All posts by admin

ยามอัฐกาลชั้นฉาย 1 ยามใช้เวลา 1 ชม.30 นาที” วันพฤหัส ยามที่ 1 ยามนคร ยามครู

วันพฤหัสบดี

วันพฤหัส ยามที่ 1 ยามนคร ยามครู (06:00-07:30) ครู ยามรุ่งอรุณอบอุ่นจิต เป็นนิมิตยามดีมหาศาล เป็นยามของบัณฑิตใช่จิตพาล ดุลวิกาลจากไปไสวมา เป็นยามดี เป็นยามของผู้มีความรู้

วันพฤหัส ยามที่ 2 ยามยายี ยามภุมมะ (07:30-09:00) ภุมมะ พระได้เสวยราชย์ เอกราชฦาเลื่องเรื่องสนาม แต่รูปทรงของพระองค์ไม่สู้งาม ตำรายามนี้ว่าดีดังมีมา เป็นยามดี จะได้ลาภยศบรรดาศักดิ์

วันพฤหัส ยามที่ 3 ยามนคร ยามสุริชะ (09:00-10:30) สุริชะ พระมเหษี ชื่อประภาวดีเสน่หา ประคองเคียงเพียงดวงนัยนา ครองพาราเป็นสุขสนุกสบาย เป็นยามดี จะมีลาภ

วันพฤหัส ยามที่ 4 ยามยายี ยามศุกระ (10:30-12:00) ศุกระ ประภาวดีเธอหนีหาย ไปบุรีบิตุเรศอันเรืองฉาย กุศราชร้อนใจไม่สบาย เป็นยามร้ายร้อนรนพ้นประมาณ เป็นยามร้าย ถ้าของหายจะไม่ได้ข่าว

วันพฤหัส ยามที่ 5 ยามนคร ยามพุธะ (12:00-13:30) พุธะ ยามพุธพระกุศราช ไปตามนาฎถึงประเทศเขตสถาน ได้พบองค์นงเยาว์ลำเภาพาล แต่ภูบาลมิได้เข้าใกล้นาง เป็นยามดี หากของหาย จะได้ข่าว แต่ยังไม่ได้คืน

วันพฤหัส ยามที่ 6 ยามยายี ยามจันเทา (13:30-15:00) จันเทา ท้าวไทยพิไรร่ำ ทุกคืนค่ำศรดสลดหมาง ไม่สู้ดียามนี้เป็นปานกลาง มักจักร้างแรมรักประจักษ์ใจ เป็นยามปานกลาง จะพลัดพราก

วันพฤหัส ยามที่ 7 ยามยายี ยามเสารี (15:00-16:30) เสารี กุศราชชนะศึก ก็สมนึกยินดีจะมีไหน ทำสงครามยามนี้ต้องมีชัย จงจำไว้เป็นอย่างอย่าคลางแคลง เป็นยามดีมาก ถ้ามีคดีความ จะชนะความ หากแข่งขันจะชนะ

วันพฤหัส ยามที่ 8 ยามครู (16:30-18:00) ยามครูนี้ดีสุดกุศราช เสวยราชย์ดีทั่วกลัวทุกแห่ง สมดังจิตคิดไว้มิได้แคลง กุศลแต่งให้ได้ดีมีบุญญา เป็นยามดีมาก ทำอะไรก็จะประสบความสำเร็จ

คืนวันพฤหัส ยามที่ 1 ยามยายี ยามชีโว (18:00-19:30) ชีโว อุตโมโอฬารล้ำ เวลาค่ำยามนี้ดีหนักหนา ได้เมื่อพระสัชนูกุมารา อาชาพาลดเลี้ยวเที่ยวหาเมีย เป็นยามดี เดินทางดี

คืนวันพฤหัส ยามที่ 2 ยามนคร ยามศะศิ (19:30-21:00) ศะศิ ได้พานพบประสบพักตร์ อารีรักร่วมใจจนได้เสีย ไม่อิ่มหนำค่ำเช้าเฝ้าคลอเคลีย หาลูกเมียยามนี้ดีสุดใจ เป็นยามดี จะได้ลาภ ได้คู่

คืนวันพฤหัส ยามที่ 3 ยามนคร ยามศุกโกร (21:00-22:30) ศุกโกร สัชนูพคู่ชื่น เสด็จคืนภาราอันผ่องใส อยู่ด้วยนุชประภาผู้ยาใจ ครองเวียงไชยชื่นชมภิรมยา เป็นยามดี จะได้คู่

คืนวันพฤหัส ยามที่ 4 ยามยายี ยามภุมโม (22:30-24:00) ภุมโม ชมชิดพิศวาส ด้วยนงนารถแน่งน้อยเสน่หา เสวยรมย์ชมสาวสวรรคยา ทั้งสองรารื่นเริงบันเทิงใจ เป็นยามดี จะมีความสุข

คืนวันพฤหัส ยามที่ 5 ยามนคร ยามโสโร (00:00-01:30) โสโร เมื่อม้าอาชาชาติ พานงนารถข้ามเขินเนินไศล ไปหาพระมารดาผู้ยาใจ แต่ยังไปไม่ถึงพอครึ่งทาง ถามถึงคนจากไป ออกเดินทางมาแล้ว แต่ยังมาไม่ถึง

คืนวันพฤหัส ยามที่ 6 ยามนคร ยามพุโธ (01:30-03:00) พุโธ มาอาศัยอยู่ในป่า พลัดกับม้านุชน้องยิ่งหมองหมาง มีโจรไพรใจกล้ามาพานาง อย่าเดินทางอันตรายจะราวี เป็นยามร้าย ถ้าออกเดินทางไป จะมีอันตราย

คืนวันพฤหัส ยามที่ 7 ยามยายี ยามรวิ (03:00-04:30) รวิ นางนงเยาว์สำเภาแตก ลำบากกายว่ายแหวกวารีศรี ห้ามมิให้เดินทางกลางนที เหตุจะมีเหมือนกันดังพรรณนา เป็นยามร้าย ห้ามเดินทางทางเรือ ไปแล้วจะมีเคราะห์

คืนวันพฤหัส ยามที่ 8 ยามชีโว (04:30-06:00) ชีโว สุริโยวโรภาส อนงค์นารถเดินไพรไกลหนักหนา ได้พบกับพาชีแสนปรีดา ก็ชักพากันไปดังใจปอง เป็นยามดี จะได้ลาภสมปรารถนา
 

 

 

“ลัคนาปฏิสนธิ” “พระจันทร์กุมลัคนาราชันโชค หรือเป็นโยคสามหน้าหรือสามหลัง ถ้าเป็นหกตกฤทธีมีพลัง เป็นสิบทั้งสิบเอ็ดเด็ดอุดม จะคุ้มครองป้องปัดพิบัติแบ่ง บาปเคราะห์แข็งหักโหดโทษทุกข์ถม จักแก้ไขให้อ่อนหย่อนระทม ดวงนิยมปฏิสนธ์ผ่อนปรนเอย.”

