Category Archives: ดูดวงทางโทรศัพท์ -ดูดวงทางไลท์- โหราศาตร์สิบลัคนา

บทสวดมนต์ประจำวันเกิด

บทสวดมนต์ประจำวันเกิด
คำกาวนาบูชาพระประจำวันอาทิตย์
ปูเรนต้มโพธิลัมภาเร นิพพัดตัง โมระโยนิยัง
เยนะสังวิหิตารักขัง มหาสัตตัง วเนจะรา
จิรัสสัง วายะมันตาบี เนวะ สักขิงสุ คัณหิตุง
พรหมมันตันติ อักขาตัง ปริตตันต้มภะณามะเห
คำภาวนาบูชาพระประจำวันจันทร์
ปญญะลาภัง มหาเตชั่ง วัณณะกิตติมหายะสั่ง
สัพพะสัตตะหิตัง ชาตัง ตัง สณันต อเสสะโต
อัตตับปะระหิตัง ชาตัง ปะริตตันต้มภะณามะเห
คำกาวนาบูชาพระประจำวันอังการ
ยัสสานุภาวะโต ยักขา
เนวะ ทัสเสนติ ภิงสะนัง
ยัมหิ เจวานุยญชันโต
รัตตินทิวะมะตันทิโต
สุขัง สุปะติ สุดโต
ปาบ้ง กิญจินะ บัสสะดิ
ปะริตต้นต้มภะณามะเห
เอวะมาทิคุณเปตัง
คำกาวนาบูชาพระประจำวันพุธ
สัพพาสีวิสะชาตินัง ทิพพะมันตาคะทั้ง วิยะ
ยันนาเสติ วิสัง โฆรัง เสสัญจาบี ปะริสสะยัง
นาณกเขตต้มหิ สัพพัตถะ สัพพะทา สัพพะปาณินัง
สัพพะโสบี นิวาเรติ ปะริตต้นต้มภะณะมะ เห

คำกาวนาบูชาพระประจำวันพฤหัสบดี
โกฏิสะตะสะหัสเสส จักกะวาเพสุ เทวะตา
ยัสมาณัมปะฏิกกันหันติ ยัญจะ เวสาลิยัมปเร
โรคามะนุสสะทุพภักขะ ล้มภตันติวิธัมภะยัง
ปะริตต้นต้มภะณามะเห ซิปปะมัมตะระธาเปลจะ
คำกาวนาบูชาพระประจำวันศุกร์
ยัสมานุสสะระเณนาบี อันตะลิกเขบี ปาณิโน
ปะติฎธะมาธิค้จฉันติ สัพพูบั่ททะวะชาล้มหา
ภูมิยัง วิย สัพพะทา ยักขะโจราทิสมภะวา
คะณะนา นะจะ มุตตนนัง ปะริตตันต้มภะณามะเห
คำกาวนาบูชาพระประจำวันเสาร์
ปะริตตัง ยัมภะณันต์สสะ นิสินนัฏฐานะโธวะนัง
อุทะก้มบี วิสาเสติ สัพพะเมวะ ปะริสสะยัง
โสตดินา คัพภะวุฎรานัง เถรัสสังคุลิมาลัสสะ
ยัญจะ สาเธติ ต้งขะเณ โลกะนาเถนะ ภาสีตัง
กัปบัฏฐายิ มะหาเตชัง ปะริตต้นต้มภะณามะเห
กรวดน้ำอิมินา
อิมินา ปุญญะกัมเมนะ อุบัชฌายา กุณุตตะรา อาจะริยูปะการา จะ มาตาบีตา
จะ ญาตกะ (บียา มะมัง) สุริโย จันทิมา ราชา คุณวันตา นะราบี่ จะ พรหม มะมารา จะ
อินทา จะ โลกะปารา จะ เทวะตา ยะโม มิตตา มะนุสสา จะ มัชฌ้ตตา เวริกาบี จะ
สัพเพสัตตา สุซี โหนตุ ปุญญานิ ปะกะตานิ เม สุขัง จะ ตีวิธัง เทนตุ ชิปบั่ง ปาเปละสละเภ เจวะ โวมะตัง ๆ อิมินา ปญญะกัมเมนะ อิมินา อุททิสเสนะ จะ ขิปปาหัง
ภัณปาทานะเฉทะนังเย นตาเน หินา มมายาวะ นิพพา นะโต มะมัง นัสสัน
สัพพะทา เยวะ ยัตถะ ชาโต ภะเว ภะเว อุชุจิตตัง สะติบัญญา สัลเลโข วิริยัมม์หินา
มารา ละภันตุ โนกวสัง กาตุญจะ วิริเยสุเม พุทโธทีปะวะโร นาโถ ธัมโม นาโถ วะรุด
ตะโม นาโถ บัจเจกะ พุทโธ จะ สังโฆ นาโถตตะโร มะมัง เต โสตตะ มานุภาเวนะ
มาโรกาสัง ละภันตุ มา ๆ

ดาวเจ้าเรือนราศีใดไปอยู่ในภพเสื่อม หรือมีตำแหน่งเป็นนิจ ประ และราศีนั้น ดาวนั้นเป็นธาตุใด ความบกพร่องของอวัยวะภายในของร่างกายนั้นคือที่ตั้งของความป่วยไข้ ของคน ๆ นั้น มีการกล่างถึงว่า จักรราศีประจำร่างกายของคน

cropped-ดูดวง-10-ลัคนาพื้นเขียวรับปริญญา.jpg
ดูดวงทางโทรศัพท์ โหราศาสตร์ 10 ลัคนา

ดาวเจ้าเรือนราศีใดไปอยู่ในภพเสื่อม หรือมีตำแหน่งเป็นนิจ ประ และราศีนั้น ดาวนั้นเป็นธาตุใด ความบกพร่องของอวัยวะภายในของร่างกายนั้นคือที่ตั้งของความป่วยไข้ ของคน ๆ นั้น
มีการกล่างถึงว่า จักรราศีประจำร่างกายของคน อย่างเช่น ราศีเมษประจำอยู่ที่บริเวณหน้าและศีรษะ ราศีพฤกษภประจำอยู่ที่บริเวณลำคอ ราศีเมถุนประจำอยู่ที่แขนหัวไหล่ ราศีกรกชประจำแอยู่ที่หน้าอกเต้านม ราศีสิงห์ประจำอยู่ที่หัวใจร เป็นต้น
แต่ในอดีตประเทศแถบยุโรปประมาณปี ค.ศ.1400 ถึง ค.ศ.1700 นักศึกษาวิชาแพทย์ศาสตร์ ต้องเรียนวิชาโหราศาสตร์กายวิภาคด้วยเป็นเวลา 3 ปี เพื่อใช้ร่วมในการวินิจฉัยโรค

หนังสือเล่มนี้เป็นผลงานของท่านพันเอก (พิเศษ) นายแพทย์ ช่วย ทองใบ ผู้ล่วงลับซึ่งได้อุทิศชีวิตให้แก่วงการแพทย์และโหราศาสตร์และได้เขียนเวชศาสตร์โหราศาสตร์ ขึ้นมา

ราศีกับอวัยวะ
ราศีเมษ – ศีรษะ , หน้า , แก้ม , ตา , หู , ปาก ฯลฯ
ราศีพฤษภ – คอ, ด้านนอก-ในของคอ, หลอดอาหาร
ราศีเมถุน – แขน,หัวไหล่,ระบบหายใจ
ราศีกรกฎ – เต้านม, ช่องท้องส่วนบน , ตับ, ถุงน้ำดี, ตับอ่อน, กระเพาะอาหาร, มะเร็ง
ราศีสิงห์ – หัวใจ
ราศีกันย์ – ลำไส้
ราศีตุลย์ – กะบังลม, หลังส่วนล่าง, ไต, รังไข่, ไส้ตรง, ไส้ใหญ่บางส่วน, ช่องคลอด
ราศีพิจิก – อวัยวะสืบพันธุ์, กระเพาะปัสสาวะ, ทวารหนัก
ราศีธนู – ตะโพก, ขาอ่อน
ราศีมังกร – หัวเข่า, กระดูก, ข้อต่อ, ผิวหนัง, ขน, ผม
ราศีกุมภ์ – ขาส่วนล่าง
ราศีมีน – เท้า

ดาวเจ้าเรือนราศีใดไปอยู่ในภพเสื่อม หรือมีตำแหน่งเป็นนิจ ประ และราศีนั้น ดาวนั้นเป็นธาตุใด ความบกพร่องของอวัยวะภายในของร่างกายนั้นคือที่ตั้งของความป่วยไข้ ของคน ๆ นั้น มีการกล่างถึงว่า จักรราศีประจำร่างกายของคน
ดาวเจ้าเรือนราศีใดไปอยู่ในภพเสื่อม หรือมีตำแหน่งเป็นนิจ ประ และราศีนั้น ดาวนั้นเป็นธาตุใด ความบกพร่องของอวัยวะภายในของร่างกายนั้นคือที่ตั้งของความป่วยไข้ ของคน ๆ นั้น
มีการกล่างถึงว่า จักรราศีประจำร่างกายของคน

ดิถีมงคล ๕ ประการ โบราณถือกันมาก ๑.ดิถีอมฤตโชค ๒.ดิถีมหาสิทธิโชค ๓.ดิถีสิทธิโชค ๔.ดิถีชัยโชค ๕.ดิถีราชาโชค

ดวง 10 ลัคนา ดูดวงสมพงษ์ เนื้อคู่ ดูดวงความรัก
ดวง 10 ลัคนา ดูดวงสมพงษ์ เนื้อคู่ ดูดวงความรัก
พระราชพรหมยาน (วีระ ถาวโร) หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ
พระราชพรหมยาน
(วีระ ถาวโร)
หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ

 

 

ดิถีมงคล ๕ ประการ โบราณถือกันมาก ๑.ดิถีอมฤตโชค ๒.ดิถีมหาสิทธิโชค ๓.ดิถีสิทธิโชค ๔.ดิถีชัยโชค ๕.ดิถีราชาโชค

๑.ดิถีอมฤตโชค อำนวยให้ได้รับโชคลาภสำเร็จผลตามที่กำหนดไว้การมีอายุยืน วันไม่ตาย เป็นวันทิพย์ เป็นดิถีดีที่สุด เหมาะแก่การมงคล ดีสำหรับงานทั่วไปเกี่ยวกับความราบรื่นและสบาย ใช้ได้ทั้งข้างขึ้นและข้างแรม แต่ที่นิยมถือกันว่าข้างขึ้น ดีกว่าข้างแรม แต่อย่างไรก็ตาม ข้างแรมก็ใช้ได้ ให้คุณเช่นกัน

๒.ดิถีมหาสิทธิโชค ความสำเร็จผลอย่างเต็มที่ดีมากสำหรับงานที่มีโครงการระยะยาว วันให้ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ เป็นดิถีที่ดีรองลงมา เหมาะแก่การมงคล ดีสำหรับงานสำคัญที่เป็นโครงการระยะสั้น ใช้ได้ทั้งข้างขึ้นและข้างแรม แต่ที่นิยมถือกันว่าข้างขึ้น ดีกว่าข้างแรม แต่อย่างไรก็ ตามข้างแรมก็ใช้ได้ ให้คุณเช่นกัน

๓.ดิถีสิทธิโชค ความสำเร็จสมปรารถนาดีสำหรับงานสำคัญที่เป็นโครงการระยะสั้น อยู่บนโต๊ะค่ะ วันให้ความสำเร็จ วันโชคดี วันให้ลาภผล เป็นดิถีที่ดีรองลงมา เหมาะแก่การมงคล ดีสำหรับงานที่เป็นโครงการระยะยาว ใช้ได้ทั้งข้างขึ้นและข้างแรม แต่ที่นิยมถือกันว่าข้างขึ้น ดีกว่าข้างแรม แต่อย่างไรก็ตาม ข้างแรมก็ใช้ได้ ให้คุณเช่นกัน

๔.ดิถีชัยโชค ทำการแข่งขันได้ชนะงานนี้ต้องต่อสู้แข่งขัน วันแห่งชัยชนะ วันทำให้เกิดความภูมิใจ วันได้รับความสำเร็จจากการต่อสู้ เป็นดิถีที่ดีรองลงมา เหมาะแก่การมงคล ดีสำหรับงานที่ต้องต่อสู้แข่งขันหรือรบทัพจับศึก ใช้ได้ทั้งข้างขึ้นและข้างแรม

๕.ดิถีราชาโชค ให้ผลถึงความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ดีสำหรับงานต้องขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ วันได้รับชัยชนะด้วยบารมี เป็นดิถีที่ดีรองลงมา เหมาะแก่การมงคล ดีสำหรับงานที่ต้องขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ ใช้ได้ทั้งข้างขึ้นและข้างแรม

ฤกษ์พรหมประสิทธิ วัดท่าซุง
ฤกษ์พรหมประสิทธิ วัดท่าซุง

ฤกษ์ อมฤตโชค มหาสิทธิโชค และสิทธิโชค ในการออกรถ

พระอาจารย์ กล่าวว่า สมัยก่อน หลวงพ่อฤๅษี ท่านต้องไปเทศน์หลายจังหวัด ถ้าทางน้ำก็แจวเรือไป ทางบกถ้ามีเกวียนก็นั่งเกวียน ถ้าไม่มีก็เดินไป หรือบางทีก็นั่งเรือไปครึ่งค่อนทาง แล้วก็ขึ้นบกเดินตัดทุ่งไป ปรากฏว่าเส้นทางที่ท่านไปเทศน์ที่อ่างทอง จะต้องผ่านเพิงขายกล้วยทอดกล้วยแขก ท่านบอกว่าปีแรกผ่านไปตรงนั้นก็ไปขอน้ำเขาฉัน “โยมขอน้ำหน่อย” โยมเขาก็เอาน้ำมาถวาย ปีรุ่งขึ้นก็คืออีกปีหนึ่งถัดไป เพิงกล้วยแขกกลายเป็นตึกสองคูหา..!

หลวงพ่อไปถามเขาว่า “โยมทำอะไรถึงรวยขนาดนี้ ?” ถ้าสมัยนี้คงไม่แคล้วขายยาบ้า..! โยมบอกว่า “ได้ฤกษ์เศรษฐีมาจากหลวงพ่อที่วัดมาเปิดร้านเจ้าค่ะ” หลวงพ่อก็สอบถามจนมั่นใจ พอรู้ว่าหลวงพ่ออะไร อยู่วัดไหนก็ตามไป (อันนี้อาตมาไม่ได้ถามรายละเอียด) ตามไปเจอหลวงพ่อองค์นั้น หลวงพ่อฤๅษีก็ถามว่า “ท่านได้ฤกษ์นี้มาจากไหน ขอศึกษาตำรานี้ด้วยได้ไหม ?” หลวงพ่อองค์นั้นบอกว่า “ผมไม่หวงหรอก ผมก็ไม่รู้เหมือนกันฤกษ์นี้มีที่มาอย่างไร ?” ว่าแล้วก็ไปงัดตำรามาให้เป็นใบลานแผ่นเดียว มีอยู่แผ่นเดียว ข้างหน้าวันหนึ่ง ข้างหลังวันหนึ่ง แสดงว่าเขาเขียนหน้าละวัน แล้วหลวงพ่อท่านนั้นได้มาแค่นั้น หลวงพ่อฤๅษีท่านก็เลยขอจดทั้งหมด แล้วก็เลิกรับกิจนิมนต์จนกว่าจะหาฤกษ์นี้ที่เหลือเจอ

หลวงพ่อท่านเข้ามาหอสมุดแห่งชาติ ค้นกันหูดับตับไหม้จนกระทั่งเจอ แล้วท่านก็เอามาบอกต่อพวกเรา ท่านบอกว่า ฤกษ์นี้ถ้าเอาไปทำงานทำการอะไรก็ตาม จะมีความเจริญคล่องตัวมาก เรียกว่า ฤกษ์พรหมประสิทธิ์ ก็คือฤกษ์ที่พระพรหมท่านให้มา

แต่คราวนี้ตอนที่หลวงพ่อบอกพวกเรานั้น ท่านบอกไม่ครบ นิสัยหลวงพ่อท่านเป็นคนช่างค้นคว้า หลวงพ่อท่านเรียนหนังสือนักธรรมตรี คนอื่นอ่านหนังสือแค่ ๔ เล่ม ได้แก่ เรียงความแก้กระทู้ธรรม ธรรมวิภาค พุทธประวัติ และพระวินัย แต่หลวงพ่ออ่านหนังสือครึ่งห้อง..!! ท่านบอกว่าตำราอ้างอิงถึงเล่มไหน ท่านไปค้นอ่านจนหมด..!

ในเมื่อท่านชอบค้นคว้าขนาดนั้นท่านก็ค้นจนเจอ แต่ตอนบอกลูกศิษย์ท่านบอกไม่ครบ ท่านอยากรู้ว่ามีลูกศิษย์คนไหนชอบสงสัยค้นคว้าบ้าง แต่ปรากฏว่าทุกคนให้ความเคารพและไว้วางใจหลวงพ่อมาก ให้เท่าไรกูใช้แค่นั้น..!

อาตมาเอง แรกๆ ก็สงสัยเหมือนกัน เพราะมีอยู่ฤกษ์หนึ่งหลวงพ่อท่านให้ฤกษ์ ๑๔ ค่ำวันศุกร์ อาตมาไปค้นดูแล้ว เป็นฤกษ์ที่เขาเรียกว่า วันสมตน แปลว่า เสมอตัว ทำแล้วไม่ดีไม่ชั่ว เจ๊ากันไป

กราบเรียนถามหลวงพ่อว่า ทำไมให้ฤกษ์นี้เขาไป หลวงพ่อบอกว่าบุญเขามีแค่นั้น ถามว่าแล้วให้ที่ดีๆ ไปเลยไม่ได้หรือ ท่านบอกว่าถ้าเกินบุญเขาจะแย่ ก็สงสัยว่าแย่อย่างไรครับ ของดี ท่านบอกว่าเหมือนเราแบกข้าวสารได้ถังหนึ่ง แล้วเขาโยนมาให้กระสอบหนึ่ง เรารับไหวไหม ? ก็คงโดนทับตายเท่านั้น..!

หลวงพ่อก็สั่งไว้ด้วยว่า วันเสาร์ขึ้น ๕ ค่ำ ห้ามทำการมงคลใดๆ ทั้งสิ้น ตายละหว่า…แล้วคนที่วันเสาร์ที่เป็นวันลาภวันชัย จะไปทำมาหากินอะไรได้ ในเมื่อหลวงพ่อค้นได้ อาตมาก็เอาอย่างบ้าง ไปค้นจนเจอเหมือนกัน ถึงได้ทราบว่า ในแต่ละฤกษ์นั้น จะมีสิทธิโชค มหาสิทธิโชค อมฤตโชค ราชาโชค

แล้วก็จะมีพวกฤกษ์สมตน กาลกิณี มรณะ เมื่อสรุปลงมาอย่างน้อยวันหนึ่งต้องมี ๓ ฤกษ์ ก็คือ สิทธิโชค มหาสิทธิโชค อมฤตโชค ฤกษ์เหล่านี้จะให้ผลในด้านดีเท่านั้น

ส่วนวันห้ามต่างๆ ขอให้จำไว้ด้วยว่า

– ถ้าขึ้นบ้านใหม่ให้เว้นวันอาทิตย์ โบราณถือว่าวันอาทิตย์เป็นวันร้อน

– ขึ้นบ้านใหม่ ส่วนใหญ่เขาใช้ฤกษ์วันศุกร์ เดือนคู่ คือ เดือนยี่ เดือน ๔ เดือน ๖ เดือน ๘ ข้างขึ้น เดือน ๑๒

เดือน ๘ ข้างแรม กับเดือน ๑๐ เขาไม่นิยมใช้กัน เพราะถือว่าอยู่ในพรรษา

– ถ้าหากว่าแต่งงานให้เว้นวันพฤหัสบดีกับวันเสาร์ ฤกษ์พวกนี้หลวงพ่อไม่ได้เจาะจง แต่อาตมาเป็นคนช่างจดและก็ช่างจำ หลวงพ่อบอกอะไรจะจดไว้หมด ท่านบอกว่าแต่งงานวันพฤหัสฯไม่เกิน ๓ ปี เลิกกันแน่ ถ้าแต่งงานวันเสาร์ชีวิตจะมีรสชาติมาก เพราะทะเลาะกันทุกวัน ให้เปลี่ยนไปแต่งวันอื่นซะ

– ถ้าหากว่าจะออกรถออกเรือใหม่ ให้ใช้ฤกษ์ออกวันพฤหัสฯแล้วเอาไปประเดิมวันอาทิตย์ หรือว่าออกวันอาทิตย์แล้วเอาไปประเดิมวันพฤหัสฯ อันใดอันหนึ่ง แต่อาตมานิยมให้ออกวันพฤหัสฯแล้วประเดิมวันอาทิตย์ เพราะระยะเวลาไม่ห่างกัน ถ้าออกวันอาทิตย์กว่าจะถึงวันพฤหัสฯ รอตั้ง ๕-๖ วัน

– วันเสาร์ ๕ ห้ามทำการมงคลใดๆ ทั้งสิ้น ยกเว้นการพุทธาภิเษก

– วันศุกร์ขึ้นหรือแรม ๙ ค่ำ กับวันเสาร์ขึ้นหรือแรม ๘ ค่ำ เป็นฤกษ์สร้างโบสถ์โดยเฉพาะ อย่าเอาไปสร้างบ้านหรือทำสิ่งอื่น

– ฤกษ์ทั้งหลายเหล่านี้ มีชุดหนึ่งที่เรียกว่า ดิถีพิฆาต ไม่ใช่ไม่ดี แต่ดีเกินไป ไม่ควรใช้

หลวงพ่อ บอกว่ามีหมอดูอยู่ท่านหนึ่ง อยู่บ้านโพธิ์นางดำ จังหวัดชัยนาท เอาฤกษ์ สร้างบ้านวันศุกร์ขึ้น ๙ ค่ำ
หลวงพ่อท่านเห็นก็เตือน บอกว่าฤกษ์นี้เขาใช้สร้างโบสถ์อย่าสร้างบ้านเลย รายนั้นก็รั้น มั่นใจตำราของเขา บอกว่าในเมื่อดีขนาดสร้างโบสถ์ได้ ทำไมจะสร้างบ้านไม่ได้ หลวงพ่อบอกว่าถ้าโยมไม่เชื่อก็รอดูผลแล้วกัน เพราะว่า หลวงพ่อของฉัน(หลวงปู่ปาน) ว่ามาอย่างนี้ หมอดูท่านนั้นก็รับคำท้า

ปรากฏว่าบ้านหลังนั้นพอตั้งเสา ขึ้นเครื่องบน ยังไม่ทันจะมุงหลังคา ท่านบอกว่าพายุมากวาดบ้านหลังนั้นไปหลังเดียว ไม่แตะที่อื่นเลย หมอดูรายนั้นถึงได้ยอมเชื่อ

อาตมาอยากจะบอกกว่า พวกฤกษ์นี้ก็เหมือนกับการข้ามถนน ถ้าเราข้ามตอนรถว่างปลอดภัยแน่นอน แต่คนเก่งๆ รถมากก็ข้ามได้ เพียงแต่ประมาทไปหน่อย เผลอเมื่อไรจะโดนชนเดี้ยง ถ้าไม่เกินวิสัยถือฤกษ์ไว้หน่อยก็ดี

ฤกษ์ทั้งหลายเหล่านี้ที่หลวงพ่อท่านบอกท่านห้ามไว้ แปลว่า แต่ละอย่างท่านโดนมาจนเข็ดแล้ว ไม่อยากให้พวกเราต้องไปทดลองด้วยตัวเอง ถ้าใครไม่เชื่อว่าหลวงพ่อโดนจนเข็ดแล้วอนุญาตให้ลองได้ เพราะว่าหลวงพ่อท่านชอบทดสอบมากกว่าพวกเราเยอะ

ฤกษ์ทั้งหลายเหล่านี้ พวกเราศึกษาไว้บ้างก็ดี เนื่องจากว่าถ้าอาตมาเป็นอะไรไป เราจะได้หาฤกษ์เป็น

ฤกษ์พรหมประสิทธิ์ใช้ได้ทั้งข้างขึ้นและข้างแรม
อาตมาจะเรียง อมฤตโชค มหาสิทธิโชค และสิทธิโชค

วันอาทิตย์จะเป็นฤกษ์ ๘ ค่ำ ๑๔ ค่ำ ๑๑ ค่ำ

วันจันทร์ ๓ ค่ำ ๑๒ ค่ำ ๕ ค่ำ

วันอังคาร ๙ ค่ำ ๑๓ ค่ำ ๑๔ ค่ำ

วันพุธ ๒ ค่ำ ๔ ค่ำ และ ๑๐ ค่ำ

วันพฤหัสบดี ๔ ค่ำ ๗ ค่ำ ๙ ค่ำ

วันศุกร์ ๑ ค่ำ ๑๐ ค่ำ ๑๑ ค่ำ

วันเสาร์ ๕ ค่ำ ๑๕ ค่ำ และ ๔ ค่ำ

ใช้ได้ทั้งข้างขึ้นข้างแรม ไปค้นคว้าหาเอาเอง เผื่อว่าอาตมาจำผิด

อย่างปีนี้รีบๆ คิด ปรากฏว่าพลาดไปครึ่งปี เลยต้องมาคิดวันใหม่ เนื่องจากว่าปีนี้เป็นปีประหลาด เขาเรียก อธิกวาร มีวันเพิ่ม ก็คือเพิ่มวันแรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๗ มา ถ้าหากว่าเป็นปกติจะไม่มีแรม ๑๕ ค่ำเดือน ๗

เพราะว่า ข้างแรมของเดือนที่เป็นเลขคี่ คือ เดือนอ้าย เดือน ๓ เดือน ๕ เดือน ๗ เดือน ๙ เดือน ๑๑ ปกติจะมีแค่แรม ๑๔ ค่ำ เท่านั้น แต่ปีนี้เดือน ๗ มีแรม ๑๕ ค่ำเพิ่มมาวันหนึ่ง

ถ้าหากว่าจะคิดตำราทั้งหลายเหล่านี้ ถ้าขยันก็เอาอย่างอาตมา ไล่ขึ้นแรมไปทีละวัน ถ้าไม่ขยันก็ไปเปิดปฏิทิน ๑๐๐ ปีหรือ ๑๕๐ ปี แต่ว่าเท่าที่อาตมาตรวจดูปฏิทินก็มีผิด เล่มที่น่าจะรอบคอบมากที่สุด คือ ปฏิทิน ๑๕๐ ปีของห้องโหรศรีมหาโพธิ์ ที่หน้าปกขาวๆ และมีสี่เหลี่ยมสีน้ำเงินอยู่ตรงกลาง

ฤกษ์พรหมประสิทธิ์หรือว่าฤกษ์เศรษฐีของหลวงพ่อ ก็มีความเป็นมาและความเป็นไปด้วยประการฉะนี้

เกณฑ์การตรวจสอบฤกษ์กนกนารี

ฤกษ์ที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14
อาทิตย์ ทำการได้ ห้าม ทำการได้ ทำการได้ ห้าม ห้าม ทำการได้ ห้าม ทำการได้ ทำการได้ ทำการได้ ห้าม ทำการได้ ห้าม
จันทร์ ทำการได้ ห้าม ห้าม ทำการได้ ห้าม ห้าม ทำการได้ ห้าม ทำการได้ ห้าม ทำการได้ ทำการได้ ทำการได้ ทำการได้
อังคาร ห้าม ทำการได้ ห้าม ห้าม ห้าม ห้าม ทำการได้ ห้าม ทำการได้ ทำการได้ ห้าม ห้าม ทำการได้ ห้าม
พุธ ห้าม ทำการได้ ห้าม ทำการได้ ทำการได้ ห้าม ทำการได้ ห้าม ทำการได้ ทำการได้ ห้าม ห้าม ห้าม ห้าม
พฤหัสบดี ห้าม ทำการได้ ห้าม ห้าม ห้าม ห้าม ห้าม ห้าม ทำการได้ ห้าม ทำการได้ ทำการได้ ห้าม ห้าม
ศุกร์ ทำการได้ ทำการได้ ห้าม ห้าม ทำการได้ ทำการได้ ทำการได้ ห้าม ห้าม ทำการได้ ทำการได้ ห้าม ห้าม ทำการได้
เสาร์ ห้าม ห้าม ห้าม ห้าม ห้าม ห้าม ห้าม ทำการได้ ห้าม ทำการได้ ทำการได้ ห้าม ห้าม ทำการได้
ฤกษ์ที่ 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27
อาทิตย์ ห้าม ทำการได้ ห้าม ห้าม ทำการได้ ห้าม ทำการได้ ทำการได้ ห้าม ทำการได้ ห้าม ทำการได้ ทำการได้
จันทร์ ทำการได้ ห้าม ห้าม ห้าม ห้าม ทำการได้ ห้าม ทำการได้ ห้าม ทำการได้ ทำการได้ ทำการได้ ทำการได้
อังคาร ห้าม ทำการได้ ห้าม ห้าม ห้าม ห้าม ทำการได้ ทำการได้ ทำการได้ ห้าม ทำการได้ ทำการได้ ทำการได้
พุธ ทำการได้ ห้าม ทำการได้ ห้าม ทำการได้ ห้าม ทำการได้ ทำการได้ ทำการได้ ห้าม ห้าม ทำการได้ ทำการได้
พฤหัสบดี ทำการได้ ห้าม ทำการได้ ทำการได้ ทำการได้ ห้าม ห้าม ทำการได้ ทำการได้ ห้าม ทำการได้ ห้าม ห้าม
ศุกร์ ห้าม ห้าม ทำการได้ ห้าม ทำการได้ ห้าม ทำการได้ ทำการได้ ห้าม ทำการได้ ห้าม ห้าม ห้าม
เสาร์ ทำการได้ ทำการได้ ทำการได้ ทำการได้ ห้าม ทำการได้ ทำการได้ ทำการได้ ห้าม ทำการได้ ห้าม ห้าม ห้าม
ดวง 10 ลัคนา ดูดวงสมพงษ์ เนื้อคู่ ดูดวงความรัก
ดวง 10 ลัคนา ดูดวงสมพงษ์ เนื้อคู่ ดูดวงความรัก

ดวง 10 ลัคนา โหราศาสตร์ 10 ลัคนา หรือที่เรียกกันโดยย่อว่าดวง 10 ลัคน์ เป็นวิชาการพยากรณ์วิชาหนึ่งที่ยึดหลักการทายมาจากดวงทั่วไปหรือลัคนาเดียว

ดูดวง ทางโทรศัพท์ โหราศาตร์ 10 ลัคนา
ดูดวง ทางโทรศัพท์ โหราศาตร์ 10 ลัคนา

ดวง 10  ลัคนา  โหราศาสตร์ 10 ลัคนา หรือที่เรียกกันโดยย่อว่าดวง 10 ลัคน์ เป็นวิชาการพยากรณ์วิชาหนึ่งที่ยึดหลักการทายมาจากดวงทั่วไปหรือลัคนาเดียว คือยังใช้ดวงเกษตรเป็นหลักของดาวเจ้าเรือนใน 12 เรือน การวัดความเข้มข้นของดาวที่จะให้คุณหรือให้โทษ โดยการใช้ดวงมาตรฐาน มหาอุจจ์ มหจักร ราชาโชค นิจ ปรป็นเครื่องวัด                       สำหรับเรื่องของดวงทักษา 10 ลัคน์ไม่ใช้มหาทักษาการเสวยอายุ แต่ใช้ทักษาจรปีไปภูมิละ 1 ปี เมื่ออายุจรถึงภูมิอาทิตย์ ๑ ต้องนับปีถัดไปเข้าตากลาง และมี พฤหัสบดี ๕ เป็บริวาร พอปีต่อไปให้นับอายุย่างที่ภูมิจันทร์ ๒ จากนั้นก็นับไปตามปกดิ เน้นการหาดาวกาลกิณี เดช มนตรี ศรี ทั้งเดิมและจรมาประกอบทายควบไปกับดวงเดิมและดาวดาวจร                       นอกจากนี้ก็ยังใช้คู่มิตร คู่ศัตรู คู่ธาติ คู่สมพล และยังใช้เกณฑ์ ปัศวะ นระ กีรฏะ อัมพุ ตรีวัยเช่นเดียวกับดวงราศีจักรทั่วไป                       ต่างกันอย่างเดียวคือให้เอาราศี-องศา-ลิปดา ของดาวประจำวันเกิดมาหาลัคนาทั้งหมดตามเวลาเกิดหรือเวลาตกฟาก โดยไม่เว้น                       ในขณะที่การผูกดวงทั่วไปหรือลัคนาเดียวใช้ดาวในปฏิทินดาราศาสตร์ คือ ๑๒๓๔๕๖๗๘๙๐ มา ลด-เพิ่ม องศา-ลิปดาตามเวลาเกิดหรือเวลาตกฟาก ที่เรียกตามภาษาโหรว่า “ตัดสมผุส ณ เวลาเกิด” ซึ่งส่วนมากก็ยังเป็นตำแหน่งดาวในท้องฟ้าเหมือนเดิม ทำไมจึงต้องมีดวง 10 ลัคนา? ตามความคิดของผม คิดว่า น่าจะเป็นส่วนหนึ่ง หรืออีกเส้นทางหนึ่งต่อการพัฒนาวิชาโหราศาสตร์ เพื่อผลของการพยากรณ์ที่ง่ายและกระชับ ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อมหรือไม่มีข้อแม้มากจนสับสน ผมเคยพบกับโหรอาวุโสท่านหนึ่ง ก่อนที่ผมจะตัดสินใจมาเรียนโหราศาสตร์ ตาของท่านพิการ เป็นลุงของเพื่อนที่ทำงานอยู่แผนกเดียวกันกับผม คือแผนกนำเข้าและส่งออกสินค้ายาและเคมีภัณฑ์ของบริษัทชาวเยอรมันนี โหรอาวุโสดังกล่าว ท่านเคยทายดวงให้ผม เวลาท่านทาย ท่านจะถามย้ำถึงองศาลิปดาของดาวเสมอ และท่านทายแม่นยำดี โดยมีเพื่อนผมเป็นคนผูกดวงราศีจักร์ทั่วไปให้ ก่อนทายท่านจะถามถึงลัคนากี่องศา การถามถึงองศาของลัคนา นั่นน่าจะหมายถึงท่านต้องการทราบว่า ลัคนาเกาะนวางค์อะไร เพราะคนเราแม้จะมีลัคนาสถิตราศีเดียวกันก็จริง แต่เมื่อองศาต่างกัน นั่นย่อมหมายถึงลัคนาเกาะนวางค์ที่ต่างกัน การต่างกันของนวางค์ของลัคนานี่แหละ ที่ทำให้ผลออกมาว่าเจ้าชะตานิสัยต่างกันไป ยิ่งถ้ารู้องศาลิปดาของดาวอื่น ๆ ด้วยยิ่งเป็นการดี เพราะเราสามารถเอาองศาลิปดา ของดาวแต่ละดวงเข้าดวงนวางค์ได้ง่าย  หรือหากจะพัฒนาเป็นดวง 10 ลัคน์ด้วยการคำณวนในใจไปตามอันโตนาทีของแต่ละราศีก็ย่อมทำได้ไม่ยาก ตรงนี้แหละที่ผมเริ่มสนใจ และอยากจะเรียนรู้บ้าง ก็พอดีที่ท่านถึงกรรม ก่อนที่ผมตัดสินใจเป็นศิษย์เพียงไม่กี่วัน ! จึงในวันที่รอเวลาฌาปนกิจศพ ผมจึงได้ปลีกตัวไปพบกับ อ. อรุณ เทศถมทรัพย์ ปรมาจารย์ทาง 10 ลัคน์ตัวจริงซอยบางยี่ขัน แล้วลงมือศึกษา 10 ลัคนาเรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้ การผูกดวง 10 ลัคนา ทำอย่างไร ? ความจริงการผูกดวง 10 ลัคนา เข้าใจว่าหลายคนทำได้ ที่ผมกล่าวเช่นนี้ เพราะเมื่อใครก็ตามสามารถผูกดวงราศีจักรธรรมดา หรือที่ผมนิยมเรียกว่า ดวงลัคนาเดียวได้ โดยการนำเอาราศี-องศา-ลิปดาของอาทิตย์ในวันที่เจ้าชะตาเกิดมาผูกดวงหาลัคนาได้ ราศี-องศา-ลิปดาของดาวอื่น ๆ เช่นดาว ๒๓๔๕๖๗๘๙๐ ก็นำมาหาลัคนาได้เช่นเดียวกัน และกรรมวิธีการทำก็ทำแบบเดียวกัน ยกเว้น ๘ และเกตุ ๙ ที่ต้องย้อนกลับ เพราะเดินสวนทางกับดาวอื่น แต่ลัคนาจะของดาวอะไรก็ตามเมื่อหาได้แล้วไม่ต้องใส่ ส หรือ ล แทน ใช้ดาวแต่ละดาวไปเลย ด้วยเหตุนี้ดวง 10 ลัคน์จึงเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าดวงไม่มีลัคน์ เพราะไม่มี ส และ ล นั่นเอง แต่ที่จริงแล้วเห็น อาทิตย์ (๑) สถิตราศีใด นั่นแหละเป็นลัคนาของคน ๆ นั้น ๑ จะเป็นลัคนาประธานที่สำคัญที่สุด ลัคนาของดาวอื่นเป็นลัคนาประกอบ หรือเป็นลัคนาบริวาร เพราะตามหลักดาราศาสตร์แล้วดาว ๒๓๔๕๖๗๘๙๐ เป็นดาวบริวารของอาทิตย์ ไม่มีแสงสว่างของตนเอง ทว่าดาวดังกล่าวล้วนมีความสำคัญ ไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน คนมาจากดาวหรือดาวมาจากคน? ในคน ๆ หนึ่งจะขาดดาวใดดาวหนึ่งไม่ได้เลย ทุกดาวมีเอกลักษณ์เกี่ยวข้องกับตัวเรา โดดเด่นไปคนละทิศทาง ดังผมจะนำมากล่าวให้เห็นชัดดังนี้ ๑ อาทิตย์ เป็นดาวขนาดใหญ่ เป็นขุมกำลังของพลังงาน ความร้อน และแสงสว่างที่ก่อให้เกิดมวลมนุษย์และสรรพสิ่งมีชีวิตทั้งปวง อาทิตย์โคจรไป ณ ที่ใดของโลก (โลกหมุนเอาด้านใดไปหาพระอาทิตย์)ที่นั่นจะสว่างไสว อบอุ่น ในความสว่างไสวยังได้แฝงเร้นพลังงานไปสู่มวลสัตว์โลก ตลอดจนพืชผักผลไม้ เมื่อเราบริโภคสิ่งดังกล่าว จึงมีพลังงาน สามารถทำอะไรได้อย่างเข้มแข็ง ถ้าเราขาดการบริโภคพืชผักผลไม้ก็ย่อมไม่สามารถมีชีวิตอยู่รอดได้ เมื่อเป็นดังนี้ก็เท่ากับว่า เพราะมีอาทิตย์เราจึงเกิดและมีชีวิตอยู่รอดได้ พืชพันธุ์ธัญญาหารก็เจริญเติบโต ขาดพระอาทิตย์โลกเราคงหนาวเหน็บจนไม่มีสิ่งมีชีวิตอย่างแน่นอน ในทางโหราศาสตร์กำหนดเอาอาทิตย์ไว้ทาย เกียรติยศ ชื่อเสียง ศักดิ์ศรี การยึดมั่นถือมั่นในตนเอง ท่านบุรพาจารย์ได้รจนาไว้ว่า ทายยศศักดิ์ ทายอาทิตย์ ๒ จันทร์ ดาวดวงนี้แม้จะเป็นดาวเล็กแต่ก็เป็นดาวที่มีอิทธพลมาก และอยู่ใกล้โลก สามารถมองเห็นชัดเจนในข้างขึ้นดาวจันทร์ ๒ ในหลักของโหราศาสตร์ ใช้ทายโชคลาภประจำวัน เป็นดาวที่บ่งบอกถึงความสวยงาม ไม่ว่าของคนและสัตว์ถ้าจันทร์ ๒ในดวงชะตาของใครได้ตำแหน่งดี จะเป็นคนมีรูปร่างสวย มีเสน่ห์น่ารัก ตามตำนานกล่าวว่าทายจริตให้ทายจันทร์ ๒ ซึ่งเกี่ยวข้องกับคนเราโดยตรง เมื่ออาทิตย์ ๑ ทำให้เราเกิดและมีชีวิต ดาวจันทร์ ๒ จะเข้ารับหน้าที่ความน่ารัก จะห็นได้ว่าเด็กหรือสัตว์เลี้ยงที่เกิดใหม่ อายุอยู่ในระหว่าง 8 เดือนถึง 1 ขวบจะน่ารัก ๓ อังคาร โดยพื้นฐานแล้วเอามาทายเรื่องความขยันขันแข็ง เอาจริง มีความพยามยามดี ค่อนข้างตรงไปตรงมา โผงผางแบบนักเลง เทียบกับเด็กในระยะ 1-2 ขวบที่จะซุกซน ไม่เคยหยุดนิ่ง นอกจากนอนหลับ ตามตำราโหรเอามาทาย กล้าแข็งขยัน ๔ พุธ ดาวดวงนี้เป็นดาวที่ทำหน้าที่เรื่องการหัดพูด จะพูดเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับดาวในดวงชะตา เด็กที่มีดาวดวงนี้กุมลัคนาจะพูดได้เร็ว เด็กจะพูดชัดเจน หรือคล่อง อายุจะอยู่ในช่วง 3-4 ขวบ ดาวพุธ ๔ ตามตำนานเอามาทายเรื่องการพูดคือ พูดจาอ่อนหวานให้ทายพุธ ๔ ๕ พฤหัสบดี ดาวดวงนี้เน้นเรื่องวิชาการ ความรู้ คุณธรรม ความรับผิดชอบ เด็กเมื่อพูดชัด พูดคล่อง ก็จะถูกส่งตัวเข้าโรงเรียน เพื่อการเรียนรู้วิชาการต่าง ๆ ช่วงการที่ต้องอยู่ในสถานการศึกษา เป็นช่วงยาวนาน จนเติบโตเป็นหนุ่มเป็นสาว เฉพาะดาวพฤหัสบดี ๕ ทางโหรเอาทายเรื่องปัญญาบริสุทธิ์ ต้องทายพฤหัส ๖ ศุกร์ เอามาทายกามกิเลสกำดัด คือทายการลุ่มหลงมัวเมาในรูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัสอันนุ่มนวล คนหนุ่มสาวทุกคนต้องผ่านตรงนี้ ไม่มีใครไม่อยากมีรูปสวย รสดีชอบกันทุกคน กลื่นหอมก็ชอบ เสียงเพราะก็ชอบ สัมผัสที่นุ่มนวล มีใครบ้างที่ไม่ชอบ? นอกจากนั้นดาวดวงนี้ยังหมายถึงการเงิน ดาวดี การเงินดี เมื่อมีเงินรูปก็ต้องสวยตาม รสก็ต้องเลือกแต่ที่เป็นเลิศ ฯลฯ และสุดท้ายความรักก็จะดีตามไปด้วยอย่างไม่ต้องสงสัย ไม่เคยเห็นใครที่มีเงินแล้วผิดหวังเรื่องความรัก จะมีบ้างเป็นส่วนน้อย ๗ เสาร์ เป็นดาวโทษทุกข์ ตามตำนานกล่าวไว้ว่าทายโทษทุกข์ให้ทายเสาร์ คนเราเมื่อมีรักก็มีทุกข์เป็นของคู่กัน รักถ้าสมหวังเป็นสุข ๆ ทั้งกายทั้งใจ แต่ถ้าผิดหวัง จะเป็นทุกข์ รักเขาข้างเดียวเป็นทุกข์ ของรักถูกพรากหรือคนอื่นช่วงชิงไป เป็นทุกข์ จะมากหรือน้อยขึ้นกับดาวดวงนี้ ๘ ราหู ดาวดวงนี้เขาว่าไม่ใช่ดาว เป็นเพียงเงา ผมว่าช่างมันเถอะจะเป็นอะไรก็ช่าง แต่เท่าที่สังเกต เวลามันจรมาเล็งลัคน์ทีหนึ่งหรือทับลัคน์ทีหนึ่ง ก็มีแต่เรื่องวุ่นวาย ทั้งด้านการงานการเงิน ปั่นป่วนไปหมด ตามตำนานเขาเอามาทายเรื่องมัวเมา ก็ต้องมัวเมาล่ะครับ เพราะมันเจอหลายปัญหาเหลือเกิน  งานก็ไม่มีทำ เจ้าหนี้ก็ทวง ความรักเริ่มขม แบบนี้ก็ต้องเมากันหน่อย เพราะพอเมาได้ที่แล้วมันลืมไปชั่วคราว หายเมาก็กลุ้มใหม่ เลยต้องดื่มระงับอีก กลายเป็นมัวเมาไปตลอดชาติ แต่มันก็มีดีเหมือนกันนะครับ ถ้ามันเกิดได้ตำแหน่งดีขึ้นมา ๙ เกตุ นี่เขาก็ว่าไม่ใช่ดาวเหมือนกัน ทางโหรเขาเอามาทายเรื่องอายุยืน ความจริงเรื่องอายุยืนนี่ เอาดาวอายุในดวงชะตามาทาย ชัดเจนกว่า แต่เมื่อตำนานเขาว่าอย่างนั้นก็ว่ากันไปตามตำนาน ไปขัดเขามากเดี๋ยวจะมีปัญหา แต่ก็ขอบอกให้คิดนะครับ….ไม่ต้องตอบหรอกว่า คนมันเมาทุกวัน…จะอายุยืนได้อย่างไร? ๐ มฤตยู เทพเจ้าแห่งความตาย ตามตำราโลกธาตุว่าทายอาเพทให้ทาย ๐ มฤตยู ดาวดวงนี้เป็นอย่างนั้นจริง ๆ ถ้าเล็งลัคน์ใครก็ทำลายคู่ แต่ก็เรียนโหราศาสตร์ได้ดี กุมลัคน์ก็เช่นเดียวกัน ขอเพียงในพื้นที่ที่มันอยู่อย่ามีอย่างอื่นอยู่ด้วยก็แล้วกัน มันจะทำลายทันที เช่นคนที่ดาวอายุกุมลัคน์แล้วมี มฤตยุ ๐ เล็งหรือทับลัคน์ จะเป็นคนขี้โรค แต่อายุยืน ดังนี้เป็นต้น อาจารย์ผมก็ถึงแก่มณะกรรมด้วยดาวดวงนี้ เพราะมันถอยหลังกลับเข้ามาในราศีที่ลัคนาอาจารย์ผมสถิต ผมจึงไม่ค่อยถูกกับมันสักเท่าใร คือสรุปแล้วคนโบราณหรือโบราณาจารย์ท่านเป็นคนฉลาดชนิดที่คนสมัยนี้คิดไม่ถึง ที่เอาดาวทั้ง 10 ดวง คือ ๑๒๓๔๕๖๗๘๙๐ มาแทนเรื่องราวที่เกี่ยวกับคนได้อย่างเหมาะเจาะในแต่ละวัย ดังนั้นจึงการจะสังเกตุความเป็นไปของชีวิตว่าดีหรือร้าย สังเกตุได้จากดาวเหล่านี้ เพราะท่านโบราณาจารย์ได้ทดสอบเก็บสถิติมาหลายรอบจนเชื่อถือได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งถ้าเราจะนำมาเปรียบเทียบกับสถิติศาสตร์ก็ไม่น่าจะแตกต่างกัน การทายจร เรื่องการทายจรเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ค่อนข้างจะสับสน โดยเฉพาะคนที่เริ่มใหม่ ดังนั้นความคิดเห็นที่ผมจะเขียนต่อไป เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัว  พบมาอย่างไรก็จะว่าไปตามที่เห็น ขออย่าได้ยึดเป็นตำรา โดยเฉพาะดวงในระบบที่ต่างไปจาก 10 ลัคน์ เพราะดวงแบบอื่นผมศึกษามาน้อยไม่ค่อยจัดเจน ถ้าขืนเอาข้อคิดเห็นนี้ไปใช้อาจจะไม่ตรงตามความเป็นจริงแล้วจะเกิดความเสียหายได้ หลัการทายจร มีอยู่ 3 ขั้นตอน คือ 1.การทายจรปัจุบัน หมายถึงเขามาหาให้เราทายหรือพยากรณ์เมื่อใดเราก็เอาดาวจรในขณะนั้นมาทาย 2.การทายจรอนคต เป็นการทายเหตุการที่จะเกิดขึ้นต่อไปข้างหน้า จะเป็นในระยะใกล้หรือไกลก็แล้วแต่ ตรงนี้เราต้องจำได้ว่า ณ เวลาที่ต้องการทายนั้นดาวอะไรโคจรอยู่ในราศีใด 3.การทายจรอดีต ทางหนึ่งเป็นการตรวขเช็ดดวงชะตาว่าถูกต้องหรือไม่ อีกทางหนึ่งเป็นการสร้างศรัทธาต่อผู้มาให้พยากรณ์ เพราะการทายเหตุการณ์ในอดีตถ้าถูกต้อง ก็จะได้รับความเชื่อถือ การทายจรทั้ง 3 ขั้นตอนนี้ การทายจรอดีตเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ทายผิดไม่ได้ ดังนั้นถ้าอยากจะมีชื่อเสียงในการเป็นโหรต้องระมัดระวังให้มาก และการจะทายจรดวงชะตาของคนที่เขาเข้ามานั่งอยู่ตรงหน้า ควรกระทำเป็นอันดับแรก ก่อนจะทายเรื่องอื่น บางคนหรือส่วนมาเราจะจับเอาดาว ๗-๘-๕-๓ มาทาย ยิ่งถ้าจับเอาตอนที่เป็นกาลกิณีจร ๆ เข้าทับลัคน์หรือเล็งลัคน์ยิ่งจะชัดเจนมาก เช่นคนที่เกิดวันพุธ แล้วมีดาวอังคาร ๓ กุมลัคนาในดวงชะตา ปีไหนอังคาร ๓ จรเป็นกาลกิณี ซึ่งต้องมาถึงลัคน์แน่ ไม่ทับก็เล็งอย่างใดอย่างหนึ่ง ทายเรื่องอุบัติเหตุ เสียเงินกับรถ เช่นซ่อมหรือเปลี่ยนรถ ถูกโกง เดือดร้อนเรื่องการเงิน มีคนมายืมแล้วไม่คืน ดังนี้เป็นต้น สำหรับเสาร์ ๗ หรือราหู ๘ เล็งลัคน์ทับลัคน์ปีไหน ทายปีนั้น ยุ่งเรื่องงาน ออกจากงาน ย้ายบ้าน ย้ายงาน การเงินขัดข้อง ธุรกิจติดขัด ครอบครัวมีปัญหา(ถ้าเล็ง) ยิ่งถ้าเป็นกาลกิณีจรจะยิ่งให้โทษรุนแรง เมื่อการทายจรอดีตผ่านไปด้วยดี เหลือการทายจรปัจจุบันและอนาคต เป็นเรื่องง่าย ๆ ทายไปตามเรือนชะตา 12 เรือน และเรือนทักษาอีก 8  เรือน ขั้นต้นจับเอาตอนที่ดาวปัตตานิเป็นกาลกิณี ทายเรื่องคู่ที่พูดกันไม่รู้เรื่อง หรือพูดกันคนละภาษา บางรายครอบครัวแตกแยก ดาวกะดุมภะเป็นกาลกิณีรายจ่ายมากกว่าปกติ เดือนร้อนทางการเงิน ดาวเจ้าเรือนสหัชชะเป็นกาลกิณี เพื่อนทำพิษเช่นยืมเงินแล้วไม่คืน หรือเพื่อนเลื่อยขาเก้าอี้คิดแย่งตำแหน่งงาน  หรือดาวอุตสาหะเป็นกาลกิณี เบื่องานออกจากงาน ดาวมูลละเป็นกาลกิณี เดินทาง ขายของเก่ากิน อยากขายที่ขายบ้านปลดหนี้ ดาวมนตรีเป็นกาลกิณี ทายเรื่องขาดที่พึ่ง บางรายบิดามารดาเสีย คือร่มโพธิ์ทองหักโค่นนั่นเอง ดาวอายุเป็นกาลกิณี เจ็บป่วยเข้าโรงพยาบาล สำหรับดาวพฤหัสบดี ๕ ถ้าเขาเรือนอริ มรณะ วินาสน์ เป็นกาลกิณีจร ออกจากงาน ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเจ้านาย ธุรกิจติดขัด การเงินหมุนไม่ทัน ถ้าไม่เป็นกาลกิณีจร ดาวพฤหัสบดี เป็นดาวเทพเจ้าแห่งโชคลาภ จรทับลัคน์ จรเข้าลาภะลัคนามีโชคทั้งปี จรเข้าเล็ง ได้คู่เหล่านี้เป็นต้น ดาวศุกร์ ๖ หรือดาวพุธ ๔ ทายเรื่องโชคลาภประจำเดือนที่จรเข้าสัมพันธ์ดีต่อลัคนา ถ้าดาวศุกร์ ๖ จะเป็นเรื่องความรักและการเงินโดยเฉพาะ คือช่วงที่ดาวศุกร์ ๖ สัมพันธ์ดีกับลัคนา การเงินไม่ขัดข้อง ความรักหวานแหวว ส่วนดาวพุธ ๔ เป็นลาภจากการติดต่อ การเจรจา การทำสัญญา คนที่เกิดวันอาทิตย์ใช้ได้ดี อาทิตย์ ๑ หมายถึงการเดินทาง เดินทางเดือนไหนเอาอาทิตย์มาทาย การได้ตำแหน่งหน้าที่การงาน ชื่อเสียงเกียรติยศ จรเข้าทับลัคน์เล็งลัคน์ทายได้ไม่ผิด การทายจรโดยใช้ดาวจรที่กล่าวมาเป็นการทายเวลาดาวนั้น ๆ จรเข้าทับลัคน์ เล็งลัคน์หรือสัมพันธ์กับลัคน์ ส่วนดาวจรกระทบดาวในดวงชะตาก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง ตรงนี้ต้องทำความเข้าใจให้ดี เช่นลัคนาสถิตราศีเมษ ในดวงชะตามมีดาวอังคารสถิตราศีกุมภ์  พออังคารจรๆ เข้ามาในราศีสิงห์ ก็เท่ากับ อังคารร่วมธาตุกับลัคนาและเล็งอังคารเดิม ทำให้เกิดอุบัติเหตุรถคว่ำ แต่ถ้าที่ราศีกุมภ์มีดาวพุธอยู่ด้วย ก็ต้องทายระวังเจ็บปากเจ็บฟันด้วย เพราะอังคารจรเข้าเล็งพุธ แบบนี้การอ่านหนังสือโลกธาติเรื่องชาติเวรบ่อย ๆ จะทำให้การทายจรดาวกระทบดาวหลากหลายขึ้น เพราะจะทำให้จำง่าย ทว่าจะอย่างไรก็ตามอย่าลืมเรื่องทักษาเป็นอันขาด คือเอาทั้งทักษาเดิม ทักษาจรปี ทักษาจรเดือนได้ยิ่งดี เพื่อให้ดูง่ายไม่วกวน ให้คุณลองลากเส้นคู่ขนาน 2 เส้น แนวนอน ระหว่าง 2 เส้นห่างกัน 2 ซม. ยาวซัก  6  ซม. แล้วลากเส้นคู่ขนานอีก 2 เส้นในแนวตั้งให้มีช่องว่าห่างกัน 2 ซม.ตัดกับเส้นคู่ขนานเดิม จะเกิดช่องว่างที่เส้นคู้ขนานตัดกันรวมแล้ว 9 ช่อง ๆ กลางจะเป็นรูปสี่เหลี่ยมด้านเท่า แต่ถ้าอยากเป็นโหรดังต้องทำดังนี้ 1. ต้องจำและนับเลข ๑๒๓๔๕๖๗๘๙๐ ได้ขึ้นใจ 2. ต้องจำได้ว่าเลขทั้งหมดนี้เขาเอามาแทนดาว 10 ดวง เริ่มกันที่ ๑ แทนดาวอาทิตย์ ๒ แทนดาวจันทร์ ๓ แทนดาวอังคาร ๔ แทนดาวพุธ ๕ แทนดาวพฤหัสบดี ๖ แทนดาวศุกร์ ๗ แทนดาวเสาร์ ๘ แทนดาวราหู ๙ แทนดาวเกตุ ๐ แทนดาวมฤตยู 3. เมื่อแทนดาวเรียบร้อยแล้วเขาก็กำหนดให้จำง่าย ๆ ว่า ทายยศศักดิ์ทายอาทิตย์ ๑ ทายจริตให้ทายจันทร์ ๒ ทายกล้าแข็งขยันทายอังคาร ๓ ทายอ่อนหวานให้ทายพุธ ๔ ทายปัญญาบริสุทธิ์ทายพฤหัส ๕ ทายกิเลสกำดัดให้ทายศุกร์ ๖ ทายโทษทายทุกข์ให้ทายเสาร์ ๗ ทายมัวเมาให้ทายราหู ๘ ทายอายุยืนให้ทายเกตุ ๙ ทายอาเพททายมฤตยู ๐ 4. เมื่อจำได้ว่าดาวอะไรทายอะไร ก็ต้องจำเพิ่มอีกว่าดาว ๑-๗ เป็นดาวคู่ธาตุไฟ ๒-๕ เป็นดาวคู่ธาตุดิน ๓-๘ เป็นดาวคู่ธาตุลม ๔-๖ เป็นดาวคู่ธาตุน้ำ ๙-๐ เป็นดาวไม่มีธาตุ คือกลาง ๆ ตามตำนานเขาจัดให้เป็นวิญญาณธาตุ 5. เมื่อรู้ว่าดาวอะไรเป็นธาตุอะไร ต้องจำอีกว่า ดาวอะไรเป็นดาวที่เป็นคู่มิตรเช่น ๑-๕ ๒-๔ ๖-๓ ๘-๗ เขามีกลอนยกำกับว่า อาทิตย์เป็นมิตรกับครู จันทร์โฉมตรูพุธนงเยาว์ ศุกร์ปากหวานอังคารรับเอา ราหูกับเสาร์เป็นมิตรแก่กัน 6. ธรรมดาเมื่อมีดาวคู่มิตรก็ต้องมีคู่ศัตรูเช่น ๑-๓ ๒-๕ ๖-๗ ๔-๘  นี่คือคู่ศัตรูหลักที่ส่งผลชัดเจนดีเมื่อเอามาทาย 7. นอกจากที่ว่ามาแล้วยังมีดาวคู่สมพลอีก ที่ต้องจำได้ คือ ๑-๖ ๒-๘ ๓-๕ ๔-๗ 8. เมื่อรู้เรื่องหรือจำได้มาถึงข้อที่ 7. แล้วก็ยังไม่จบ ต้องรู้ว่าดาวที่เป็นคู่ธาตุนั้นมันช่วยกันเสริมธาตุให้แก่กันและกัน เช่น ๑ กับ ๗ จะเสริมเรื่องชื่อเสียง ๒ กับ ๕ เสริมเรื่องการมีเสน่ห์และวิชาการดี  เรียนเก่ง ๔ กับ ๖ เสริมเรื่องความมีเสน่ห์และเซ็กซี่ด้วย ๓ กับ ๘ เสริมเรื่องความบ้าบิ่น หรือบ้าระห่ำมากกว่าปกติ ดังนี้เป็นต้น 9. สำหรับคู่สมพล คู่มิตร ก็คล้ายกันคือเพิ่มกำลังให้แก่กันและกัน 10. คู่ศัตรูนี่แน่นอนว่าเป็นการทำลายล้างกันให้พังกันไปข้างหนึ่ง จากข้อ 8.9.10. นี่ผมบอกเพียงสังเขปเท่านั้นนะครับ เอาพอเป็นตัวอย่าง ต้องหัดคิดเอาเองบ้าง จึงจะเก่ง 11.ขอสรุปว่าดวงดาวทั้ง 10 ดวงนี้เป็นดาวที่สำคัญมาก มีอิทธิพลต่อชีวิตเรามากที่สุด 12.เมื่อรู้เรื่องดวงดาวแล้ว ก็จะมาถึงเรื่องของโลกที่เราอาศัยอยู่ โลกเราเป็นรูปทรงกลม เราต่างก็ปลูกบ้านเรือนทำมาหากินหลับนอนอยู่บนผิวโลก 13.โลกของเราเคยเห็นบางตำราเขาบอกว่าเป็นดาวดวงหนึ่ง คือดาวสีน้ำเงิน 14.โลกไม่มีใครไปแบ่งออกเป็นกลางวันกลางคืน มันเป็นของมันเอง คือข้างที่หันไปหาพระอาทิตย์เป็นกลางวัน ฝั่งตรงกันข้ามเป็นกลางคืน กลางวันคนและสัตว์ ต้องออกไปทำมาหากิน ส่วนที่เป็นกลางคืนคำมืดก็หลับนอนพักผ่อน สลับกันไปสลับกันมานานแล้ว จะนานสักกี่ปีผมเองก็ไม่ทราบ ไม่อยากจะเดาหรืออวดรู้ 15. โลกเรามีการหมุนรอบตัวเองรอบหนึ่ง 24 ชม. เริ่มต้นกันที่ 6.00 น. ของทุกวัน พร้อม ๆ กันมันก็หมุนรอบพระอาทิตย์ไปด้วย 1 รอบใช้เวลาประมาณ 365 วัน จะครบรอบหนึ่งประมาณ วันที่ 13 เมษายนของทุกปี 16.เรื่องของโหราศาสตร์ เบื้องต้นเขาแบ่งโลกออกเป็น 4 ส่วน แล้วก็แบ่งออกเป็น 8 ส่วน แล้วก็เป็น 12 ส่วน แล้วก็เป็น 36 ส่วน แล้วก็เป็น 108 ส่วน แล้วก็แบ่งเป็น 144 ส่วน แล้วก็แบ่งเป็น 360 ส่วน 17. แต่ในที่นี้เราเอาเพียงการแบ่งออกเป็น 8 ส่วน และ 12 ส่วนมาใช้ก่อน เพราะเป็นเรื่องสำคัญ เป็นหลักพื้นฐานของโหราศาสตร์ 18. การแบ่งออกเป็น 8 ส่วนเขาเอามาใช้เป็นดวงทักษา โดยในแต่ละส่วนท่านบูรพาจารย์ได้จัดให้ดาว 8 ดาวเข้าครอบครองเป็นเจ้าของพื้นที่ (ลองเขียนภาพออกมานะครับ จะได้เข้าใจง่าย) 19. เมื่อเขียนภาพออกมาแล้ว ส่วนบนสุด จะเป็นทิศตะวันออก ตรงกันข้ามจะเป็นทิศตะวันตก ขวามือทิศใต้ ซ้ายมือทิศเหนือ นอกจะเป็นทิศเฉียง ลองนับเองบ้าง 20. สำหรับดาวที่เข้าประจำพื้นที่ดังกล่าวมีดังนี้ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ดาว ๑ ตรงกันข้ามกับทิศนี้คือทิศตะวันตกเฉียงใต้ดาว ๗ ทิศตะวันออกตรงดาว ๒ ทิศตรงกันข้าม คือทิศตะวันตก ดาว ๕ ทิศตะวันออกเฉียงใต้ คือดาว ๓ ตรงกันข้าม คือทิศตะวันตกเฉียงเหนือดาว ๘ ทิศใต้ดาว ๔ ทิศตรงกันข้ามดาว ๖ ครบ 8 ทิศพอดี 21.ข้อควรสังเกตุ เพื่อให้จำง่าย ขอให้ท่านลองเขียนภาพขึ้นมา แล้วจะเห็นว่า ทิศตรงคือตะวันออกกับตะวันตก ดาวที่ครอบครองอยู่เป็นดาวธาตุดิน คือ ๒ และ ๕ 22. ทิศตรงอีกคู่หนึ่ง คือทิศทิศใต้ และเหนือดาวที่ครอบครองอยู่คือ ๔ และ ๖ 23. จะเห็นว่าดาวทั้ง 4 ทิศที่ว่าล้วนเป็นดาวศุภเคราะห์ทั้งนั้น คือ ๒๔๕๖ 24. นับวนตามเข็มนาฬิกาจาก ๒๔๕๖ ดาวศุภเคราะห์ 4 ดาวนี้จะถูกกำหนดกำลังแต่ละดาวเอาไว้ เพื่อประโยชน์ในการจัดเป็นดาวคู่สมพลในโอกาสต่อไป โดยจัดให้ดาว ๒ มีกำลัง 15 ดาว ๔ มีกำลัง 17 ดาว ๕ มีกำลัง 19  ดาว ๖ มีกำลัง 21 คือกำลังจะเพิ่มขึ้นทีละ 2 ๆ เสมอ 25. เป็นเรื่องของดาวที่ครอบครองอยู่ในทิศเฉียง คือดาว ๑๓๗๘ เริ่มที่ตะวันออกเฉียงเหนือ ตะวันตกเฉียงใต้ ตะวันตกเฉียงใต้ ตะวันตกเฉียงเหนือ 26. นับวนตามเข็มนาฬิกาเช่นกัน เริ่มที่ ๑๓๗๘ ดาวทั้ง 4 นี้ถูกแบ่งแยกออกเป็นดาวบาปเคราะห์ จะมีกำลังของแต่ละดาวดังนี้ดาว ๑ กำลัง 6 ดาว ๓ กำลัง 8 ดาว ๗ กำลัง 10 ดาว ๘ กำลัง 12 กำลังประจำดาวจะเพิ่มขึ้นทีละ 2 เช่นเดียวกับดาวศุภเคราะห์ แต่เมื่อนำมารวมกันแล้วน้อยกว่า 1 เท่าตัว 27. ทีนี้ผมจะนำมาสรุปรวมกัน 28. ให้ช่องบนสุดเป็นทิศตะวันออก ตรงกันข้ามเป็นตะวันตก ซ้ายมือสุดเป็นทิศเหนือทขวามือเป็นทิศใต้ นอกนั้นเป็นทิศเฉียง 29. ช่องทิศตะวันออกเฉียงเหนือใส่ดาวอาทิตย์ ๑ วนไปทางขวามือช่องที่ 2 ใส่ดาวจันทร์ ๒ ช่องที่ 3 เป็นอังคาร ๓ 30. ทีนี้ให้ดูช่องที่ตรงกันข้ามกับอาทิตย์ ๑ ให้ใส่ดาวเสาร์ ๗ คู่ธาตุไฟ 31. ช่องที่ตรงกันข้ามกับดาวจันทร์ ๒ ให้ใส่ดาวพฤหัสบดี ๕ คู่ธาตุดิน 32. ช่องตรงกันข้ามกับอังคาร ๓ ให้ใส่ราหู ๘ คู่ธาตุลม 33. ช่องตรงกันข้ามกับพุธ ๔ ให้ใส่ดาวศุกร์ ๖ คู่ธาตุน้ำ 34. นี่แหละครับคือดวงทักษา จากดวงทักษานี้เราจะได้ดาวที่เป็นคู่ธาตุ ๑๗-๒๕-๓๘-๔๖ ครบสี่คู่ 35. ได้คู่สมพล ๑๖-๒๘-๓๕-๔๗ 36. ต้องจำให้ได้นะครับ รวมทั้งคาถากำกับ คือ บริวาร-อายุ-เดช-ศรี-มูลละ-อุตสาหะ-มนตรี-กาลกิณี 37. หลักการใช้ดวงทักษา คือ เกิดวันใดให้ใช้ดาวประจำวันเกิดเป็นบริวาร…..เช่นเกิดวันจันทร์ ๒ ก็เป็นบริวาร เกิดวันพฤหัสบดี ๕ เป็นบริวาร ฯลฯ

หมอดู บริการดูดวงทางโทรศัพท์กับหมอดูมืออาชีพสติปัฏฐาน 4 เป็นหลักการภาวนาตามมหาสติปัฏฐานสูตร เป็นข้อปฏิบัติเพื่อรู้แจ้ง คือเข้าใจตามเป็นจริงของสิ่งทั้งปวงโดยไม่ถูกกิเลสครอบงำ สติปัฏฐานมี 4 อย่าง การตามอนุปัสสนาในกาย เวทนา จิต และธรรม

บริการ ดูดวง ทางโทรศัพท์  โหราศาสตร์ 10 ลัคนา  ไพ่ยิปซี  โหราศาสตร์พม่า เลขศาสตร์ ฯ พร้อมให้คำปรึกษาทุกปัญหา ทุกเรื่องทุกข์ใจ ถามตอบดูได้ทุกเรื่อง เรื่องในอนาคตที่คุณ อยากรู้คำตอบ ก่อนตัดสินใจ อาชีพการงาน การเงิน ความรัก คู่ครอง เนื้อคู่ แต่งงาน ครอบครัว ลูกหลาน บริวาร โรคภัย เรื่องที่ต้องระวัง โชคลาภ ข้อดีข้อเสียในภาพรวมพื้นฐานดวงชาตา
บริการ ดูดวง ทางโทรศัพท์ โหราศาสตร์ 10 ลัคนา ไพ่ยิปซี โหราศาสตร์พม่า เลขศาสตร์ ฯ พร้อมให้คำปรึกษาทุกปัญหา ทุกเรื่องทุกข์ใจ ถามตอบดูได้ทุกเรื่อง เรื่องในอนาคตที่คุณ อยากรู้คำตอบ ก่อนตัดสินใจ อาชีพการงาน การเงิน ความรัก คู่ครอง เนื้อคู่ แต่งงาน ครอบครัว ลูกหลาน บริวาร โรคภัย เรื่องที่ต้องระวัง โชคลาภ ข้อดีข้อเสียในภาพรวมพื้นฐานดวงชาตา
สติปัฏฐาน 4 เป็นหลักการภาวนาตามมหาสติปัฏฐานสูตร เป็นข้อปฏิบัติเพื่อรู้แจ้ง คือเข้าใจตามเป็นจริงของสิ่งทั้งปวงโดยไม่ถูกกิเลสครอบงำ สติปัฏฐานมี 4 อย่าง การตามอนุปัสสนาในกาย เวทนา จิต และธรรม
สติปัฏฐาน 4 เป็นหลักการภาวนาตามมหาสติปัฏฐานสูตร เป็นข้อปฏิบัติเพื่อรู้แจ้ง คือเข้าใจตามเป็นจริงของสิ่งทั้งปวงโดยไม่ถูกกิเลสครอบงำ สติปัฏฐานมี 4 อย่าง การตามอนุปัสสนาในกาย เวทนา จิต และธรรม

หมอดู บริการดูดวงทางโทรศัพท์กับหมอดูมืออาชีพ

โดยคำว่า สติ หมายถึงความระลึกรู้ ไม่ลืม สติเป็นเจตสิกที่เกิดกับจิตที่ดีงามเท่านั้น ไม่เกิดกับอกุศล คอยช่วยให้จิตที่ดีงามนึกถึงแต่เรื่องที่เป็นประโยชน์ให้ผลเป็นความสุข ระลึกถึงแต่สิ่งที่ไม่ก่อให้เกิดโทษคือกิเลส, ส่วนปัฏฐาน แปลได้หลายอย่าง แต่ในมหาสติปัฏฐานสูตรและสติปัฏฐานสูตร หมายถึง ความตั้งมั่น, ความแน่วแน่, ความมุ่งมั่นไม่ปล่อยเวลาให้เสียประโยชน์

โดยรวมคือเข้าไปรู้เห็นในสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง คือ วงจรปฏิจจสมุปบาท เพื่อให้เห็นไตรลักษณ์หรือสามัญลักษณะ จนละคลายความยึดติดด้วยอำนาจกิเลสทั้งปวง ได้แก่

  1. กายานุปัสสนา สติปัฏฐาน – การมีสติไม่ลืมว่ากายเป็นแค่ที่รวมของธาตุ 4 ได้แก่ ดิน น้ำ ลม ไฟมาประชุมรวมกันเป็นร่างกาย ไม่มองกายด้วยความเป็นคน สัตว์ เรา เขา แต่มองแยกเป็น รูปธรรมหนึ่งๆ อาศัยเหตุปัจจัยมากมายเกิดขึ้นเป็นวงจรปฏิจจสมุปบาท ก็จะเห็นความเกิดดับ และเห็นว่ากายล้วนไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และเป็นอนัตตา
  2. เวทนานุปัสสนา สติปัฏฐาน -การมีสติไม่ลืมว่าเวทนา, ทั้งสุข ทุกข์ อุเบกขา มีและไม่มีอามิส, ล้วนเป็นนามธรรมอย่างหนึ่ง ไม่มองกายด้วยความเป็นคน สัตว์ เรา เขา แต่มองแยกเป็นแค่นามธรรมที่อาศัยเหตุปัจจัยมากมายเกิดขึ้นเป็นวงจรปฏิจจสมุปบาท ก็จะเห็นความเกิดดับ และเห็นว่าเวทนาล้วนไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และเป็นอนัตตา
  3. จิตตานุปัสสนา สติปัฏฐาน – การมีสติไม่ลืมว่าจิตมีเหตุใกล้คือเจตสิกมากมายเป็นปัจจัยให้เกิดอยู่ ไม่มองจิตด้วยความเป็นคน สัตว์ เรา เขา คือไม่มองว่าเรากำลังคิด เรากำลังโกรธ หรือเรากำลังเหม่อลอย แต่มองแยกเป็นนามธรรมอย่างหนึ่ง ที่อาศัยเหตุปัจจัยมากมายเกิดขึ้นเป็นวงจรปฏิจจสมุปบาท ก็จะเห็นความเกิดดับ และเห็นว่าจิตล้วนไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และเป็นอนัตตา
  4. ธัมมานุปัสสนา สติปัฏฐาน – การมีสติไม่ลืมว่าโลกิยธรรมทั้งปวงเกิดจากเหตุปัจจัยมากมาย ไม่มองด้วยความเป็นคน สัตว์ เรา เขา แต่มองเป็นรูปธรรมและนามธรรม ที่อาศัยเหตุปัจจัยมากมายเกิดขึ้นเป็นวงจรปฏิจจสมุปบาทก็จะเห็นความเกิดดับ และเห็นว่าธรรมที่เกิดจากเหตุปัจจัยล้วนไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และเป็นอนัตตา
 ดูดวง ทางโทรศัพท์ ดูดวง ไพ่ยิปซี อ.กชพร
ดูดวง ทางโทรศัพท์ ดูดวง ไพ่ยิปซี อ.กชพร

ดดาวเจ้าเรือนลัคน์ไปอยู่ภพต่าง ๆ ก็แสดงความเกี่ยวพันธ์ของเจ้าชาตากับภพนั้น ๆ มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ดูดวงไพ่ยิปซีความรักบริการ ดูดวง ทางโทรศัพท์ โหราศาสตร์ 10 ลัคนา ไพ่ยิปซี โหราศาสตร์พม่า พร้อมให้คำปรึกษาทุกปัญหา ทุกเรื่องทุกข์ใจ  เรื่องในอนาคตที่คุณ อยากรู้คำตอบ ก่อนตัดสินใจ  ความรัก คู่ครอง เนื้อคู่ แต่งงาน อาชีพการงาน การเงิน ครอบครัว ลูกหลาน บริวาร โรคภัย เรื่องที่ต้องระวัง โชคลาภ ข้อดีข้อเสียในภาพรวมพื้นฐานดวงชาตา
ดูดวงไพ่ยิปซีความรักบริการ ดูดวง ทางโทรศัพท์ โหราศาสตร์ 10 ลัคนา ไพ่ยิปซี โหราศาสตร์พม่า พร้อมให้คำปรึกษาทุกปัญหา ทุกเรื่องทุกข์ใจ เรื่องในอนาคตที่คุณ อยากรู้คำตอบ ก่อนตัดสินใจ ความรัก คู่ครอง เนื้อคู่ แต่งงาน อาชีพการงาน การเงิน ครอบครัว ลูกหลาน บริวาร โรคภัย เรื่องที่ต้องระวัง โชคลาภ ข้อดีข้อเสียในภาพรวมพื้นฐานดวงชาตา

ดาวเจ้าเรือนลัคน์ไปอยู่ภพต่าง ๆ ก็แสดงความเกี่ยวพันธ์ของเจ้าชาตากับภพนั้น ๆ มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ดาวเจ้าเรือนลัคน์ อยู่ที่ภพตนุ คือเป็นเกษตร มักเป็นคนมีอิสระทางความคิด เป็นคนไม่ชอบอยู่กับที่มักมีการเคลื่อนไหวอยู่เสมอ จัดได้ว่าเป็นคนขยันสร้างหลักฐาน เป็นตัวของตัวเอง สูญเสียสิ่งใดไปมักจะได้คืน เพราะความขยัน ไม่ท้อถอยของตนเอง

ดาวเจ้าเรือนลัคน์ ไปสถิตอยู่ภพกดุมภะ มักเป็นผู้มีสมองในการหาเงิน ความคิดมักเกี่ยวพันธ์กับการทำมาค้าขาย หรือพูดง่าย ๆ มักคิดเกี่ยวกับเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ และคล่องในการหาช่องทาง ถ้าไปอยู่กับดาวบาปเคราะห์ ก็ต้องลำบากหน่อย ไม่ค่อยคล่องตัว

ดาวเจ้าเรือนลัคน์ ไปสถิตอยู่กับภพสหัชชะ ชีวิตเกี่ยวพันธ์กับญาติพี่น้อง หรือเพื่อนฝูง มักสัมพันธ์กับคนมาก ทำงานประชาสัมพันธ์ดี หรืองานที่เกี่ยวกับสังคมสงเคราะห์ สาธารณะประโยชน์ หรืองานด้านบริการ ถ้าอยู่ร่วมกับดาวบาปเคราะห์ ญาติพี่น้องมักเบียดเบียน หรือมักเสียเปรียบเพื่อนฝูง

ดาวเจ้าเรือนลัคน์ไปสถิตอยู่ภพพันธุ เป็นนักวางแผน วางระบบ เป็นคนรักบ้าน มักมีหัวทางออกแบบ จัดบ้านเก่ง มีจิตใจที่มั่นคง สามารถเป็นนักจัดสรร หรือทำอะไรที่เกี่ยวพันธ์กับอสังหาริมทรัพย์ได้ มักเป็นที่พึ่งแก่ญาติมิตร มีใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่คนทั่วไป

ดาวเจ้าเรือนลัคน์ไปสถิตอยู่ภพปุตตะ เป็นคนชอบสนุก รักเด็ก ว่าง่าย มักได้ทำในสิ่งที่ตนชอบ มีงานอดิเรกที่พึงใจ เป็นคนไม่ดื้อ หรือเอาแต่ใจ อ่อนโยน ว่านอนสอนง่าย อ่อนน้อมถ่อมตน

ดาวเจ้าเรือนลัคน์ไปสถิตอยู่ภพอริ มักมีความสามารถในการรับงาน หรือเข้าไปแก้ไขปัญหาของผู้อื่น มักเป็นผู้ที่ต้องฟันฝ่าอุปสรรค เพื่อคนอื่น และเป็นผู้มีเครดิต มีคนเชื่อถือ สร้างหนี้ได้ตลอดเวลา ถ้าดาวได้ตำแหน่งอุจ หรือเกษตร จะเป็นผู้มีสุขภาพแข็งแรง และมีลักษณะเป็นผู้นำเต็มตัว

ดาวเจ้าเรือนลัคน์ไปสถิตอยู่ภพปัตนิ มักเป็นคนที่ต้องทำอะไรให้ผู้อื่นก่อนตนเอง บางคนถูกเบียดบังเอาผลงานไป มักต้องรับหน้า หรือเป็นตัวแทนให้ผู้อื่น อย่างนี้เป็นเอเย่นต์จัดจำหน่ายถึงจะดี

ดาวเจ้าเรือนลัคน์ไปสถิตอยู่ภพมรณะ มักต้องเดินทางบ่อย ๆ อยู่ในที่อับชื้นไม่ได้จะขี้โรค หรือมีโรคประจำตัว บางคนได้รับมรดกตกทอด บางคนมีบุคลิกไม่ร่าเริง ไม่ชอบออกงานรื่นเริง เบื่อง่าย มักเข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งลี้ลับ หรือมักได้เผชิญกับความตายของญาติ หรือเพื่อนผู้ใกล้ชิด บางคนเป็นกำพร้า หรือไม่ได้อยู่กับพ่อแม่

ดาวเจ้าเรือนลัคน์ไปสถิตอยู่ภพศุภะ มักเป็นที่พึ่งของคนทั่วไป รักความเป็นธรรม มีจิตใจประเสริฐ มีความคิดริเริ่มสร้างสรร สามารถสร้างตัวเองจนเป็นปึกแผ่น มักประสพความสำเร็จในชีวิต

ดาวเจ้าเรือนลัคน์ไปสถิตอยู่ภพกัมมะ ใจจดจ่อกับงาน และเฝ้าดูผลงานของตนแล้วเริ่มใหม่คอยแก้ไขให้ดีขึ้น ขยันขันแข็งทำงานเหมือนมด ไม่ได้หยุดได้หย่อน รักงานเป็นชีวิตจิตใจ

ดาวเจ้าเรือนลัคน์ไปสถิตอยู่ภพลาภะ มักเจ้าชู้ ชอบเดินทาง เสี่ยงโชค บางคนชอบการพนัน มักมีลาภลอยอยู่เนืองๆ มีหัวทางการค้า มีเพื่อนอยู่รอบตัวเสมอ

ดาวเจ้าเรือนลัคน์ไปสถิตอยู่ภพวินาศ ชอบเก็บตัว ไม่ช่างพูด บางคนเก็บกด แต่มักทำอะไรวินาทีสุดท้าย มีเทพคุ้มครอง เวลาเกิดเหตุร้าย มักมีเหตุให้รู้ก่อน มีลางสังหรณ์ดี บั้นปรายมักย้ายถิ่นฐาน

ภพตนุ นี้มีความสำคัญ เพราะนอกจากจะเป็นบุคลิกของเจ้าชาตาแล้ว ยังแสดงถึงความขึ้นหรือลงของเจ้าชาตาอีกด้วย เพราะนอกจากจะตามพื้นชาตาว่าเจ้าเรือนลัคน์ไปสถิต ณ ภพ ใดแล้ว ยังต้องสังเกตดาวจร ที่โคจรมาต้องลัคนาอีกด้วย

บริการ ดูดวง ทางโทรศัพท์ โหราศาสตร์ 10 ลัคนา ไพ่ยิปซี โหราศาสตร์พม่า พร้อมให้คำปรึกษาทุกปัญหา ทุกเรื่องทุกข์ใจ เรื่องในอนาคตที่คุณ อยากรู้คำตอบ ก่อนตัดสินใจ ความรัก คู่ครอง เนื้อคู่ แต่งงาน อาชีพการงาน การเงิน ครอบครัว ลูกหลาน บริวาร โรคภัย เรื่องที่ต้องระวัง โชคลาภ ข้อดีข้อเสียในภาพรวมพื้นฐานดวงชาตา
บริการ ดูดวง ทางโทรศัพท์ โหราศาสตร์ 10 ลัคนา ไพ่ยิปซี โหราศาสตร์พม่า พร้อมให้คำปรึกษาทุกปัญหา ทุกเรื่องทุกข์ใจ เรื่องในอนาคตที่คุณ อยากรู้คำตอบ ก่อนตัดสินใจ ความรัก คู่ครอง เนื้อคู่ แต่งงาน อาชีพการงาน การเงิน ครอบครัว ลูกหลาน บริวาร โรคภัย เรื่องที่ต้องระวัง โชคลาภ ข้อดีข้อเสียในภาพรวมพื้นฐานดวงชาตา

ดูดวง คุณและโทษของดาวพระเคราะห์

ดูดวงไพ่ยิปซีความรัก
ดูดวงไพ่ยิปซีความรัก

 

ดูดวง คุณและโทษของดาวพระเคราะห์
ความหมายของดาวพระเคราะห์ด้านให้คุณคือ ด้านดี ด้านให้โทษ คือ ด้านเสีย แต่ละด้านนั้นมีรายละเอียดเป็นหัวข้อสำคัญ ดังนี้
1 อาทิตย์ ด้านดี หมายถึง เป็นคนรักเกียรติ รักศักดิ์ศรี เป็นคนมีความทะเยอทะยานในการคิดและการกระทำเพื่อความก้าวหน้า มีความรู้สึกในการรับผิดชอบ
ด้านเสีย หมายถึง การเป็นคนที่มักจะถือตัว เป็นคนหัวสูง เป็นคนที่มักยกตนข่มท่าน มักดูหมิ่นผู้อื่น เป็นคนที่เลือกงาน
2 จันทร์ ด้านดี หมายถึง การเป็นคนที่อ่อนโยน เป็นคนอ่อนหวาน เป็นคนที่มีความเมตตาปราณี เป็นคนขี้สงสาร เป็นคนเอาใจใส่ในความสุขความทุกข์ของผู้อื่น
ด้านเสีย หมายถึง การที่เป็นคนที่มีอารมณ์อ่อนไหว เป็นคนเจ้าอารมณ์ เป็นคนที่มีจิตใจไม่มั่นคง เป็นคนที่มักแปรปรวน เป็นคนที่เปลี่ยนใจได้ง่ายมาก
3 อังคาร ด้านดี หมายถึง การเป็นคนที่ชอบทำมากกว่าพูด เป็นคนที่ขยันขันแข็ง เป็นคนกล้าหาญ เป็นคนจริงจัง ชอบการแข่งขัน รักการต่อสู้ ชอบผจญภัย พูดได้แหลมคม พูดได้อย่างคมคาย
ด้านเสีย หมายถึง การเป็นคนที่มีอารมณ์มุทะลุดุดัน เป็นคนที่ชอบเอารัดเอาเปรียบผู้อื่นอยู่เสมอ
4 พุธ ด้านดี หมายถึง การเป็นคนที่ชอบศึกษา ชอบค้นคว้า เป็นคนช่างคิด ช่างพูด เป็นคนที่มีไหวพริบดีมาก เป็นคนฉลาด พูดจาไพเราะมีคารมคมคายดีมาก
ด้านเสีย หมายถึง การเป็นคนเจ้าเล่ห์เจ้าเหลี่ยม เป็นคนที่ฉลาดแกมโกง เป็นคนเอารัดเอาเปรียบ
5 พฤหัส ด้านดี หมายถึง การเป็นคนที่มีความรอบรู้ดี เป็นคนที่มีความสุขุมรอบคอบ เป็นคนที่มีความยุติธรรม เป็นผู้ที่มีศีลธรรม เป็นคนสนใจในทางศาสนา
ด้านเสีย หมายถึง การเป็นคนที่ชอบโอ้อวด มักจะเป็นคนที่ชอบอวดรู้ ไม่ใคร่จะมีความยุติธรรม เป็นคนที่ไร้ศีลธรรม เป็นคนที่มักจะใช้ความรู้นอกลู่นอกทาง ทำอะไรขาดเหตุผล เป็นคนไม่มีระเบียบ
6 ศุกร์ ด้านดี หมายถึง การเป็นคนที่มีศิลปะ เป็นคนที่รักความสวยความงาม เป็นคนที่มีอารมณ์แจ่มใสอยู่เสมอ เป็นคนที่มีอารมณ์ร่าเริงอยู่เป็นประจำ พูดจาไพเราะ มีศิลป์ในการพูด
ด้านเสีย หมายถึง การเป็นคนที่ขี้โอ่ เป็นคนที่ชอบแสดงการฟุ้งเฟ้อ เป็นคนชอบแสดงตนเป็นคนสำรวยสำราญ ชอบแสดงการโอ่อ่า ชอบทำตนเป็นคนทันสมัย ชอบความมีหน้ามีตา ชอบความหรูหรา
7 เสาร์ ด้านดี หมายถึง การเป็นคนที่ชอบความสันโดด เป็นคนที่รักความสงบ เป็นคนที่มีความอดทนดี เป็นคนที่ละเอียดถี่ถ้วน
ด้านเสีย หมายถึง การเป็นคนที่ชอบจู้จี้จุกจิก เป็นคนที่ขี้บ่น ขี้ระแวง เป็นคนที่มักง่าย เป็นคนประมาทเลินเล่อ
8 ราหู ด้านดี หมายถึง การเป็นคนที่มีความรู้พิเศษ เป็นคนที่มีกำลังใจเข้มแข็ง เป็นคนที่มีจิตตานุภาพสูง กล้าเผชิญกับเหตุการณ์
ด้านเสีย หมายถึง การเป็นคนที่เชื่อง่ายหลงง่าย เป็นคนที่ชอบของเสพติด มัวเมา เป็นคนงมงาย ชอบปกปิด ชอบอำพราง

ดูดวงไพ่ยิปซี ดูดวงไพ่ยิปซี ไพ่ยิปซี ดูดวงทางโทรศัพท์ ดวงทางโทรศัพท์  ทำนายไพ่ยิบซี สามารถ ดูดวงความรัก ดูดวงเนื้อคู่ ดวงการงาน การเงิน ค่าบูชาครู 199 บาท ดูดวงไพ่ยิปซี สามารถดูออนไลน์ได้ทั่วโลก  ดูเรื่องความรัก เนื้อคู่ การงาน การเรียน สุขภาพ  และเรื่องที่คุณอยากรู้ ค้นหาชะตาชีวิตของคุณ  ด้วยศาสตร์ลี้ลับของไพ่ยิปซี  โทร.กดเพื่อดูเบอร์โทร 089-052-5056 กชพร โฉมศรี Line ID: 0 8 9 0 5 2 5 0 5 6  ค่าบูชาครู 199 บาท  ธนาคารไทยพานิชย์ ออมทรัพย 093-2-20941-1 www.10luc.com ดูดวงไพ่ยิปซี เป็นศาสตร์การพยากรณ์ยิปซี ที่มีมาช้านานหลายพันปีเป็นนิยมแพร่หลายไปทั่วโลก มีความเร้นลับที่ไม่สามารถอธิบายได้ ศาสตร์การดูดวงที่มีมาแต่โบราณกาลของชาวยิปซี ซึ่งนิยมแพร่หลายไปทั่วโลกเนื่องจากความแม่นยำศาสตร์แห่งการพยากรณ์ที่รู้จักกันทั่วโลก ไพ่ยิปซี แบบมาตรฐาน ไพ่ยิปซี  แบบ 3 ใบ เป็นศาสตร์ดูดวง ที่ลึกลับและมหัศจรรย์ อาศัยกระบวน การทางจิตสามารถใช้ทำนายชะตาชีวิตได้อย่างแม่นยำ. ดูดวงโหราศาสตร์ไทยสิบลัคนา ผูกดวง 10 ลัค
ดูดวงไพ่ยิปซี ดูดวงไพ่ยิปซี ไพ่ยิปซี ดูดวงทางโทรศัพท์ ดวงทางโทรศัพท์ ทำนายไพ่ยิบซี สามารถ ดูดวงความรัก ดูดวงเนื้อคู่ ดวงการงาน การเงิน ค่าบูชาครู 199 บาท
ดูดวงไพ่ยิปซี สามารถดูออนไลน์ได้ทั่วโลก
ดูเรื่องความรัก
เนื้อคู่ การงาน การเรียน สุขภาพ
และเรื่องที่คุณอยากรู้ ค้นหาชะตาชีวิตของคุณ
ด้วยศาสตร์ลี้ลับของไพ่ยิปซี
โทร.กดเพื่อดูเบอร์โทร 089-052-5056 กชพร โฉมศรี Line ID: 0 8 9 0 5 2 5 0 5 6
ค่าบูชาครู 199 บาท
ธนาคารไทยพานิชย์ ออมทรัพย 093-2-20941-1
www.10luc.com
ดูดวงไพ่ยิปซี เป็นศาสตร์การพยากรณ์ยิปซี ที่มีมาช้านานหลายพันปีเป็นนิยมแพร่หลายไปทั่วโลก มีความเร้นลับที่ไม่สามารถอธิบายได้ ศาสตร์การดูดวงที่มีมาแต่โบราณกาลของชาวยิปซี ซึ่งนิยมแพร่หลายไปทั่วโลกเนื่องจากความแม่นยำศาสตร์แห่งการพยากรณ์ที่รู้จักกันทั่วโลก ไพ่ยิปซี แบบมาตรฐาน ไพ่ยิปซี
แบบ 3 ใบ เป็นศาสตร์ดูดวง ที่ลึกลับและมหัศจรรย์ อาศัยกระบวน การทางจิตสามารถใช้ทำนายชะตาชีวิตได้อย่างแม่นยำ.
ดูดวงโหราศาสตร์ไทยสิบลัคนา ผูกดวง 10 ลัค

ดูดวงไพ่ยิปซี ดูดวงไพ่ยิปซี ไพ่ยิปซี ดูดวงทางโทรศัพท์ ดวงทางโทรศัพท์  ทำนายไพ่ยิบซี สามารถ ดูดวงความรัก ดูดวงเนื้อคู่ ดวงการงาน การเงิน ค่าบูชาครู 199 บาท

ดูดวงไพ่ยิปซี สามารถดูออนไลน์ได้ทั่วโลก

ดูเรื่องความรัก

เนื้อคู่ การงาน การเรียน สุขภาพ

และเรื่องที่คุณอยากรู้ ค้นหาชะตาชีวิตของคุณ

ด้วยศาสตร์ลี้ลับของไพ่ยิปซี

โทร.กดเพื่อดูเบอร์โทร 089-052-5056 กชพร โฉมศรี Line ID: 0 8 9 0 5 2 5 0 5 6

ค่าบูชาครู 199 บาท

ธนาคารไทยพานิชย์ ออมทรัพย 093-2-20941-1

www.10luc.com

ดูดวงไพ่ยิปซี เป็นศาสตร์การพยากรณ์ยิปซี ที่มีมาช้านานหลายพันปีเป็นนิยมแพร่หลายไปทั่วโลก มีความเร้นลับที่ไม่สามารถอธิบายได้ ศาสตร์การดูดวงที่มีมาแต่โบราณกาลของชาวยิปซี ซึ่งนิยมแพร่หลายไปทั่วโลกเนื่องจากความแม่นยำศาสตร์แห่งการพยากรณ์ที่รู้จักกันทั่วโลก ไพ่ยิปซี แบบมาตรฐาน ไพ่ยิปซี

แบบ 3 ใบ เป็นศาสตร์ดูดวง ที่ลึกลับและมหัศจรรย์ อาศัยกระบวน การทางจิตสามารถใช้ทำนายชะตาชีวิตได้อย่างแม่นยำ.

ดูดวงโหราศาสตร์ไทยสิบลัคนา ผูกดวง 10 ลัค

ดูดวง พยากรณ์ ด้วยวิชาโหราศาสตร์ 10 ลัคนา จากตำราต้นฉบับดั้งเดิม
ดูดวง พยากรณ์ ด้วยวิชาโหราศาสตร์ 10 ลัคนา จากตำราต้นฉบับดั้งเดิม

ความหมายเรือนชะตาต่าง ๆ ในดวงชะตา

ดูดวงไพ่ยิปซีความรัก
ดูดวงไพ่ยิปซีความรัก

ความหมายเรือนชะตาต่าง ๆ ในดวงชะตา
ทั่ว ๆ ไป – ความหมายของภพหรือ “เรือนชะตา” ต่าง ๆ ในดวงชะตามีความสำคัญมากเพื่อช่วยไขปริศนาตอบปัญหาต่าง ๆ ที่ผู้ถามตั้งขึ้นขึ้นมา ดังนั้นต้องเลือกเรื่องต่าง ๆ ให้เข้ากับความหมายของเรือนชะตา และข้อสำคัญควรจำไว้ว่า แต่ละเรือนชะตา ยังสามารถตั้งเป็น 12 เรือนชะตาได้อีกในแบบสามมิติคือ อดีต144 ปัจจุบัน144 และอนาคต144 รวมแล้วทั้งหมดจึงมี 432 เรือนชะตา ซึ่งเป็นการแบ่งแบบหยาบๆ (ใช้กับสิบลัคนาได้ด้วย)

เรือนที่ 1 – ภพนี้ใช้แทนผู้ถาม ตอบปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ สถานการณ์ อุบัติเหตุจิตใจ รูปแบบ ภูมิธรรมของผู้ถาม อาทิเช่น -การบ่งชี้ถึงภาวะจิตใจของผู้ถาม จะดูได้ว่ามีดาวอะไรเข้ามาอยู่ในภพที่ 1 นี้ ถ้ามีดาวอังคารหรือดาวมฤตยูในภพหรือเรือนชะตาที่ 1 นี้อาจจะหมายถึงความปั่นปวนร้อนใจ ความโกรธ ความฉุนเฉียว (ของผู้ถาม) ถ้ามีดาวจันทร์และเนปจูนหมายถึงความสับสน หงุดหงิด บางครั้งก็หมายถึงภาวะที่ต้องทำให้หลั่งน้ำตา และถ้ามีดาวศุกร์หรือดาวพฤหัสหมายถึงความสงบเย็น แสดงถึงความผาสุขของจิตใจ แต่ถ้าเป็นดาวเสาร์หมายถึงความกังวล, ถ้าตั้งภพอื่นๆ เป็นภพที่ 1 ภพนี้จะหมายถึงเรื่องอื่นๆ ได้อีกเช่นปุ่ย่าตายาย, บุตรคนที่ 5 ของคู่ครองคนที่ 4 . ความเจ็บป่วยของศัตรูการเดินทางของลูกหลาน เพื่อนของพี่น้อง ฯลฯ.

เรือนที่ 2 – คำถามใดๆที่เกี่ยวกับการเงิน ความมั่งคั่ง ความสามารถในการหาเงินได้หรือเส้นในการทำมาหากิน รุ่งหรือร่วง ทรัพย์สิ่งของที่เคลื่อนที่ได้ และการครอบครองวัตถุเรือนที่ 2 นี้จึงใช้ดูเกี่ยวกับของหาย เช่นดาวเจ้าเรือนภพที่ 2 อยู่ในเรือนมุมที่ 4 (ภพที่ 1-4-7-10) อาจจะแสดงถึงของที่หายยังอยู่ในบ้านเป็นต้น. สรุปแล้วยังหมายถึงการให้กู้เงิน, กำไร ขาดทุน,เงินที่ใช้เก็งกำไร,ธุรกิจของเด็กๆของเพื่อน,ศัตรูส่วนตัวของพี่น้อง พี่ชาย หรือพี่สาวคนแรก, ความตายของภรรยาหรือสามี หรือของคู่ครอง หวานใจและศัตรูสาธารณะ (เพราะเป็นภพที่ 8 ของภพที่ 7).

เรือนที่ 3 – ตอบคำถามเกี่ยวกับการศึกษาในชั้นประถม โรงเรียน ชุมชน รถยนต์ การเดินทางระยะสั้นๆ เพื่อนบ้าน การช๊อปปิ้ง จดหมาย การโต้ตอบ หนังสือ สื่อมวลชนก็ใช้เรือนที่ 3 เป็นตัวแทนได้ หมายถึงลูกของเพื่อน การทำสัญญา การทดสอบ ข่าวลือ ศัตรุส่วนตัวของพ่อ การเดินทางไกลของคู่รักสามีภรรยา ความฝัน ลัทธินิกาย (เพราะเป็นภพที่ 9 ของภพที่ 7 ธุรกิจการค่าของคนใช้ ฯลฯ.

เรือนที่ 4 – หรือภพที่ 4 นี้เกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ภายในบ้าน อสังหาริมทรัพย์ และพ่อแม่ (โดยเฉพาะแม่) การปรับปรุงบ้านใหม่ และหมายถึงเรื่องจากภพอื่นๆ ที่ตั้งเป็นภพใหม่ขึ้นอาทิเช่น ที่ซ่อนสมบัติ,บ้านเช่า,สิ่งของคนตาย,ความเจ็บป่วยของเพื่อน,ธุรกิจการค้าของสามี, และยังหมานถึง “เป็นตัวแทนผลที่ปรากฎขึ้นจากภพที่ 1 หรือบางกรณีสิ่งที่จะนำไปผิดทาง”

เรือนที่ 4 จากเรือนต่าง ๆ – ยังมีความสำคัญในการตั้งเรือนต่าง ๆ เป็นเรือนที่ 4 จะบอกผลลัพธ์หรือการจบลงเอยของเหตุการณ์ที่ถูกถาม นับเรือนที่ 4 จากเรือนใด ๆ ก็ตาม จะแสดงถึงผลลัพธ์การจบลงเอยสรุปผลของเรื่องที่ถูกถาม อาทิเช่น เรือนที่ 4 โดยนับจากเรือนที่ 7 (การแต่งงาน) จะได้แก่เรือนที่ 10 แสดงให้เห็นถึงผลของความสัมพันธ์จะลงเอยในลักษณะแบบใดสรุปแล้วเรือนที่ 4 ยังหมายถึงภพของห้องคัรว , อาหาร การปรุงอาหาร โฮเต็ล ทรัพย์สินที่เคลื่อนที่ไม่ได้

เรือนที่ 5 – เป็นภพหรือเรือนชะตาแห่งการเกี้ยวพาราสี เด็ก ๆ การพนัน การเก็งกำไรและความบันเทิงทุกชนิด การกีฬา ล๊อตเตอรี่ ดนตรี เกมส์ การสร้างสรรค์และตอบคำถามเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ เป็นภพ 2 จากภพ 4 จึงหมายถึงรายได้ที่เกิดจากอสังหาริมทรัพย์ และเป็นความหมายของตลาดหุ้น และเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ และใช้ตอบปัญหาอันเนื่องมาจากการยื่นเรื่องราวขออนุญาตตั้งกิจการต่อเจ้าหน้าที่ (ถ้าจะดูว่าจะซื้อล๊อตเตอรี่ตอนใหน – ดูที่ จันทร์จร และ อาทิตย์จร มีมุมดีกับเจ้าเรือนภพที่ 1 และจันทร์ดวงกำเนิดแล้วหรือยัง ) ในปี ในเดือน ในวัน ที่มีดาวมาให้ลาภทางเสี่ยงโชค(จับตาราหูเป็นสำคัญ)

เรือนที่ 6 – ใช้ตอบคำถามเกี่ยวกับสุขภาพ (เช่นเดียวกับเรือนที่ 1) บอกชนิดของความเจ็บป่วย ลูกจ้าง คนใช้ ผู้เช่า ผู้ร่วมงาน เอเย่นต์จัดหางาน การเปลี่ยนงาน สัตว์เล็ก ๆ สัตว์เลี้ยง เสื้อผ้า ลมฟ้าอากาศ ร้านค้า อาหาร นักโภชนาการ น้าชาย น้าหญิง การตายของเพื่อน การเดินทางสั้น ๆ ของพี่น้องชายหญิง ฯลฯ.

เรือนที่ 7 – ตอบคำถามที่เกี่ยวกับการแต่งงาน คดีความ ความเป็นหุ้นส่วน (ทั้งในทางธุรกิจและส่วนตัว) ความเป็นปรปักษ์กัน นักกฎหมาย และแพทย์ การเผชิญหน้ากันตัวต่อตัวบุตรคนที่ 2 หลานชายหลานสาว ขโมย ฆาตกร ผู้กระทำผิดทุกชนิด และคำถามที่เกี่ยวกับคนระบุถึงโดยใช้ชื่อ บางตำราหมายถึงจิตรกร ถ้ามีดาวมฤตยู ดาวเสาร์ อังคารหรือจันทร์ในตำแหน่งเสียในเรือนที่ 7 นี้อาจจะบอกการแต่งงานที่ประสบโชคร้าย.

เรือนที่ 8 – คำถามเกี่ยวกับภาษี การผ่าตัด ทรัพย์สินของคู่ครอง หุ้นส่วน มรดก การประกับภัย ความตาย พินัยกรรม สิ่งของและเงินของผู้อื่น เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณคาดหวังเรื่องเงินจากผู้อื่น ให้หาคำตอบได้จากเรือนที่ 8 นี้.

เรือนที่ 9 – เกี่ยวข้องกับการเดินทางไกล (ทั้งทางเวลาและระยะทาง) การโฆษณา การประชาสัมพันธ์ วิสัยทัศน์ ความฝัน กิจกรรมของสงฆ์ และการแสดงความเห็น เรือนที่ 9 คือ ศาล เป็นพี่เขย น้องเขย พี่สะใภ้ น้องสะใภ้ หลาน ๆ เครื่องบิน เรือ อวกาศ ชาวต่างประเทศ ถิ่นไกล วิทยาลัย มหาวิทยาลัย สถาบันการศึกษาชั้นสูง ตำรับตำรา ฯลฯ.

เรือนที่ 10 – ตอบคำถามที่เกี่ยวกับอาชีพ ธุรกิจ นายจ้าง สถานะ ชื่อเสียง เกียรติยศ และการยอมรับของสาธารณชน คุณพ่อ การดำเนินงานของศาล พ่อเลี้ยง แม่เลี้ยง และใครก็ตามที่เกี่ยวข้องกับสาธารณชน

เรือนที่ 11 – เกี่ยวกับเพื่อน ความคุ้นเคย ลูกเลี้ยง รายได้จากธุรกิจ (ภพที่ 2 จากภพ 10) องค์กร สโมสร ถามเรื่องความร่วมมือกัน สัมคมและเป้าหมาย ความคาดหวัง ปรารถนา ดูเกี่ยวกับการคดโกง ทุจริต ฯลฯ.

เรือนที่ 12 – เกี่ยวข้องกับอดีต เช่นถ้ามีดาวในเรือน 12 นี้แสดงว่าเหตุการณ์ได้เกิดขึ้นไปแล้ว ก่อนที่จะมีการตั้งคำถาม เกี่ยวกับศัตรู ความผิดหวัง โครงการลับ ความเศร้าโศก สถาบัน โรงพยาบาล คุก ที่จำกัดทุกรูปแบบ สุขภาพของหุ้นส่วนหรือคู่ครอง สวนสัตว์ เรื่อง ฉาวโฉ่ คุนลุง คุณป้า การหลับ การเดินละเมอ เรื่องยา ผู้ค้ายา การข่มเหงรังแก เจตนาร้าย อัตวินิบาตกรรม การลอบสังหาร การกบฎทรยศ ปศุสัตว์ขนาดใหญ่ ความตายของลูก

ดูดวง พยากรณ์ ด้วยวิชาโหราศาสตร์ 10 ลัคนา จากตำราต้นฉบับดั้งเดิม
ดูดวง พยากรณ์ ด้วยวิชาโหราศาสตร์ 10 ลัคนา จากตำราต้นฉบับดั้งเดิม