All posts by admin

พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เตือน ประชาชน ไม่สมัครใจอยู่บ้าน ศุกร์หน้า ติดไวรัสโควิด-19 นับหมื่นคน ดูให้จบนะครับ แล้วจะเข้าใจว่ารัฐบาลอยากให้พวกเราช่วยกันหยุดยั้งการแพร่ของโรคนี้ ด้วยตัวของพวกเราทุกๆคน รัฐบาลยังไม่ได้บังคับใช้กฎหมายกับพวกเรา ช่วยๆกันนะครับ

พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เตือน ประชาชน ไม่สมัครใจอยู่บ้าน ศุกร์หน้า ติดไวรัสโควิด-19 นับหมื่นคน
ดูให้จบนะครับ แล้วจะเข้าใจว่ารัฐบาลอยากให้พวกเราช่วยกันหยุดยั้งการแพร่ของโรคนี้ ด้วยตัวของพวกเราทุกๆคน รัฐบาลยังไม่ได้บังคับใช้กฎหมายกับพวกเรา ช่วยๆกันนะครับ

พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เตือน ประชาชน ไม่สมัครใจอยู่บ้าน ศุกร์หน้า ติดไวรัสโควิด-19 นับหมื่นคนพล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เตือน ประชาชน ไม่สมัครใจอยู่บ้าน ศุกร์หน้า ติดไวรัสโควิด-19 นับหมื่นคน
พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) ในฐานะผู้รับผิดชอบด้านความมั่นคง กล่าวว่า ขณะมีการจัดตั้งจุดควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาด ทั่วประเทศแล้ว 357 จุด เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่จะเป็นตำรวจและฝ่ายปกครองมีทหารเข้าร่วมเพียง 7 จุดในกทม. ซึ่งจุดต…
ดูเพิ่มเติม

แต่ถ้าอยากเป็นโหรดังต้องทำดังนี้

แต่ถ้าอยากเป็นโหรดังต้องทำดังนี้

1. ต้องจำและนับเลข ๑๒๓๔๕๖๗๘๙๐ ได้ขึ้นใจ

2. ต้องจำได้ว่าเลขทั้งหมดนี้เขาเอามาแทนดาว 10 ดวง เริ่มกันที่ ๑ แทนดาวอาทิตย์ ๒ แทนดาวจันทร์ ๓ แทนดาวอังคาร ๔ แทนดาวพุธ ๕ แทนดาวพฤหัสบดี ๖ แทนดาวศุกร์ ๗ แทนดาวเสาร์ ๘ แทนดาวราหู ๙ แทนดาวเกตุ ๐ แทนดาวมฤตยู

3. เมื่อแทนดาวเรียบร้อยแล้วเขาก็กำหนดให้จำง่าย ๆ ว่า ทายยศศักดิ์ทายอาทิตย์ ๑ ทายจริตให้ทายจันทร์ ๒ ทายกล้าแข็งขยันทายอังคาร ๓ ทายอ่อนหวานให้ทายพุธ ๔ ทายปัญญาบริสุทธิ์ทายพฤหัส ๕ ทายกิเลสกำดัดให้ทายศุกร์ ๖ ทายโทษทายทุกข์ให้ทายเสาร์ ๗ ทายมัวเมาให้ทายราหู ๘ ทายอายุยืนให้ทายเกตุ ๙ ทายอาเพททายมฤตยู ๐

4. เมื่อจำได้ว่าดาวอะไรทายอะไร ก็ต้องจำเพิ่มอีกว่าดาว ๑-๗ เป็นดาวคู่ธาตุไฟ ๒-๕ เป็นดาวคู่ธาตุดิน ๓-๘ เป็นดาวคู่ธาตุลม ๔-๖ เป็นดาวคู่ธาตุน้ำ ๙-๐ เป็นดาวไม่มีธาตุ คือกลาง ๆ ตามตำนานเขาจัดให้เป็นวิญญาณธาตุ

5. เมื่อรู้ว่าดาวอะไรเป็นธาตุอะไร ต้องจำอีกว่า ดาวอะไรเป็นดาวที่เป็นคู่มิตรเช่น ๑-๕ ๒-๔ ๖-๓ ๘-๗ เขามีกลอนยกำกับว่า อาทิตย์เป็นมิตรกับครู จันทร์โฉมตรูพุธนงเยาว์ ศุกร์ปากหวานอังคารรับเอา ราหูกับเสาร์เป็นมิตรแก่กัน

6. ธรรมดาเมื่อมีดาวคู่มิตรก็ต้องมีคู่ศัตรูเช่น ๑-๓ ๒-๕ ๖-๗ ๔-๘  นี่คือคู่ศัตรูหลักที่ส่งผลชัดเจนดีเมื่อเอามาทาย

7. นอกจากที่ว่ามาแล้วยังมีดาวคู่สมพลอีก ที่ต้องจำได้ คือ ๑-๖ ๒-๘ ๓-๕ ๔-๗

8. เมื่อรู้เรื่องหรือจำได้มาถึงข้อที่ 7. แล้วก็ยังไม่จบ ต้องรู้ว่าดาวที่เป็นคู่ธาตุนั้นมันช่วยกันเสริมธาตุให้แก่กันและกัน เช่น ๑ กับ ๗ จะเสริมเรื่องชื่อเสียง ๒ กับ ๕ เสริมเรื่องการมีเสน่ห์และวิชาการดี  เรียนเก่ง ๔ กับ ๖ เสริมเรื่องความมีเสน่ห์และเซ็กซี่ด้วย ๓ กับ ๘ เสริมเรื่องความบ้าบิ่น หรือบ้าระห่ำมากกว่าปกติ ดังนี้เป็นต้น

9. สำหรับคู่สมพล คู่มิตร ก็คล้ายกันคือเพิ่มกำลังให้แก่กันและกัน

10. คู่ศัตรูนี่แน่นอนว่าเป็นการทำลายล้างกันให้พังกันไปข้างหนึ่ง จากข้อ 8.9.10. นี่ผมบอกเพียงสังเขปเท่านั้นนะครับ เอาพอเป็นตัวอย่าง ต้องหัดคิดเอาเองบ้าง จึงจะเก่ง

11.ขอสรุปว่าดวงดาวทั้ง 10 ดวงนี้เป็นดาวที่สำคัญมาก มีอิทธิพลต่อชีวิตเรามากที่สุด

12.เมื่อรู้เรื่องดวงดาวแล้ว ก็จะมาถึงเรื่องของโลกที่เราอาศัยอยู่ โลกเราเป็นรูปทรงกลม เราต่างก็ปลูกบ้านเรือนทำมาหากินหลับนอนอยู่บนผิวโลก

13.โลกของเราเคยเห็นบางตำราเขาบอกว่าเป็นดาวดวงหนึ่ง คือดาวสีน้ำเงิน

14.โลกไม่มีใครไปแบ่งออกเป็นกลางวันกลางคืน มันเป็นของมันเอง คือข้างที่หันไปหาพระอาทิตย์เป็นกลางวัน ฝั่งตรงกันข้ามเป็นกลางคืน กลางวันคนและสัตว์ ต้องออกไปทำมาหากิน ส่วนที่เป็นกลางคืนคำมืดก็หลับนอนพักผ่อน สลับกันไปสลับกันมานานแล้ว จะนานสักกี่ปีผมเองก็ไม่ทราบ ไม่อยากจะเดาหรืออวดรู้

15. โลกเรามีการหมุนรอบตัวเองรอบหนึ่ง 24 ชม. เริ่มต้นกันที่ 6.00 น. ของทุกวัน พร้อม ๆ กันมันก็หมุนรอบพระอาทิตย์ไปด้วย 1 รอบใช้เวลาประมาณ 365 วัน จะครบรอบหนึ่งประมาณ วันที่ 13 เมษายนของทุกปี