ยามอัฐกาลชั้นฉาย 1 ยามใช้เวลา 1 ชม.30 นาที วันพุธ ยามที่ 1 ยามยายี ยามพุธะ

วันพุธ

วันพุธ ยามที่ 1 ยามยายี ยามพุธะ (06:00-07:30) พุธะ ได้เมื่อพระฉัตทันต์ จากสวรรค์มาเกิดในไพรระหง เป็นใหญ่กว่าฝูงช้างในกลางดง พระองค์ทรงศิลาบารมี เป็นยามดี ต่อไปจะมีอำนาจ บารมี

วันพุธ ยามที่ 2 ยามนคร ยามจันเทา (07:30-09:00) จันเทา นางเช้าก็แวดล้อม สะพรั่งพร้อมเป็นขนัดล้วนหัตถี อยู่เป็นสุขทุกทิวาและราตรี มิได้มีภยันอันตราย เป็นยามดี ได้บริวารดี เดินทางสะดวกปลอดภัย

วันพุธ ยามที่ 3 ยามยายี ยามเสารี (09:00-10:30) เสารี นี้ได้จุลสุพัตรา ผูกเวลาอาฆาตดังมาดหมาย ปองจะฆ่าพระยาฉัตทันต์ตาย เป็นยามร้ายศัตรูมักดูแคลน เป็นยามร้าย จะถูกศัตรูทำร้าย

วันพุธ ยามที่ 4 ยามนคร ยามครู (10:30-12:00) ครู นางผู้มเหสีไม่สร่างโศก บังเกิดโรคในทรวงเพราะหวงแหน อกแตกตายวายชีวงในดงแดน ยามนี้แสนสุดร้ายไม่อุดม เป็นยามร้าย หากถามถึงการเจ็บป่วย จะถึงตาย วันพุธ ยามที่ 5 ยามยายี ยามภุมมะ (12:00-13:30) ภุมมะ จุลสุพัตรวิบัติแล้ว เป็นนางแก้วบุตรหม่อมจอมสนม มีสมบัติพัสถานสำราญรมย์ นางก็ชมเชยชื่นทุกคืนวัน เป็นยามดี จะได้ลาภทรัพย์สมบัติ

วันพุธ ยามที่ 6 ยามยายี ยามสุริชะ (13:30-15:00) สุริชะ นางกษัตริย์จึงตรัสถาม จงใคร่นอนทแท่นงานอันเฉิดฉัน ชะอ้อนวอนบิดาแล้วจาบัลย์ ด้วยเวลามาทันให้บันดาล เป็นยามไม่ดี

วันพุธ ยามที่ 7 ยามนคร ยามศุกระ (15:00-16:30) ศุกระ พรานไพรน้ำใจกล้า รับอาสาท้าวไทยเข้าไพรสาณฑ์ เป็นยามดีได้สมอารมณ์พราน ไปพบพานโพธิสัตว์พระฉัตทันต์ เป็นยามดี เดินทางไปจะได้ลาภ ประสบความสำเร็จในการงาน

วันพุธยามที่ 8 ยามพุธะ (16:30-18:00) พุธะ โพธิสัตว์ก็เลื่อยงา ประทานมาให้พรานขมีขมัน แล้วพระองค์มรณะในป่าวัน ในยามนั้นต้องห้ามเป็นยามตาย เป็นยามร้าย ต้องห้าม

คืนวันพุธ ยามที่ 1 ยามนคร ยามพุโธ (18:00-19:30) พุโธ โพล้เพล้จะพลบค่ำ พระลอล้ำงามเลิศดูเฉิดฉาย จากนครจรมาเอกากาย ค่อยผันผายตามเกาะละเมาะดง เป็นยามไม่ดี ห้ามเดินทางจะมีอันตรายรออยู่ข้างหน้า

คืนวันพุธ ยามที่ 2 ยามยายี ยามรวิ (19:30-21:00) รวิ รอนแรมมาในป่ากว้าง ได้พบนางพี่เลี้ยงนวลระหง เจรจาพาทีไมตรีตรง ให้พระองค์อาศัยในอุทยาน เป็นยามดี จะได้ที่อยู่อาศัย

คืนวันพุธ ยามที่ 3 ยามยายี ยามชีโว (21:00-22:30) ชีโว ยามดีไม่มีแหนง ได้เพื่อนแพงโฉมงามทรามสงสาร ประคองเคียงเลี้ยงดูพระกุมาร แสนสำราญบานพระทัยไม่ไคลคลา เป็นยามดี จะได้เจอคู่ มีความสุข

คืนวันพุธ ยามที่ 4 ยามนคร ยามศะศิ (22:30-24:00) ศะศิ ตริตรึกไม่นึกแหนง อยู่ด้วยเพื่อนกับแพงโดยหรรษา เกษมสรวลชวนชมภิรมยา ในมหาอุทยานสำราญพระทัย เป็นยามดี จะประสบความสำเร็จ

คืนวันพุธ ยามที่ 5 ยามยายี ยามศุกโกร (00:00-01:30) ศุกโกร โอ้ ท้าวเธอเศร้าจิต ระลึกคิดถึงมารดาน้ำตาไหล ไม่สู้ดียามนี้มักตรอมใจ อุประมัยเหมือนความตามนิทาน เป็นยามไม่ดี มีความทุกข์ พบอุปสรรค

คืนวันพุธ ยามที่ 6 ยามยายี ยามภุมโม (01:30-03:00) ภุมโม เมื่อพระลอเจ้าพลัดพราก กำจัดจากมารดามหาสถาน พระปู่เจ้าเข้าดลกมลมาร อย่าทำการยามนี้ผีคะนอง เป็นยามไม่ดี ห้ามทำการ

คืนวันพุธ ยามที่ 7 ยามยายี ยามโสโร (03:00-04:30) โสโร พระลอวรนาถ คิดถึงนุชสุดสวาทเจ้าทั้งสอง ก็จรจากมารดามาหาน้อง ยามนี้ต้องต้นร้ายข้างปลายดี เป็นยามก้ำกึ่ง ต้นร้าย แต่ปลายดี

คืนวันพุธ ยามที่ 8 ยามพุโธ (04:30-06:00) พุโธ เมื่อพระลอดิลกภพ มาประสพสมนางอยู่ปรางศรี สุขเกษมเปรมปราทุกราตรี เป็นยามดีจงจำซึ่งตำรา เป็นยามดี จะประสบความสำเร็จ ได้คู่
 

 

 

 

“ดวงหมัน” “อังคารคุมกุมลัคน์ในราศี ทั้งสามมีพฤศจิกาอย่าสงสัย กรกฎและเมถุนวุ่นวายใจ ทายว่าไม่มีบุตรสุดพืชพันธ์ อนึ่งองค์ภุมเมศเป็นเจ็ดชัด พฤหัสเป็นห้าชตาหมัน เสาร์อังคารทั้งคู่อยู่ด้วยกัน ในพฤศจิกกุมภะนั้นบุตรไม่มี.”

