โ ห ร า ส า ด (ฉบับเรียนรู้โดยไม่ต้องถาม) สอ้าน นาคเพชรพูล (สีดิน) บทที่ 27 การนำเอา ๗ – ๘ – ๕ มาทายจร

ดาวที่จะนำมาทายจรที่ทรงอานุภาพที่สุดคือ เสาร์ (๗) ราหู (๘) และพฤหัสบดี (๕) เพราะดาวใหญ่ทั้งสามดวงนี้ มีระบบการโคจรนานกว่าจะพ้นราศีหนึ่ง ๆ

เสาร์ (๗) จะใช้เวลาประมาณ 2 ปี กับอีก 6 เดือน

ราหู (๘) ใช้เวลาประมาณ 1 ปี กับอีก 6 เดือน

พฤหัสบดี (๕) ใช้เวลาประมาณ 1 ปี

เบื้องต้นของการที่จะนำดาวทั้ง 3 ดวงนี้มาทายจร เราต้องจำได้อย่างแม่นยำว่า จากวันที่เท่าใด ปีใดดาวดังกล่าวโคจรอยู่ในราศีใดบ้าง หรือถ้าไม่อยากจะจำให้เปลืองสมอง ก็ควรต้องมีแผ่นชาร์ต การเดินของดาวทั้งที่ผ่านมาแล้ว และล่วงหน้าอย่างน้อยอย่างละ 10 ปี ยิ่งถ้าลงรายละเอียดดาวเดินผิดปกเช่น พักร เสริด มนต์ เอาไว้ด้วยจะดีมาก

เพราะในบางคราวการให้โทษหรือให้คุณของแต่ละดาวเปลี่ยนกลับจากหน้ามือเป็นหลังมือก็มี อย่างเช่นดาวพฤหัสบดี (๕) ถ้าเดินหรือโคจรปกติจะให้คุณ แต่ถ้าเดินถอยหลังกลับเมื่อไรต้องระวัง บางรายพฤหัสบดี (๕) ทับลัคนาและไม่เป็นกาลกิณีจร การงานการเงินน่าจะต้องดี แต่ปรากฏว่ากิจการงานติดขัด หรือต้องออกจากงาน ลาภผลทางการเงินก็ไม่เป็นไปตามที่คิดไว้ ดังนี้เป็นต้น

เมื่อรู้แล้วว่าดาวอะไรโคจรอยู่ในราศีใด จากวันที่เท่าใดถึงวันที่เท่าใด และเจ้าชะตามีลัคนาสถิตอยู่ในราศีนั้น หรือราศีตรงกันข้าม เช่น ดาวเสาร์ (๗) หรือราหู (๘) โคจรอยู่ในราศีเมษ เจ้าชะตามีลัคนาสถิตราศีเมษ ก็ย่อมได้รับเคราะห์กรรมต่าง ๆ นา ๆ เช่นเจ็บป่วย ย้ายบ้าน หรือย้ายงาน เดินทางไกล หรือถ้าเป็นเจ้าของกิจการเอง ช่วงนั้นการธุรกิจติดขัด รายรับไม่พอกับรายจ่าย มีหนี้สินเพิ่มขึ้น แต่ถ้าเจ้าชะตาลัคนาสถิตราศีตุลย์ซึ่งเป็นราศีตรงกันข้าม นอกจากต้องเผชิญกับเคราะห์กรรมดังกล่าวมา ยังต้องมีปัญหากับหุ้นส่วนหรือคู่ครองเพิ่มขึ้นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะที่ราศีเมษ เป็นเรือนปัตนิของราศีตุลย์

ในทำนองที่กลับกัน ถ้าดาวพฤหัสบดี (๕) โคจรอยู่ในราศีเมษไม่เป็นกาลกิณี และเจ้าชะตามีลัคนาสถิตอยู่ในราศีเมษ ก็ย่อมมีโชคต่าง ๆ นา ๆ เช่นมีลาภทางการเงิน เดินทางไปเรียนต่อหรือทำงานต่างประเทศ ได้เลื่อนตำแหน่งหน้าที่การงาน คนตกงานก็จะได้งาน เหล่านี้เป็นต้น แต่สำหรับคนที่มีลัคนาสถิตราศีตุลย์ นอกจากมีเรื่องดี ๆ ดังกล่าวมาแล้ว ยังจะได้ลาภสัตว์ 2 เท้า ซึ่งหมายถึงคู่ด้วย

การนำเอา 3 ดาวดังกล่าวมาทายนำร่องเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนควรทำให้ได้ และให้ถูกต้องแม่นยำ จึงค่อยไปว่ากันด้วยเรื่องอื่น โดยเฉพาะการทายย้อนหลังหรือทายจรอดีตสัก 2-3 ปี เพราะถ้าย้อนหลังมากเกินไปเขาอาจจะจำเหตุการไม่ได้ จะเป็นการสูญเปล่า

ตัวอย่างเช่น ช่วง 2547-2548 เมื่อผูกดวงชะตาได้แล้วลัคนาสถิตราศีเมถุนและราศีธนู เราก็ต้องทายทันที เพราะช่วงนั้นดาวเสาร์ (๗) จรเข้าราศีเมถุน ย่อมแสดงอิทธิพลต่อคนราศีเมถุนและธนู และก็ต้องเป็นเรื่องร้ายอย่างแน่นอน ถ้าเป็นคนที่เกิดวันพฤหัสบดีด้วยยิ่งจะกระทบมากเป็นพิเศษ

หรือหากเมื่อผูกดวงชะตาแล้วลัคนาสถิตราศีมีนหรือกันย์ หลังจากเดือนมีนาคม 2548 ไปแล้วราหู (๘) จรมาทับลัคน์คนราศีมีน เล็งลัคนาคนราศีกันย์ ก็เริ่มมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น เช่นคับแค้นใจอยากจะย้ายงานบ้าง ออกจากงานบ้าง โดยเฉพาะหลังจากที่ดาวพฤหัสบดี (๕) ย้ายเข้าราศีตุลย์ในเดือนกันยายน 2548 คนราศีมีนจะมีผลร้ายกระทบมากที่สุด เพราะดาวพฤหัสบดี (๕) ย้ายเข้าราศีตุลย์เป็นมรณะกับคนที่มีลัคนาสถิตราศีมีน อาจต้องเสียของรัก เช่นบิดามารดาหรือญาติผู้ใหญ่ที่ใกล้ชิด หรือไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้บังคับบัญชา ไม่ขึ้นเงินเดือนหรือเลื่อนตำแหน่งให้ เหล่านี้เป็นต้น

ในบางดวงเรานำดาวทั้ง 3 ดวงมาทายได้ตั้งแต่ดวงกำเนิด รับรองไม่มีการผิดพลาด เช่นคนที่มีลัคนาสถิตราศีใดก็ตาม ที่เกิดวันศุกร์และพฤหัสบดี ซึ่งทำให้ราหู (๘) และเสาร์ (๗) เป็นกาลกิณี เล็งลัคน์หรือเล็งดาวที่เป็นตนุเศษ นั่นคือดาว 2 ดาวครองเรือนปัตนินั่นเอง ทายเรื่องความขมขื่นของการครองรักครองคู่ได้ไม่มีผิด ยิ่งถ้าดาวเจ้าเรือนปัตนิของตนุเศษอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ดี เช่นเป็นนิจเป็นประ หรือไปอยู่ในเรือนอริ มรณะ วินาศ หรือไปอยู่ในเรือนกาลกิณี แบบนี้ผมขอหนุนให้คุณทายฟันธง รับรองธงไม่ขาด หน้าไม่แตก

ดีกว่าจะมาพร้ำเพ้อทายพื้นดวงในเรื่องที่ไร้สาระ เช่นพอเห็นลัคนาสถิตในราศีใด ก็ยกเอาสัญลักษณ์ของราศีนั้น ธาตุนั้น ๆ มาทาย บางคนเจาะลึกมาก ว่ากันถึงนวางค์ ตรียางค์ ฤกษ์ ว่ามีวาสนาบารมีจะได้เป็นถึงคุณหญิงคุณนาย มีสายสพายคล้องคอ หมอดูบางคนยกเอาคำกล่าวแต่โบราณที่ผ่านมานับพันปีมาว่ากันว่าคนนั้นคนนี้จะเป็นใหญ่เป็นโต รบทัพจับศึกจะได้ชัยชนะ ผมว่าในยุคนี้ทายรวยทายจนกันจะตรงเป้ากว่า ***รบทัพอย่าไปทายเลยครับ “ จับสึก ” น่ะพอทายได้ เพราะเรื่องนี้เห็นกันบ่อย ๆ ตามหน้าหนังสือพิมพ์

ดูดวงทางโทรศัพท์ -ดูดวงทางไลท์- โหราศาตร์สิบลัคนา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *