All posts by admin

ตำแหน่งดาวมหาอุจ มีความหมายว่าสูง ดังนั้นดวงชาตาใดมีดาวพระเคราะห์ที่สถิตในราศีอันเป็นตำแหน่งอุจจ์ของดวงดาวนั้น จัดว่าดวงชาตานั้นประเสริฐยิ่ง ให้คุณมากกว่าดาวพระเคราะห์ที่เป็นเกษตร และให้คุณผาดโผนกว่าปกติธรรมดา มีคำทำนายดาวพระเคราะห์ที่ได้ตำแหน่งอุจจ์ไว้ดังนี้

 

อุจจ์  มีความหมายว่%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%88าสูง ดังนั้นดวงชาตาใดมีดาวพระเคราะห์ที่สถิตในราศีอันเป็นตำแหน่งอุจจ์ของดวงดาวนั้น จัดว่าดวงชาตานั้นประเสริฐยิ่ง ให้คุณมากกว่าดาวพระเคราะห์ที่เป็นเกษตร และให้คุณผาดโผนกว่าปกติธรรมดา มีคำทำนายดาวพระเคราะห์ที่ได้ตำแหน่งอุจจ์ไว้ดังนี้
อาทิตย์ เป็นอุจจ์ มีสมบัติมาก มีปัญญาอุดมกว่าญาติทั้งปวง มีความสุขมาก
จันทร์ เป็นอุจจ์ มีความสุขมีหิรัญสุวรรณสารเป็นอันมาก จะไปในที่ใด ย่อมมีสง่างามในท่ามกลางบริษัทชนทั้งหลายจะบูชา จะได้เป็นเสนาบดีมีชื่อเสียง
อังคาร เป็นอุจจ์ มีโภคสมบัติ และบริวาร ช้าง ม้า โค กระบือมาก  จะมีบุตรยากมาก จะไปในทิศทางต่าง ๆ ย่อมมีลาภทุกเมื่อ
พุธ เป็นอุจจ์ มีความเจริญด้วยความสุข ได้ทรัพย์สินเงินทอง แก้วแหวน และชนะข้าศึกทั้งปวง
พฤหัสบดี เป็นอุจจ์ มีทรัพย์มียวดยานพาหนะ ช้าง ม้า และธัญญาหารมาก มีปัญญาแกล้วกล้ายิ่งนัก
ศุกร์ เป็นอุจจ์ ได้เป็นอำมาตย์ มีรูปอันงามอุดม เป็นที่รักแก่มหาชนทั่วไป
เสาร์ เป็นอุจจ์ มีปัญญามีพลพาหนะ และความเพียรมาก แต่จะดุร้ายไม่ละอายบาป จะมีโรคน้อย ทุกข์โทษภัยไม่มี
ราหู เป็นอุจจ์ มีโภคทรัพย์ มีความโกรธน้อย มีจิตเป็นกุศลมาก จะไปในที่ใด ๆ ย่อมไปด้วยยานพาหนะ มีช้าง ม้าต่าง ๆ ทุกข์โทษภัยไม่มี
ดวงชาตาใดมีอุจจ์หลายตัว ท่านว่าเป็นคนเข้มแข็ง ใจคอแข็งแกร่งไม่ยอมลงใครง่าย ๆ ไม่เกรงกลัวต่อภัยอันตรายต่าง ๆ มุ่งแต่ความมุ่งหมายที่ตั้งใจไว้ ท่านสรรเสริญว่าดวงชาตาที่มีพระเคราะห์ ได้ตำแหน่งอุจจ์ว่าเป็นดวงดี  มีความสมบุรณ์พูนสุขกว่าตระกูล มีคำทำนายดวงชาตาที่ได้ตำแหน่งอุจจ์หลายตัวไว้ดังนี้
ดวงชาตาใดได้อุจจ์ ๑ ตัว จะตั้งอยู่ในสัมมาทิฏฐิประพฤติการกุศล ได้อุจจ์ ๒ ตัว จะเป็นปราชญ์ รู้อรรถธรรมมาก ได้อุจจ์ ๓ ตัว จะได้เป็นอำมาตย์ ได้อุจจ์ ๔ ตัว จะได้เป็นกษัตริย์ ได้อุจจ์ ๕ ตัว จะได้เป็นจักรพรรดิราช ได้อุจจ์ ๖ ตัว จะได้เป็นพระอรหันต์ ได้อุจจ์ ๗ ตัว จะได้เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า ได้อุจจ์ ๘ ตัว จะได้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า สำหรับดาวพระเคราะห์ที่จะได้ตำแหน่งอุจจ์ทั้ง ๘ ตัวนั้น จะเป็นได้ก็แต่ในตำราขับพระเคราะห์เข้าอุจจ์ โดยธรรมดาแล้วจะเป็นไปไม่ได้

ดาวตำแหน่ง ดาวเกษตร ดาวประเกษตร คือ ดาวที่ครองราศีต่าง ๆ ทั้ง ๑๒ ราศี

%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3 โดยกำหนดอาทิตย์เป็นเกษตร์ในราศีสิงห์ และจันทร์เป็นเกษตรในราศีกรกฏ จากนั้นก็จัดดาวเข้าครองเป็นเกษตรโดยกำหนดตามระยะที่ดาวนั้นอยู่ใกล้ไกลโลก เรียงไปตามลำดับคือ พุธ  ศุกร์  อังคาร  พฤหัสบดี และเสาร์ โดยจัดให้พุธครองราศีกันย์ ศุกร์ครองราศีตุลย์ อังคารครองราศีพิจิก พฤหัสบดีครองราศีธนู และเสาร์ครองราศีมังกร จากนั้นก็เรียงถอยหลังต่อไปจนถึงราศีกรกฏคือ ราหูอยู่กุมภ์ พฤหัสบดีอยู่มีน อังคารอยู่เมษ ศุกร์อยู่พฤกษภ และพุธอยู่เมถุน อาทิตย์ ,จันทร์, เสาร์, ราหู เป็นเกษตรครองเรือนประจำดวงละราศี
ในจักรราศีแบ่งออกเป็นสองซีก คือ ระหว่างราศีกรกฏ กับราศีสิงห์ และระหว่างราศีมังกร กับราศีกุมภ์
ดวงชาตาใดที่มีดาวพระเคราะห์อยู่ในตำแหน่งเกษตร ถือว่าเป็นดวงชาตาดี มั่นคงมีหลักฐาน มีความประพฤติดี มีคำทำนายผลของดาวพระเคราะห์เป็นเกษตรดังนี้
อาทิตย์ เป็นเกษตรจะชนะศัตรู มีทรัพย์สมบัติเป็นหลักฐานมีรูปโฉมงาม
จันทร์เป็นเกษตร จะเป็นที่รักใคร่ของขุนนาง ท้าวพระยา คนทั้งหลายจะนับถือบูชา มีทรัพย์สิน และลาภมาก
อังคารเป็นเกษตร มีวิชาความรู้มาก จะได้เป็นขุนนางมีชื่อเสียงโด่งดัง และจะบริบูรณ์ด้วยทรัพย์สิน
พุธเป็นเกษตร จะได้เป็นนักปราชญ์ผู้ใหญ่ในแผ่นดิน บริบูรณ์ด้วยทรัพย์สิน อุดมกว่าญาติ
พฤหัสบดีเป็นเกษตร จะได้เป็นนักปราชญ์ราชบัณฑิต มีลาภมีทรัพย์อุดมกว่าคนทั้งหลาย ประพฤติตัวตั้งมั่นอยู่ด้วยคุณงามความดี
ศุกร์เป็นเกษตร มีทรัพย์สมบัติบริบูรณ์ด้วยเครื่องอุปโภคบริโภค มีลักษณะดี เจรจาบัณฑูรดูงามในท่ามกลางบริษัท เป็นสง่าแก่คนทั้งหลาย
เสาร์ราหู เป็นเกษตร มีข้าหญิงชายและทรัพย์มาก จะได้ลาภเป็นอันดี เพราะศักดิ์กล้าหาญ แต่เป็นคนตระหนี่ทรัพย์ ไม่ทำบุญสุนทาน และจะมีผมบาง
ถ้าผู้ใดมีเกษตร ๑ ตัว จะมีข้าทาษชายหญิง มีเกษตร ๒ ตัว จะมีทรัพย์เงินทองเจ้าของ ข้าวเปลือก ข้าวสารมาก มีเกษตร ๓ ตัว จะมีวัวควายช้างม้าข้าคนมาก มีเกษตร ๔ ตัว จะมีภรรยามาก มีเกษตร ๕ ตัว จะเป็นนักปราชญ์โหราธิบดีผู้ใหญ่ มีเกษตร ๖ ตัว จะเป็นพระอรหันต์ มีเกษตร๗ ตัว จะเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า มีเกษตร ๘ ตัว จะได้ตรัสรู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า สำหรับดาวพระเคราะห์ที่จะได้ตำแหน่งเกษตรครบทั้ง ๘ ตัวนี้เป็นไปได้จากตำรับ ขับพระเคราะห์เข้าเกษตร