ยามอัฐกาลชั้นฉาย 1 ยามใช้เวลา 1 ชม.30 นาที วันจันทร์ ยามที่ 1 ยามนคร ยามจันเทา

วันจันทร์

วันจันทร์ ยามที่ 1 ยามนคร ยามจันเทา (06:00-07:30) จันเทา รุ่งสว่างกระจ่างแจ้ง สุริแสงส่องฟ้าสุธาสถาน ได้เมื่อเจ้าโฆษกกุมาร เกิดในครรภ์จัณฑาลทรพล เป็นยามก้ำกึ่ง ได้ของมาแต่เป็นของไม่ดี หรือ ทั้งได้และเสีย

วันจันทร์ ยามที่ 2 ยามนคร ยามเสารี (07:30-09:00) เสารี ว่าแม่แค่คลอดบุตร ก็แสนสุดยากไร้ไม่เป็นผล ร้อนรุ่มกลุ้มอกยกลูกตน ไปเสือกสนซ่อนไว้ในที่รก เป็นยามไม่ดี

วันจันทร์ ยามที่ 3 ยามนคร ยามครู (09:00-10:30) ครู ผู้เศรษฐีมาพบเข้า ก็อุ้มเอาอิงแอบไว้แนบอก เลี้ยงเป็นบุตรสุดสวาทในทารก ก็ยอมยกสมบัติให้ครอบครอง จะมีคนช่วยเหลือคอยอุปถัมภ์ จะได้ลาภไม่คาดฝัน

วันจันทร์ ยามที่ 4 ยามยายี ยามภุมมะ (10:30-12:00) ภุมมะ ฝ่ายเศรษฐีกลับพิโรธ กระทำโทษเฆี่ยนขับให้อับหมอง เป็นยามร้ายจงจำในทำนอง ท่านหมายปองทำร้ายเอาปลายมือ จะมีโทษ ถ้ามีคดีความจะแพ้คนพาล หรือบริวารให้โทษ

วันจันทร์ ยามที่ 5 ยามนคร ยามสุริชะ (12:00-13:30) สุริชะ ยามนี้เศรษฐีใช้ เป็นความในลึกลับกับหนังสือ หมายจะให้วายวางกลางไฟฮือ เจ้าโฆสกถือหนังสือวิ่งตื๋อพลัน มีผู้คิดไม่ซื่อ ลอบทำร้าย หรือ มีการวางแผนใส่ร้ายป้ายสี ห้ามเดินทาง จะเกิดอันตราย

วันจันทร์ ยามที่ 6 ยามยายี ยามศุกระ (13:30-15:00) ศุกระ วิ่งมาปะบุตรท่านเศรษฐี เป็นยามดีชีวาไม่อาสัญ บุตรเศรษฐีกลับตายวายชีวัน เจ้าโฆสกผันผายขึ้นเรือนตน เป็นยามดี จะมีผู้ช่วยเหลือให้พ้นภัยอันตราย แต่อย่าไปช่วยคนอื่น จะเกิดความเดือดร้อน

วันจันทร์ ยามที่ 7 ยามนคร ยามพุธะ (15:00-16:30) พุธะ เศรษฐีสิ้นชีวิต ถึงอนิจกรรมขัดวิบัติผล อีกสมบัติพัสถานทั้งข้าคน ไม่ชอบกลยาตราเป็นราคี หากเดินทางจากบ้าน จะเกิดความลำบากทุกข์ยาก จะสูญเสียของอันเป็นที่รัก

วันจันทร์ ยามที่ 8 ยามจันเทา (16:30-18:00) จันเทา เจ้ากุมารโฆสก ได้ป้องปกสมบัติแทนเศรษฐี มีเงินทองบ่าวไพร่ได้เป็นดี อยู่แทนที่เศรษฐีสำราญ จะได้ลาภลอย ไม่คาดฝัน หรือ ได้รับการอุปถัมภ์ค้ำจุน

คืนวันจันทร์ ยามที่ 1 ยามยายี ยามศะศิ (18:00-19:30) ศะศิ ยามค่ำพระสุรีย์ศรี เป็นยามดีมั่นคงไม่สงสัย พระเตมีย์มาเกิดกำเนิดใน ชื่นพระทัยชนนียินดีครัน เป็นยามดี ทำการงานอะไรได้รับความสะดวก

คืนวันจันทร์ ยามที่ 2 ยามนคร ยามศุกโกร (19:30-21:00) ศุกโกร เมื่อพระองค์ทรงผนวช เป็นยิ่งยวดยอดงามยามขยัน ทำสิ่งไรจะสำเร็จทุกสิ่งอัน จะรำพันกายเทียบเปรียบนิทาน เป็นยามดี ทำการสิ่งใด ก็จะประสบความสำเร็จ

คืนวันจันทร์ ยามที่ 3 ยามนคร ยามภุมโม (21:00-22:30) ภุมโม เตมีย์นั้นกลุ้มกลัด ไม่อยากตรัสพูดจาคำอาถรรพณ์ สู้นิ่งเสียเพลียกายาน่าจาบัลย์ ไม่ยอมหันเห็นใครให้อดสู เป็นยามไม่ดี ทำการงานจะเกิดอุปสรรค

คืนวันจันทร์ ยามที่ 4 ยามนคร ยามโสโร (22:30-24:00) เสาโร ปางพระโพธิสัตว์นั้น เธอหมายมั่นมัธยัสถ์ไม่ถอยหนี เมื่อคชสารหาญกล้ามาราวี ร้ายกับดีกึ่งกันจงผันตาม เป็นยามดีร้ายก้ำกึ่งกัน จะมีคนคิดร้าย แต่ไม่สามารถทำอันตรายได้

คืนวันจันทร์ ยามที่ 5 ยามยายี ยามพุโธ (00:00-01:30) พุโธ โพธิสัตว์ไม่ตรัสเหตุ พระบิตุเรศแค้นเคืองเพราะเรื่องถาม ให้ขุดหลุมฝังเสียจะเกลี่ยความ ด้วยเป็นยามร้ายแรงอย่าแคลงใจ เป็นยามไม่ดี จะถูกทำโทษ ถ้าเป็นความ จะแพ้คดี

คืนวันจันทร์ ยามที่ 6 ยามนคร ยามรวิ (01:30-03:00) ระวิ ยามงามเลิศประเสริฐศรี พระเตมีย์แผลงศักดาสุธาไหว จึงตรัสสอนสารถีที่พาไป ให้อยู่ในยุติธรรมเป็นสำคัญ เป็นยามดี จะมีบารมี มีอำนาจ

คืนวันจันทร์ ยามที่ 7 ยามนคร ยามชีโว (03:00-04:30) ชีโว โพธิสัตว์ตรัสรู้ ได้เป็นครูสิ้นสุดมนุษย์สวรรค์ ในยามนี้ดีเลิศประเสริฐครัน เป็นมหัสตะมหาโอฬาฬาร เป็นยามดี จะประสบความสำเร็จทุกประการ

คืนวันจันทร์ ยามที่ 8 ยามศะศิ (04:30-06:00) ศะศิ ค่อนรุ่งอร่ามศรี เป็นยามดีสารพรรณดังบรรหาร เมื่อพระองค์ทรงบำเพ็ญโพธิญาณ จงโปรดปรานสรรพสัตว์ในโลกา เป็นยามดีมาก
 

 

 

“ดวงการพนัน” “เจ้าเรือนเกษตรในภพกดุมภะ แต่กลับละไปเป็นอุจเรือนบสิบสอง คือนาสกับลัคน์ประจักร์ปอง เจ้าเรือนของวินาสเป็นนิจแทน ดวงเช่นนี้มีโชคฌโฉลกลั่น การพนันทุกสถานชำนาญแสน เสียสองส่วนได้สินหยิบทั่วแดน ไม่ขาดแคลนเงินตรามาเลี้ยงตน.

ยามอัฐกาลชั้นฉาย 1 ยามใช้เวลา 1 ชม.30 นาที วันอาทิตย์ ยามที่ 1 ยามนคร ยามสุริชะ

ยามอัฐกาลชั้นฉาย 1 ยามใช้เวลา 1 ชม.30 นาที วันอาทิตย์

วันอาทิตย์ ยามที่ 1 ยามนคร ยามสุริชะ (06:00-07:30) สุริชะ รุ่งอรุณแดดอุ่นอ่อน เมื่อวานรเนรคุณลิงรุ่นจิ๋ว เห็นรังนกกระจาบบนปลายงิ้ว ก็ไพล่พลิ้วเข้าอาศัยอยู่ในรัง ระวังคนแปลกหน้าเข้ามาไม่รู้จุดประสงค์

วันอาทิตย์ ยามที่ 2 ยามนคร ยามศุกระ (07:30-09:00) ศุกระ ไอ้ลิงไพรใจโกหก ลวงให้นกรักใคร่เหมือนใจหวัง จนปักษีมีไข่มิได้ระวัง เพราะเชื่อฟังลมลิงไม่กริ่งใจ จะมีคนมาพูดจาเล่นลิ้น หลอกลวง อย่าเชื่อ

วันอาทิตย์ ยามที่ 3 ยามยายี ยามพุธะ (09:00-10:30) พุธะ ไอ้ลิงป่าอุลามก เห็นไข่นกนึกหมายน้ำลายไหล เอาขึ้นจูบลูบคลำแล้วกำไว้ อยากจะใคร่ได้กินแลบลิ้นเลีย มีการลักลอบ สืบความลับ หรือ คิดไม่ซื่อ ให้ระวังทรัพย์สิน

วันอาทิตย์ ยามที่ 4 ยามนคร ยามจันเทา (10:30-12:00) จันเทา เอาไข่เข้าใส่ปาก กระโดดจากต้นงิ้วพลิ้วไปเสีย แล้วซ่อนตัวกลัววิหคนกตัวเมีย เอามือเกลี่ยกลบไข่ให้ลี้ลับ ระวังคนที่มาอาศัยอยู่ด้วยจะหักหลัง หรือ ขโมยข้าวของในบ้าน
วันอาทิตย์ ยามที่ 5 ยามยายี ยามเสารี (12:00-13:30) เสารีสกุณีไม่เห็นไข่ ก็สงสัยลิงจุ่นหมุนไปจับ พบลิงไพรถามไถ่ก็ไม่รับ ทุ่มเถียงกับนกกระจาบถึงหยาบคาย ของหายไป ได้แต่สงสัย ยังจับใครไม่ได้ และยังไม่เจอของกลาง

วันอาทิตย์ ยามที่ 6 ยามนคร ยามครู (13:30-15:00) ครู บาตาปะโสพิพากษา ว่ามืงมาอาศัยไข่เขาหาย บอกจริงๆลิงจุ่นอย่าวุ่นวาย ลิงผู้ร้ายกลับเถียงขึ้นเสียงดัง รู้ตัวคนทำผิด แต่ยังไม่พบของที่หายไป

วันอาทิตย์ ยามที่ 7 ยามยายี ยามภุมมะ (15:00-16:30) ภุมมะ พระสิทธาคว้าเชือกเถา มัดลิงเข้าศอกชิดติดสันหลัง จึงคืนไข่ให้กระจาบคาบไปรัง แต่ลิงยังไม่พ้นทรมาน หากของหาย จะเกิดการทุ่มเถียงเป็นความ แต่ทายว่าต่อไปจะได้คืน

วันอาทิตย์ ยามที่ 8 ยามสุริชะ (16:30-18:00) สุริชะ พระฤาษีจึงร้องว่า ทีนี้อย่าโว้เว้อ้ายเดรฉาน แล้วปล่อยลิงวิ่งโผนโจนทะยาน ไปสำราญอยู่ที่ลำเนาดง ถ้ามีเรื่องเป็นความ จะยอมความได้ และไม่มีโทษ

คืนวันอาทิตย์ ยามที่ 1 ยามนคร ยามรวิ (18:00-19:30) ระวิ ยามงามเลิศประเสริฐสรรพ ตามฉบับบอกไว้อย่าใหลหลง มโหสถคิดอ่านการณรงค์ ขุดอุโมงค์เข้าเมืองจุลนี มีการวางแผนการณ์ ที่คาดว่าจะสำเร็จ
คืนวันอาทิตย์ ยามที่ 2 ยามนคร ยามชีโว (19:30-21:00) ชีโว พลโห่กระหึ่มฮึก ออกสะอึกราญรบไม่หลบหนี ก็ยกทัพเคลื่อนคลาเข้าธานี พอถึงที่หยุดขยับตั้งทัพชัย ออกเดินทางไปแล้วดี หรือ คนที่จากไปจะกลับมา

คืนวันอาทิตย์ ยามที่ 3 ยามยายี ยามศะศิ (21:00-22:30) ศะศิ ตริกล่าวท้าววิเท่ห์ สมคะเนนึกพะวงให้หลงใหล ถึงนิเวศน์เวียงวังดังพระทัย ตามมโหสถไปไม่ช้าที จะดีร้าย ยังไม่แน่นอน

คืนวันอาทิตย์ ยามที่ 4 ยามยายี ยามศุกโกร (22:30-24:00) ศุกโกร โอ้ท้าวทุกข์เทวษ ทอดพระเนตรนกไม้ในไพรศรี คะนึงถึงลูกท้าวจุลนี จนถึงที่กองทัพพลับพลาไชย ไม่มีข่าวคราว ข้าวของหายไปยังไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ไหน

คืนวันอาทิตย์ ยามที่ 5 ยามนคร ยามภุมโม (00:00-01:30) ภุมโม โยธาสิบห้าแสน สะเทือนแผ่นโลกาสุธาไหว ทั้งแตรสังข์แซ่ซ้องกึกก้องไพร ก็แห่ห้อมล้อมไปถึงในเมือง หากเดินทางจะประสบความสำเร็จดี คนที่จากไปจะกลับมา

คืนวันอาทิตย์ ยามที่ 6 ยามนคร ยามโสโร (01:30-03:00) เสาโร รีบรุดมุดขึ้นได้ ก็จับชาวเวียงชัยมาแน่นเนือง ทั้งลูกสาวข้าวของก็นองเนือง ได้บ้านเมืองหมดทั่วทั้งรั้ววัง เป็นยามดี จะได้ลาภ จะประสบความสำเร็จ ของหายไปก็จะได้คืน

คืนวันอาทิตย์ ยามที่ 7 ยามยายี ยามพุโธ (03:00-04:30) พุโธ โอ้ท้าวจุลนีราช แพ้เจ้าปราชญ์คิดไว้ไม่สมหวัง เธอเสียลูกเสียเมียเสียเวียงวัง เสียทั้งไพร่ทั้งพลแลมนตรี เป็นยามไม่ดี หากมีคดีความจะแพ้ ข้าวของเสียหาย ไม่ได้คืน

คืนวันอาทิตย์ ยามที่ 8 ยามรวิ (04:30-06:00) รวิ งามยามสุดปัจจุสมัย จวนจะใกล้รุ่งสางสว่างศรี ได้เมื่อครั้งองค์ท้าวจุลนี เธอเสียทีย่อยยับอัปรา เป็นยามไม่ดี ไม่มีลาภ การงานยังไม่ประสบผล ทำอะไรไม่ประสบความสำเร็จ
“ดวงเศรษฐี” “เจ้าเรือนลัคน์ไปพักกุมกดุมภะ ไม่เป็นประเป็นนิจผิดพงษา เจ้าเรือนกดุมภ์กลับมากุมลัคนา เป็นโภคาเงินทองนองอนันต์ อีกอนึ่งพึงรู้เจ้าเรือนลัคน์ ถอยมาพักอยู่กดุมภ์กุมเหมาะมั่น เจ้าของภพหลบมาลาภะพลัน เป็นราชันแห่งทรัพย์นับมากมี อนึ่งโสดโปราดหาจันทราสถิตย์ อยู่ภพใดให้คิดเช่นลัคน์นี้ เจ้าของภพหลบไปในเรือนดี เหมือนดั่งที่กล่าวยุบลข้างต้นเอย.”

ดาวเจ้าเรือนราศีใดไปอยู่ในภพเสื่อม หรือมีตำแหน่งเป็นนิจ ประ และราศีนั้น ดาวนั้นเป็นธาตุใด ความบกพร่องของอวัยวะภายในของร่างกายนั้นคือที่ตั้งของความป่วยไข้ ของคน ๆ นั้น

ดาวเจ้าเรือนราศีใดไปอยู่ในภพเสื่อม หรือมีตำแหน่งเป็นนิจ ประ และราศีนั้น ดาวนั้นเป็นธาตุใด ความบกพร่องของอวัยวะภายในของร่างกายนั้นคือที่ตั้งของความป่วยไข้ ของคน ๆ นั้น
ดาวเจ้าเรือนราศีใดไปอยู่ในภพเสื่อม หรือมีตำแหน่งเป็นนิจ ประ และราศีนั้น ดาวนั้นเป็นธาตุใด ความบกพร่องของอวัยวะภายในของร่างกายนั้นคือที่ตั้งของความป่วยไข้ ของคน ๆ นั้น

ดาวเจ้าเรือนราศีใดไปอยู่ในภพเสื่อม หรือมีตำแหน่งเป็นนิจ ประ และราศีนั้น ดาวนั้นเป็นธาตุใด ความบกพร่องของอวัยวะภายในของร่างกายนั้นคือที่ตั้งของความป่วยไข้ ของคน ๆ นั้น
มีการกล่างถึงว่า จักรราศีประจำร่างกายของคน อย่างเช่น ราศีเมษประจำอยู่ที่บริเวณหน้าและศีรษะ ราศีพฤกษภประจำอยู่ที่บริเวณลำคอ ราศีเมถุนประจำอยู่ที่แขนหัวไหล่ ราศีกรกชประจำแอยู่ที่หน้าอกเต้านม ราศีสิงห์ประจำอยู่ที่หัวใจร เป็นต้น
แต่ในอดีตประเทศแถบยุโรปประมาณปี ค.ศ.1400 ถึง ค.ศ.1700 นักศึกษาวิชาแพทย์ศาสตร์ ต้องเรียนวิชาโหราศาสตร์กายวิภาคด้วยเป็นเวลา 3 ปี เพื่อใช้ร่วมในการวินิจฉัยโรค

หนังสือเล่มนี้เป็นผลงานของท่านพันเอก (พิเศษ) นายแพทย์ ช่วย ทองใบ ผู้ล่วงลับซึ่งได้อุทิศชีวิตให้แก่วงการแพทย์และโหราศาสตร์และได้เขียนเวชศาสตร์โหราศาสตร์ ขึ้นมา

ราศีกับอวัยวะ
ราศีเมษ – ศีรษะ , หน้า , แก้ม , ตา , หู , ปาก ฯลฯ
ราศีพฤษภ – คอ, ด้านนอก-ในของคอ, หลอดอาหาร
ราศีเมถุน – แขน,หัวไหล่,ระบบหายใจ
ราศีกรกฎ – เต้านม, ช่องท้องส่วนบน , ตับ, ถุงน้ำดี, ตับอ่อน, กระเพาะอาหาร, มะเร็ง
ราศีสิงห์ – หัวใจ
ราศีกันย์ – ลำไส้
ราศีตุลย์ – กะบังลม, หลังส่วนล่าง, ไต, รังไข่, ไส้ตรง, ไส้ใหญ่บางส่วน, ช่องคลอด
ราศีพิจิก – อวัยวะสืบพันธุ์, กระเพาะปัสสาวะ, ทวารหนัก
ราศีธนู – ตะโพก, ขาอ่อน
ราศีมังกร – หัวเข่า, กระดูก, ข้อต่อ, ผิวหนัง, ขน, ผม
ราศีกุมภ์ – ขาส่วนล่าง
ราศีมีน – เท้า

พระเคราะห์แสดงอิทธิพลของทหาร ปกิณกะโหราศาสตร์ โดย พ. พฤหัสบดี หรือ พลตรี พิสณห์ สุรฤกษ์

พระเคราะห์แสดงอิทธิพลของทหาร ปกิณกะโหราศาสตร์ โดย พ. พฤหัสบดี หรือ พลตรี พิสณห์ สุรฤกษ์

พระเคราะห์แสดงอิทธิพลของทหาร พระ ดาวอังคาร, หมายถึง ทหารทั่วไป พระ ดาวอาทิตย์ ดาวอังคาร, ทหารรักษาวัง ทหารม้า ทหารปืนใหญ่  ดาวจันทร์ ดาวอังคาร, ทหารเรือที่อยู่ประจำเรือ – ที่อยู่ประจำป้อมชายทะเล พระ ดาวอังคาร ดาวพุธ, ทหารราบ ทหารสื่อสารที่ใช้เครื่องมือสื่อสารทุกชนิด ทหารเหล่านาวิกโยธิน พระ ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี, ทหารรักษาพระองค์ ทหารที่เป็นครูทหาร (ครู ร.ร. นายร้อย) อนุศาสนาจารย์ พระ ดาวอังคาร ดาวศุกร์, ทหารพาหนะที่ใช้เกวียน ทหารสัมภาระ พระ ดาวอังคาร ดาวเสาร์, ทหารสื่อสารที่ใช้พาหนะส่งสาร ทหารพาหนะที่ใช้รถลำเลียงกระสุน ทหารหมอ ทหารที่ประจำกรมยุทธโยธาทำช่างสะพานหรือทำช่างถนน พระ ดาวอังคาร ดาวราหู, ทหารอากาศ ทหารหมอยา ทหารช่างไม้ พระ ดาวอังคาร ดาวเกตุ, ทหารช่าง ทหารพาหนะทางเรือ พระ ดาวราหู ดาวมฤตยู, กรมวิทยาศาสตร์ทหารบก ทหารที่ทำงานอยู่กรมวิทยาศาสตร์ กรมช่างแสง (เฉพาะที่รักษาความสะอาดปืนเท่านั้น) พระ ดาวอาทิตย์ ดาวอังคาร ดาวเสาร์, ทหารรถรบ พระ ดาวอังคาร ดาวเสาร์ ดาวมฤตยู, กรมช่างแสง โรงหล่อที่ทำอาวุธหรือหล่อเหล็ก ทหารที่อยู่ประจำกรมช่างแสง ทหารพาหนะที่ลำเลียงกระสุน

