
หมอดู บริการดูดวงทางโทรศัพท์กับหมอดูมืออาชีพ
ข้อสังเกตในวิชาโหราศาสตร์ ของ อายัณโฆษ “ข้อสังเกตใน วิชาโหราศาสตร์” ที่ได้รวบรวมจัดพิมพ์ขึ้นมาใหม่ซึ่งได้ตายไป แล้ว ๒๐ ปีเศษจะมีโกาศได้ลุกขึ้นมาในวรรณกรรมศิล์ปอีกครั้ง .
ดวงชาตาบุคคลเป็นส่วนมากทีเดียว เมื่อได้พิจารณาพระเคราะห์ในเรือนราศีต่างๆตลอดจนที่สถิตย์ของลัคนาแล้ว ไม่มีลักษณะแสดงดีแสดงร้าย แต่เจ้าของดวงชาตาผู้นั้นก็บังเกิดผลดีผลร้ายอย่างสูงเป็นที่น่าประหลาด และบางดวงชาตาแสดงว่าจะวิบัติเห็นได้ชัดๆแต่เจ้าของดวงชาตาผู้นั้นกลับบังเกิดความวิวัฒน์และพร้อมกันบางดวงชาตากำลังแสดงว่าจะประสบโชคมหาศาล แต่แล้วเจ้าของดวงชาตากลับได้รับความวิปโยคทุกข์ร้อนอย่างแสนสาหัสก็มีดังนี้ ตามโบราณท่านว่าดวงชาตาทั้งสามลักษณะนี้ให้พิจารณาลัคนาในราศีเกณฑ์เสียก่อน คือ.- ลัคนาในราศีนะระ มีพระเสาร์(๗) เป็นประจำ ลัคนาในราศีอัมพุ มีพระอังคาร(๓) เป็นประจำ ลัคนาในราศีกีตะ มีพระราหู(๘) เป็นประจำ ลัคนาในราศีปัสวะ มีพฤหัสบดี(๕) เป็นประจำ พระเคราะห์ในลักษณะ นะระ อัมพุ กีตะ และปัสวะ ทั้ง ๔ ตัวนี้ ถ้าปีใดทักษาจรมาเป็นศรีหรือกาลกิณีต้องลัคนาในราศีเกณฑ์นั้นๆ แล้ว ย่อมแสดงผลดีผลร้ายอย่างสูงและอย่างหนักมาก ตามเกณฑ์พยากรณ์ดังกล่าวนี้ สำหรับผู้ที่มีลัคนาในราศีอัมพุต้องหนักหนามากกว่าผู้มีลัคนาอยู่ในราศีเกณฑ์อื่นๆ เพราะพระอังคาร(๓) มีทางจักรเร็วรุดไม่เหมือนพระเคราะห์ใหญ่ทั้ง ๓ ตัว คือพระเสาร์(๗) พระราหู(๘) และพระพฤหัสบดี(๕) แปลความว่า ในระยะสิบปีจะต้องประสบโชคหรือไม่ก็เคราะห์ร้ายเสมอไป นี้ที่นำมากล่าวก็เพราะว่า ตำราท่านว่าไว้ในทำนองดังนี้ แต่ในทางสอบสวนค้นคว้าของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าได้พบเงื่อนงำว่า ความหมายของราศีเกณฑ์นั้น แท้จริงเพียงแต่จะแสดงสัณฐานของดวงชาตาเฉพาะแต่เมื่อเวลาตกฟากเท่านั้น มิได้มุ่งหมายล่วงเลยไปถึงการพยากรณ์ในปีปัจจุบันด้วย จริงอยู่กฏเกณฑ์ของราศีนะระ อัมพุ กีตะ และปัสวะ โดยมีพระเคราะห์ เสาร์(๗) อังคาร(๓) ราหู(๘) พฤหัส(๕) สถิตย์เสถียรมาแต่วันตกฟากโดยถูกต้องนั้น ข้าพเจ้ายอมรับว่า ๘๐% เจ้าของดวงชาตาที่มีโชคดีได้มีพระเคราะห์นั้นๆ ดังที่กล่าวไว้ต่างก็พากันดีเด่นในลักษณะต่างๆกัน แต่กระไรก็ตามดังได้กล่าวไว้แล้วว่า ตำราโหราศาสตร์นั้นไม่ใช่คัมภีร์ที่จะใช้เพียงแต่อ่านอย่างเดียว เมื่ออ่านเสร็จแล้วก็ต้องวินิจฉัยความหมายของท่านให้ถ่องแท้เสียก่อน