
อันที่จริงเรื่องการเดินทาง ในวิชาการโหราศาสตร์เขามีข้อจำกัดไว้ว่า ถ้าพระอาทิตย์ ๑ จรมาทับลัคนา หรือเล็งลัคนาเมื่อใด เมื่อนั้นจะมีการเดินทางเกิดขึ้น อย่างในขณะที่ผมเขียนอยู่นี้ พระอาทิตย์ ๑ โคจรเข้าราศีเมษซึ่งเป็นราศีธาตุไฟชั้นหนึ่งเกือบกลางราศี
ดังนั้นคนราศีเมษ กับคนราศีตุลย์ ไม่ว่าหญิงหรือชาย ที่ถูกอาทิตย์ ๑ ทับและเล็งจะต้องมีการเดินทางไกลบ้างใกล้บ้างในระหว่างนี้แน่นอน คนราศีอื่นก็มีบ้างแต่ไม่เท่าคน 2 ราศีดังกล่าว ยิ่งถ้าเป็นอาทิตย์ ๑ เป็นกาลีจรทางทักษา ยิ่งจะมีแรงกระตุ้นต่อมความร้อนที่อยู่ได้มากขึ้น
ในมุมมองอีกมุมหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่มุมมองเดียวกับคนที่เรียนโหราศาสตร์ การเดินทางก็คือการเดินทาง คือการต้องออกจากบ้านที่เคยอยู่ชั่วคราวไปที่อื่น บางรายรับแรงเอื้อมจากอาทิตย์ ๑ ไม่แรง ก็แค่อยู่ไม่ติดบ้าน ชอบไปโน่นไปนี่ ไปดูหนังฟังเพลง ช้อบปิ้ง แล้วกลับบ้าน เช้าขึ้นมาก็หาเรื่องหรือหาเหตุออกจากบ้านใหม่จนไม่มีที่จะไปหรือเงินในกระเป๋าหมดจึงหยุด
ผมจึงมองว่าการเดินทางมีความแตกต่างหลากหลายเหลือคณานับ เช่นไปเยี่ยมญาติ ไปทวงหนี้ เดินทางกลับบ้านไปรับมรดก หรือเดินทางไปรับตำแหน่งงาน แบบนี้ถือว่าไปดี ถ้าตำแหน่งงานนั้นเป็นตำแหน่งที่ดีกว่าตำแหน่งเดิม การเดินทางแบบนี้พฤหัสบดี ๕จร ต้องดีด้วย
ถ้าแย่กว่าเดิม เช่นเดินทางไปรับตำแหน่ง 3 จังหวัดภาคใต้ ถึงตำแหน่งดีกว่าเดิม แต่เสี่ยงตายสูง อาจไปชนกับระเบิดตายก็เป็นได้ หรือไปในที่ ๆ เราไม่ต้องการไป ถือว่าเป็นการเดินทางไปไม่ดี การเดินทางเช่นนี้โดยมาก พฤหัสบดี ๕ จรไม่ดีกับลัคนา หรือเป็นกาลีจร หรือมีเสาร์ ๗ หรือราหู ๘ จรมาทับลัคน์เล็งลัคน์
การเดินทางอีกประเภทหนึ่ง คือไปเรื่อย ๆ เปื่อย ๆ ไม่ค่อยมีจุดหมายปลายทางที่แน่นอน เรียกว่าค่ำไหนนอนนั่น นึกอยากจะอยู่ ๆ นึกอยากจะไป ๆ ที่ไหนชอบอยู่นานหน่อย ไม่ชอบก็อยู่สั้นหน่อย การเดินทางลักษณะนี้คล้ายการท่องเที่ยว ต่างกันอยู่นิดหนึ่ง ที่ถ้าเป็นการท่องเที่ยวจริง เขาจะไปที่ ๆ เขาชอบและอยากจะไป ทั้งยังวางโปรแกรมไว้แน่นอน จองตั๋วเดินทางจองที่พักไว้เรียบร้อย
แต่การเดินทางของคนที่มีลัคนาสถิตราศีเมษ ที่เกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ 18 เมษายนที่ผ่าน ถ้าจะจัดเข้ากลุ่มเดินทาง น่าจะอยู่ในกลุ่มร่อนเร่พเนจรได้ทีเดียว