%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3

ปรเกษตร  คือ ดาวพระเคราะห์ที่เป็นข้าศึกตรงข้ามกับเกษตร เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ประ จะอยู่ในราศีตรงข้ามกับเกษตร ถือว่าไม่ดี มีกำลังอ่อนให้ผลตรงข้ามกับเกษตร ขาดความสามารถ ไม่เอาการเอางาน อาภัพ เช่น อังคาร อยู่ในราศีเมษเป็นเกษตร เปลี่ยนมาอยู่ราศีตรงข้ามคือราศีตุลย์ เป็นประมีคำทำนายผลของดาวพระเคราะห์ที่เป็นประจำดังนี้
อาทิตย์เป็นประ         ดีชั่วปนกันมักอาภัพ
จันทร์เป็นประ          รูปไม่งาม
อังคารเป็นประ          อาภัพพี่น้องและมิตร
พุธเป็นประ                อาภัพบุตรภรรยา ถึงมีก็หาดีไม่ได้
พฤหัสบดีเป็นประ    อาภัพครูบาอาจารย์
ศุกร์เป็นประ               หูตามักพิการ
เสาร์เป็นประ              ใจบาปหยาบช้า กล้าหาญ
ราหูเป็นประ                นัยตาจะเอียง เป็นคนหยาบช้ากล้าแข็ง
เมื่อพิจารณาการจัดดาวพระเคราะห์เป็นเกษตรประจำทั้ง ๑๒ ราศี จะเห็นว่าเมื่อเอาตัวเลขประจำดาวพระเคราะห์ทั้งสองดวงมารวมกันแล้วจะได้จำนวน ๙ เช่น พฤหัสบดี (๕) เกษตรราศีธนู อยู่ตรงข้ามกับพุธ (๔) เกษตรในราศีเมถุน ดังนั้นถ้าดาวพระเคราะห์ทั้งสองอยู่สับเรือนกัน เมื่อรวมตัวเลขแล้วก็ยังคงได้จำนวน ๙ เท่าเดิม จึงอนุโลมให้พระเคราะห์สับเรือนเป็นเกษตรได้ด้วย อีกประการหนึ่งพระเคราะห์ที่แลกเรือนกันแล้วเป็นเกษตร เช่น อังคารเป็นเกษตรในราศีเมษ แต่ไปอยู่ราศีพฤกษภ ศุกร์เป็นเกษตรในราศีพฤกษภไปอยู่ราศีเมษ ก็ให้นับว่าดาวพระเคราะห์ทั้งสองดวงนี้ได้รับตำแหน่งเกษตรด้วย

หมอจะขอกล่าวถึงเรื่องราวของกาลเวลา ถึงองค์พระบิดาโหราศาสตร์ไทย

หมอจะขอกล่าวถึงเรื่องราวของกาลเวลา
ถึงองค์พระบิดาโหราศาสตร์ไทย
คือพระสมเด็จเกล้าองค์ราชาผู้ยิ่งใหญ่
ชาวไทยรำลึกบูชา ตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย
อยุธยา บรมครู ท่านเมตตาถ่ายทอดวิชามาถึงปัจจุบัน
ชีวิตผิดพลาดหมอเลยเรียนศาสตร์โหรา
นับหลายปีที่ผ่านมา ตรวจดวงชะตามาหลายหมื่นพัน
แนะทางชีวิตที่ดวงดาวลิขิตให้มิตรทั่วกัน
เตือนใจขอให้ยึดมั่น รวยแล้วมีวันอาจกลับมาจน
คนดวงไม่ดีจะให้ทายดีไปได้อย่างไร
บางครั้งหมอนึกน้อยใจ ลำบากเพียงใดหมอต้องจำทน
เดือดร้อนมาหา พอสุขไม่มาสักคน
อย่าหาว่าตัวหมอบ่น รวยแล้วจนท่านถึงจะมา
การผูกดวงต้องเอาวัน เดือน ปี แล้วเอาชั่วโมง นาที
หาราศี วางลัคนา หมอทายตามศาสตร์ไม่หลงอำนาจเงินตรา
ไม่ทายนอกเหนือตำรา เพราะรักวิชาโหราศาสตร์ไทย

ดาวพฤหัสบดีและราหูร่วมหรือเล็งกันในดวงชะตา และถ้าดาวพฤหัสบดีได้ตำแหน่งมหาอุจ มหาจักร หรือเป็นเกษตร มีกำลังในดวงชะตา มักจะเป็นผู้เรียนรู้ในลัทธิการปกครองและเกิดการเลื่อมใสในศาสนาอื่นๆ

ดาวพฤหัสบดีและราหูร่วมหรือเล็งกันในดวงชะตา และถ้าดาวพฤหัสบดีได้ตำแหน่งมหาอุจ มหาจักร หรือเป็นเกษตร มีกำลังในดวงชะตา มักจะเป็นผู้เรียนรู้ในลัทธิการปกครองและเกิดการเลื่อมใสในศาสนาอื่นๆ ที่ไม่ใช่ศาสนาประจำชาติ(พุทธศาสนา) คนประเภทนี้มักตั้งลัทธิใหม่ๆ และชักจูงผู้คนมาร่วมสร้างความปั่นป่วนในห้กับบ้านเมืองหรือมักหากินแอบแฝงเอาพุทธศาสนาไปตั้งระบบใหม่ทำมาหากิน พร้อมทั้งคอยทำลายศาสนาหลักของประเทศ แบบพวกหลุนกงในประเทศจีนหรือพวกยากูซ่าในญี่ปุ่น เป็นต้น
คนที่มีดาวอังคารกุมดาวเนปจูน มักจะประสบอุบัติเหตุเกี่ยวกับเรื่องทางน้ำแทบทุกราย
ดวงชะตาใดที่มีราหูกุมลัคน์ เจ้าชะตามักเป็นคนตัวท้วม, อวบหรืออ้วน (ถ้าสัมพันธ์ลัคน์หรือลัคนาราศีกุมภ์ก็เข้าข่าย)
เสาร์ทับเนปจูน จะถูกปีศาจหลอกหลอน พบเหตุการณ์อันน่ากลัว สยดสยอง เช่น ตกอยู่ในที่อันเป็นอันตราย ร้ายแรง สยดสยอง ได้ไปอยู่ในบ้านผีดุ จะมีเรื่องวิวาทอย่างรุนแรงกับคนใกล้ชิด สัมผัสเรื่องวิญญาณ ได้อ่านเรื่องน่าหวาดเสียว
คนที่มีดาวเสาร์กุมลัคน์มักเป็นคนดุ น่าเกรงขาม (ถ้าเป็นเดชยิ่งชัดเจนมาก) แต่ช่วงปฐมวัยมักเหนื่อยยาก ต้องตรากตรำทำงานหนักตั้งแต่อายุน้อยๆ ทำงานเป็นสารพัดอย่าง มีความอดทนค่อนข้างสูง พูดน้อยแต่ต่อยหนัก ชอบลงมือทำมากกว่าพูด เวลาแค้นใครแค้นแบบฝังหุ่น
คนราศีกรกฎ เป็นนักสะสมตัวยงเลยทีเดียว ชอบเก็บโน่นเก็บนี่มาสะสมไว้เยอะ เป็นคนรักบ้านรักครอบครัว ชอบอยู่แต่ในบ้าน และค่อนข้างขี้หึงพอสมควร
ดาวอาทิตย์ ๑ อยู่เรือนที่ ๑๐ กัมมะ เป็นคนมีนิสัยที่ทำงานรวดเร็ว และเร่งร้อน
สตรีที่มีดาวจันทร์อยู่วินาศลัคนา มักจะเป็นคนนมแฟบ หน้าอกแห้ง
เสารา หนึ่ง สองไซร้ ทรามยิ่งแท้เอย หมายถึง ดาวเสาร์โทษทุกข์กุมลัคนา ดวงชะตานั้นก็ต้องรับโทษทุกข์ตลอดเวลา ไม่มีความสุข วิตกกังวล ส่วนดาวเสาร์อยู่กดุมภะ เป็น 2 แก่ลัคนา เมื่อตัวโทษทุกข์อยู่การเงิน สิ่งของเครื่องใช้ก็มักมีตำหนิ ฐานะการเงินไม้ปักอยู่ในเลน โอนเอนไปมา
ราหูอยู่ในราศี 2 ที่ 4 และที่ 12 แก่ลัคนา มักจะอาภัพบิดา มารดา พี่น้อง ฐานะสมบัติ บิดา มารดา มักแยกทางกันเดิน ตัวเองต้องไปอยู่กับคนอื่น พึ่งพาอาศัยญาติไม่ค่อยจะได้ มีบ้านก็หลังคารั่ว หรือฝนสาด มีรถก็มือสอง สาม สี่ ต้องซ่อมกันอยู่ตลอดเวลา ราหูภพที่ 2 เป็นราหูค้นทรัพย์ มีทรัพย์เก็บไม่อยู่ ใช้จ่ายเงินเกินตัว ราหูเป็น 12 มัวเมาทายราหู ชะตาจะประสบความวิบัติ หรือเสื่อมสลาย ก็เพราะความมัวเมา ลุ่มหลง
ดาวอังคารธาตุลมโคจรไปร่วมหรือเล็งกับราหูธาตุลมจะทำให้เกิดพายุ ลมมรสุม ลมที่เกิดขึ้นอย่างผิดปกติ
ถ้าพระเสาร์กุมลัคนา เป็นคนหน้าชื่นอกตรม ช่างคิดวิตกกังวล เจ้าชู้
ในดวงชะตา มีดาวอาทิตย์เป็นเกษตร หรืออุจ มักเป็นคนชอบทำการเอาหน้า ชอบคงตัวสมาคมกับคนชั้นสูง
ดวงหญิง ดาวอาทิตย์เด่น เป็นเกษตร อุจจะได้คู่ครองเป็นคนเด่นมีเกียรติ
ดวงชายหากดาวจันทร์กุมดาวบาปเคราะห์เช่น เสาร์ ราหู มฤตยู จะแต่งงานช้า มักผิดหวังในความรัก มักเปลี่ยนคู่บ่อย
ดวงชาย ดาวจันทร์กุมราหู ภริยามักขี้โรค
ในดวงชะตาถ้ามีราหู หรืออาทิตย์ในภพที่ 10 กัมมะ จะโชคดีเกี่ยวกับการล้างบาป
ดวงชะตาผู้ใดมีคู่สมพงจัดเป็นดวงชะตาประเสริฐประกอบด้วยกำลังมาก จะไปสารทิศใดมีคนเคารพยำเกรง ศัตรูทำร้ายมิได้ คู่สมพงคือ 1 + 6, 2 + 8, 3 + 5, 4 + 7
ดวงชะตาผู้ใดมีคู่สมพงจัดเป็นดวงชะตาประเสริฐประกอบด้วยกำลังมาก จะไปสารทิศใดมีคนเคารพยำเกรง ศัตรูทำร้ายมิได้ คู่สมพงคือ 1 + 6, 2 + 8, 3 + 5, 4 + 7
การสมรสช้า มีอายุวัยกลางคน ส่วนมากได้แก่ชะตาที่มีดาวเสาร์กุมลัคนา หรือ ร่วมสัมพันธ์กับลัคนา
ดาวอาทิตย์กับดาวศุกร์อยู่ร่วมกันว่ามักเจ้าชู้ แต่ถ้าเจ้าเรือนเป็นเกษตรก็ไม่เจ้าชู้
ดาวจันทร์เป็น 8 เป็น 12 แก่ลัคน์ มักอาภัพในเรื่องคู่ครอง โดยเฉพาะผู้หญิงจะช้ำชอกในเรื่องสามี
จันทร์ + ราหู รักวิปริต คือ คนที่รักไม่ได้ คนที่ได้ก็ไม่เคยรักหรือเรียกว่าหม้ายขันหมาก คนที่รักถูกพราก เมื่อได้อยู่ร่วมกันแล้วจะดีหรือชั่ว หญิงให้ดูที่ดาวจันทร์ ชายให้ดูที่ราหู แต่ส่วนมากจันทร์กับราหูอยู่ร่วมกัน ชายก็ดี หญิงก็ดี จะได้คู่เป็นคนต่างเมือง
ถ้าพระราหูอยู่ธาตุลม เมถุน ตุลย์ กุมภ์ ชื่อประกินนะเกณฑ์ จะมีกำลังและพลังมาก
ถ้าพระจันทร์ ๒ พระศุกร์ ๖ เป็นวินาศ ร่างกายมักไม่สมประกอบสังขารมักเป็นอันตรายจากภัยธรรมชาติ
ถ้าพระราหู ๘ เป็นวินาศ จะถูกศัตรูทำร้ายหรือถูกคนใกล้ชิดทำร้าย เว้นลัคนาอยู่ราศีพิจิกพระเคราะห์เป็นวินาศกลับให้คุณ
พระเสาร์กุมลัคน์ มักล้มไข้ ในเรือนไฟหัวใจนั้นห้าวหาญ แต่มักมีศัตรูคอยรังควาญ ทำกิจการอยู่เผลอระวังภัย
ดาวราหูจรทับลัคน์จะต้องประสบเหตุการณ์ที่ทำให้ตกใจเสียกำลังใจขวัญหนีดีฝ่อ เกิดเรื่องหวาดเสียว ตกจากที่สูง หรือเกิดอุบัติ ถูกกล่าวร้าย ป้ายสี นินทา เป็นต้น
ดาวมฤตยูจรทับหรือเล็งดาวอาทิตย์ ทำให้เป็นคนเอาแต่ใจตนเองเห็นแก่ตัวชีวิต การร่วมงานกับคนอื่นไร้ผล ใจคอเลื่อนลอย ดื้อดึง เร่งร้อน และขาดน้ำอดน้ำทน ไม่เชื่อใจตนเอง ชื่อเสียงด่างพร้อย มีเรื่องปีนเกลียวกับผู้มีอำนาจเหนือกว่าสูญสิ้น ผู้ใหญ่ที่เคาระนับถือ อิทธิพลนี้ดี คือ ทำให้กำลังใจเข็มแข็ง กล้า บึกบึน ประสบความสำเร็จอย่างคาดไม่ถึง แต่ชีวิตหมิ่นเหม่ต่ออันตรายง่ายเหลือเกิน
ผู้ที่มีดาวพระศุกร์(เซ็กส์)เสียเป็นดาวอ่อน(ประ,นิจ) มักบวชทนมีตำแหน่งทางพระสูงอาจะเป็นถึงสังฆราช
หากดาวพุธร่วมกับดาวอังคาร มักมีอัธยาศัยฮึกเหิมอุกอาจ ชอบการพูดจายั่วยุให้เกิดอารมณ์ทางด้านลบ ชอบการกระทบกระเทียบเปรียบเปรย ทำร้ายคนอื่นด้วยวาจา การแสดงออกถึงทีท่าจะทำให้เกิดการวิวาท หากร่วมวงสนทนาเป็นกลุ่มมักเบี่ยงเบนความสนใจของคนอื่นให้มาที่ตนเอง
อุปนิสัยของคู่ครอง ดาวเสาร์ ชอบสมถะ เก็บตัว เคร่งขรึม ตระหนี่ ขี้ระแวง ชอบหงุดหงิด
๑+๖ ฉลาดหลักแหลม มีเกียรติสูง ชอบยกเกียรติหรือสนับสนุนญาติพี่น้องข้างภรรยาอย่างออกหน้าออกตา
๓+๔ ช่างพูด เจ้าสำนวน ชอบศึกษาเกี่ยวกับหมอรักษาโรค ฉลาด และมีศิลปะในการประกอบอาชีพ

โหราศาตร์ ความเชื่อบรรพบุรุษไทยทีผสมผสานจึงมีบทประจำวันเกิดที่เรียกว่าพระปริตรดังนี้ พระพุทธพจน์ พระพุทธมนต์ พระปริตร อานุภาพแห่งการต้านทาน

โหราศาตร์

ความเชื่อบรรพบุรุษไทยทีผสมผสานจึงมีบทประจำวันเกิดที่เรียกว่าพระปริตรดังนี้

พระพุทธพจน์ พระพุทธมนต์ พระปริตร อานุภาพแห่งการต้านทาน1598285814598

พระพุทธพจน์ดำรงในรูปคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าที่พระสงฆ์สาวกจำกันมาหาก

พระพุทธพจน์ถุกนำมาใช้เป็นบทบริกรรมภาวนาหรือสวดสาธยายตามความเหมาะ

สมแก่โอกาส พระพุทธพจน์จึงถูกเรียกว่าพระพุทธมนต์

เมื่อพระพุทธมนต์อาศัยจิตที่เป็นสมาธิจึงเกิดอานุภาพในการต้านทาน ป้องกัน

การนำพระพุทธพจน์มาเจริญภาวนาในรูปแบบการเจริญพระพุทธมนต์มีมาแล้วแต่ครั้งพระพุทธกาลเช่นพระพุทธองค์ให้พระภิษุสวดขันธปริตรเพื่อป้องกันอันตรายจากสัตว์ร้าย เช่นงู เป็นต้น(มีพระภิกษุถูกงูกัด) พระพุทธองค์จึงตรัสให้พระภิกษุเจริญพระปริตรบทนี้

กลับมาเรื่องโหราศาตร์

ความเชื่อบรรพบุรุษไทยทีผสมผสานจึงมีบทประจำวันเกิดที่เรียกว่าพระปริตรดังนี้

เกิดวันอาทิตย์ ….โมรปริตร
เกิดวันจันทร์…….อภัยปริตร
เกิดวันอังคาร…..กรณียเมตตสูตร
เกิดวันพุธ………ขันธปริตร
พระเสาร์……… อังคุลิมาลปริตร
พระพฤหัส……..รัตนสูตร
พระราหู………..อาฏานาติยปริตร
พระศุกร์………ธชัคสูตร
พระเกตุ….. ชัยปริตร

…………………….สำหรับแบบง่ายๆ ที่ปัจจุบันนิยมคือถวายสังฆทานนั้น หากจะกระทำให้ถูกตามคติเกจิอาจารย์แล้วมีการบริกรรมพระคาถา 7คำ

เกิดวันจันทร์ ..อิระชาคะตะระสา 15จบ
เกิดวันอังคาร ..ติหังจะโตโรถินัง 8จบ
เกิดวันพุธ……..ปิสัมระโลปุสัตพุธ 17จบ
เกิดวันเสาร์……โสมาณะกะริถาโธ 10จบ
เกิดวันพฤหัส….ภะสัมสัมวิสะเทภะ 19 จบ
ราหู…………….คะพุธปัณทูทัมวะคะ 12 จบ
ศุกร์……………วาโธโนอะมะมะวา 21 จบ
อาทิตย์………..อะวิชสุนุตสานุสติ 6 จบ

ท่องตอนใด ท่านว่าก่อนนอนและตอนเช้าบริกรรมทำน้ำล้างหน้าตามกำลังวันเกิด

ขออนุโมทนาบุญกับท่านผู้ใจบุญที่พิมพ์เผยแพร่บทสวดนี้จงมีความสุขความเจริญยิ่งๆขึ้นไปครับ

