ดาวเจ้าเรือนลัคน์ไปอยู่ภพต่าง ๆ ก็แสดงความเกี่ยวพันธ์ของเจ้าชาตากับภพนั้น ๆ มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ดาวเจ้าเรือนลัคน์ไปอยู่ภพต่าง ๆ ก็แสดงความเกี่ยวพันธ์ของเจ้าชาตากับภพนั้น ๆ มีรายละเอียดดังต่อไปนี้7

ดาวองค์เกณฑ์ ลัคนาสถิตในราศีที่เป็นองค์เกณฑ์ทั้ง ๔ จาก……..ข้อเขียนของ”อายัณโฆษ”     ลัคนาในราศีนระดาว ๗ เป็นองค์เกณฑ์ ลัคนาในราศีอัมพุดาว ๓ เป็นองค์เกณฑ์ ลัคนาในราศีกีฏะดาว ๘ เป็นองค์เกณฑ์ ลัคนานราศีปัศวะดาว ๕ เป็นองค์เกณฑ์     ถ้าปีใดดาว  ๗-๓-๘-๕ จรมาเป็นศรีหรือกาลกิณีต้องลัคนาในราศีเกณฑ์นั้น ๆ แล้วย่อมแสดงผลดีและร้ายเป็นอย่าสูงและหนักมาก   ผู้ที่มีลัคนาสถิตในราศีอัมพุ ต้องหนักหน้ามากกว่าผู้ที่มีลัคนาสถิตในราศีอื่น เพราะพระเคราะห์อังคาร ๓ เป็นดาวที่การโคจรเร็วกว่าพระเคราะห์อื่น   ในทางสอบสวนค้นคว้าของข้าพเจ้าพบว่า ความหมายของราศีเกณฑ์ดังกล่าว  แท้จริงเพียงแต่แสดงสัณฐานของพื้นดวงชะตาเมื่อเวลาตกฟากเป็นสำคัญ  จริงแท้แน่นอนว่ากฏของราศี นระ อัมพุ กีฏะ และปัศวะอันมีดาวประจำมาตั้งแต่ตกฟาก ย่อมน้อมนำให้เจ้าชะตาอันมีพระเคราะห์นั้น ๆ ในดวงชะตาต่างพากันดีเด่นในลักษณะต่าง ๆ กันเสมอ   มีข้อน่าสังเกตุอยู่บ้างที่ยามที่พระเคราะห์ประจำองค์เกณฑ์ ๗-๓-๘-๕ ตัวใดตัวหนึ่งจรมาเป็นศรีหรือกาลกิณี  ท่านจะมีลัคนาอยู่ในราศีเกณฑ์อะไรก็ตาม ในทางพยากรณ์ให้ใช้หลักดังนี้   ลัคนาจะสถิตราศีใด ๆ ก็ตาม เมื่อ ๗-๓-๘-๕ จรมาเป็นศรีหรือกาลกิณีทับลัคนา ต้องพยากณณ์เหมือนลัคนาอยู่นราศี “นระ” เช่นกันทั้ง 12 ราศี ลัคนาจะสถิตอยู่ในราศีใด ๆ ก็ตาม เมื่อพระเคราะห์ ๗-๓-๘-๕ จรมาเป็นศรีหรือกาลกิณี ห่างจากลัคนาไปสี่ราศีแล้วก็ต้องพยากรณ์เหมือนลัคนาสถิตอยู่ในราศี”อัมพุ” ทั้ง 12 ราศี ลัคนาจะสถิตอยู่ในราศีใด ๆ ก็ตาม เมื่อพระเคราะห์ ๗-๓-๘-๕ จรมาเป็นศรีหรือกาลกิณี เล็งลัคนาหรือเป็นเจ็ดกับลัคนา ต้องพยากรณ์เหมือนลัคนาอยู่ในราศี “กีฏะ” ทั้ง 12 ราศี ลัคนาจะสถิตอยู่ในราศีใด ๆ ก็ตาม เมื่อพระเคราะห์ ๗-๓-๘-๕ จรมาเป็นศรีหรือกาลกิณี ห่างจากลัคนาไปสิบราศีแล้ว ต้องพยากรณ์เหมือนลัคนาอยู่นราศี “ปัศวะ” ทั้ง 12 ราศี ดาวองค์เกณฑ์ องค์เกณฑ์ พระเคราะห์ที่เป็นองค์เกณฑ์ ถึงจะเป็นประ เป็นนิจ เป็นกาลกรรณี ก็สงบความร้ายหมด คงให้คุณตามองค์เกณฑ์ ๑ เป็นองค์เกณฑ์ สุริยเกณฑํ ไชยํ ยุทธํ รบชนะศัตรูทั้งปวง ๒ เป็นองค์เกณฑ์ จันทเกณฑํ สุขาวหํ มีความสุขมากหาอันตรายมิได้ ๓ เป็นองค์เกณฑ์ ภุมมเกณฑํ ราชาภาวํ มีอานุภาพเป็นใหญ่ ๔ เป็นองค์เกณฑ์ พุธเกณฑํ มหัทธนํ มีอุปโภคบริโภคมาก ๕ เป็นองค์เกณฑ์ คุรุเกณฑํ ราชาปูชํ มีวุฒิมาก ผู้ใหญ่จะบูชา ๖ เป็นองค์เกณฑ์ ศุกรเกณฑํ กุฏุมพิกํ มีขุมทรัพย์ ๗ เป็นองค์เกณฑ์ โสรเกณฑํ เขตตปาลํ จะได้เป็นผู้บำรุงที่ดินไร่นา ๘ เป็นองค์เกณฑ์ ราหูเกณฑํ จ โจรกํ มีคุณวิเศษโลดโผน www.10luc.com
