
หนังสือตำราโหราศาสตร์หลากหลายครูอาจารย์รุ่นก่อนท่านเขียนไว้ให้ศึกษาบางทีก็ซุกซ้อนอยูในหนังสือแจกงานศพบ้าง ดาวพระเคราะห์ที่ใช้พยากรณ
สิ่งที่ต้องรู้เป็นพื้นฐานที่สำคัญได้แก่ดาวพระเคราะห์ที่สำคัญมีอยู่ 8 ดวงด้วยกันคือ
อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัส ศุกร์ เสาร์ ราหู
มีชื่อทางวิชาการว่า อัฐเคราะห์ คงจำกันได้ไม่ยาก เพราะชื่อดาวพระเคราะห์คือชื่อวันในสัปดาห์นั้นเองแต่เพิ่มมา ก็เพียง ดาวราหู นั่นเอง
อาจจะสงสัยว่ามีมากกว่านี้ มี พระเกตุ มี มฤตยู มี เนปจูน มีพลูโต
ยังไม่ต้องไปสนใจ บอกอยู่แล้วว่า ชั้นประถม กำลังจะหัดอ่านหนังสือ เอาที่จำเป็นก่อน ทีเหลือไปศึกษากันเองในขั้นต่อไป
ตอนที่ 2 เรื่องสัญญลักษณ์แทนดาว
ใช้ตัวเลขแทน ดาว บางท่านให้ใช้เลขไทย ไม่ว่ากัน จะใช้แบบใด เป็นอันเข้าใจตรงกันว่า
อาทิตย์ใช้ เลข 1
จันทร์ ใช้ เลข 2
อังคารใช้เลข 3
พุธใช้เลข 4
พฤหัสใช้เลข 5
ศุกร์ใช้เลข 6
เสาร์ใช้เลข 7
ราหูใช้เลข 8 จบตอนที่ 2
ความหมายของดาวพระเคราะห์ ตอนที่3
ต้องทำความเข้าใจกับความหมายดาวพระเคราะห์ว่า ดาวทุกดวงมีคุณและโทษ ให้ได้ผลทั้งด้านดีและด้านเสีย
อาทิตย์ ด้านดี หมายถึงความรักเกียรติ ความกระตือรือร้น ความทะเยอทะยาน
ในการก้าวหน้า
ด้านเสีย หมายถึง ความถือตัว หัวสูง มีการยกตนข่มท่าน หัวสูง
จันทร์ ด้านดี หมายถึง ความอ่อนโยน อ่อนหวาน มีความเมตตา ขึ้สงสารเอาอกเอาใจใส่ในความทุกข์สุขของคนอื่น
ด้านเสีย หมายถึงความอ่อนไหว เจ้าอารมณ์ จิตใจไม่มั่นคง เป็นที่มัก
แปรปรวน เป็นคนที่เปลี่ยนใจได้ง่าย
อังคาร ด้านดี หมายถึงการปฏิบัติความขยันขันแข็ง กล้าหาญ จริงจัง รักการต่อสู้ แข่งขันการผจญภัย
ด้านเสีย หมายถึงความมุทะลุดุดัน กระด้าง ชอบหาเรื่อง
พุธ ด้านดี หมายถึงการศึกษา ค้นคว้า การคิดการพูด ไหวพริบ
ด้านเสีย หมายถึงเล่ห์เหลี่ยม ฉลาดแกมโกง เอารัดเอาเปรียบ
พฤหัส ด้านดี หมายถึง ความรอบรู้ ความสุขุม ความยุติธรรม
ด้านเสีย หมายถึง ชอบอวดรู้ ใช้ความรู้นอกลู่นอกทาง
ศุกร์ ด้านดี หมายถึงศิลปะ ความรักสวยรักงาม ความแจ่มใส ร่าเริง
ด้านเสีย หมายถึงความขี้โอ่ ฟุ้งเฟ้อ เจ้าสำราญฟุ่มเฟือย
เสาร์ ด้านดี หมายถึงความรักสงบสันโดษ ความละเอียดถี่ถ้วน อดทน
ด้านเสีย หมายถึง ความจู้จี้ขี้บ่น ขี้สงสัยระแวง อาการทางประสาท
ราหู ด้านดี หมายถึงความรู้พิเศษ จิตภาพดี
ด้านเสีย หมายถึงความลุ่มหลงมัวเมา งมงาย
กลอนทักษาสัมพันธ์ต้องจำให้ได้และขึ้นใจ
ศรีร่วมเรือนบริวาร ข้าคนบริพาร จะเพิ่มพูนศิริลาภา
ผิศรีเข้าร่วมเรือนอา ยุสรรพโรคา พยาธิ์อาพาธจักคลาย
ศรีร่วมเรือนเดชกำจาย จรัสจรูญพรรณราย ด้วยเดชกำจัดศัตรู
ศรีร่วมเรือนศรีพรั่งพรู ทรัพย์สินพธู จะเพียบจะพร้อมไพบูลย์
ผิศรีเข้าร่วมเรือนมูล สมบัติสมบูรณ์ ทั้งบ้านและสวนไร่นา
ผิศรีร่วมเรือนอุสาห์ สิทธิการนานา ค้าขายก็ได้เกินทุน
ศรีร่วมมนตรีเจ้าขุน ไท้ท้าวการุณ กอบเกื้อให้เกิดสุขสันต์
ศรีร่วมกาลีผัน ผิดแผกแปลกบรรพ์ สลับกลับร้ายและดี
กาลีร่วมเรือนบริวาร ข้าคนเกียจการ ก่อเหตุให้ร้อนรุมใจ
กาลีร่วมอายุขัย ระมัดโรคภัย เบียนอายุมิให้ยืนยง
กาลีร่วมเดชดำรง เดชไว้มิคง ด้วยถูกเบียดเบียนบีฑา
อุบัติวิบัตินานา อริพาลา จักรุมให้ร้อนรำคาญ
กาลีร่วมศรีสักการ ลาภผลสินทาน เคยมีกลับหมดหดหาย
กาลีร่วมมูลทำนาย พรากพลัดกระจาย จากที่เคยสุขสำราญ
ร่วมอุสาหะการงาน เกิดแยกแตกฉาน อีกจะฉลีกเรี่ยเสียหาย
กาลีร่วมมนตรีทาย เจ้าขุนทั้งหลาย จักคอยเคียดขึ้นข่มเหง
กาลีร่วมกาลีเกรง เรื่องวุ่นอลเวง วิวาทวิปลาสนานา
ความหมาย ภูมิต่างๆ
บริวาร หมายถึง บุคลที่แวดล้อม เช่นพ่อแม่พี่น้อง ลูกเมีย เพื่อน และบุคคลที่เราติดต่อด้วยเช่นเพื่อนร่วมงานหรือเพื่อนบ้านเป็นต้น
อายุ หมายถึง สุขภาพ จิตใจอารมณ์
เดช หมายถึง วาสนา ยศ ตำแหน่ง ชื่อเสียง อำนาจ
ศรี โชคลาภ ความราบรื่น และความสมหวัง
มูละ หลักฐาน ทรัพย์สิน ผลประโยชน์
อุสาหะ การงาน อาชีพ ภาระ
มนตรี ผู้ใหญ่ ผู้ให้ความช่วยเหลือ ที่พึ่ง
กาลกิณี เคราะห์ อุปสรรค ศัตรู ความยุ่งยากเดือดร้อน
ความหมายดาวพระเคราะห์คู่
คือหมายถึงดาวดวงหนึ่งไปสถิตร่วมกับดาวอีกดวงหนึ่ง จะเกิดความหมายพิเศษขึ้นมา ดังต่อไปนี้
คู่มิตร
เมื่อดาวอยู่ร่มกันข้างล่างดังนี้เรียกว่าคู่มิตร
1 กับ 5 อาทิตย์กับพฤหัส
2-4 จันทร์กับพุธ
3-6 อังคารกับศุกร์
7-8 เสาร์กับราหู
ดาวคู่มิตร ความหมายกลางๆว่า ความรัก ความเมตตา ความไว้วางใจ คนที่รักใคร่ใกล้ชิด
ด้านดี หมายถึงผลดีจะเกิดจากคนใกล้ชิด
ถ้าดาวคู่มิตรอยู่ในตำแหน่งเสีย ผลเสียจะเกิดจากคนรักใครใกล้ชิด แบบไว้ใจทาง วางใจคน จะจนใจเอง และลองสังเกตในบทเรียนประกอบ หากพบที่ไหน ขีดเส้นใต้ไว้ และจดแยกต่างหาก จะเป็นหมวดหมู่ อ่านบ่อยๆจะจำได้เอง
ฝึกหัด2
อังคารเป็นดาวศรี ไปอยู่ราศี กรกฎ เป็นเดช อ่านว่า ศรี ร่วมเรือนเดช นึกถึงคำพยากรณ์ศรี(3-2)
ศรีร่วมเรือนเดชกำจาย จรัสจรูญพรรณราย ด้วยเดชกำจัดศัตรู
ตามดาวเจ้าเรือนเดช ดาวจันทร์ ไปอยู่ราศี ธนู เรือนมนตรี (2-5)
เมื่อ ดาว (3-2) คู่ชู้ ทางที่ดี มาอยู่ในภูมิศรี ต้องแปลว่า รอบคอบอาใจใส่ในงานดี
——————————————-
ส่วนเสียได้แก่ ราหู เมื่อราหู เป็นกาลกิณี มาอยู่ในเรือนศรี ราหูแปลว่าความมัวเมา ความหลงผิด
อ่านว่า กาลีร่วมศรีสักการ ลาภผลสินทาน เคยมีกลับหมดหดหาย
และที่ราศีกุมภ์ เป็นราศีกาลกิณี มีดาวพฤหัส เป็นมนตรีกำกับอยู่
ศรีร่วมเดช (3-2 = รอบคอบเอาใจใส่ดี ) (2-5 คู่ธาตุ แปลว่าความมั่นคง)จึงแปลความออกมาได้ว่า อิทธิพลดวงดาวประจำวันนี้ ให้ผลดีมากในงานประเภทที่ได้รับมอบหมายจากผู้ใหญ่
ควรหลีกเลี่ยงการได้ผลประโยชน์ (กาลีร่วมศรี ) 8-3 ที่ต้องเสี่ยงได้เสี่ยงเสีย เพราะกาลีจะอยู่ในเรือนศรี เพราะแม้จะมีผลดี ก็มักจะหลีกเลี่ยงผลร้ายที่ตามมาไม่ทัน (5-8)
ความหมายดาวคู่
1 2 คู่ครัวเรือน มีอิทธิพลระดับปานกลาง จะให้คุณหรือให้โทษก็ไม่สู้รุนแรงมากนักมักเป็นเหตุเล็กๆน้อยๆในหมู่คณะ
13 ด้านดี หมายถึง ความกระตือรือร้น มีความตั้งใจในการต่อสู้ ในความก้าวหน้า
ด้านเสีย หมายถึงชอบใช้อำนาจ ชอบรุกราน อารมณ์ร้อน การผ่าตัด อุบัติเหตุ
14 ด้านดี การติดต่อการประชาสัมพันธ์ ข่าวสาร
ด้านเสีย การติดต่อล้มเหลว ข่าวไม่ดี
16 ด้านดี ความมีหน้ามีตา ชื่อเสียง
ด้าน เสีย เสียชื่อเสียง อัปยศ
18 ด้านดี มีความสามารถ รอบตัว สามารถปรับตัวเองเข้ากับสถานการณ์ได้ดี
ด้านเสีย ความผันผวน การเปลี่ยนแปลง
23 ด้านดี ความระมัดระวัง รอบคอบ การเอาใจใส่ หน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
ด้านเสีย ความระแวง ชู้สาว หึงหวง
26 ดี ความสะดวกสะบาย ความโอ่อ่าสวยงาม
เสีย ความฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือย ความหลงระเริง
27 ดี การเดินทาง การโยกย้าย ไปที่ใหม่ที่ดีขื้น
เสีย การแตกแยก การอย่าร้าง การพลัดพราก
28 ดี เครดิตดี สามารถทำงานใหญ่ได้เกินตัว
เสีย หนี้สิน เดือดร้อน
34 ดี วาทศิลป์ ทำงานได้ดี พูดได้ทำได้
เสีย เดือดร้อนเพราะปาก ถูกใส่ความ ผิดสัญญา
37 ดี มานะ บากบั่น ไม่ย่อท้อต่อความลำบาก
เสีย การอาฆาตจองเวร การทุกข์ทรมาน
38 มีความเชื่อมั่นในตัวเองกล้าได้ กล้าเสีย ตัดสินใจเร็ว
เสีย บุ่มบ่าว ห้าว ประมาท
45 ดี ความรอบรู้ มีระเบียบแบบแผน ศีลธรรม
เสีย ห่วงหน้าห่วงหลังมากเกินไปไม่ทันการ
47 ดี โครงการระยะยาว
เสีย ทรมาน จำใจรับผิดชอบ
48 ไหวพริบ ทันคน
เสีย เจ้าเล่ห์
57 ดี ความรู้ลึกซึ้ง เรื่องเก่าแก่
เสีย ปัญหายืดเยื้อ
58 ดี พ่อค้า ความรอบรู้ทางโลกและทางธรรม
มีปัญหาสับสนจับต้นชนปลายยุ่งเหยิง
67 ดี คู่พัฒนา
เสีย ผะอืดผะอมขมขื่น
68 ดี ได้โชคไม่ขาดขวัญ
เสีย มัวเมาขาดสติ
ความหมายเรือนชะตาต่าง ๆ ในดวงชะตา
ทั่ว ๆ ไป – ความหมายของภพหรือ “เรือนชะตา” ต่าง ๆ ในดวงชะตามีความสำคัญมากเพื่อช่วยไขปริศนาตอบปัญหาต่าง ๆ ที่ผู้ถามตั้งขึ้นขึ้นมา ดังนั้นต้องเลือกเรื่องต่าง ๆ ให้เข้ากับความหมายของเรือนชะตา และข้อสำคัญควรจำไว้ว่า แต่ละเรือนชะตา ยังสามารถตั้งเป็น 12 เรือนชะตาได้อีกในแบบสามมิติคือ อดีต144 ปัจจุบัน144 และอนาคต144 รวมแล้วทั้งหมดจึงมี 432 เรือนชะตา ซึ่งเป็นการแบ่งแบบหยาบๆ (ใช้กับสิบลัคนาได้ด้วย)
เรือนที่ 1 – ภพนี้ใช้แทนผู้ถาม ตอบปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ สถานการณ์ อุบัติเหตุจิตใจ รูปแบบ ภูมิธรรมของผู้ถาม อาทิเช่น -การบ่งชี้ถึงภาวะจิตใจของผู้ถาม จะดูได้ว่ามีดาวอะไรเข้ามาอยู่ในภพที่ 1 นี้ ถ้ามีดาวอังคารหรือดาวมฤตยูในภพหรือเรือนชะตาที่ 1 นี้อาจจะหมายถึงความปั่นปวนร้อนใจ ความโกรธ ความฉุนเฉียว (ของผู้ถาม) ถ้ามีดาวจันทร์และเนปจูนหมายถึงความสับสน หงุดหงิด บางครั้งก็หมายถึงภาวะที่ต้องทำให้หลั่งน้ำตา และถ้ามีดาวศุกร์หรือดาวพฤหัสหมายถึงความสงบเย็น แสดงถึงความผาสุขของจิตใจ แต่ถ้าเป็นดาวเสาร์หมายถึงความกังวล, ถ้าตั้งภพอื่นๆ เป็นภพที่ 1 ภพนี้จะหมายถึงเรื่องอื่นๆ ได้อีกเช่นปุ่ย่าตายาย, บุตรคนที่ 5 ของคู่ครองคนที่ 4 . ความเจ็บป่วยของศัตรูการเดินทางของลูกหลาน เพื่อนของพี่น้อง ฯลฯ.
เรือนที่ 2 – คำถามใดๆที่เกี่ยวกับการเงิน ความมั่งคั่ง ความสามารถในการหาเงินได้หรือเส้นในการทำมาหากิน รุ่งหรือร่วง ทรัพย์สิ่งของที่เคลื่อนที่ได้ และการครอบครองวัตถุเรือนที่ 2 นี้จึงใช้ดูเกี่ยวกับของหาย เช่นดาวเจ้าเรือนภพที่ 2 อยู่ในเรือนมุมที่ 4 (ภพที่ 1-4-7-10) อาจจะแสดงถึงของที่หายยังอยู่ในบ้านเป็นต้น. สรุปแล้วยังหมายถึงการให้กู้เงิน, กำไร ขาดทุน,เงินที่ใช้เก็งกำไร,ธุรกิจของเด็กๆของเพื่อน,ศัตรูส่วนตัวของพี่น้อง พี่ชาย หรือพี่สาวคนแรก, ความตายของภรรยาหรือสามี หรือของคู่ครอง หวานใจและศัตรูสาธารณะ (เพราะเป็นภพที่ 8 ของภพที่ 7).
เรือนที่ 3 – ตอบคำถามเกี่ยวกับการศึกษาในชั้นประถม โรงเรียน ชุมชน รถยนต์ การเดินทางระยะสั้นๆ เพื่อนบ้าน การช๊อปปิ้ง จดหมาย การโต้ตอบ หนังสือ สื่อมวลชนก็ใช้เรือนที่ 3 เป็นตัวแทนได้ หมายถึงลูกของเพื่อน การทำสัญญา การทดสอบ ข่าวลือ ศัตรุส่วนตัวของพ่อ การเดินทางไกลของคู่รักสามีภรรยา ความฝัน ลัทธินิกาย (เพราะเป็นภพที่ 9 ของภพที่ 7 ธุรกิจการค่าของคนใช้ ฯลฯ.
เรือนที่ 4 – หรือภพที่ 4 นี้เกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ภายในบ้าน อสังหาริมทรัพย์ และพ่อแม่ (โดยเฉพาะแม่) การปรับปรุงบ้านใหม่ และหมายถึงเรื่องจากภพอื่นๆ ที่ตั้งเป็นภพใหม่ขึ้นอาทิเช่น ที่ซ่อนสมบัติ,บ้านเช่า,สิ่งของคนตาย,ความเจ็บป่วยของเพื่อน,ธุรกิจการค้าของสามี, และยังหมานถึง “เป็นตัวแทนผลที่ปรากฎขึ้นจากภพที่ 1 หรือบางกรณีสิ่งที่จะนำไปผิดทาง”
เรือนที่ 4 จากเรือนต่าง ๆ – ยังมีความสำคัญในการตั้งเรือนต่าง ๆ เป็นเรือนที่ 4 จะบอกผลลัพธ์หรือการจบลงเอยของเหตุการณ์ที่ถูกถาม นับเรือนที่ 4 จากเรือนใด ๆ ก็ตาม จะแสดงถึงผลลัพธ์การจบลงเอยสรุปผลของเรื่องที่ถูกถาม อาทิเช่น เรือนที่ 4 โดยนับจากเรือนที่ 7 (การแต่งงาน) จะได้แก่เรือนที่ 10 แสดงให้เห็นถึงผลของความสัมพันธ์จะลงเอยในลักษณะแบบใดสรุปแล้วเรือนที่ 4 ยังหมายถึงภพของห้องคัรว , อาหาร การปรุงอาหาร โฮเต็ล ทรัพย์สินที่เคลื่อนที่ไม่ได้
เรือนที่ 5 – เป็นภพหรือเรือนชะตาแห่งการเกี้ยวพาราสี เด็ก ๆ การพนัน การเก็งกำไรและความบันเทิงทุกชนิด การกีฬา ล๊อตเตอรี่ ดนตรี เกมส์ การสร้างสรรค์และตอบคำถามเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ เป็นภพ 2 จากภพ 4 จึงหมายถึงรายได้ที่เกิดจากอสังหาริมทรัพย์ และเป็นความหมายของตลาดหุ้น และเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ และใช้ตอบปัญหาอันเนื่องมาจากการยื่นเรื่องราวขออนุญาตตั้งกิจการต่อเจ้าหน้าที่ (ถ้าจะดูว่าจะซื้อล๊อตเตอรี่ตอนใหน – ดูที่ จันทร์จร และ อาทิตย์จร มีมุมดีกับเจ้าเรือนภพที่ 1 และจันทร์ดวงกำเนิดแล้วหรือยัง ) ในปี ในเดือน ในวัน ที่มีดาวมาให้ลาภทางเสี่ยงโชค(จับตาราหูเป็นสำคัญ)
เรือนที่ 6 – ใช้ตอบคำถามเกี่ยวกับสุขภาพ (เช่นเดียวกับเรือนที่ 1) บอกชนิดของความเจ็บป่วย ลูกจ้าง คนใช้ ผู้เช่า ผู้ร่วมงาน เอเย่นต์จัดหางาน การเปลี่ยนงาน สัตว์เล็ก ๆ สัตว์เลี้ยง เสื้อผ้า ลมฟ้าอากาศ ร้านค้า อาหาร นักโภชนาการ น้าชาย น้าหญิง การตายของเพื่อน การเดินทางสั้น ๆ ของพี่น้องชายหญิง ฯลฯ.
เรือนที่ 7 – ตอบคำถามที่เกี่ยวกับการแต่งงาน คดีความ ความเป็นหุ้นส่วน (ทั้งในทางธุรกิจและส่วนตัว) ความเป็นปรปักษ์กัน นักกฎหมาย และแพทย์ การเผชิญหน้ากันตัวต่อตัวบุตรคนที่ 2 หลานชายหลานสาว ขโมย ฆาตกร ผู้กระทำผิดทุกชนิด และคำถามที่เกี่ยวกับคนระบุถึงโดยใช้ชื่อ บางตำราหมายถึงจิตรกร ถ้ามีดาวมฤตยู ดาวเสาร์ อังคารหรือจันทร์ในตำแหน่งเสียในเรือนที่ 7 นี้อาจจะบอกการแต่งงานที่ประสบโชคร้าย.
เรือนที่ 8 – คำถามเกี่ยวกับภาษี การผ่าตัด ทรัพย์สินของคู่ครอง หุ้นส่วน มรดก การประกับภัย ความตาย พินัยกรรม สิ่งของและเงินของผู้อื่น เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณคาดหวังเรื่องเงินจากผู้อื่น ให้หาคำตอบได้จากเรือนที่ 8 นี้.
เรือนที่ 9 – เกี่ยวข้องกับการเดินทางไกล (ทั้งทางเวลาและระยะทาง) การโฆษณา การประชาสัมพันธ์ วิสัยทัศน์ ความฝัน กิจกรรมของสงฆ์ และการแสดงความเห็น เรือนที่ 9 คือ ศาล เป็นพี่เขย น้องเขย พี่สะใภ้ น้องสะใภ้ หลาน ๆ เครื่องบิน เรือ อวกาศ ชาวต่างประเทศ ถิ่นไกล วิทยาลัย มหาวิทยาลัย สถาบันการศึกษาชั้นสูง ตำรับตำรา ฯลฯ.
เรือนที่ 10 – ตอบคำถามที่เกี่ยวกับอาชีพ ธุรกิจ นายจ้าง สถานะ ชื่อเสียง เกียรติยศ และการยอมรับของสาธารณชน คุณพ่อ การดำเนินงานของศาล พ่อเลี้ยง แม่เลี้ยง และใครก็ตามที่เกี่ยวข้องกับสาธารณชน
เรือนที่ 11 – เกี่ยวกับเพื่อน ความคุ้นเคย ลูกเลี้ยง รายได้จากธุรกิจ (ภพที่ 2 จากภพ 10) องค์กร สโมสร ถามเรื่องความร่วมมือกัน สัมคมและเป้าหมาย ความคาดหวัง ปรารถนา ดูเกี่ยวกับการคดโกง ทุจริต ฯลฯ.
เรือนที่ 12 – เกี่ยวข้องกับอดีต เช่นถ้ามีดาวในเรือน 12 นี้แสดงว่าเหตุการณ์ได้เกิดขึ้นไปแล้ว ก่อนที่จะมีการตั้งคำถาม เกี่ยวกับศัตรู ความผิดหวัง โครงการลับ ความเศร้าโศก สถาบัน โรงพยาบาล คุก ที่จำกัดทุกรูปแบบ สุขภาพของหุ้นส่วนหรือคู่ครอง สวนสัตว์ เรื่อง ฉาวโฉ่ คุนลุง คุณป้า การหลับ การเดินละเมอ เรื่องยา ผู้ค้ายา การข่มเหงรังแก เจตนาร้าย อัตวินิบาตกรรม การลอบสังหาร การกบฎทรยศ ปศุสัตว์ขนาดใหญ่ ความตายของลูก
ก่อนที่จะกล่าวถึงดาวฤกษ์ ต้องกล่าวถึง ฤกษ์ ก่อน
ฤกษ์ ได้แบ่งออกเป็น ๙ ฤกษ์ แต่ละฤกษ์ก็จะมีดาวฤกษ์อยู่ ๓ กลุ่มดาว รวมกันแล้วก็จะมี ๒๗ กลุ่มดาวฤกษ์
ฤกษ์ทั้ง ๙ กลุ่มดาวฤกษ์ ทั้ง ๒๗ กลุ่ม มีชื่อเรียงกันไป ดังนี้
ฤกษ์ที่ ๑ ทลิทโทฤกษ์ ประกอบด้วย ๑.ดาวอัศวินี ๑๐.ดาวมาฆะ ๑๙.ดาวมูล
ฤกษ์ที่ ๒ มหัทธโนฤกษ์ ประกอบด้วย ๒.ดาวภรณี ๑๑.ดาวปุรพผลคุณี ๒๐.ดาวบุพพาสาฬห
ฤกษ์ที่ ๓ โจโรฤกษ์ ประกอบด้วย ๓.ดาวกฤตติกา ๑๒.ดาวอุตตรผัคคุณี ๒๑.ดาวอุตราสาฬห
ฤกษ์ที่ ๔ ภูมิปาโลฤกษ์ ประกอบด้วย ๔.ดาวโรหิณี ๑๓.ดาวหัสตะ ๒๒.ดาวศวรณะ
ฤกษ์ที่ ๕ เทศาตรีฤกษ์ ประกอบด้วย ๕.ดาวมิคสิระ ๑๔.ดาวจิตตะ ๒๓.ดาวธนิษฐะ
ฤกษ์ที่ ๖ เทวีฤกษ์ ประกอบด้วย ๖.ดาวอัทระ ๑๕.ดาวสวาติ ๒๔.ดาวศตภิษัช
ฤกษ์ที่ ๗ เพชฌฆาฏฤกษ์ ประกอบด้วย ๗.ดาวปุนรวสุ ๑๖.ดาววิสาขา ๒๕.ดาวปุรวภัทรบท
ฤกษ์ที่ ๘ ราชาฤกษ์ ประกอบด้วย ๘.ดาวปุษย ๑๗.ดาวอนุราชา ๒๖.ดาวอุตรภัทรบท
ฤกษ์ที่ ๙ สมโณฤกษ์ ประกอบด้วย ๙.ดาวอาศเลษา ๑๘.ดาวเชฏฐา ๒๗.ดาวเรวติ
ดาวฤกษ์ ซึ่งประกอบด้วย ดวงดาวบนท้องฟ้า ๒๗ กลุ่มดาว มีตำนานนิทานเป็นเรื่องราวกล่าวถึงที่มาที่ไปของดาวแต่ละกลุ่มไว้อ่านได้ที่กระโพทตำนานดาวฤกษ