ดวงชาตาที่จะมีเงินมีบ้านมีที่ดินมีหลักพยากรณ์อยู่ข้อหนึ่ง ซึ่งผู้รู้ต่างถือเป็น “ไม้เด็ดเคล็ดลับ” ไม่ยอมเปิดเผยให้ใครทราบง่ายๆทั่วไป จึงไม่ปรากฏเป็นหลักฐานในตำราคือ

fb_img_1599011758366ดวงชาตาที่จะมีเงินมีบ้านมีที่ดินมีหลักพยากรณ์อยู่ข้อหนึ่ง ซึ่งผู้รู้ต่างถือเป็น “ไม้เด็ดเคล็ดลับ” ไม่ยอมเปิดเผยให้ใครทราบง่ายๆทั่วไป จึงไม่ปรากฏเป็นหลักฐานในตำราคือ


“ดาวมูละ” หรือ “ดาวกดุมภะ” หากเป็น

(1) เกษตรก็ดี

(2) สถิตในเรือนดาวที่เป็นคู่ธาตุก็ดี

(3) หรืออยู่ร่วมกับดาวที่เป็นคู่ธาตุก็ดี

จะเป็นดาวที่มีพลังส่งเสริม ให้เจ้าชาตามี

(1) ฐานะการเงินดี

(2) มีบ้านของตัวเอง

(3) หรือมีที่ดินของตัวเอง

อย่างแน่นอน ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง

(จาก หนังสือ ดวง ปีที่ 1 ฉบับที่ 5 พฤษภาคม 2517 หน้าที่ 12)

หมอดู ดูดวง10 ลัคนา ดูดวงโหราศาสตร์ไทย 10 ลัคนาบริการดูดวงทางโทรศัพท์ ดูดวงออนไลน์ ดูดวงสิบลัคนา ดูดวง 10 ลัค ดูดวงธุรกิจ ดูดวงการลงทุน ดูดวงไพ่ยิปซี ดูดวงแม่นๆ ดูดวงความรัก ดูดวงเนื้อคู่ ดูดวงชีวิต ดูดวงวันเดือนปีเกิด ชื่อ นามสกุล ดูดวงรายปี ดูดวงฟรี ดวงดวงสด ดูดวงสดทางโทรศัพท์ พยากรณ์ ถาม – ตอบ ทุกปัญหาเรื่องดวง ให้คำปรึกษาทุกเรื่อง วิธีใช้บริการ ดูดวงสด ดูดวงทางโทรศัพท์ กดโทรศัพท์ เบอร์ 064-4524161 หรือ ไลน์ไอดี www.10luc.com ค่าบูชาครู โหราศาสตร์ ไทย 10 ลัคนา 1,000 บาท กดโทรศัพท์ เบอร์ 061-9419599 ค่าบูชาครู ไพ่ยิปซีจิตสัมพัส 500 บาท

ดูดวง โหราศาสตร์ไทย 10 ลัคนา  ดูดวง ไพ่ยิปซี ดูดวงทางโทรศัพท์ ทาง Line ดูดวง ความรัก เนื้อคู่ การงาน การเงิน โชคลาภ  www.10luc.com ดูดวงไพ่ยิปซีจิตสัมพัส ค่าบูชาครูดูดวงไพ่ยิปซี  30 นาที 300 บาท 1 ชัวโมง 500 บาท กดโทรศัพท์ เบอร์ 061-9419599  บริการดูดวงทางโทรศัพท์ ดูดวงทาง Line   โหราศาสตร์ไทย 10 ลัคนา ค้าบูชาครู 1,000  บาท อาจารย์ กฤตพล  0644524161
ดูดวง โหราศาสตร์ไทย 10 ลัคนา ดูดวง ไพ่ยิปซี ดูดวงทางโทรศัพท์ ทาง Line ดูดวง ความรัก เนื้อคู่ การงาน การเงิน โชคลาภ
www.10luc.com
ดูดวงไพ่ยิปซีจิตสัมพัส ค่าบูชาครูดูดวงไพ่ยิปซี 30 นาที 300 บาท 1 ชัวโมง 500 บาท กดโทรศัพท์ เบอร์ 061-9419599
บริการดูดวงทางโทรศัพท์ ดูดวงทาง Line โหราศาสตร์ไทย 10 ลัคนา ค้าบูชาครู 1,000 บาท
อาจารย์ กฤตพล 0644524161

คนพูดปดเก่ง” “ลักษณะของคนพูดปดเก่งนั้น ในพื้นชะตาเดิมมี

“คนพูดปดเก่ง”
“ลักษณะของคนพูดปดเก่งนั้น ในพื้นชะตาเดิมมี 1598285814598บ๘ ร่วม ๔ ถ้าทั้งสองตัวกุมลัคนายิ่งแรง คือถึงกับโกหกตัวเอง หรือโกหกคนทั่วไป ๖ กับ ๒ อยู่ที่เดียวกันกุมลัคนาด้วยยิ่งพูดมุสากับหญิงเก่ง ถึงกับได้ภรรยาหลายคน หรือบิดามารดาก็มากชู้ มีสามีภรรยามากกว่าสองคน
๖ เป็นบริวารกุมลัคนาในชะตาเดิม แสดงว่าผู้นั้นเห็นแก่ตัวมาก ชอบใช้คนอื่น ขอแรงคนอื่น โดยไม่คำนึงว่าผู้อื่นจะเป็นอย่างไร ยิ่ง ๓ กับ ๕ ถึงลัคนาด้วย ยิ่งมีนิสัยเช่นนี้มากขึ้นอีกมาก
ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์ ถ้า ๒ กับ ๖ ถึงลัคน์ในชะตาเดิม แสดงว่าจะถูกหลอกลวงในเรื่องความรักและการเงิน และมักมีคู่โดยไม่ได้แต่งงานและคู่มากกว่า ๑
๖ กับ ๘ อยู่ราศีเดียวกัน โดยมากเป็นคนสับปลับพูดไม่มีจริง”

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย จากหนังสือ “โหราศาสตร์ ศึกษาด้วยตนเอง เล่ม ๒ เรียบเรียงและค้นคว้าโดย คุณหญิงชิต โภชากร (ชิต มิลินทสูต)

ขอบพระคุณท่าน…..ณภัทร. ที่แบ่งปันความรู้ครับ

ตำราพิไชยสงครามหลักฮวงจุ้ยไทย ชัยภูมิศาสตร์ ชัยภูมิ พยุห” มี ๘ นาม หรือ ๘ ลักษณะ คือ พิไชยสงคราม กับการตั้งเมือง นางสาว ศิริวรรณ คุ้มโห้ นาวิกศาสตร์

ตำราพิไชยสงครามหลักฮวงจุ้ยไทย ชัยภูมิศาสตร์
ชัยภูมิ
พยุห” มี ๘ นาม หรือ ๘ ลักษณะ คือfb_img_1598633121906 fb_img_1598633124657 fb_img_1598633127571 fb_img_1598633130786 fb_img_1598633134146 fb_img_1598633136619 fb_img_1598633139943 fb_img_1598633142614 fb_img_1598633145617
รุฑนาม มีต้นไม้ใหญ่ ๑ ต้นขึ้นอยู่บนจอม
ปลวกหรือภูเขา
พยัคฆนาม ตั้งอยู่ริมชายป่า
สีหนาม มีต้นไม้ใหญ่ ๓ ต้น ขึ้นบนจอม
ปลวกหรือภูเขา
สุนัขนาม อยู่ริมทางใกล้หมู่บ้าน
มุสิกนาม อยู่ใกล้โพรงไม้หรือจอมปลวก
อัชนาม อยู่กลางทุ่ง
นาคนาม อยู่ใกล้ทางน้ำ
คชนาม อยู่ใกล้ป่าไผ่
ชัยภูมิในการตั้งทัพนี้เองเป็นหลักสำคัญที่นำมา
ใช้ในการตั้งเมือง พระราชวังหลวง และวังต่าง ๆ
รวมถึงป้อมค่ายอีกด้วย ดังที่กล่าวไปแล้วว่าเมือง
หลวงก็เปรียบได้กับทัพหลวง ซึ่งเป็นค่ายทัพที่
สำคัญที่สุดในการทำสงคราม เพราะหากค่ายหลวง
แตกพ่ายก็เท่ากับพ่ายแพ้ในสงครามครั้งนั้น
ตัวอย่างที่เด่นชัดที่สุดที่นำมาเปรียบเทียบ คือ
การสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ในสมัยรัชกาลที่ ๑ ได้
สอดคล้องกับการตั้งทัพที่เรียกว่า “นาคนาม” อันมี
ลักษณะภูมิประเทศแบบมีแม่น้ำโอบล้อมภูเขา หรือ
อาจมีเฉพาะแต่แม่น้ำก็ได้ ตำแหน่งที่ตั้งวังหลวงตรง
กับที่ตั้งของค่ายหลวง ส่วนค่ายต่าง ๆ ที่รายล้อม
ค่ายหลวงตามยุทธศาสตร์จะตรงกับที่ตั้งวังหน้า และ
วังต่าง ๆ ที่สร้างขึ้นพระราชทานพระญาติ และเป็น
บำเหน็จรางวัลแก่ข้าราชสำนักที่มีความชอบ แม้
บางแห่งอาจไม่ตรงกับตามตำราเสียทีเดียว แต่ก็เพื่อ
ความเหมาะสม ทั้งนี้ยังแสดงถึงบทบาทหน้าที่
สำคัญในการรักษาวังหลวงไว้อย่างชัดเจน
นอกจากกรุงรัตนโกสินทร์แล้ว ลักษณะเช่นนี้ยัง
ปรากฏที่พระนารายณ์ราชนิเวศน์เมืองลพบุรี คือ
เป็นเนินสูงและมีแม่น้ำ จึงเป็นลักษณะของชัยภูมิ
ตามพิไชยสงครามแบบนาคนาม โดยมีชัยภูมิสำคัญ
คือ แม่น้ำลพบุรี นอกจากนี้ยังมีหมู่พระที่นั่งตรงกับ
ที่ตั้งทัพหลวง ซึ่งเป็นหมู่พระที่นั่งที่พระบาทสมเด็จ
พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้า ฯ ให้สร้างขึ้น
และมีป้อมปราการตรงกับที่ตั้งค่าย ที่สำคัญอีกอย่าง
หนึ่ง คือ ประตูพยัคฆา ตั้งอยู่ทางตะวันออก เป็นชื่อ
ที่ปรากฏในชัยภูมิพยุหตามพิไชยสงคราม คือ
พยัคฆนาม ซึ่งเป็นการตั้งทัพริมชายป่า ซึ่งบริเวณ
ประตูทางด้านนี้ตามหลักฐานที่ปรากฏกล่าวว่าด้าน
ตะวันออกเป็นป่าและภูเขา
การตั้งเมืองนั้นมิใช่ตั้งบริเวณใดริมลำน้ำใดก็ได้
หากแต่ต้องเลือกบริเวณที่เป็นท้องพญานาค หาก
ตามหลักภูมิศาสตร์ก็เป็นบริเวณที่เป็นคุ้งน้ำ เหตุผล
สำคัญที่เป็นเช่นนี้ เนื่องจากกระแสน้ำบริเวณคุ้งนี้จะ
เชี่ยวกว่าบริเวณอื่น ๆ หากข้าศึกจะมาจอดเรือเข้า
โจมตีก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก จากการศึกษา
แผนที่เก่า ที่เขียนขึ้นโดยชาวเดนมาร์กช่วงปลาย
สมัยสมเด็จพระนารายณ์และแผนผังในปัจจุบัน จะ
เห็นได้ว่าพระนารายณ์ราชนิเวศน์ตั้งอยู่บนพื้นที่
ยุทธศาสตร์ทางสงครามบริเวณท้องพญานาค
แม้ว่าพระนารายณ์ราชนิเวศน์ไม่เคยได้รับศึก
ใหญ่น้อย จึงไม่มีหลักฐานในการใช้สอยพื้นที่และ
อาคารต่าง ๆ ในยามศึก แต่เมื่อพิจารณาจากการ
จัดสรรพื้นที่แล้ว แสดงถึงการจัดสรรพื้นที่ที่เตรียม
พร้อมรับศึกอยู่เสมอ เช่น พระที่นั่งจันทรไพศาล
ใช้สำหรับกษัตริย์เสด็จออกผู้เข้าเฝ้า ด้านหลัง
พระที่นั่งมีเกยทรงเสลี่ยง ซึ่งตรงกับประตูยาตรา
กษัตริย์ จึงเห็นว่าเป็นการเตรียมพร้อมเมื่อมีภัย
สงครามจะได้ใช้พระที่นั่งแห่งนี้เป็นที่บัญชาการ
สงคราม สำหรับประตูจากชื่อประตูว่า ยาตรา
กษัตริย์ อาจใช้เป็นประตูเสด็จพระราชดำเนินของ
กษัตริย์หรือเคลื่อนทัพก็อาจเป็นได้
นอกจากนี้ยังมีลานขนาดใหญ่อยู่ด้านหน้าหมู่
พระที่นั่งอันเป็นที่สะดวกในการระดมพล แล้วเคลื่อน
ทัพออกทางประตูวิเศษชัยศรี ด้านหลังลานแห่งนี้ก็
เป็นโรงช้างโรงม้า ลานอีกแห่งหนึ่งอยู่ด้านหน้าพระ
ที่นั่งสุทธาสวรรย์ ริมแนวกำแพงมีประตูทางออกเช่น
เดียวกัน สันนิษฐานว่ามีไว้เพื่อการเช่นเดียวกัน
กล่าวกันว่าผังพระราชวังที่ทรงบูรณะขึ้นใหม่นี้
เหมือนกับผังของพระบรมมหาราชวังใน

วิชาโหร อาจารย์สอ้านสอนพื้นฐานโหราศาสตร์ ภาพที่เห็นนี้คือผังของวิชาโหราศาสตร์ทั่วไป

วิชาโหร

วิชาโหร อาจารย์สอ้านสอนพื้นฐานโหราศาสตร์ ภาพที่เห็นนี้คือผังของวิชาโหราศาสตร์ทั่วไป ใครจะเป็นโหรหรืออยากรู้เรื่องโหร ถ้าจำภาพนี้ไม่ได้ภายใน ๑ อาทิตย์ คิดเป็นอย่างอื่นจะง่ายกว่า ตัวเลข ๑๒๓๔๕๖๗๘๙๐ ก็ต้องจำ ๑ แทนอาทิตย์เรียงกันไปจนถึง ๗ แทนดาวเสาร์ ๘ แทนราหู ๙ แทนเกตุ ๐ แทนมฤตยู ตอนนี้จะบอกคนไม่รู้เรื่องโหรให้รู้บ้าง.... ให้ดูวงกลมซ้ายสุดแถวบน เป็นรูปทรงกลมแบบเดียวกับโลกที่เราปลูกบ้านอยู่ ลากเส้นตรงจากซ้ายไปขวา จากบนลงล่าง แล้วลากอีกคู่หนึ่งเฉียง เราจะได้โลกที่แบ่งออกเป็น ๘ ส่วน ๆ ละ ๔๕ องศา ตอนที่โลกยังกลมไม่ได้แบ่ง เหมือนสัญลักษณ์ของมฤตยู ไม่มีใครกล้าไปอยู่ พอแบ่งออกเป็น ๘ ส่วน ๆ ละ ๔๕ องศาแล้วจะมีดาวเข้าครอบครองกันคนละเรือนหรือคนละส่วน ๑ จะอยู่คู่กับ ๗ คนละมุม ๒ กับ ๕ อยู่ตรงกันข้าม คนละมุม ๓ กับ ๘ ก็เหมือนกัน ๔ กับ ๖ ทีนี้คุณมาดูภาพขวามือแถวบน มันก็เหมือนกันแหละครับ แต่ท่านบูรพาจารย์พัฒนาให้ใกล้เคียงโหราศาสตร์อีกหน่อย ดาวที่ครองพื้นที่ยังเหมือนเดิม คือเป็นดาวคู่ธาตุ ๑๗ ธาตุไฟ ๒๕ ธาตุดิน ๓๘ ธาตุลม ๔๖ ธาตุน้ำ เรียกว่าเหมือนคนแหละครับคือต้องมีธาตุครบ ไฟ ดิน ลม น้ำ ธาตุไม่ครบคนอยู่ไม่ได้ครับ ทีนี้คุณลองลากเส้นอีก...จาก ๑ มายัง ๗ จาก ๓ ไปยัง ๘ ดาวสองคู่นี้เป็นดาวที่นิสสัยไม่ดีชอบทำบาปกรรมเป็นนิจ สมกับเส้นที่มองเห็นเป็นเครื่องหมาย x เครื่องหมายนี้คือเครื่องหมายผิด เขาจึงว่า ๑๗ ๓๘ เป็นดาวบาปเคราะห์ จะให้โทษเป็นส่วนมาก ที่ให้คุณบ้างก็ในพื้นดวง ทีนี้คุณเริ่มต้นที่ ๑ อันประจำอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ วนไปทางขวามือ คือตามเข็มนาฬิกา... ๑ มีกำลังประจำตัวหกแรงม้า เอา ๒ บวกจะเป็นกำลังแรงม้าของอังคาร๓คือแปด เอา ๒ บวกอีกเป็นกำลังสิบแรงม้าของเสาร์๗ เอา ๒ บวกอีกจะได้กำลังแรงม้าสิบสองของราหู๘ ทีนี้มาถึงกำลังของกลุ่มดาวที่ให้คุณ ซึ่งนิยมเรียกว่าดาวศุภเคราะห์ ดาวจันทร์ ๒ จำง่ายเพราะมีข้างขึ้นข้างแรม ๑๕ ค่ำ กำลังจึงเป็น ๑๕ ๒ บวก ๑๕ เป็น ๑๗ กำลังของพุธ ๔ ๒ บวก ๑๗ เป็น ๑๙ กำลังของพฤหัสบดี ๕ ๒ บวก ๑๙ เป็น ๒๑ กำลังของศุกร์ ๖ ทีนี้ลองลากเส้นตรงจาก ๒ ไป ๕ จาก ๔ ไป ๖ จะเป็นเครื่องหมายบวก เครื่องหมายแห่งความดี ดาวสองคู่นี้เป็นดาวชอบทำดี คือนำโชคลาภมาให้คนที่ต้องการ เขาจึงนิยมเรียกว่าดาวศุภเคราะห์ การแบ่งโลกออกเป็นแปดส่วนนี้ เขาเรียกดวงทักษา หรือดวงทักษคู่มิตรคู่สมพล แต่การเรียนโหราศาสตร์ของเราส่วนมากกระโดดข้ามพื้นฐาณตรงนี้ ไปจับเอา ๑๒ ราศีจักรเลย ของผมบังคับเอาไว้ถ้าตราบใดยังทายดวง ๘ ราศีจักรไม่ได้ อย่าไปคิดทายมากกว่านี้ เหมือนการปลูกบ้าน อยากเห็นตัวบ้านเร็ว ๆ เลยไม่ลงเสาเข็ม เรื่องของดวงทักษามีความลี้ลับซับซ้อนมากกว่าดวง ๑๒ ราศีจักร ในแต่ละพื้นที่ ๔๕ องศามีดาวครอบครองถาวร เหมือนเจ้าของบ้าน ในดวงทักษา มีบอกทิศ บอกสี บอกอักษร นอกจากนี้มีคาถาสำคัญกำกับไว้ เช่น บริวาร คนในบังคับบัญชา อายุ หมายถึงสุขภาพ เดช หมายถึงความน่าเกรงขาม ศรี คือความดีทุกอย่าง มูลละ ทรัพย์ มรดก บ้านที่ดิน อุตสาหะ ความหมั่นเพียร มนตรี ผู้อุปถัมภ์ คนช่วยเหลือ กาลกิณี ความไม่ดีทั้งปวง คาถาดังกล่าวนี้นับเรียงกันไปเสมอ วนไปตามเข็มนาฬิกา คือจาก ๑๒๓๔๗๕๘๖ ทิศตามทักษา ๑ ดาวอาทิตย์ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ๒ ดาวจันทร์ ทิศตะวันออก ๓ ดาวอังคาร ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ๔ ดาวพุธ ทิศใต้ ๕ ดาวพฤหัสบดี ทิศตะวันตก ๖ ดาวศุกร์ ทิศเหนือ ๗ ดาวเสาร์ ทิศตะวันตกเฉียงใต้ ๘ ดาวราหู ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
วิชาโหร
อาจารย์สอ้านสอนพื้นฐานโหราศาสตร์
ภาพที่เห็นนี้คือผังของวิชาโหราศาสตร์ทั่วไป
ใครจะเป็นโหรหรืออยากรู้เรื่องโหร
ถ้าจำภาพนี้ไม่ได้ภายใน ๑ อาทิตย์ คิดเป็นอย่างอื่นจะง่ายกว่า
ตัวเลข ๑๒๓๔๕๖๗๘๙๐ ก็ต้องจำ ๑ แทนอาทิตย์เรียงกันไปจนถึง ๗ แทนดาวเสาร์ ๘ แทนราหู ๙ แทนเกตุ ๐ แทนมฤตยู
ตอนนี้จะบอกคนไม่รู้เรื่องโหรให้รู้บ้าง….
ให้ดูวงกลมซ้ายสุดแถวบน เป็นรูปทรงกลมแบบเดียวกับโลกที่เราปลูกบ้านอยู่ ลากเส้นตรงจากซ้ายไปขวา จากบนลงล่าง แล้วลากอีกคู่หนึ่งเฉียง
เราจะได้โลกที่แบ่งออกเป็น ๘ ส่วน ๆ ละ ๔๕ องศา ตอนที่โลกยังกลมไม่ได้แบ่ง เหมือนสัญลักษณ์ของมฤตยู ไม่มีใครกล้าไปอยู่
พอแบ่งออกเป็น ๘ ส่วน ๆ ละ ๔๕ องศาแล้วจะมีดาวเข้าครอบครองกันคนละเรือนหรือคนละส่วน ๑ จะอยู่คู่กับ ๗ คนละมุม ๒ กับ ๕ อยู่ตรงกันข้าม คนละมุม ๓ กับ ๘ ก็เหมือนกัน ๔ กับ ๖
ทีนี้คุณมาดูภาพขวามือแถวบน มันก็เหมือนกันแหละครับ แต่ท่านบูรพาจารย์พัฒนาให้ใกล้เคียงโหราศาสตร์อีกหน่อย
ดาวที่ครองพื้นที่ยังเหมือนเดิม คือเป็นดาวคู่ธาตุ ๑๗ ธาตุไฟ ๒๕ ธาตุดิน ๓๘ ธาตุลม ๔๖ ธาตุน้ำ เรียกว่าเหมือนคนแหละครับคือต้องมีธาตุครบ ไฟ ดิน ลม น้ำ ธาตุไม่ครบคนอยู่ไม่ได้ครับ
ทีนี้คุณลองลากเส้นอีก…จาก ๑ มายัง ๗ จาก ๓ ไปยัง ๘ ดาวสองคู่นี้เป็นดาวที่นิสสัยไม่ดีชอบทำบาปกรรมเป็นนิจ สมกับเส้นที่มองเห็นเป็นเครื่องหมาย x เครื่องหมายนี้คือเครื่องหมายผิด เขาจึงว่า ๑๗ ๓๘ เป็นดาวบาปเคราะห์ จะให้โทษเป็นส่วนมาก ที่ให้คุณบ้างก็ในพื้นดวง
ทีนี้คุณเริ่มต้นที่ ๑ อันประจำอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ วนไปทางขวามือ คือตามเข็มนาฬิกา…
๑ มีกำลังประจำตัวหกแรงม้า
เอา ๒ บวกจะเป็นกำลังแรงม้าของอังคาร๓คือแปด
เอา ๒ บวกอีกเป็นกำลังสิบแรงม้าของเสาร์๗
เอา ๒ บวกอีกจะได้กำลังแรงม้าสิบสองของราหู๘
ทีนี้มาถึงกำลังของกลุ่มดาวที่ให้คุณ ซึ่งนิยมเรียกว่าดาวศุภเคราะห์
ดาวจันทร์ ๒ จำง่ายเพราะมีข้างขึ้นข้างแรม ๑๕ ค่ำ กำลังจึงเป็น ๑๕
๒ บวก ๑๕ เป็น ๑๗ กำลังของพุธ ๔
๒ บวก ๑๗ เป็น ๑๙ กำลังของพฤหัสบดี ๕
๒ บวก ๑๙ เป็น ๒๑ กำลังของศุกร์ ๖
ทีนี้ลองลากเส้นตรงจาก ๒ ไป ๕ จาก ๔ ไป ๖ จะเป็นเครื่องหมายบวก เครื่องหมายแห่งความดี ดาวสองคู่นี้เป็นดาวชอบทำดี คือนำโชคลาภมาให้คนที่ต้องการ เขาจึงนิยมเรียกว่าดาวศุภเคราะห์
การแบ่งโลกออกเป็นแปดส่วนนี้ เขาเรียกดวงทักษา หรือดวงทักษคู่มิตรคู่สมพล
แต่การเรียนโหราศาสตร์ของเราส่วนมากกระโดดข้ามพื้นฐาณตรงนี้ ไปจับเอา ๑๒ ราศีจักรเลย ของผมบังคับเอาไว้ถ้าตราบใดยังทายดวง ๘ ราศีจักรไม่ได้ อย่าไปคิดทายมากกว่านี้ เหมือนการปลูกบ้าน อยากเห็นตัวบ้านเร็ว ๆ เลยไม่ลงเสาเข็ม
เรื่องของดวงทักษามีความลี้ลับซับซ้อนมากกว่าดวง ๑๒ ราศีจักร ในแต่ละพื้นที่ ๔๕ องศามีดาวครอบครองถาวร เหมือนเจ้าของบ้าน ในดวงทักษา มีบอกทิศ บอกสี บอกอักษร นอกจากนี้มีคาถาสำคัญกำกับไว้ เช่น
บริวาร คนในบังคับบัญชา
อายุ หมายถึงสุขภาพ
เดช หมายถึงความน่าเกรงขาม
ศรี คือความดีทุกอย่าง
มูลละ ทรัพย์ มรดก บ้านที่ดิน
อุตสาหะ ความหมั่นเพียร
มนตรี ผู้อุปถัมภ์ คนช่วยเหลือ
กาลกิณี ความไม่ดีทั้งปวง
คาถาดังกล่าวนี้นับเรียงกันไปเสมอ วนไปตามเข็มนาฬิกา คือจาก ๑๒๓๔๗๕๘๖
ทิศตามทักษา
๑ ดาวอาทิตย์ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
๒ ดาวจันทร์
ทิศตะวันออก
๓ ดาวอังคาร
ทิศตะวันออกเฉียงใต้
๔ ดาวพุธ ทิศใต้
๕ ดาวพฤหัสบดี ทิศตะวันตก
๖ ดาวศุกร์ ทิศเหนือ
๗ ดาวเสาร์ ทิศตะวันตกเฉียงใต้
๘ ดาวราหู ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
วิชาโหร อาจารย์สอ้านสอนพื้นฐานโหราศาสตร์ ภาพที่เห็นนี้คือผังของวิชาโหราศาสตร์ทั่วไป ใครจะเป็นโหรหรืออยากรู้เรื่องโหร ถ้าจำภาพนี้ไม่ได้ภายใน ๑ อาทิตย์ คิดเป็นอย่างอื่นจะง่ายกว่า ตัวเลข ๑๒๓๔๕๖๗๘๙๐ ก็ต้องจำ ๑ แทนอาทิตย์เรียงกันไปจนถึง ๗ แทนดาวเสาร์ ๘ แทนราหู ๙ แทนเกตุ ๐ แทนมฤตยู ตอนนี้จะบอกคนไม่รู้เรื่องโหรให้รู้บ้าง.... ให้ดูวงกลมซ้ายสุดแถวบน เป็นรูปทรงกลมแบบเดียวกับโลกที่เราปลูกบ้านอยู่ ลากเส้นตรงจากซ้ายไปขวา จากบนลงล่าง แล้วลากอีกคู่หนึ่งเฉียง เราจะได้โลกที่แบ่งออกเป็น ๘ ส่วน ๆ ละ ๔๕ องศา ตอนที่โลกยังกลมไม่ได้แบ่ง เหมือนสัญลักษณ์ของมฤตยู ไม่มีใครกล้าไปอยู่ พอแบ่งออกเป็น ๘ ส่วน ๆ ละ ๔๕ องศาแล้วจะมีดาวเข้าครอบครองกันคนละเรือนหรือคนละส่วน ๑ จะอยู่คู่กับ ๗ คนละมุม ๒ กับ ๕ อยู่ตรงกันข้าม คนละมุม ๓ กับ ๘ ก็เหมือนกัน ๔ กับ ๖ ทีนี้คุณมาดูภาพขวามือแถวบน มันก็เหมือนกันแหละครับ แต่ท่านบูรพาจารย์พัฒนาให้ใกล้เคียงโหราศาสตร์อีกหน่อย ดาวที่ครองพื้นที่ยังเหมือนเดิม คือเป็นดาวคู่ธาตุ ๑๗ ธาตุไฟ ๒๕ ธาตุดิน ๓๘ ธาตุลม ๔๖ ธาตุน้ำ เรียกว่าเหมือนคนแหละครับคือต้องมีธาตุครบ ไฟ ดิน ลม น้ำ ธาตุไม่ครบคนอยู่ไม่ได้ครับ ทีนี้คุณลองลากเส้นอีก...จาก ๑ มายัง ๗ จาก ๓ ไปยัง ๘ ดาวสองคู่นี้เป็นดาวที่นิสสัยไม่ดีชอบทำบาปกรรมเป็นนิจ สมกับเส้นที่มองเห็นเป็นเครื่องหมาย x เครื่องหมายนี้คือเครื่องหมายผิด เขาจึงว่า ๑๗ ๓๘ เป็นดาวบาปเคราะห์ จะให้โทษเป็นส่วนมาก ที่ให้คุณบ้างก็ในพื้นดวง ทีนี้คุณเริ่มต้นที่ ๑ อันประจำอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ วนไปทางขวามือ คือตามเข็มนาฬิกา... ๑ มีกำลังประจำตัวหกแรงม้า เอา ๒ บวกจะเป็นกำลังแรงม้าของอังคาร๓คือแปด เอา ๒ บวกอีกเป็นกำลังสิบแรงม้าของเสาร์๗ เอา ๒ บวกอีกจะได้กำลังแรงม้าสิบสองของราหู๘ ทีนี้มาถึงกำลังของกลุ่มดาวที่ให้คุณ ซึ่งนิยมเรียกว่าดาวศุภเคราะห์ ดาวจันทร์ ๒ จำง่ายเพราะมีข้างขึ้นข้างแรม ๑๕ ค่ำ กำลังจึงเป็น ๑๕ ๒ บวก ๑๕ เป็น ๑๗ กำลังของพุธ ๔ ๒ บวก ๑๗ เป็น ๑๙ กำลังของพฤหัสบดี ๕ ๒ บวก ๑๙ เป็น ๒๑ กำลังของศุกร์ ๖ ทีนี้ลองลากเส้นตรงจาก ๒ ไป ๕ จาก ๔ ไป ๖ จะเป็นเครื่องหมายบวก เครื่องหมายแห่งความดี ดาวสองคู่นี้เป็นดาวชอบทำดี คือนำโชคลาภมาให้คนที่ต้องการ เขาจึงนิยมเรียกว่าดาวศุภเคราะห์ การแบ่งโลกออกเป็นแปดส่วนนี้ เขาเรียกดวงทักษา หรือดวงทักษคู่มิตรคู่สมพล แต่การเรียนโหราศาสตร์ของเราส่วนมากกระโดดข้ามพื้นฐาณตรงนี้ ไปจับเอา ๑๒ ราศีจักรเลย ของผมบังคับเอาไว้ถ้าตราบใดยังทายดวง ๘ ราศีจักรไม่ได้ อย่าไปคิดทายมากกว่านี้ เหมือนการปลูกบ้าน อยากเห็นตัวบ้านเร็ว ๆ เลยไม่ลงเสาเข็ม เรื่องของดวงทักษามีความลี้ลับซับซ้อนมากกว่าดวง ๑๒ ราศีจักร ในแต่ละพื้นที่ ๔๕ องศามีดาวครอบครองถาวร เหมือนเจ้าของบ้าน ในดวงทักษา มีบอกทิศ บอกสี บอกอักษร นอกจากนี้มีคาถาสำคัญกำกับไว้ เช่น บริวาร คนในบังคับบัญชา อายุ หมายถึงสุขภาพ เดช หมายถึงความน่าเกรงขาม ศรี คือความดีทุกอย่าง มูลละ ทรัพย์ มรดก บ้านที่ดิน อุตสาหะ ความหมั่นเพียร มนตรี ผู้อุปถัมภ์ คนช่วยเหลือ กาลกิณี ความไม่ดีทั้งปวง คาถาดังกล่าวนี้นับเรียงกันไปเสมอ วนไปตามเข็มนาฬิกา คือจาก ๑๒๓๔๗๕๘๖ ทิศตามทักษา ๑ ดาวอาทิตย์ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ๒ ดาวจันทร์ ทิศตะวันออก ๓ ดาวอังคาร ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ๔ ดาวพุธ ทิศใต้ ๕ ดาวพฤหัสบดี ทิศตะวันตก ๖ ดาวศุกร์ ทิศเหนือ ๗ ดาวเสาร์ ทิศตะวันตกเฉียงใต้ ๘ ดาวราหู ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
วิชาโหร
อาจารย์สอ้านสอนพื้นฐานโหราศาสตร์
ภาพที่เห็นนี้คือผังของวิชาโหราศาสตร์ทั่วไป
ใครจะเป็นโหรหรืออยากรู้เรื่องโหร
ถ้าจำภาพนี้ไม่ได้ภายใน ๑ อาทิตย์ คิดเป็นอย่างอื่นจะง่ายกว่า
ตัวเลข ๑๒๓๔๕๖๗๘๙๐ ก็ต้องจำ ๑ แทนอาทิตย์เรียงกันไปจนถึง ๗ แทนดาวเสาร์ ๘ แทนราหู ๙ แทนเกตุ ๐ แทนมฤตยู
ตอนนี้จะบอกคนไม่รู้เรื่องโหรให้รู้บ้าง….
ให้ดูวงกลมซ้ายสุดแถวบน เป็นรูปทรงกลมแบบเดียวกับโลกที่เราปลูกบ้านอยู่ ลากเส้นตรงจากซ้ายไปขวา จากบนลงล่าง แล้วลากอีกคู่หนึ่งเฉียง
เราจะได้โลกที่แบ่งออกเป็น ๘ ส่วน ๆ ละ ๔๕ องศา ตอนที่โลกยังกลมไม่ได้แบ่ง เหมือนสัญลักษณ์ของมฤตยู ไม่มีใครกล้าไปอยู่
พอแบ่งออกเป็น ๘ ส่วน ๆ ละ ๔๕ องศาแล้วจะมีดาวเข้าครอบครองกันคนละเรือนหรือคนละส่วน ๑ จะอยู่คู่กับ ๗ คนละมุม ๒ กับ ๕ อยู่ตรงกันข้าม คนละมุม ๓ กับ ๘ ก็เหมือนกัน ๔ กับ ๖
ทีนี้คุณมาดูภาพขวามือแถวบน มันก็เหมือนกันแหละครับ แต่ท่านบูรพาจารย์พัฒนาให้ใกล้เคียงโหราศาสตร์อีกหน่อย
ดาวที่ครองพื้นที่ยังเหมือนเดิม คือเป็นดาวคู่ธาตุ ๑๗ ธาตุไฟ ๒๕ ธาตุดิน ๓๘ ธาตุลม ๔๖ ธาตุน้ำ เรียกว่าเหมือนคนแหละครับคือต้องมีธาตุครบ ไฟ ดิน ลม น้ำ ธาตุไม่ครบคนอยู่ไม่ได้ครับ
ทีนี้คุณลองลากเส้นอีก…จาก ๑ มายัง ๗ จาก ๓ ไปยัง ๘ ดาวสองคู่นี้เป็นดาวที่นิสสัยไม่ดีชอบทำบาปกรรมเป็นนิจ สมกับเส้นที่มองเห็นเป็นเครื่องหมาย x เครื่องหมายนี้คือเครื่องหมายผิด เขาจึงว่า ๑๗ ๓๘ เป็นดาวบาปเคราะห์ จะให้โทษเป็นส่วนมาก ที่ให้คุณบ้างก็ในพื้นดวง
ทีนี้คุณเริ่มต้นที่ ๑ อันประจำอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ วนไปทางขวามือ คือตามเข็มนาฬิกา…
๑ มีกำลังประจำตัวหกแรงม้า
เอา ๒ บวกจะเป็นกำลังแรงม้าของอังคาร๓คือแปด
เอา ๒ บวกอีกเป็นกำลังสิบแรงม้าของเสาร์๗
เอา ๒ บวกอีกจะได้กำลังแรงม้าสิบสองของราหู๘
ทีนี้มาถึงกำลังของกลุ่มดาวที่ให้คุณ ซึ่งนิยมเรียกว่าดาวศุภเคราะห์
ดาวจันทร์ ๒ จำง่ายเพราะมีข้างขึ้นข้างแรม ๑๕ ค่ำ กำลังจึงเป็น ๑๕
๒ บวก ๑๕ เป็น ๑๗ กำลังของพุธ ๔
๒ บวก ๑๗ เป็น ๑๙ กำลังของพฤหัสบดี ๕
๒ บวก ๑๙ เป็น ๒๑ กำลังของศุกร์ ๖
ทีนี้ลองลากเส้นตรงจาก ๒ ไป ๕ จาก ๔ ไป ๖ จะเป็นเครื่องหมายบวก เครื่องหมายแห่งความดี ดาวสองคู่นี้เป็นดาวชอบทำดี คือนำโชคลาภมาให้คนที่ต้องการ เขาจึงนิยมเรียกว่าดาวศุภเคราะห์
การแบ่งโลกออกเป็นแปดส่วนนี้ เขาเรียกดวงทักษา หรือดวงทักษคู่มิตรคู่สมพล
แต่การเรียนโหราศาสตร์ของเราส่วนมากกระโดดข้ามพื้นฐาณตรงนี้ ไปจับเอา ๑๒ ราศีจักรเลย ของผมบังคับเอาไว้ถ้าตราบใดยังทายดวง ๘ ราศีจักรไม่ได้ อย่าไปคิดทายมากกว่านี้ เหมือนการปลูกบ้าน อยากเห็นตัวบ้านเร็ว ๆ เลยไม่ลงเสาเข็ม
เรื่องของดวงทักษามีความลี้ลับซับซ้อนมากกว่าดวง ๑๒ ราศีจักร ในแต่ละพื้นที่ ๔๕ องศามีดาวครอบครองถาวร เหมือนเจ้าของบ้าน ในดวงทักษา มีบอกทิศ บอกสี บอกอักษร นอกจากนี้มีคาถาสำคัญกำกับไว้ เช่น
บริวาร คนในบังคับบัญชา
อายุ หมายถึงสุขภาพ
เดช หมายถึงความน่าเกรงขาม
ศรี คือความดีทุกอย่าง
มูลละ ทรัพย์ มรดก บ้านที่ดิน
อุตสาหะ ความหมั่นเพียร
มนตรี ผู้อุปถัมภ์ คนช่วยเหลือ
กาลกิณี ความไม่ดีทั้งปวง
คาถาดังกล่าวนี้นับเรียงกันไปเสมอ วนไปตามเข็มนาฬิกา คือจาก ๑๒๓๔๗๕๘๖
ทิศตามทักษา
๑ ดาวอาทิตย์ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
๒ ดาวจันทร์
ทิศตะวันออก
๓ ดาวอังคาร
ทิศตะวันออกเฉียงใต้
๔ ดาวพุธ ทิศใต้
๕ ดาวพฤหัสบดี ทิศตะวันตก
๖ ดาวศุกร์ ทิศเหนือ
๗ ดาวเสาร์ ทิศตะวันตกเฉียงใต้
๘ ดาวราหู ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ

อาจารย์สอ้านสอนพื้นฐานโหราศาสตร์
ภาพที่เห็นนี้คือผังของวิชาโหราศาสตร์ทั่วไป
ใครจะเป็นโหรหรืออยากรู้เรื่องโหร
ถ้าจำภาพนี้ไม่ได้ภายใน ๑ อาทิตย์ คิดเป็นอย่างอื่นจะง่ายกว่า
ตัวเลข ๑๒๓๔๕๖๗๘๙๐

วิชาโหร

อาจารย์สอ้านสอนพื้นฐานโหราศาสตร์
ภาพที่เห็นนี้คือผังของวิชาโหราศาสตร์ทั่วไป
ใครจะเป็นโหรหรืออยากรู้เรื่องโหร
ถ้าจำภาพนี้ไม่ได้ภายใน ๑ อาทิตย์ คิดเป็นอย่างอื่นจะง่ายกว่า
ตัวเลข ๑๒๓๔๕๖๗๘๙๐ ก็ต้องจำ ๑ แทนอาทิตย์เรียงกันไปจนถึง ๗ แทนดาวเสาร์ ๘ แทนราหู ๙ แทนเกตุ ๐ แทนมฤตยู

ตอนนี้จะบอกคนไม่รู้เรื่องโหรให้รู้บ้าง….
ให้ดูวงกลมซ้ายสุดแถวบน เป็นรูปทรงกลมแบบเดียวกับโลกที่เราปลูกบ้านอยู่ ลากเส้นตรงจากซ้ายไปขวา จากบนลงล่าง แล้วลากอีกคู่หนึ่งเฉียง
เราจะได้โลกที่แบ่งออกเป็น ๘ ส่วน ๆ ละ ๔๕ องศา ตอนที่โลกยังกลมไม่ได้แบ่ง เหมือนสัญลักษณ์ของมฤตยู ไม่มีใครกล้าไปอยู่
พอแบ่งออกเป็น ๘ ส่วน ๆ ละ ๔๕ องศาแล้วจะมีดาวเข้าครอบครองกันคนละเรือนหรือคนละส่วน ๑ จะอยู่คู่กับ ๗ คนละมุม ๒ กับ ๕ อยู่ตรงกันข้าม คนละมุม ๓ กับ ๘ ก็เหมือนกัน ๔ กับ ๖
ทีนี้คุณมาดูภาพขวามือแถวบน มันก็เหมือนกันแหละครับ แต่ท่านบูรพาจารย์พัฒนาให้ใกล้เคียงโหราศาสตร์อีกหน่อย
ดาวที่ครองพื้นที่ยังเหมือนเดิม คือเป็นดาวคู่ธาตุ ๑๗ ธาตุไฟ ๒๕ ธาตุดิน ๓๘ ธาตุลม ๔๖ ธาตุน้ำ เรียกว่าเหมือนคนแหละครับคือต้องมีธาตุครบ ไฟ ดิน ลม น้ำ ธาตุไม่ครบคนอยู่ไม่ได้ครับ
ทีนี้คุณลองลากเส้นอีก…จาก ๑ มายัง ๗ จาก ๓ ไปยัง ๘ ดาวสองคู่นี้เป็นดาวที่นิสสัยไม่ดีชอบทำบาปกรรมเป็นนิจ สมกับเส้นที่มองเห็นเป็นเครื่องหมาย x เครื่องหมายนี้คือเครื่องหมายผิด เขาจึงว่า ๑๗ ๓๘ เป็นดาวบาปเคราะห์ จะให้โทษเป็นส่วนมาก ที่ให้คุณบ้างก็ในพื้นดวง
ทีนี้คุณเริ่มต้นที่ ๑ อันประจำอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ วนไปทางขวามือ คือตามเข็มนาฬิกา…
๑ มีกำลังประจำตัวหกแรงม้า
เอา ๒ บวกจะเป็นกำลังแรงม้าของอังคาร๓คือแปด
เอา ๒ บวกอีกเป็นกำลังสิบแรงม้าของเสาร์๗
เอา ๒ บวกอีกจะได้กำลังแรงม้าสิบสองของราหู๘
ทีนี้มาถึงกำลังของกลุ่มดาวที่ให้คุณ ซึ่งนิยมเรียกว่าดาวศุภเคราะห์
ดาวจันทร์ ๒ จำง่ายเพราะมีข้างขึ้นข้างแรม ๑๕ ค่ำ กำลังจึงเป็น ๑๕
๒ บวก ๑๕ เป็น ๑๗ กำลังของพุธ ๔
๒ บวก ๑๗ เป็น ๑๙ กำลังของพฤหัสบดี ๕
๒ บวก ๑๙ เป็น ๒๑ กำลังของศุกร์ ๖
ทีนี้ลองลากเส้นตรงจาก ๒ ไป ๕ จาก ๔ ไป ๖ จะเป็นเครื่องหมายบวก เครื่องหมายแห่งความดี ดาวสองคู่นี้เป็นดาวชอบทำดี คือนำโชคลาภมาให้คนที่ต้องการ เขาจึงนิยมเรียกว่าดาวศุภเคราะห์
การแบ่งโลกออกเป็นแปดส่วนนี้ เขาเรียกดวงทักษา หรือดวงทักษคู่มิตรคู่สมพล
แต่การเรียนโหราศาสตร์ของเราส่วนมากกระโดดข้ามพื้นฐาณตรงนี้ ไปจับเอา ๑๒ ราศีจักรเลย ของผมบังคับเอาไว้ถ้าตราบใดยังทายดวง ๘ ราศีจักรไม่ได้ อย่าไปคิดทายมากกว่านี้ เหมือนการปลูกบ้าน อยากเห็นตัวบ้านเร็ว ๆ เลยไม่ลงเสาเข็ม
เรื่องของดวงทักษามีความลี้ลับซับซ้อนมากกว่าดวง ๑๒ ราศีจักร ในแต่ละพื้นที่ ๔๕ องศามีดาวครอบครองถาวร เหมือนเจ้าของบ้าน ในดวงทักษา มีบอกทิศ บอกสี บอกอักษร นอกจากนี้มีคาถาสำคัญกำกับไว้ เช่น
บริวาร คนในบังคับบัญชา
อายุ หมายถึงสุขภาพ
เดช หมายถึงความน่าเกรงขาม
ศรี คือความดีทุกอย่าง
มูลละ ทรัพย์ มรดก บ้านที่ดิน
อุตสาหะ ความหมั่นเพียร
มนตรี ผู้อุปถัมภ์ คนช่วยเหลือ
กาลกิณี ความไม่ดีทั้งปวง
คาถาดังกล่าวนี้นับเรียงกันไปเสมอ วนไปตามเข็มนาฬิกา คือจาก ๑๒๓๔๗๕๘๖

ทิศตามทักษา

๑ ดาวอาทิตย์ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
๒ ดาวจันทร์
ทิศตะวันออก

๓ ดาวอังคาร
ทิศตะวันออกเฉียงใต้

๔ ดาวพุธ ทิศใต้
๕ ดาวพฤหัสบดี ทิศตะวันตก
๖ ดาวศุกร์ ทิศเหนือ
๗ ดาวเสาร์ ทิศตะวันตกเฉียงใต้
๘ ดาวราหู ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