แล้วจึงจะถือเอาเป็นมติไว้ใช้พยากรณ์ได้ การอ่านหนังสือออก เด็กๆก็อ่านให้ท่านฟังได้ แต่การแปลความหมายของหนังสือโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือตำราโหราศาสตร์แล้ว ท่านจะต้องใช้เวลาพินิจพิจารณาให้มากสักหน่อย ข้าพเจ้าเชื่อว่าทุกๆคนย่อมจะจำชีวประวัติของตนๆได้ดีโดยมิต้องเสียเวลาไปสอบถามจากบุคคลผู้อื่นใด ฉะนั้น ถ้าบังเอิญท่านสอบสวนค้นคว้าหลักเกณฑ์อันใดได้แปลกไปกว่าเท่าที่ตำรากล่าวไว้สักชิ้นหนึ่งแล้ว ทางที่ดีก็ควรจะเอาหลักเกณฑ์ที่ท่านค้นคว้าได้นั้นมาสอบกับชีวประวัติของท่านเข้าเท่านั้น ท่านก็จะทราบได้ว่าหลักเกณฑ์ที่ท่านค้นคว้าได้นั้นถูกต้องตรงกับชีวประวัติของท่านหรือไม่ เมื่อสอบดูแล้วเห็นว่าแยบคายดี ท่านก็จดจำเอาไว้สำหรับใช้ทดสอบกับดวงชาตาของผู้อื่นได้ต่อไป และถ้าการพยากรณ์ให้แก่ผู้อื่นก็ได้ผลเป็นที่น่าพอใจจริงๆ ด้วยแล้วนั่นแหละ ท่านจึงควรจะยึดถือเอากฎเกณฑ์ที่ท่านค้นคว้าได้เป็นมติ หรือตำราอีกเล่มหนึ่งได้ ในเรื่องลัคนาสถิตอยู่ในราศีเกณฑ์ทั้งสี่ คือ นระ อัมพุ กีตะ และปัสวะนั้น ข้าพเจ้าใคร่ขอแนะนำให้ท่านทราบถึงเคล็ดลับ เพื่อผลพยากรณ์ปัจจุบันว่า เมื่อใดอายุของท่านมีทักษาโดยเฉพาะพระเคราะห์ เสาร์(๗) อังคาร(๓) ราหู(๘) และพฤหัสบดี(๕) ทั้งสี่ตัวนี้ ถ้าตัวใดตัวหนึ่งทักษามาเป็นศรีหรือกาลกิณีแล้ว แม้ท่านจะมีลัคนาอยู่ในราศีเกณฑ์ใดๆก็ตามทีเถิด แต่ในทางพยากรณ์นั้นจะต้องใช้กฎเดียวกันทั้ง ๔ ลักษณะ ดังตัวอย่างเช่น ก.ลัคนาจะอยู่ราศีใดๆก็ตาม ถ้าพระเคราะห์เสาร์(๗) อังคาร(๓) ราหู(๘) และพฤหัสบดี(๕) จรมาเป็นศรีหรือกาลกิณี ทับลัคนาแล้ว ก็ต้องพยากรณ์เสมอเหมือนลัคนาอยู่ในราศี”นะระ” เช่นกันทั้ง ๑๒ ราศี ข.ลัคนาจะอยู่ราศีใดๆก็ตามถ้าพระเคราะห์เสาร์(๗) อังคาร(๓) ราหู(๘) และพฤหัสบดี(๕) จรมาเป็นศรีหรือกาลกิณี ห่างจากลัคนาไปสี่ราศีแล้ว ก็ต้องพยากรณ์เสมอเหมือนลัคนาอยู่ในราศี”อัมพุ” เช่นกันทั้ง ๑๒ ราศี ค.ลัคนาจะอยู่ราศีใดๆก็ตาม ถ้าพระเคราะห์เสาร์(๗) อังคาร(๓) ราหู(๘)และพฤหัสบดี(๕) จรมาเป็นศรีหรือกาลกิณี ขึ้นไปเล็งยันกับลัคนานับได้ ๗ ราศีแล้ว ก็ต้องพยากรณ์เสมอเหมือนลัคนาอยู่ในราศี”กีตะ” เช่นกันทั้ง ๑๒ ราศี ง.ลัคนาจะอยู่ราศีใดๆก็ตาม ถ้าพระเคราะห์เสาร์(๗) อังคาร(๓) ราหู(๘) และพฤหัสบดี(๕) จรมาเป็นศรีหรือกาลกิณี ห่างจากลัคนาไปสิบราศีแล้ว ก็ต้องพยากรณ์เสมอเหมือนลัคนาอยู่ในราศี”ปัศวะ” เช่นกันทั้ง ๑๒ ราศี