ดาวองค์เกณฑ์
ลัคนาสถิตในราศีที่เป็นองค์เกณฑ์ทั้ง ๔
จาก……..ข้อเขียนของ”อายัณโฆษ”
ลัคนาในราศีนระดาว ๗ เป็นองค์เกณฑ์
ลัคนาในราศีอัมพุดาว ๓ เป็นองค์เกณฑ์
ลัคนาในราศีกีฏะดาว ๘ เป็นองค์เกณฑ์
ลัคนานราศีปัศวะดาว ๕ เป็นองค์เกณฑ์
ถ้าปีใดดาว ๗-๓-๘-๕ จรมาเป็นศรีหรือกาลกิณีต้องลัคนาในราศีเกณฑ์นั้น ๆ แล้วย่อมแสดงผลดีและร้ายเป็นอย่าสูงและหนักมาก
ผู้ที่มีลัคนาสถิตในราศีอัมพุ ต้องหนักหน้ามากกว่าผู้ที่มีลัคนาสถิตในราศีอื่น เพราะพระเคราะห์อังคาร ๓ เป็นดาวที่การโคจรเร็วกว่าพระเคราะห์อื่น
ในทางสอบสวนค้นคว้าของข้าพเจ้าพบว่า ความหมายของราศีเกณฑ์ดังกล่าว แท้จริงเพียงแต่แสดงสัณฐานของพื้นดวงชะตาเมื่อเวลาตกฟากเป็นสำคัญ จริงแท้แน่นอนว่ากฏของราศี นระ อัมพุ กีฏะ และปัศวะอันมีดาวประจำมาตั้งแต่ตกฟาก ย่อมน้อมนำให้เจ้าชะตาอันมีพระเคราะห์นั้น ๆ ในดวงชะตาต่างพากันดีเด่นในลักษณะต่าง ๆ กันเสมอ
มีข้อน่าสังเกตุอยู่บ้างที่ยามที่พระเคราะห์ประจำองค์เกณฑ์ ๗-๓-๘-๕ ตัวใดตัวหนึ่งจรมาเป็นศรีหรือกาลกิณี ท่านจะมีลัคนาอยู่ในราศีเกณฑ์อะไรก็ตาม ในทางพยากรณ์ให้ใช้หลักดังนี้
ลัคนาจะสถิตราศีใด ๆ ก็ตาม เมื่อ ๗-๓-๘-๕ จรมาเป็นศรีหรือกาลกิณีทับลัคนา ต้องพยากณณ์เหมือนลัคนาอยู่นราศี “นระ” เช่นกันทั้ง 12 ราศี
ลัคนาจะสถิตอยู่ในราศีใด ๆ ก็ตาม เมื่อพระเคราะห์ ๗-๓-๘-๕ จรมาเป็นศรีหรือกาลกิณี ห่างจากลัคนาไปสี่ราศีแล้วก็ต้องพยากรณ์เหมือนลัคนาสถิตอยู่ในราศี”อัมพุ” ทั้ง 12 ราศี
ลัคนาจะสถิตอยู่ในราศีใด ๆ ก็ตาม เมื่อพระเคราะห์ ๗-๓-๘-๕ จรมาเป็นศรีหรือกาลกิณี เล็งลัคนาหรือเป็นเจ็ดกับลัคนา ต้องพยากรณ์เหมือนลัคนาอยู่ในราศี “กีฏะ” ทั้ง 12 ราศี
ลัคนาจะสถิตอยู่ในราศีใด ๆ ก็ตาม เมื่อพระเคราะห์ ๗-๓-๘-๕ จรมาเป็นศรีหรือกาลกิณี ห่างจากลัคนาไปสิบราศีแล้ว ต้องพยากรณ์เหมือนลัคนาอยู่นราศี “ปัศวะ” ทั้ง 12 ราศี
ดาวองค์เกณฑ์
องค์เกณฑ์ พระเคราะห์ที่เป็นองค์เกณฑ์ ถึงจะเป็นประ เป็นนิจ เป็นกาลกรรณี ก็สงบความร้ายหมด คงให้คุณตามองค์เกณฑ์
๑ เป็นองค์เกณฑ์ สุริยเกณฑํ ไชยํ ยุทธํ รบชนะศัตรูทั้งปวง
๒ เป็นองค์เกณฑ์ จันทเกณฑํ สุขาวหํ มีความสุขมากหาอันตรายมิได้
๓ เป็นองค์เกณฑ์ ภุมมเกณฑํ ราชาภาวํ มีอานุภาพเป็นใหญ่
๔ เป็นองค์เกณฑ์ พุธเกณฑํ มหัทธนํ มีอุปโภคบริโภคมาก
๕ เป็นองค์เกณฑ์ คุรุเกณฑํ ราชาปูชํ มีวุฒิมาก ผู้ใหญ่จะบูชา
๖ เป็นองค์เกณฑ์ ศุกรเกณฑํ กุฏุมพิกํ มีขุมทรัพย์ ๗ เป็นองค์เกณฑ์ โสรเกณฑํ เขตตปาลํ จะได้เป็นผู้บำรุงที่ดินไร่นา ๘ เป็นองค์เกณฑ์ ราหูเกณฑํ จ โจรกํ มีคุณวิเศษโลดโผน
www.10luc.com

ดาวเจ้าเรือนลัคน์ อยู่ที่ภพตนุ คือเป็นเกษตร มักเป็นคนมีอิสระทางความคิด เป็นคนไม่ชอบอยู่กับที่มักมีการเคลื่อนไหวอยู่เสมอ จัดได้ว่าเป็นคนขยันสร้างหลักฐาน เป็นตัวของตัวเอง สูญเสียสิ่งใดไปมักจะได้คืน เพราะความขยัน ไม่ท้อถอยของตนเอง

ดาวเจ้าเรือนลัคน์ ไปสถิตอยู่ภพกดุมภะ มักเป็นผู้มีสมองในการหาเงิน ความคิดมักเกี่ยวพันธ์กับการทำมาค้าขาย หรือพูดง่าย ๆ มักคิดเกี่ยวกับเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ และคล่องในการหาช่องทาง ถ้าไปอยู่กับดาวบาปเคราะห์ ก็ต้องลำบากหน่อย ไม่ค่อยคล่องตัว

ดาวเจ้าเรือนลัคน์ ไปสถิตอยู่กับภพสหัชชะ ชีวิตเกี่ยวพันธ์กับญาติพี่น้อง หรือเพื่อนฝูง มักสัมพันธ์กับคนมาก ทำงานประชาสัมพันธ์ดี หรืองานที่เกี่ยวกับสังคมสงเคราะห์ สาธารณะประโยชน์ หรืองานด้านบริการ ถ้าอยู่ร่วมกับดาวบาปเคราะห์ ญาติพี่น้องมักเบียดเบียน หรือมักเสียเปรียบเพื่อนฝูง

ดาวเจ้าเรือนลัคน์ไปสถิตอยู่ภพพันธุ เป็นนักวางแผน วางระบบ เป็นคนรักบ้าน มักมีหัวทางออกแบบ จัดบ้านเก่ง มีจิตใจที่มั่นคง สามารถเป็นนักจัดสรร หรือทำอะไรที่เกี่ยวพันธ์กับอสังหาริมทรัพย์ได้ มักเป็นที่พึ่งแก่ญาติมิตร มีใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่คนทั่วไป

ดาวเจ้าเรือนลัคน์ไปสถิตอยู่ภพปุตตะ เป็นคนชอบสนุก รักเด็ก ว่าง่าย มักได้ทำในสิ่งที่ตนชอบ มีงานอดิเรกที่พึงใจ เป็นคนไม่ดื้อ หรือเอาแต่ใจ อ่อนโยน ว่านอนสอนง่าย อ่อนน้อมถ่อมตน

ดาวเจ้าเรือนลัคน์ไปสถิตอยู่ภพอริ มักมีความสามารถในการรับงาน หรือเข้าไปแก้ไขปัญหาของผู้อื่น มักเป็นผู้ที่ต้องฟันฝ่าอุปสรรค เพื่อคนอื่น และเป็นผู้มีเครดิต มีคนเชื่อถือ สร้างหนี้ได้ตลอดเวลา ถ้าดาวได้ตำแหน่งอุจ หรือเกษตร จะเป็นผู้มีสุขภาพแข็งแรง และมีลักษณะเป็นผู้นำเต็มตัว

ดาวเจ้าเรือนลัคน์ไปสถิตอยู่ภพปัตนิ มักเป็นคนที่ต้องทำอะไรให้ผู้อื่นก่อนตนเอง บางคนถูกเบียดบังเอาผลงานไป มักต้องรับหน้า หรือเป็นตัวแทนให้ผู้อื่น อย่างนี้เป็นเอเย่นต์จัดจำหน่ายถึงจะดี

ดาวเจ้าเรือนลัคน์ไปสถิตอยู่ภพมรณะ มักต้องเดินทางบ่อย ๆ อยู่ในที่อับชื้นไม่ได้จะขี้โรค หรือมีโรคประจำตัว บางคนได้รับมรดกตกทอด บางคนมีบุคลิกไม่ร่าเริง ไม่ชอบออกงานรื่นเริง เบื่อง่าย มักเข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งลี้ลับ หรือมักได้เผชิญกับความตายของญาติ หรือเพื่อนผู้ใกล้ชิด บางคนเป็นกำพร้า หรือไม่ได้อยู่กับพ่อแม่

ดาวเจ้าเรือนลัคน์ไปสถิตอยู่ภพศุภะ มักเป็นที่พึ่งของคนทั่วไป รักความเป็นธรรม มีจิตใจประเสริฐ มีความคิดริเริ่มสร้างสรร สามารถสร้างตัวเองจนเป็นปึกแผ่น มักประสพความสำเร็จในชีวิต

ดาวเจ้าเรือนลัคน์ไปสถิตอยู่ภพกัมมะ ใจจดจ่อกับงาน และเฝ้าดูผลงานของตนแล้วเริ่มใหม่คอยแก้ไขให้ดีขึ้น ขยันขันแข็งทำงานเหมือนมด ไม่ได้หยุดได้หย่อน รักงานเป็นชีวิตจิตใจ

ดาวเจ้าเรือนลัคน์ไปสถิตอยู่ภพลาภะ มักเจ้าชู้ ชอบเดินทาง เสี่ยงโชค บางคนชอบการพนัน มักมีลาภลอยอยู่เนืองๆ มีหัวทางการค้า มีเพื่อนอยู่รอบตัวเสมอ

ดาวเจ้าเรือนลัคน์ไปสถิตอยู่ภพวินาศ ชอบเก็บตัว ไม่ช่างพูด บางคนเก็บกด แต่มักทำอะไรวินาทีสุดท้าย มีเทพคุ้มครอง เวลาเกิดเหตุร้าย มักมีเหตุให้รู้ก่อน มีลางสังหรณ์ดี บั้นปรายมักย้ายถิ่นฐาน

ภพตนุ นี้มีความสำคัญ เพราะนอกจากจะเป็นบุคลิกของเจ้าชาตาแล้ว ยังแสดงถึงความขึ้นหรือลงของเจ้าชาตาอีกด้วย เพราะนอกจากจะตามพื้นชาตาว่าเจ้าเรือนลัคน์ไปสถิต ณ ภพ ใดแล้ว ยังต้องสังเกตดาวจร ที่โคจรมาต้องลัคนาอีกด้วย


 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *