หนังสืออนุสรณ์งาน ฌาปนกิจอาจารย์สอ้าน นาคเพชรพูล แจกสำหรับผู้ไปร่วมงาน อาจารย์ผู้สอนโหราศาสตร์ไทย 10 ลัคนา

img-112203611                

หนังสืออนุสรณ์งาน ฌาปนกิจ อาจารย์สอ้าน นาคเพชรพูล อาจารย์ผู้สอนโหราศาสตร์ไทย 10 ลัคนา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ดวง 10  ลัคนา

โหราศาสตร์ 10 ลัคนา หรือที่เรียกกันโดยย่อว่าดวง 10 ลัคน์ เป็นวิชาการพยากรณ์วิชาหนึ่งที่ยึดหลักการทายมาจากดวงทั่วไปหรือลัคนาเดียว คือยังใช้ดวงเกษตรเป็นหลักของดาวเจ้าเรือนใน 12 เรือน การวัดความเข้มข้นของดาวที่จะให้คุณหรือให้โทษ โดยการใช้ดวงมาตรฐาน มหาอุจจ์ มหจักร ราชาโชค นิจ ปรป็นเครื่องวัด

สำหรับเรื่องของดวงทักษา 10 ลัคน์ไม่ใช้มหาทักษาการเสวยอายุ แต่ใช้ทักษาจรปีไปภูมิละ 1 ปี เมื่ออายุจรถึงภูมิอาทิตย์ ๑ ต้องนับปีถัดไปเข้าตากลาง และมี พฤหัสบดี ๕ เป็บริวาร พอปีต่อไปให้นับอายุย่างที่ภูมิจันทร์ ๒ จากนั้นก็นับไปตามปกดิ เน้นการหาดาวกาลกิณี เดช มนตรี ศรี ทั้งเดิมและจรมาประกอบทายควบไปกับดวงเดิมและดาวดาวจร

นอกจากนี้ก็ยังใช้คู่มิตร คู่ศัตรู คู่ธาติ คู่สมพล และยังใช้เกณฑ์ ปัศวะ นระ กีรฏะ อัมพุ ตรีวัยเช่นเดียวกับดวงราศีจักรทั่วไป

ต่างกันอย่างเดียวคือให้เอาราศี-องศา-ลิปดา ของดาวประจำวันเกิดมาหาลัคนาทั้งหมดตามเวลาเกิดหรือเวลาตกฟาก โดยไม่เว้น

ในขณะที่การผูกดวงทั่วไปหรือลัคนาเดียวใช้ดาวในปฏิทินดาราศาสตร์ คือ ๑๒๓๔๕๖๗๘๙๐ มา ลด-เพิ่ม องศา-ลิปดาตามเวลาเกิดหรือเวลาตกฟาก ที่เรียกตามภาษาโหรว่า “ตัดสมผุส ณ เวลาเกิด” ซึ่งส่วนมากก็ยังเป็นตำแหน่งดาวในท้องฟ้าเหมือนเดิม

ทำไมจึงต้องมีดวง 10 ลัคนา?

ตามความคิดของผม คิดว่า น่าจะเป็นส่วนหนึ่ง หรืออีกเส้นทางหนึ่งต่อการพัฒนาวิชาโหราศาสตร์ เพื่อผลของการพยากรณ์ที่ง่ายและกระชับ ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อมหรือไม่มีข้อแม้มากจนสับสน

ผมเคยพบกับโหรอาวุโสท่านหนึ่ง ก่อนที่ผมจะตัดสินใจมาเรียนโหราศาสตร์ ตาของท่านพิการ เป็นลุงของเพื่อนที่ทำงานอยู่แผนกเดียวกันกับผม คือแผนกนำเข้าและส่งออกสินค้ายาและเคมีภัณฑ์ของบริษัทชาวเยอรมันนี โหรอาวุโสดังกล่าว ท่านเคยทายดวงให้ผม เวลาท่านทาย ท่านจะถามย้ำถึงองศาลิปดาของดาวเสมอ และท่านทายแม่นยำดี โดยมีเพื่อนผมเป็นคนผูกดวงราศีจักร์ทั่วไปให้ ก่อนทายท่านจะถามถึงลัคนากี่องศา การถามถึงองศาของลัคนา นั่นน่าจะหมายถึงท่านต้องการทราบว่า ลัคนาเกาะนวางค์อะไร

เพราะคนเราแม้จะมีลัคนาสถิตราศีเดียวกันก็จริง แต่เมื่อองศาต่างกัน นั่นย่อมหมายถึงลัคนาเกาะนวางค์ที่ต่างกัน การต่างกันของนวางค์ของลัคนานี่แหละ ที่ทำให้ผลออกมาว่าเจ้าชะตานิสัยต่างกันไป

ยิ่งถ้ารู้องศาลิปดาของดาวอื่น ๆ ด้วยยิ่งเป็นการดี เพราะเราสามารถเอาองศาลิปดา ของดาวแต่ละดวงเข้าดวงนวางค์ได้ง่าย  หรือหากจะพัฒนาเป็นดวง 10 ลัคน์ด้วยการคำณวนในใจไปตามอันโตนาทีของแต่ละราศีก็ย่อมทำได้ไม่ยาก

ตรงนี้แหละที่ผมเริ่มสนใจ และอยากจะเรียนรู้บ้าง ก็พอดีที่ท่านถึงกรรม ก่อนที่ผมตัดสินใจเป็นศิษย์เพียงไม่กี่วัน !

จึงในวันที่รอเวลาฌาปนกิจศพ ผมจึงได้ปลีกตัวไปพบกับ อ. อรุณ เทศถมทรัพย์ ปรมาจารย์ทาง 10 ลัคน์ตัวจริงซอยบางยี่ขัน แล้วลงมือศึกษา 10 ลัคนาเรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้

การผูกดวง 10 ลัคนา ทำอย่างไร ?

ความจริงการผูกดวง 10 ลัคนา เข้าใจว่าหลายคนทำได้ ที่ผมกล่าวเช่นนี้ เพราะเมื่อใครก็ตามสามารถผูกดวงราศีจักรธรรมดา หรือที่ผมนิยมเรียกว่า ดวงลัคนาเดียวได้ โดยการนำเอาราศี-องศา-ลิปดาของอาทิตย์ในวันที่เจ้าชะตาเกิดมาผูกดวงหาลัคนาได้

ราศี-องศา-ลิปดาของดาวอื่น ๆ เช่นดาว ๒๓๔๕๖๗๘๙๐ ก็นำมาหาลัคนาได้เช่นเดียวกัน และกรรมวิธีการทำก็ทำแบบเดียวกัน ยกเว้น ๘ และเกตุ ๙ ที่ต้องย้อนกลับ เพราะเดินสวนทางกับดาวอื่น

แต่ลัคนาจะของดาวอะไรก็ตามเมื่อหาได้แล้วไม่ต้องใส่ ส หรือ ล แทน ใช้ดาวแต่ละดาวไปเลย ด้วยเหตุนี้ดวง 10 ลัคน์จึงเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าดวงไม่มีลัคน์ เพราะไม่มี ส และ ล นั่นเอง

แต่ที่จริงแล้วเห็น อาทิตย์ (๑) สถิตราศีใด นั่นแหละเป็นลัคนาของคน ๆ นั้น ๑ จะเป็นลัคนาประธานที่สำคัญที่สุด ลัคนาของดาวอื่นเป็นลัคนาประกอบ หรือเป็นลัคนาบริวาร

เพราะตามหลักดาราศาสตร์แล้วดาว ๒๓๔๕๖๗๘๙๐ เป็นดาวบริวารของอาทิตย์ ไม่มีแสงสว่างของตนเอง ทว่าดาวดังกล่าวล้วนมีความสำคัญ ไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน

คนมาจากดาวหรือดาวมาจากคน?

ในคน ๆ หนึ่งจะขาดดาวใดดาวหนึ่งไม่ได้เลย ทุกดาวมีเอกลักษณ์เกี่ยวข้องกับตัวเรา โดดเด่นไปคนละทิศทาง ดังผมจะนำมากล่าวให้เห็นชัดดังนี้

๑ อาทิตย์ เป็นดาวขนาดใหญ่ เป็นขุมกำลังของพลังงาน ความร้อน และแสงสว่างที่ก่อให้เกิดมวลมนุษย์และสรรพสิ่งมีชีวิตทั้งปวง อาทิตย์โคจรไป ณ ที่ใดของโลก (โลกหมุนเอาด้านใดไปหาพระอาทิตย์)ที่นั่นจะสว่างไสว อบอุ่น ในความสว่างไสวยังได้แฝงเร้นพลังงานไปสู่มวลสัตว์โลก ตลอดจนพืชผักผลไม้ เมื่อเราบริโภคสิ่งดังกล่าว จึงมีพลังงาน สามารถทำอะไรได้อย่างเข้มแข็ง ถ้าเราขาดการบริโภคพืชผักผลไม้ก็ย่อมไม่สามารถมีชีวิตอยู่รอดได้

เมื่อเป็นดังนี้ก็เท่ากับว่า เพราะมีอาทิตย์เราจึงเกิดและมีชีวิตอยู่รอดได้ พืชพันธุ์ธัญญาหารก็เจริญเติบโต ขาดพระอาทิตย์โลกเราคงหนาวเหน็บจนไม่มีสิ่งมีชีวิตอย่างแน่นอน ในทางโหราศาสตร์กำหนดเอาอาทิตย์ไว้ทาย เกียรติยศ ชื่อเสียง ศักดิ์ศรี การยึดมั่นถือมั่นในตนเอง ท่านบุรพาจารย์ได้รจนาไว้ว่า ทายยศศักดิ์ ทายอาทิตย์

๒ จันทร์ ดาวดวงนี้แม้จะเป็นดาวเล็กแต่ก็เป็นดาวที่มีอิทธพลมาก และอยู่ใกล้โลก สามารถมองเห็นชัดเจนในข้างขึ้นดาวจันทร์ ๒ ในหลักของโหราศาสตร์ ใช้ทายโชคลาภประจำวัน เป็นดาวที่บ่งบอกถึงความสวยงาม ไม่ว่าของคนและสัตว์ถ้าจันทร์ ๒ในดวงชะตาของใครได้ตำแหน่งดี จะเป็นคนมีรูปร่างสวย มีเสน่ห์น่ารัก ตามตำนานกล่าวว่าทายจริตให้ทายจันทร์ ๒

ซึ่งเกี่ยวข้องกับคนเราโดยตรง เมื่ออาทิตย์ ๑ ทำให้เราเกิดและมีชีวิต ดาวจันทร์ ๒ จะเข้ารับหน้าที่ความน่ารัก จะห็นได้ว่าเด็กหรือสัตว์เลี้ยงที่เกิดใหม่ อายุอยู่ในระหว่าง 8 เดือนถึง 1 ขวบจะน่ารัก

๓ อังคาร โดยพื้นฐานแล้วเอามาทายเรื่องความขยันขันแข็ง เอาจริง มีความพยามยามดี ค่อนข้างตรงไปตรงมา โผงผางแบบนักเลง เทียบกับเด็กในระยะ 1-2 ขวบที่จะซุกซน ไม่เคยหยุดนิ่ง นอกจากนอนหลับ ตามตำราโหรเอามาทาย กล้าแข็งขยัน

๔ พุธ ดาวดวงนี้เป็นดาวที่ทำหน้าที่เรื่องการหัดพูด จะพูดเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับดาวในดวงชะตา เด็กที่มีดาวดวงนี้กุมลัคนาจะพูดได้เร็ว เด็กจะพูดชัดเจน หรือคล่อง อายุจะอยู่ในช่วง 3-4 ขวบ ดาวพุธ ๔ ตามตำนานเอามาทายเรื่องการพูดคือ พูดจาอ่อนหวานให้ทายพุธ ๔

๕ พฤหัสบดี ดาวดวงนี้เน้นเรื่องวิชาการ ความรู้ คุณธรรม ความรับผิดชอบ เด็กเมื่อพูดชัด พูดคล่อง ก็จะถูกส่งตัวเข้าโรงเรียน เพื่อการเรียนรู้วิชาการต่าง ๆ ช่วงการที่ต้องอยู่ในสถานการศึกษา เป็นช่วงยาวนาน จนเติบโตเป็นหนุ่มเป็นสาว เฉพาะดาวพฤหัสบดี ๕ ทางโหรเอาทายเรื่องปัญญาบริสุทธิ์ ต้องทายพฤหัส

๖ ศุกร์ เอามาทายกามกิเลสกำดัด คือทายการลุ่มหลงมัวเมาในรูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัสอันนุ่มนวล คนหนุ่มสาวทุกคนต้องผ่านตรงนี้ ไม่มีใครไม่อยากมีรูปสวย รสดีชอบกันทุกคน กลื่นหอมก็ชอบ เสียงเพราะก็ชอบ สัมผัสที่นุ่มนวล มีใครบ้างที่ไม่ชอบ? นอกจากนั้นดาวดวงนี้ยังหมายถึงการเงิน ดาวดี การเงินดี เมื่อมีเงินรูปก็ต้องสวยตาม รสก็ต้องเลือกแต่ที่เป็นเลิศ ฯลฯ และสุดท้ายความรักก็จะดีตามไปด้วยอย่างไม่ต้องสงสัย ไม่เคยเห็นใครที่มีเงินแล้วผิดหวังเรื่องความรัก จะมีบ้างเป็นส่วนน้อย

๗ เสาร์ เป็นดาวโทษทุกข์ ตามตำนานกล่าวไว้ว่าทายโทษทุกข์ให้ทายเสาร์ คนเราเมื่อมีรักก็มีทุกข์เป็นของคู่กัน รักถ้าสมหวังเป็นสุข ๆ ทั้งกายทั้งใจ แต่ถ้าผิดหวัง จะเป็นทุกข์ รักเขาข้างเดียวเป็นทุกข์ ของรักถูกพรากหรือคนอื่นช่วงชิงไป เป็นทุกข์ จะมากหรือน้อยขึ้นกับดาวดวงนี้

๘ ราหู ดาวดวงนี้เขาว่าไม่ใช่ดาว เป็นเพียงเงา ผมว่าช่างมันเถอะจะเป็นอะไรก็ช่าง แต่เท่าที่สังเกต เวลามันจรมาเล็งลัคน์ทีหนึ่งหรือทับลัคน์ทีหนึ่ง ก็มีแต่เรื่องวุ่นวาย ทั้งด้านการงานการเงิน ปั่นป่วนไปหมด ตามตำนานเขาเอามาทายเรื่องมัวเมา ก็ต้องมัวเมาล่ะครับ เพราะมันเจอหลายปัญหาเหลือเกิน  งานก็ไม่มีทำ เจ้าหนี้ก็ทวง ความรักเริ่มขม แบบนี้ก็ต้องเมากันหน่อย เพราะพอเมาได้ที่แล้วมันลืมไปชั่วคราว หายเมาก็กลุ้มใหม่ เลยต้องดื่มระงับอีก กลายเป็นมัวเมาไปตลอดชาติ แต่มันก็มีดีเหมือนกันนะครับ ถ้ามันเกิดได้ตำแหน่งดีขึ้นมา

๙ เกตุ นี่เขาก็ว่าไม่ใช่ดาวเหมือนกัน ทางโหรเขาเอามาทายเรื่องอายุยืน ความจริงเรื่องอายุยืนนี่ เอาดาวอายุในดวงชะตามาทาย ชัดเจนกว่า แต่เมื่อตำนานเขาว่าอย่างนั้นก็ว่ากันไปตามตำนาน ไปขัดเขามากเดี๋ยวจะมีปัญหา แต่ก็ขอบอกให้คิดนะครับ….ไม่ต้องตอบหรอกว่า คนมันเมาทุกวัน…จะอายุยืนได้อย่างไร?

๐ มฤตยู เทพเจ้าแห่งความตาย ตามตำราโลกธาตุว่าทายอาเพทให้ทาย ๐ มฤตยู ดาวดวงนี้เป็นอย่างนั้นจริง ๆ ถ้าเล็งลัคน์ใครก็ทำลายคู่ แต่ก็เรียนโหราศาสตร์ได้ดี กุมลัคน์ก็เช่นเดียวกัน ขอเพียงในพื้นที่ที่มันอยู่อย่ามีอย่างอื่นอยู่ด้วยก็แล้วกัน มันจะทำลายทันที เช่นคนที่ดาวอายุกุมลัคน์แล้วมี มฤตยุ ๐ เล็งหรือทับลัคน์ จะเป็นคนขี้โรค แต่อายุยืน ดังนี้เป็นต้น อาจารย์ผมก็ถึงแก่มณะกรรมด้วยดาวดวงนี้ เพราะมันถอยหลังกลับเข้ามาในราศีที่ลัคนาอาจารย์ผมสถิต ผมจึงไม่ค่อยถูกกับมันสักเท่าใร

คือสรุปแล้วคนโบราณหรือโบราณาจารย์ท่านเป็นคนฉลาดชนิดที่คนสมัยนี้คิดไม่ถึง ที่เอาดาวทั้ง 10 ดวง คือ ๑๒๓๔๕๖๗๘๙๐ มาแทนเรื่องราวที่เกี่ยวกับคนได้อย่างเหมาะเจาะในแต่ละวัย

ดังนั้นจึงการจะสังเกตุความเป็นไปของชีวิตว่าดีหรือร้าย สังเกตุได้จากดาวเหล่านี้ เพราะท่านโบราณาจารย์ได้ทดสอบเก็บสถิติมาหลายรอบจนเชื่อถือได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งถ้าเราจะนำมาเปรียบเทียบกับสถิติศาสตร์ก็ไม่น่าจะแตกต่างกัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *