่องดวงดาวแล้ว ก็จะมาถึงเรื่องของโลกที่เราอาศัยอยู่ โลกเราเป็นรูปทรงกลม เราต่างก็ปลูกบ้านเรือนทำมาหากินหลับนอนอยู่บนผิวโลก 13.โลกของเราเคยเห็นบางตำราเขาบอกว่าเป็นดาวดวงหนึ่ง คือดาวสีน้ำเงิน 14.โลกไม่มีใครไปแบ่งออกเป็นกลางวันกลางคืน มันเป็นของมันเอง คือข้างที่หันไปหาพระอาทิตย์เป็นกลางวัน ฝั่งตรงกันข้ามเป็นกลางคืน กลางวันคนและสัตว์ ต้องออกไปทำมาหากิน ส่วนที่เป็นกลางคืนคำมืดก็หลับนอนพักผ่อน สลับกันไปสลับกันมานานแล้ว จะนานสักกี่ปีผมเองก็ไม่ทราบ ไม่อยากจะเดาหรืออวดรู้ 15. โลกเรามีการหมุนรอบตัวเองรอบหนึ่ง 24 ชม. เริ่มต้นกันที่ 6.00 น. ของทุกวัน พร้อม ๆ กันมันก็หมุนรอบพระอาทิตย์ไปด้วย 1 รอบใช้เวลาประมาณ 365 วัน จะครบรอบหนึ่งประมาณ วันที่ 13 เมษายนของทุกปี 16.เรื่องของโหราศาสตร์ เบื้องต้นเขาแบ่งโลกออกเป็น 4 ส่วน แล้วก็แบ่งออกเป็น 8 ส่วน แล้วก็เป็น 12 ส่วน แล้วก็เป็น 36 ส่วน แล้วก็เป็น 108 ส่วน แล้วก็แบ่งเป็น 144 ส่วน แล้วก็แบ่งเป็น 360 ส่วน 17. แต่ในที่นี้เราเอาเพียงการแบ่งออกเป็น 8 ส่วน และ 12 ส่วนมาใช้ก่อน เพราะเป็นเรื่องสำคัญ เป็นหลักพื้นฐานของโหราศาสตร์ 18. การแบ่งออกเป็น 8 ส่วนเขาเอามาใช้เป็นดวงทักษา โดยในแต่ละส่วนท่านบูรพาจารย์ได้จัดให้ดาว 8 ดาวเข้าครอบครองเป็นเจ้าของพื้นที่ (ลองเขียนภาพออกมานะครับ จะได้เข้าใจง่าย) 19. เมื่อเขียนภาพออกมาแล้ว ส่วนบนสุด จะเป็นทิศตะวันออก ตรงกันข้ามจะเป็นทิศตะวันตก ขวามือทิศใต้ ซ้ายมือทิศเหนือ นอกจะเป็นทิศเฉียง ลองนับเองบ้าง 20. สำหรับดาวที่เข้าประจำพื้นที่ดังกล่าวมีดังนี้ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ดาว ๑ ตรงกันข้ามกับทิศนี้คือทิศตะวันตกเฉียงใต้ดาว ๗ ทิศตะวันออกตรงดาว ๒ ทิศตรงกันข้าม คือทิศตะวันตก ดาว ๕ ทิศตะวันออกเฉียงใต้ คือดาว ๓ ตรงกันข้าม คือทิศตะวันตกเฉียงเหนือดาว ๘ ทิศใต้ดาว ๔ ทิศตรงกันข้ามดาว ๖ ครบ 8 ทิศพอดี 21.ข้อควรสังเกตุ เพื่อให้จำง่าย ขอให้ท่านลองเขียนภาพขึ้นมา แล้วจะเห็นว่า ทิศตรงคือตะวันออกกับตะวันตก ดาวที่ครอบครองอยู่เป็นดาวธาตุดิน คือ ๒ และ ๕ 22. ทิศตรงอีกคู่หนึ่ง คือทิศทิศใต้ และเหนือดาวที่ครอบครองอยู่คือ ๔ และ ๖ 23. จะเห็นว่าดาวทั้ง 4 ทิศที่ว่าล้วนเป็นดาวศุภเคราะห์ทั้งนั้น คือ ๒๔๕๖ 24. นับวนตามเข็มนาฬิกาจาก ๒๔๕๖ ดาวศุภเคราะห์ 4 ดาวนี้จะถูกกำหนดกำลังแต่ละดาวเอาไว้ เพื่อประโยชน์ในการจัดเป็นดาวคู่สมพลในโอกาสต่อไป โดยจัดให้ดาว ๒ มีกำลัง 15 ดาว ๔ มีกำลัง 17 ดาว ๕ มีกำลัง 19 ดาว ๖ มีกำลัง 21 คือกำลังจะเพิ่มขึ้นทีละ 2 ๆ เสมอ 25. เป็นเรื่องของดาวที่ครอบครองอยู่ในทิศเฉียง คือดาว ๑๓๗๘ เริ่มที่ตะวันออกเฉียงเหนือ ตะวันตกเฉียงใต้ ตะวันตกเฉียงใต้ ตะวันตกเฉียงเหนือ 26. นับวนตามเข็มนาฬิกาเช่นกัน เริ่มที่ ๑๓๗๘ ดาวทั้ง 4 นี้ถูกแบ่งแยกออกเป็นดาวบาปเคราะห์ จะมีกำลังของแต่ละดาวดังนี้ดาว ๑ กำลัง 6 ดาว ๓ กำลัง 8 ดาว ๗ กำลัง 10 ดาว ๘ กำลัง 12 กำลังประจำดาวจะเพิ่มขึ้นทีละ 2 เช่นเดียวกับดาวศุภเคราะห์ แต่เมื่อนำมารวมกันแล้วน้อยกว่า 1 เท่าตัว 27. ทีนี้ผมจะนำมาสรุปรวมกัน 28. ให้ช่องบนสุดเป็นทิศตะวันออก ตรงกันข้ามเป็นตะวันตก ซ้ายมือสุดเป็นทิศเหนือทขวามือเป็นทิศใต้ นอกนั้นเป็นทิศเฉียง 29. ช่องทิศตะวันออกเฉียงเหนือใส่ดาวอาทิตย์ ๑ วนไปทางขวามือช่องที่ 2 ใส่ดาวจันทร์ ๒ ช่องที่ 3 เป็นอังคาร ๓ 30. ทีนี้ให้ดูช่องที่ตรงกันข้ามกับอาทิตย์ ๑ ให้ใส่ดาวเสาร์ ๗ คู่ธาตุไฟ 31. ช่องที่ตรงกันข้ามกับดาวจันทร์ ๒ ให้ใส่ดาวพฤหัสบดี ๕ คู่ธาตุดิน 32. ช่องตรงกันข้ามกับอังคาร ๓ ให้ใส่ราหู ๘ คู่ธาตุลม 33. ช่องตรงกันข้ามกับพุธ ๔ ให้ใส่ดาวศุกร์ ๖ คู่ธาตุน้ำ 34. นี่แหละครับคือดวงทักษา จากดวงทักษานี้เราจะได้ดาวที่เป็นคู่ธาตุ ๑๗-๒๕-๓๘-๔๖ ครบสี่คู่ 35. ได้คู่สมพล ๑๖-๒๘-๓๕-๔๗ 36. ต้องจำให้ได้นะครับ รวมทั้งคาถากำกับ คือ บริวาร-อายุ-เดช-ศรี-มูลละ-อุตสาหะ-มนตรี-กาลกิณี 37. หลักการใช้ดวงทักษา คือ เกิดวันใดให้ใช้ดาวประจำวันเกิดเป็นบริวาร…..เช่นเกิดวันจันทร์ ๒ ก็เป็นบริวาร เกิดวันพฤหัสบดี ๕ เป็นบริวาร ฯลฯ ท่องให้จำก่อนนะครับแล้วจะมาต่อให้อีก
ดวง 10 ลัคนา ดูดวงสมพงษ์ เนื้อคู่ ดูดวงความรัก
| ข้าพเจ้าทั้งหลาย…ขอประนตน้อมนมัสการ ครูอาจารย์ผู้ฝึกสอน ให้เรียนรู้ปกรณ์โหราศาสตร์ คณะวิทยกิจ ขอสิ่งประสิทธิสรรพ มงคลสวัสดี จงมีแก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย ผู้มุ่งกมลประสาทโสมนัส จัดผจงเจตน์บำบวงสรวงสิทธิเคารพ นบนอบพร้อมกายวจีจิต บรรจงสรรพสักการามิศ อุทิศแด่ท่านบูรพาจารย์ อ้างจำเดิมกาล พรหมทั้ง ๔ อันมีกสิณพรหมเป็นอาทิ เหตุผู้บำเพ็ญฌาณ ประเภทเลขคำนวณกิจ เสริมประสิทธิ์สฤษดิ์สรรพคำภีร์ โดยวิถีทางโหราศาสตร์ ตั้งอสีติธาตุ สุริยาตรสารัมย์ สุริย์จันทร์ประจำ ลัคนาราศีจักร รอบรู้ลักษณาดาราศาสตร์ ทบทวนธาตุแบ่งปัน ปักษ์ดิถีเดือนวัน ฤดูกาลสิบสองฐานนพเคราะห์ รู้แม่นเหมาะภูมิภิภพ แจ้งเจนจบญาณวิถี จงปราณีรับสักการ สรรพพิธานพลีกิจ ซึ่งจงจิตอภิวันท์ สมประโยชน์พลันเชิญช่วย เอื้ออำอวยพรพิสุทธิ์ ให้แก่กุลบุตรหลาน ผู้ศึกษาในโหราศาสตร์ปกรณ์ ทั้งผู้สอนและผู้เรียน จงเพียรเพิ่มพูนสวัสดิ์ ให้แจ้งจัดเจนจำทรง แม่นมั่นคงทุกคำภีรื ขออย่ามีวิปลาศ ด้วยอำนาจประนามนบ น้อมเคารพอาจารีย์ จงบันดาลดลให้ ผู้เรียนจงได้รู้สะดวกสมประสงค์ ประสิทธิเทอญ.. |

|