เมื่อดาวพระเคราะห์โคจรจรผ่านภพที่ ๗“หรือภพปัตนิ

เมื่อดาวพระเคราะห์โคจรจรผ่านภพที่ ๗“หรือภพปัตนิ อาทิตย์จรผ่านภพที่ ๗ จะมีการติดต่อสัมพันธ์เกี่ยวกับธุรกิจกับผู้อื่น หรือคบหาสมาคมกับเพศตรงข้าม มีเรื่องราวเกี่ยวกับคดี พิธีสมรส การแข่งขัน ร่วมธุรกิจเข้าหุ้นส่วนเป็นระยะที่มีเหตุการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้นเกี่ยวกับภพ ๗ เกณฑ์ดีหรือเกณฑ์ร้ายให้พิจารณามุมจุดดับว่ามีทัศนะสัมพันธ์กับดาวอื่นๆ ในดวงชาตากำเนิดประกอบ มีโยคเกณฑ์ดีร้ายอย่างไร ให้พิจารณาทายไปตามนั้น จันทร์จรผ่านภพที่ ๗ จะมีการติดต่อกับผู้อื่น เช่นธุรกิจที่นัดหมายไว้ คนรัก หรือเพื่อนฝูงและญาติมิตร รวมทั้งเรื่องราวข่าวคราวจากสามีหรือภรรยา การนัดหมายกับเพศตรงข้าม เรื่องเกี่ยวกับคดี รวมทั้งการไปในงานมงคลสมรส ตลอดจนเรื่องราวของภพที่ ๗ ทั้งหมด อันเป็นเหตุการณ์ประจำวันซึ่งจะเกิดขึ้นอย่างใดอย่างหนึ่ง ฯลฯ สำหรับเหตุการณ์ดีร้ายนั้น ให้พิจารณาหลักเกณฑ์ที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น พุธจรผ่านภพที่ ๗ ทำนายว่าจะมีข่าวหรือจดหมายเกี่ยวกับเรื่องราวซึ่งเป็นความหมายของภพที่ ๗ ทั้งยังจะมีบุคคลที่เป็นนักศึกษาหรือนักธุรกิจรวมทั้งเรื่องราวที่ติดต่อในทางเขียน ทางสัญญาเกิดขึ้นด้วย ผู้ที่จะเข้ามาติดต่อกับตัวท่านในระยะนี้ ส่วนมากจะเป็นนักหนังสือพิมพ์ นักเขียน หรือทนายความรวมทั้งบุคคลที่มีอาชีพเป็นครูบาอาจารย์ด้วย เรื่องราวซึ่งจะให้ผลดีหรือร้ายนั้น ให้พิจารณาตำแหน่งสัมพันธ์ของดาวพุธกับดาวเคราะห์อื่นๆในดวงชาตากำเนิด ถ้าเป็นตำแหน่งสัมพันธ์ที่ดี ก็ให้ทำนายว่าจะเป็นเรื่องดี ถ้าเป็นตำแหน่งสัมพันธ์ร้าย ก็ให้ทำนายว่าจะไม่ได้ผลในเรื่องดังกล่าวข้างต้น ดังเกณฑ์การพิจารณาซึ่งได้กล่าวไว้แล้วข้างต้นในบทก่อนๆ ศุกร์จรผ่านภพที่ ๗ ทำนายว่าจะมีเรื่องราวเกี่ยวกับการติดต่อบุคคลที่เป็นศิลปิน นักจิตกร เรื่องราวเกี่ยวกับบทเพลงและความสนุกสนานรื่นเริง เช่น งานเต้นรำ หรือราตรีสโมสร หรือการประกวดเครื่องแต่งกายและความงาม นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวเกี่ยวกับความรัก ธุรกิจติดต่อเกี่ยวกับเรื่องสมรส และเหตุการณ์ทั้งหมดที่เป็นเรื่องให้ความสุขใจ ส่วนมากบุคคลที่มาติดต่อกับท่านในระยะนี้เป็นบุคคลที่ดี และส่วนมากมักจะให้คุณ นอกจากนี้เรื่องราวเกี่ยวกับคดีกรณีพิพาทต่างๆ และเรื่องราวที่เกี่ยวกับการต่อสู้ แข่งขัน หรือการนัดหมายพบปะ ส่วนมากมักจะประสพผลเป็นที่พอใจ ฯลฯ อนึ่ง ถ้าดาวศุกร์มีตำแหน่งสัมพันธ์ดีกับดาวอาทิตย์, จันทร์ และพฤหัส แสดงว่าจะมีโชคลาภ ถ้าสัมพันธ์กับดาวบาปเคราะห์ไม่สู้จะเป็นผลดีนัก แต่ถ้าดาวศุกร์ มีตำแหน่งสัมพันธ์ร้ายโดยเฉพาะเกี่ยวกับดาวศุภเคราะห์ ส่วนมากไม่รู้จะให้ผลร้ายนัก แต่ถ้าเป็นตำแหน่งร้ายกับดาวบาปเคราะห์ จะได้รับความผิดหวังจากบุคคลที่มาติดต่อ และเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับภพที่ ๗ นี้ สำหรับการพิจารณาอื่น ให้ถือตามหลักเกณฑ์ที่กล่าวมาแล้วข้างต้นและในภพก่อนๆ อังคารจรผ่านภพที่ ๗ ทำนายว่าเป็นระยะที่ไม่ดีสำหรับการแต่งงาน การติดต่อสัมพันธ์ การเป็นความ การดำเนินงานเข้าหุ้นส่วนร่วมกัน ซึ่งทั้งนี้มักจะนำไปสู่การแตกร้าวและการทะเลาะวิวาทในที่สุด หรือการถูกขัดขวางและคัดค้านอย่างรุนแรงทั้งยังจะก่อให้เกิดศัตรูทั้งทางตรงและทางอ้อมอีกด้วย และถ้าดาวอังคารมณฑ์ เป็นเวลานานก็ยิ่งจะก่อให้เกิดความเดือดร้อนยิ่งขึ้น และถ้าดาวอังคารไปเป็นโยคเกณฑ์ร้ายกับดาวเคราะห์อื่นๆ ในดวงชาตากำเนิด เฉพาะอย่างยิ่ง อาทิตย์และจันทร์ ก็ยิ่งก่อให้เกิดโทษมากยิ่งขึ้น หากดาวอังคารประจำเดือนมีตำแหน่งสัมพันธ์ดีกับดาวเคราะห์อื่นๆ ในดวงชาตากำเนิดเรื่องร้ายที่เกิดขึ้นนั้นก็จะเป็นเรื่องที่จะสงบได้ในที่สุด ทั้งนี้จนกว่าดาวอังคารจะผ่านภพนี้ไป พฤหัสจรผ่านภพที่ ๗ ทำนายว่าเป็นเกณฑ์ ปีที่ดีสำหรับการวิ่งเต้นซื้อขายเพื่อหากำไร การเก็งกำไร การลงทุนเข้าหุ้นส่วน การดำเนินงานใดๆเพื่อหาผลประโยชน์ นอกจากนั้นยังเป็นโอกาสที่จะได้รับความสำราญสนุกสนาน ความรักโอกาสที่จะรู้สำนึกตื่นตัวอีกครั้งหนึ่ง รวมทั้งโอกาสที่ได้ทำความสัมพันธ์ ความผูกพันธ์ การติดต่อกับสตรีในทางความรักและการสมรส อนึ่งถ้าดาวพฤหัสมีตำแหน่งสัมพันธ์ดีกับดาวศุกร์, อาทิตย์ หรือจันทร์ หรือเป็นตรีโกณร่วมธาตุตัวหนึ่งตัวใดหรือสองตัว หรือทั้งสามตัว ย่อมแสดงว่าเจ้าชาตาจะมีการสมรสในระยะนั้น หรือจะมีโชคลาภความสำเร็จจากผู้อื่น หรือจากการลงทุนร่วมหุ้น รวมทั้งจะชนะคดีด้วย ดาวพฤหัสเป็นดาวที่อำนวยโชคลาภความสำเร็จ ถ้าตำแหน่งของดาวพฤหัสประจำปีผ่านภพที่ ๗ นี้เป็นอุจจ์ เป็นเกษตร อุปสรรคนี้ก็จะผ่านไป แต่ถ้าดาวพฤหัสประจำปีเป็นตำแหน่งสัมพันธ์ร้ายกับดาวบาปเคราะห์ เฉพาะอย่างยิ่ง ดาวเสาร์และมฤตยู ก็จะเกิดอุปสรรคมาก จนถึงไม่อาจอำนวยความสมหวังได้ เสาร์จรผ่านภพที่ ๗ ทำนายว่าจะได้รับความยุ่งยากหรือเสียใจเกี่ยวกับเหตุการณ์ภายในครอบครัวและผู้อื่น พึงระวังความเข้าใจผิดซึ่งกันและกันอย่างร้ายแรง การแยกทาง การหย่าร้าง การแยกออกไปอยู่ต่างหากจากกัน ความโศกเศร้าโทมนัส (แต่สำหรับบุคคลซึ่งมีความเข้มแข็งพอ ไม่ประหวั่นสะทกสะท้านต่อเหตุการณ์ที่ผันแปร และมีกำลังใจดี สามารถระงับสติอารมณ์ได้อย่างหนักแน่น กลับจะเป็นการขันเกลียวสัมพันธ์ให้แน่นหนายิ่งขึ้น ผูกมัดจิตใจคู่สมรสให้รักใคร่ซื่อสัตย์ต่อกันยิ่งขึ้นด้วยคำมั่นสัญญาและคำปฏิญาณ) ทั้งยังอาจมีคดี หรือศัตรูที่จะก่อความเดือดร้อนให้แก่เจ้าชาตาอีกด้วย และถ้าดาวเสาร์ประจำปีผ่านมานี้มีตำแหน่งสัมพันธ์ร้ายกับอาทิตย์ จันทร์ และศุกร์ด้วยแล้ว เหตุการณ์ร้ายดังกล่าวก็ไม่อาจที่จะสงบได้ จะต้องเกิดความวิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งขึ้นอย่างแน่นอน เป็นระยะที่ไม่ดีที่จะดำเนินวิถีชีวิตในการเสี่ยงทุกชนิด และต้องตรวจสอบเหตุการณ์อย่างหนึ่งอย่างใดที่ได้กระทำไว้แต่หนหลัง ถ้าดวงชาตากำเนิดมีอาทิตย์และเสาร์เล็งกันอยู่แล้ว เมื่อดาวเสาร์ประจำปีโคจรเข้ามาเล็งหรือทับอีกครั้งหนึ่ง ให้พึงระวัง จะต้องคดีซึ่งจะต้องหลุดจากตำแหน่งหน้าที่ หรือต้องถูกจองจำคุมขัง ติดคุกติดตาราง อาจจะต้องถึงเสียชีวิตด้วยการอุปัทวเหตุหรืออย่างหนึ่งอย่างใดก็ได้ ทั้งนี้ให้ถือดวงชาตากำเนิดเป็นหลักประกอบพิจารณา ถ้าหากชะตากำเนิดมีเกณฑ์ดี เช่นอาทิตย์มีเกณฑ์ดีกับดาวพฤหัสในดวงชาตากำเนิด ความร้ายแรงที่เกิดขึ้นนั้นก็พอจะบันเทาเบาบางลงบ้าง ไม่ถึงกับจองจำคุมขัง หรือปลดจากตำแหน่งหน้าที่ สำหรับดาวเสาร์ประจำปีที่เป็นโยคเกณฑ์ดีกับดาวเคราะห์อื่นๆ ในดวงชาตากำเนิดนั้น ถ้าดาวเสาร์ไม่เป็นตำแหน่งสัมพันธ์ร้ายกับอาทิตย์ จันทร์ และศุกร์ในดวงชาตากำเนิด ก็พอจะมีส่วนดีอยู่บ้าง และเหตุการณ์ร้ายในทำนองที่กล่าวก็จะไม่ร้ายแรงมากนัก มฤตยูจรผ่านภพที่ ๗ ทำนายว่าหมายถึงการแยกทางกันเดิน การแยกกันอยู่ การสูญเสียมิตรหุ้นส่วน ครอบครัว และคนรัก ผู้ร่วมกิจการอย่างหนึ่งอย่างใด การฉีกสัญญา และพันธกรรมที่มีต่อกันการหย่าร้าง ศัตรูจากผู้ใหญ่ ผู้บังคับบัญชา ผู้มีอำนาจ ในบางกรณีความรักอย่างฉันท์มิตรโดยมิได้เกิดขึ้น เพราะแรงราคะตัณหาอาจเกิดขึ้นในระยะนี้ก็ได้ แต่เหตุการณ์จะไม่สู้ร้ายแรงมากนัก ถ้าดาวมฤตยูประจำปีไม่เป็นตำแหน่งสัมพันธ์ร้ายกับดาวเคราะห์อื่นๆในดวงชาตากำเนิด เฉพาะอย่างยิ่ง อาทิตย์ จันทร์ และศุกร์ สำหรับความหนักเบาของเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นนั้น ให้พิจารณาทำนองเดียวกับเสาร์ แต่สำหรับดาวมฤตยูนี้ ระยะโคจรนานถึง ๗ ปี จึงจะผ่านราศีหนึ่งๆ ต้องถือเอาองศาของดาวดวงนี้เป็นหลักพิจารณาโยคเกณฑ์ดีร้าย ซึ่งดาวดวงนี้เป็นมุมดีหรือร้ายกับดาวเคราะห์อื่นๆ ในดวงชาตากำเนิด เฉพาะอย่างยิ่ง ต้องถือเอาองศาที่ใกล้ที่สุดเป็นสำคัญ เนปจูนจรผ่านภพที่ ๗ ระวังจะถูกหลอกลวงจากผู้อื่นในเรื่องความรัก การเข้าหุ้นส่วนกัน และเรื่องราวที่เกี่ยวกับการร่วมมือในกิจการทั้งหลาย นอกจากนี้ระวังจะถูกชักจูงไปในอบายมุขและงานที่ผิดกฏหมาย รวมทั้งการเมืองด้วย อย่างไรก็ดี ให้พิจารณาตำแหน่งสัมพันธ์ของดาวเนปจูนกับอาทิตย์ จันทร์ และศุกร์ เป็นสำคัญ ส่วนวิธีการพิจารณาอื่นๆ ให้พิจารณาเช่นเดียวกับมฤตยู”

ดูเกณฑ์ย้าย ย้ายการงาน ย้ายบ้าน หรือออกจากงาน ให้ดู ๗ กับ ๕ คือ ๗ กับ ๕ เป็นศรี มนตรี เดช อุตสาหะ แล้วยกหนีไปเสียจากราศีซึ่งทับลัคนา ร่วม เล็ง โยค ลัคน์ และในขณะเดียวกัน

ดูเกณฑ์ย้าย ย้ายการงาน ย้ายบ้าน หรือออกจากงาน ให้ดู ๗ กับ ๕ คือ ๗ กับ ๕ เป็นศรี มนตรี เดช อุตสาหะ แล้วยกหนีไปเสียจากราศีซึ่งทับลัคนา ร่วม เล็ง โยค ลัคน์ และในขณะเดียวกัน อาทิตย์ จันทร์ ซึ่งเป็นกาลกิณีจรเข้าถึงลัคน์อย่างหนึ่ง หรือมูละจรถึงลัคน์อย่างหนึ่ง จะต้องออกจากงานหรือย้ายหน้าที่ หรือย้ายที่อยู่แล้วแต่กำลังแรงของดาวเคราะห์นั้นๆ จะแรงเพียงใด และพิจารณาว่าดาวเดิมนั้นเป็นอะไรอยู่ ซึ่งเป็นเครื่องพิเคราะห์ประกอบด้วยตามที่สังเกตมา การย้ายหรือจะไปต่างประเทศ มักเป็นอาทิตย์จรมาถูกอาทิตย์เดิม และมูละจรมาถึงลัคน์พร้อมๆกันกับอาทิตย์ อนึ่ง ถ้า ๕ เป็นศรี มนตรี เดช อุตสาหะ จรยกหนีเสียจากที่ที่ถูกลัคน์ และจันทร์จรมาร่วมราศีลัคน์หรือถึงลัคน์วันใด วันนั้นจะต้องย้ายใกล้ๆ ถ้าโชคดีก็ย้ายไปดี การเดินทางไกล ๑ หรือ ๗ จรเป็นมูละต้องลัคนา และ ๓ + ๕ มาต้องลัคน์ด้วย ส่วนข้อที่ว่าจะออกเดินทางวันใด ให้ดูว่าดาวอะไร ยกเข้าในเรือน ที่ ๓ จากลัคน์ คือถือเอาวันที่ดาวยกเข้าในเรือนที่ ๓ เป็นวันออกเดินทางจากที่และพอดาวนั้นออกจากเรือนที่ ๓ ก็เป็นวันออกเดินทางกลับ ถ้ามีดาวเคราะห์อื่นเดินเข้ามาในราศีสาม ก็ไม่มีการเดินทาง อีกอย่างหนึ่งดาวเสาร์ซึ่งเป็นมนตรี หรือศรีถูกลัคน์อยู่แล้วกลับพัก (ถอยหลัง) ก็เป็นเกณฑ์ออกเดินทาง แต่พอเสาร์เสร็จเป็นวันเดินทางกลับ ข้อนี่ไม่ต้องอาศัยองศา คือพอ ๗ ยกเป็นวันเดินทาง แต่ต้องอาศัยเรือนที่ ๓ ด้วยเช่นเดียวกัน.”

ดาวพฤหัส (๕) เป็นอริ มรณะ วินาสน์ ในชะตากำเนิด และเป็นมหาทักษากำเนิด

ดาวพฤหัส (๕) เป็นอริ มรณะ วินาสน์ ในชะตากำเนิด แสดงว่าเจ้าชะตาเป็นคนฉลาดเฉียบแหลมในนโยบายต่างๆดีนัก แต่ ๕ เป็น อริ มักได้รับความกระทบกระเทือนกับผู้ใหญ่บ้าง ๕ เป็นวินาศ เป็นผู้มีชื่อเสียงเด่นกว่าผู้อื่น แต่ผู้ใหญ่มักคอยกดโดยเกรงว่าจะไปได้ดีกว่า ๕ เป็น ๑๑ กับลัคนาในพื้นชะตาเดิม แสดงถึงการหาเงินคล่อง และเป็นดวงปัญญา แสวงหาศีลธรรมอย่างดีเยี่ยม ๕ เป็นบริวาร ดีทางหาคนใช้ได้คนดีๆ ๕ เป็นอายุ ดีทางครอบครัว และความสุขในครอบครัว ๕ เป็นเดช ดีทางหาชื่อเสียงและอำนาจ ๕ เป็นศรี ปัญญาดีทางแสวงหาสตรี ๕ เป็นมูล แสดงถึงเจ้าชะตามีปัญญาในทางหาเงินทองร่ำรวยบ้างพอควร แต่จะดียิ่งในทางเป็นสมณะมากกว่าฆราวาส ๕ เป็นอุตสาหะ ดีทางช่วยเหลือตนเองอย่างเก่งกล้าไม่ท้อถอย ๕ เป็นมนตรี ดีทางยศศักดิ์ทางวงการบ้านเมือง ถ้า ๕ เป็นกาลกิณีไม่ดี ดวงกำเนิด ๕ เป็นกรรมะ แสดงถึงเป็นคนอาภัพ ทำความดีเท่าใดผู้ใหญ่หรือคนทั่วไปเห็นน้อยกว่าที่ทำไว้มาก แม้จะได้รับความชมเชยก็เดี๋ยวเดียว และแสดงว่าไม่มีความทะเยอทะยานในยศศักดิ์

ดาวราหู ถึง ลัคนา

“ดาวราหู ถึง ลัคนา” “ถ้าในชะตาเดิม ดาวราหู เป็นมูละถึงลัคนา แสดงถึงผู้มีโชคในการพนันอย่างเยี่ยม หรือมีมรดกมาก ร่ำรวยในการค้าของเมา หรือยาต่างๆ ของที่เป็นน้ำ โชครับมรดก ดาวราหู ต้องร่วม และ ๖ เป็น ๑๑ แก่ลัคน์จึงเป็นมรดกใหญ่มาก ถ้า ดาวราหู เล็งหรือเป็นโยค เพียงแสดงการรวยส่วนตัว ดาวราหู เป็นศรี แสดงถึงการมีโชคในการพนันเป็นที่สอง แต่ได้แล้วเสียไป มักชอบการพนันเป็นอาชีพ ถึงหลงมึนเมาและแสดงถึงเชื่อคนง่าย ถ้ามี ๒ หรือ ๕ ร่วมด้วย ก็มักเชื่อคนง่ายมากขึ้น ใครบอกก่อนเป็นเชื่อมาก ดาวราหู เป็นเดชมักหลงใช้อำนาจในทางผิด เมื่อมีโชคแล้วไม่หายนะ ดาวราหู เป็นมนตรี แสดงถึงฐานะสูง ไม่ชอบการพนัน มักได้โชคถ้าแรกริเล่นการพนัน มรดกได้ทั้งส่วนตัว และส่วนสามีด้วย ดาวราหู เป็นอุตสาหะ แสดงถึงความพยายามดีเยี่ยม ถ้าไม่ถึงลัคน์ จะกลายเป็นคนเกียจคร้านมาก เว้นแต่จะมีดาวดีช่วย ถ้าเล่นการพนันจะฉิบหาย ดาวราหู เป็นอายุถึงลัคน์ แสดงถึงจะหลงดำเนินทางผิด มีมานะทิฐิมากเกลียดการพนัน ดาวราหู เป็นอริ, มรณะ, วินาศ ก็เกลียดการพนัน แต่ถ้าขัดเพื่อไม่ได้ ทั้งๆที่ไม่ชอบ เพื่อนหนุนหนักเข้า พอเล่นก็มักได้โชคดีเป็นครั้งคราว การพยากรณ์โชคใหญ่ ลาภมาก จะต้องให้พระเคราะห์ซึ่งเป็นอายุเดิมจรมาเป็นศรี, มนตรี, เดช, อุตสาหะ จรถึงลัคน์ จึงจะได้โชคจริง ถ้าตัวอายุเดิมเป็นกาลกิณี, มูละ, อายุ, บริวาร ไม่มีโชคใหญ่ในปีนั้น.” หมายเหตุ หนึ่ง, ดาวราหู ในชะตาเดิมเป็นกาลกิณี ท่านไม่ได้กล่าวถึงไว้นะครับ (เผื่อใครรออยู่) และ สอง, ดาวราหู ในชะตาเดิม เป็นบริวาร ไม่มีนะครับ (เว้นแต่ในชะตาจร) เพราะถ้ามี ดาวราหู เป็นบริวารเดิม ก็คือมี ๕ เป็นกาลกิณีเดิม คนๆนั้นคงไม่น่าจะมีชีวิตอยู่รอด