อุจจ์ มีความหมายว่
าสูง ดังนั้นดวงชาตาใดมีดาวพระเคราะห์ที่สถิตในราศีอันเป็นตำแหน่งอุจจ์ของดวงดาวนั้น จัดว่าดวงชาตานั้นประเสริฐยิ่ง ให้คุณมากกว่าดาวพระเคราะห์ที่เป็นเกษตร และให้คุณผาดโผนกว่าปกติธรรมดา มีคำทำนายดาวพระเคราะห์ที่ได้ตำแหน่งอุจจ์ไว้ดังนี้
อาทิตย์ เป็นอุจจ์ มีสมบัติมาก มีปัญญาอุดมกว่าญาติทั้งปวง มีความสุขมาก
จันทร์ เป็นอุจจ์ มีความสุขมีหิรัญสุวรรณสารเป็นอันมาก จะไปในที่ใด ย่อมมีสง่างามในท่ามกลางบริษัทชนทั้งหลายจะบูชา จะได้เป็นเสนาบดีมีชื่อเสียง
อังคาร เป็นอุจจ์ มีโภคสมบัติ และบริวาร ช้าง ม้า โค กระบือมาก จะมีบุตรยากมาก จะไปในทิศทางต่าง ๆ ย่อมมีลาภทุกเมื่อ
พุธ เป็นอุจจ์ มีความเจริญด้วยความสุข ได้ทรัพย์สินเงินทอง แก้วแหวน และชนะข้าศึกทั้งปวง
พฤหัสบดี เป็นอุจจ์ มีทรัพย์มียวดยานพาหนะ ช้าง ม้า และธัญญาหารมาก มีปัญญาแกล้วกล้ายิ่งนัก
ศุกร์ เป็นอุจจ์ ได้เป็นอำมาตย์ มีรูปอันงามอุดม เป็นที่รักแก่มหาชนทั่วไป
เสาร์ เป็นอุจจ์ มีปัญญามีพลพาหนะ และความเพียรมาก แต่จะดุร้ายไม่ละอายบาป จะมีโรคน้อย ทุกข์โทษภัยไม่มี
ราหู เป็นอุจจ์ มีโภคทรัพย์ มีความโกรธน้อย มีจิตเป็นกุศลมาก จะไปในที่ใด ๆ ย่อมไปด้วยยานพาหนะ มีช้าง ม้าต่าง ๆ ทุกข์โทษภัยไม่มี
ดวงชาตาใดมีอุจจ์หลายตัว ท่านว่าเป็นคนเข้มแข็ง ใจคอแข็งแกร่งไม่ยอมลงใครง่าย ๆ ไม่เกรงกลัวต่อภัยอันตรายต่าง ๆ มุ่งแต่ความมุ่งหมายที่ตั้งใจไว้ ท่านสรรเสริญว่าดวงชาตาที่มีพระเคราะห์ ได้ตำแหน่งอุจจ์ว่าเป็นดวงดี มีความสมบุรณ์พูนสุขกว่าตระกูล มีคำทำนายดวงชาตาที่ได้ตำแหน่งอุจจ์หลายตัวไว้ดังนี้
ดวงชาตาใดได้อุจจ์ ๑ ตัว จะตั้งอยู่ในสัมมาทิฏฐิประพฤติการกุศล ได้อุจจ์ ๒ ตัว จะเป็นปราชญ์ รู้อรรถธรรมมาก ได้อุจจ์ ๓ ตัว จะได้เป็นอำมาตย์ ได้อุจจ์ ๔ ตัว จะได้เป็นกษัตริย์ ได้อุจจ์ ๕ ตัว จะได้เป็นจักรพรรดิราช ได้อุจจ์ ๖ ตัว จะได้เป็นพระอรหันต์ ได้อุจจ์ ๗ ตัว จะได้เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า ได้อุจจ์ ๘ ตัว จะได้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า สำหรับดาวพระเคราะห์ที่จะได้ตำแหน่งอุจจ์ทั้ง ๘ ตัวนั้น จะเป็นได้ก็แต่ในตำราขับพระเคราะห์เข้าอุจจ์ โดยธรรมดาแล้วจะเป็นไปไม่ได้