ตำราพิไชยสงครามหลักฮวงจุ้ยไทย ชัยภูมิศาสตร์
ชัยภูมิ
พยุห” มี ๘ นาม หรือ ๘ ลักษณะ คือ

รุฑนาม มีต้นไม้ใหญ่ ๑ ต้นขึ้นอยู่บนจอม
ปลวกหรือภูเขา
พยัคฆนาม ตั้งอยู่ริมชายป่า
สีหนาม มีต้นไม้ใหญ่ ๓ ต้น ขึ้นบนจอม
ปลวกหรือภูเขา
สุนัขนาม อยู่ริมทางใกล้หมู่บ้าน
มุสิกนาม อยู่ใกล้โพรงไม้หรือจอมปลวก
อัชนาม อยู่กลางทุ่ง
นาคนาม อยู่ใกล้ทางน้ำ
คชนาม อยู่ใกล้ป่าไผ่
ชัยภูมิในการตั้งทัพนี้เองเป็นหลักสำคัญที่นำมา
ใช้ในการตั้งเมือง พระราชวังหลวง และวังต่าง ๆ
รวมถึงป้อมค่ายอีกด้วย ดังที่กล่าวไปแล้วว่าเมือง
หลวงก็เปรียบได้กับทัพหลวง ซึ่งเป็นค่ายทัพที่
สำคัญที่สุดในการทำสงคราม เพราะหากค่ายหลวง
แตกพ่ายก็เท่ากับพ่ายแพ้ในสงครามครั้งนั้น
ตัวอย่างที่เด่นชัดที่สุดที่นำมาเปรียบเทียบ คือ
การสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ในสมัยรัชกาลที่ ๑ ได้
สอดคล้องกับการตั้งทัพที่เรียกว่า “นาคนาม” อันมี
ลักษณะภูมิประเทศแบบมีแม่น้ำโอบล้อมภูเขา หรือ
อาจมีเฉพาะแต่แม่น้ำก็ได้ ตำแหน่งที่ตั้งวังหลวงตรง
กับที่ตั้งของค่ายหลวง ส่วนค่ายต่าง ๆ ที่รายล้อม
ค่ายหลวงตามยุทธศาสตร์จะตรงกับที่ตั้งวังหน้า และ
วังต่าง ๆ ที่สร้างขึ้นพระราชทานพระญาติ และเป็น
บำเหน็จรางวัลแก่ข้าราชสำนักที่มีความชอบ แม้
บางแห่งอาจไม่ตรงกับตามตำราเสียทีเดียว แต่ก็เพื่อ
ความเหมาะสม ทั้งนี้ยังแสดงถึงบทบาทหน้าที่
สำคัญในการรักษาวังหลวงไว้อย่างชัดเจน
นอกจากกรุงรัตนโกสินทร์แล้ว ลักษณะเช่นนี้ยัง
ปรากฏที่พระนารายณ์ราชนิเวศน์เมืองลพบุรี คือ
เป็นเนินสูงและมีแม่น้ำ จึงเป็นลักษณะของชัยภูมิ
ตามพิไชยสงครามแบบนาคนาม โดยมีชัยภูมิสำคัญ
คือ แม่น้ำลพบุรี นอกจากนี้ยังมีหมู่พระที่นั่งตรงกับ
ที่ตั้งทัพหลวง ซึ่งเป็นหมู่พระที่นั่งที่พระบาทสมเด็จ
พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้า ฯ ให้สร้างขึ้น
และมีป้อมปราการตรงกับที่ตั้งค่าย ที่สำคัญอีกอย่าง
หนึ่ง คือ ประตูพยัคฆา ตั้งอยู่ทางตะวันออก เป็นชื่อ
ที่ปรากฏในชัยภูมิพยุหตามพิไชยสงคราม คือ
พยัคฆนาม ซึ่งเป็นการตั้งทัพริมชายป่า ซึ่งบริเวณ
ประตูทางด้านนี้ตามหลักฐานที่ปรากฏกล่าวว่าด้าน
ตะวันออกเป็นป่าและภูเขา
การตั้งเมืองนั้นมิใช่ตั้งบริเวณใดริมลำน้ำใดก็ได้
หากแต่ต้องเลือกบริเวณที่เป็นท้องพญานาค หาก
ตามหลักภูมิศาสตร์ก็เป็นบริเวณที่เป็นคุ้งน้ำ เหตุผล
สำคัญที่เป็นเช่นนี้ เนื่องจากกระแสน้ำบริเวณคุ้งนี้จะ
เชี่ยวกว่าบริเวณอื่น ๆ หากข้าศึกจะมาจอดเรือเข้า
โจมตีก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก จากการศึกษา
แผนที่เก่า ที่เขียนขึ้นโดยชาวเดนมาร์กช่วงปลาย
สมัยสมเด็จพระนารายณ์และแผนผังในปัจจุบัน จะ
เห็นได้ว่าพระนารายณ์ราชนิเวศน์ตั้งอยู่บนพื้นที่
ยุทธศาสตร์ทางสงครามบริเวณท้องพญานาค
แม้ว่าพระนารายณ์ราชนิเวศน์ไม่เคยได้รับศึก
ใหญ่น้อย จึงไม่มีหลักฐานในการใช้สอยพื้นที่และ
อาคารต่าง ๆ ในยามศึก แต่เมื่อพิจารณาจากการ
จัดสรรพื้นที่แล้ว แสดงถึงการจัดสรรพื้นที่ที่เตรียม
พร้อมรับศึกอยู่เสมอ เช่น พระที่นั่งจันทรไพศาล
ใช้สำหรับกษัตริย์เสด็จออกผู้เข้าเฝ้า ด้านหลัง
พระที่นั่งมีเกยทรงเสลี่ยง ซึ่งตรงกับประตูยาตรา
กษัตริย์ จึงเห็นว่าเป็นการเตรียมพร้อมเมื่อมีภัย
สงครามจะได้ใช้พระที่นั่งแห่งนี้เป็นที่บัญชาการ
สงคราม สำหรับประตูจากชื่อประตูว่า ยาตรา
กษัตริย์ อาจใช้เป็นประตูเสด็จพระราชดำเนินของ
กษัตริย์หรือเคลื่อนทัพก็อาจเป็นได้
นอกจากนี้ยังมีลานขนาดใหญ่อยู่ด้านหน้าหมู่
พระที่นั่งอันเป็นที่สะดวกในการระดมพล แล้วเคลื่อน
ทัพออกทางประตูวิเศษชัยศรี ด้านหลังลานแห่งนี้ก็
เป็นโรงช้างโรงม้า ลานอีกแห่งหนึ่งอยู่ด้านหน้าพระ
ที่นั่งสุทธาสวรรย์ ริมแนวกำแพงมีประตูทางออกเช่น
เดียวกัน สันนิษฐานว่ามีไว้เพื่อการเช่นเดียวกัน
กล่าวกันว่าผังพระราชวังที่ทรงบูรณะขึ้นใหม่นี้
เหมือนกับผังของพระบรมมหาราชวังใน