ยามอัฐกาลชั้นฉาย 1 ยามใช้เวลา 1 ชม.30 นาที วันอาทิตย์
วันอาทิตย์ ยามที่ 1 ยามนคร ยามสุริชะ (06:00-07:30) สุริชะ รุ่งอรุณแดดอุ่นอ่อน เมื่อวานรเนรคุณลิงรุ่นจิ๋ว เห็นรังนกกระจาบบนปลายงิ้ว ก็ไพล่พลิ้วเข้าอาศัยอยู่ในรัง ระวังคนแปลกหน้าเข้ามาไม่รู้จุดประสงค์
วันอาทิตย์ ยามที่ 2 ยามนคร ยามศุกระ (07:30-09:00) ศุกระ ไอ้ลิงไพรใจโกหก ลวงให้นกรักใคร่เหมือนใจหวัง จนปักษีมีไข่มิได้ระวัง เพราะเชื่อฟังลมลิงไม่กริ่งใจ จะมีคนมาพูดจาเล่นลิ้น หลอกลวง อย่าเชื่อ
วันอาทิตย์ ยามที่ 3 ยามยายี ยามพุธะ (09:00-10:30) พุธะ ไอ้ลิงป่าอุลามก เห็นไข่นกนึกหมายน้ำลายไหล เอาขึ้นจูบลูบคลำแล้วกำไว้ อยากจะใคร่ได้กินแลบลิ้นเลีย มีการลักลอบ สืบความลับ หรือ คิดไม่ซื่อ ให้ระวังทรัพย์สิน
วันอาทิตย์ ยามที่ 4 ยามนคร ยามจันเทา (10:30-12:00) จันเทา เอาไข่เข้าใส่ปาก กระโดดจากต้นงิ้วพลิ้วไปเสีย แล้วซ่อนตัวกลัววิหคนกตัวเมีย เอามือเกลี่ยกลบไข่ให้ลี้ลับ ระวังคนที่มาอาศัยอยู่ด้วยจะหักหลัง หรือ ขโมยข้าวของในบ้าน
วันอาทิตย์ ยามที่ 5 ยามยายี ยามเสารี (12:00-13:30) เสารีสกุณีไม่เห็นไข่ ก็สงสัยลิงจุ่นหมุนไปจับ พบลิงไพรถามไถ่ก็ไม่รับ ทุ่มเถียงกับนกกระจาบถึงหยาบคาย ของหายไป ได้แต่สงสัย ยังจับใครไม่ได้ และยังไม่เจอของกลาง
วันอาทิตย์ ยามที่ 6 ยามนคร ยามครู (13:30-15:00) ครู บาตาปะโสพิพากษา ว่ามืงมาอาศัยไข่เขาหาย บอกจริงๆลิงจุ่นอย่าวุ่นวาย ลิงผู้ร้ายกลับเถียงขึ้นเสียงดัง รู้ตัวคนทำผิด แต่ยังไม่พบของที่หายไป
วันอาทิตย์ ยามที่ 7 ยามยายี ยามภุมมะ (15:00-16:30) ภุมมะ พระสิทธาคว้าเชือกเถา มัดลิงเข้าศอกชิดติดสันหลัง จึงคืนไข่ให้กระจาบคาบไปรัง แต่ลิงยังไม่พ้นทรมาน หากของหาย จะเกิดการทุ่มเถียงเป็นความ แต่ทายว่าต่อไปจะได้คืน
วันอาทิตย์ ยามที่ 8 ยามสุริชะ (16:30-18:00) สุริชะ พระฤาษีจึงร้องว่า ทีนี้อย่าโว้เว้อ้ายเดรฉาน แล้วปล่อยลิงวิ่งโผนโจนทะยาน ไปสำราญอยู่ที่ลำเนาดง ถ้ามีเรื่องเป็นความ จะยอมความได้ และไม่มีโทษ
คืนวันอาทิตย์ ยามที่ 1 ยามนคร ยามรวิ (18:00-19:30) ระวิ ยามงามเลิศประเสริฐสรรพ ตามฉบับบอกไว้อย่าใหลหลง มโหสถคิดอ่านการณรงค์ ขุดอุโมงค์เข้าเมืองจุลนี มีการวางแผนการณ์ ที่คาดว่าจะสำเร็จ
คืนวันอาทิตย์ ยามที่ 2 ยามนคร ยามชีโว (19:30-21:00) ชีโว พลโห่กระหึ่มฮึก ออกสะอึกราญรบไม่หลบหนี ก็ยกทัพเคลื่อนคลาเข้าธานี พอถึงที่หยุดขยับตั้งทัพชัย ออกเดินทางไปแล้วดี หรือ คนที่จากไปจะกลับมา
คืนวันอาทิตย์ ยามที่ 3 ยามยายี ยามศะศิ (21:00-22:30) ศะศิ ตริกล่าวท้าววิเท่ห์ สมคะเนนึกพะวงให้หลงใหล ถึงนิเวศน์เวียงวังดังพระทัย ตามมโหสถไปไม่ช้าที จะดีร้าย ยังไม่แน่นอน
คืนวันอาทิตย์ ยามที่ 4 ยามยายี ยามศุกโกร (22:30-24:00) ศุกโกร โอ้ท้าวทุกข์เทวษ ทอดพระเนตรนกไม้ในไพรศรี คะนึงถึงลูกท้าวจุลนี จนถึงที่กองทัพพลับพลาไชย ไม่มีข่าวคราว ข้าวของหายไปยังไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ไหน
คืนวันอาทิตย์ ยามที่ 5 ยามนคร ยามภุมโม (00:00-01:30) ภุมโม โยธาสิบห้าแสน สะเทือนแผ่นโลกาสุธาไหว ทั้งแตรสังข์แซ่ซ้องกึกก้องไพร ก็แห่ห้อมล้อมไปถึงในเมือง หากเดินทางจะประสบความสำเร็จดี คนที่จากไปจะกลับมา
คืนวันอาทิตย์ ยามที่ 6 ยามนคร ยามโสโร (01:30-03:00) เสาโร รีบรุดมุดขึ้นได้ ก็จับชาวเวียงชัยมาแน่นเนือง ทั้งลูกสาวข้าวของก็นองเนือง ได้บ้านเมืองหมดทั่วทั้งรั้ววัง เป็นยามดี จะได้ลาภ จะประสบความสำเร็จ ของหายไปก็จะได้คืน
คืนวันอาทิตย์ ยามที่ 7 ยามยายี ยามพุโธ (03:00-04:30) พุโธ โอ้ท้าวจุลนีราช แพ้เจ้าปราชญ์คิดไว้ไม่สมหวัง เธอเสียลูกเสียเมียเสียเวียงวัง เสียทั้งไพร่ทั้งพลแลมนตรี เป็นยามไม่ดี หากมีคดีความจะแพ้ ข้าวของเสียหาย ไม่ได้คืน
คืนวันอาทิตย์ ยามที่ 8 ยามรวิ (04:30-06:00) รวิ งามยามสุดปัจจุสมัย จวนจะใกล้รุ่งสางสว่างศรี ได้เมื่อครั้งองค์ท้าวจุลนี เธอเสียทีย่อยยับอัปรา เป็นยามไม่ดี ไม่มีลาภ การงานยังไม่ประสบผล ทำอะไรไม่ประสบความสำเร็จ
“ดวงเศรษฐี” “เจ้าเรือนลัคน์ไปพักกุมกดุมภะ ไม่เป็นประเป็นนิจผิดพงษา เจ้าเรือนกดุมภ์กลับมากุมลัคนา เป็นโภคาเงินทองนองอนันต์ อีกอนึ่งพึงรู้เจ้าเรือนลัคน์ ถอยมาพักอยู่กดุมภ์กุมเหมาะมั่น เจ้าของภพหลบมาลาภะพลัน เป็นราชันแห่งทรัพย์นับมากมี อนึ่งโสดโปราดหาจันทราสถิตย์ อยู่ภพใดให้คิดเช่นลัคน์นี้ เจ้าของภพหลบไปในเรือนดี เหมือนดั่งที่กล่าวยุบลข้างต้นเอย.”