16.เรื่องของโหราศาสตร์ เบื้องต้นเขาแบ่งโลกออกเป็น 4 ส่วน แล้วก็แบ่งออกเป็น 8 ส่วน แล้วก็เป็น 12 ส่วน แล้วก็เป็น 36 ส่วน แล้วก็เป็น 108 ส่วน แล้วก็แบ่งเป็น 144 ส่วน แล้วก็แบ่งเป็น 360 ส่วน

17. แต่ในที่นี้เราเอาเพียงการแบ่งออกเป็น 8 ส่วน และ 12 ส่วนมาใช้ก่อน เพราะเป็นเรื่องสำคัญ เป็นหลักพื้นฐานของโหราศาสตร์

18. การแบ่งออกเป็น 8 ส่วนเขาเอามาใช้เป็นดวงทักษา โดยในแต่ละส่วนท่านบูรพาจารย์ได้จัดให้ดาว 8 ดาวเข้าครอบครองเป็นเจ้าของพื้นที่ (ลองเขียนภาพออกมานะครับ จะได้เข้าใจง่าย)

19. เมื่อเขียนภาพออกมาแล้ว ส่วนบนสุด จะเป็นทิศตะวันออก ตรงกันข้ามจะเป็นทิศตะวันตก ขวามือทิศใต้ ซ้ายมือทิศเหนือ นอกจะเป็นทิศเฉียง ลองนับเองบ้าง

20. สำหรับดาวที่เข้าประจำพื้นที่ดังกล่าวมีดังนี้ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ดาว ๑ ตรงกันข้ามกับทิศนี้คือทิศตะวันตกเฉียงใต้ดาว ๗ ทิศตะวันออกตรงดาว ๒ ทิศตรงกันข้าม คือทิศตะวันตก ดาว ๕ ทิศตะวันออกเฉียงใต้ คือดาว ๓ ตรงกันข้าม คือทิศตะวันตกเฉียงเหนือดาว ๘ ทิศใต้ดาว ๔ ทิศตรงกันข้ามดาว ๖ ครบ 8 ทิศพอดี

21.ข้อควรสังเกตุ เพื่อให้จำง่าย ขอให้ท่านลองเขียนภาพขึ้นมา แล้วจะเห็นว่า ทิศตรงคือตะวันออกกับตะวันตก ดาวที่ครอบครองอยู่เป็นดาวธาตุดิน คือ ๒ และ ๕

22. ทิศตรงอีกคู่หนึ่ง คือทิศทิศใต้ และเหนือดาวที่ครอบครองอยู่คือ ๔ และ ๖

23. จะเห็นว่าดาวทั้ง 4 ทิศที่ว่าล้วนเป็นดาวศุภเคราะห์ทั้งนั้น คือ ๒๔๕๖

24. นับวนตามเข็มนาฬิกาจาก ๒๔๕๖ ดาวศุภเคราะห์ 4 ดาวนี้จะถูกกำหนดกำลังแต่ละดาวเอาไว้ เพื่อประโยชน์ในการจัดเป็นดาวคู่สมพลในโอกาสต่อไป โดยจัดให้ดาว ๒ มีกำลัง 15 ดาว ๔ มีกำลัง 17 ดาว ๕ มีกำลัง 19  ดาว ๖ มีกำลัง 21 คือกำลังจะเพิ่มขึ้นทีละ 2 ๆ เสมอ

25. เป็นเรื่องของดาวที่ครอบครองอยู่ในทิศเฉียง คือดาว ๑๓๗๘ เริ่มที่ตะวันออกเฉียงเหนือ ตะวันตกเฉียงใต้ ตะวันตกเฉียงใต้ ตะวันตกเฉียงเหนือ

26. นับวนตามเข็มนาฬิกาเช่นกัน เริ่มที่ ๑๓๗๘ ดาวทั้ง 4 นี้ถูกแบ่งแยกออกเป็นดาวบาปเคราะห์ จะมีกำลังของแต่ละดาวดังนี้ดาว ๑ กำลัง 6 ดาว ๓ กำลัง 8 ดาว ๗ กำลัง 10 ดาว ๘ กำลัง 12 กำลังประจำดาวจะเพิ่มขึ้นทีละ 2 เช่นเดียวกับดาวศุภเคราะห์ แต่เมื่อนำมารวมกันแล้วน้อยกว่า 1 เท่าตัว

27. ต้องขออภัยท่านที่สนใจเอาไว้ตรงนี้เป็นอย่างมากครับที่ไม่ได้มาต่อบทความให้ท่านเสียนาน

(อ.สะอ้าน  นาคเพชรพูล 

การใช้ฤกษ์ให้ถูกกับประเภทของงาน การกำหนดการใช้ฤกษ์ให้ถูกต้อง จะต้องดูดาวเจ้าการหมายถึง ดาวพระเคราะห์ที่ แสดงเรื่องราวที่จะกระทำการในวันที่ท าการนั้น ให้สัมพันธ์กับกิจกรรมตามหมวดฤกษ์

การใช้ฤกษ์ให้ถูกกับประเภทของงาน การก าหนดการใช้ฤกษ์ให้ถูกต้อง จะต้องดูดาวเจ้าการหมายถึง ดาวพระเคราะห์ที่ แสดงเรื่องราวที่จะกระท าการในวันที่ท าการนั้น ให้สัมพันธ์กับกิจกรรมตามหมวดฤกษ์ และ หลักเกณฑ์อื่น ๆ ประกอบกันให้เกิดความเหมาะสม หลักการใช้ฤกษ์ให้เหมาะสมกับกิจการ มีดังนี้

๑) ทลิทโทฤกษ์ เหมาะส าหรับการขอความช่วยเหลือ การสาธารณะกุศล เรี่ยราย ขอความร่วมมือในการก่อตั้ง ก่อสร้างต่างๆ ขอคืนดีขอกู้หนี้ เช่น ขอซื้อบ้านเงินผ่อน ขอแบ่งมรดก ทรัพย์สิน หรือทวงหนี้ ขอความประนีประนอม ร้องเรียน ร้องทุกข์ต่างๆ

๒) มหัทธโนฤกษ์ เหมาะกับงานมงคลทุกอย่าง เช่น โกนจุก แต่งงาน ปลูกสร้าง อาคารใหญ่ๆ เปิดร้านขายของ ขายทอง อัญมณีเพชร พลอย เปิดห้างสรรพสินค้า เปิดธนาคาร ธุรกิจ การค้าใหญ่ๆ ดี เหมาะกับงานขึ้นบ้านใหม่ เป็นฤกษ์ของพ่อค้า นักธุรกิจใหญ่ๆ ที่ต้องเกี่ยวข้องกับเงิน จ านวนมากๆ

๓) โจโรฤกษ์ ใช้ในการจู่โจม ปล้นค่าย รบทัพจับศึก แย่งชิงต าแหน่งหน้าที่การ งาน รวมถึงงานที่ต้องการฉวยโอกาส การแข่งขัน การเอาชนะคู่ต่อสู้ ปล้นเสบียงข้าศึกตอนออกรบ การผจญภัย การออกเดินทางไปต่างประเทศ การหนีข้ามประเทศ การวางแผนท าลายข้าศึกศัตรู ไม่ เหมาะกับการท าการมงคล

๔) ภูมิปาโลฤกษ์ เหมาะใช้ท าการปลูกบ้าน สร้างเมือง ยกเสาเอก ตั้งพระภูมิเจ้า ที่ ก่อเจดีย์ สร้างปราสาท การซื้อที่ดิน ซื้อบ้านที่อยู่อาศัยเข้ารับราชการ ปลูกพืชผัก สวนครัว ปลูกไม้ ใหญ่ ท ากสิกรรม ออกรถ แต่งงาน งานมงคลที่ต้องการความมั่งคงดี

๕) เทศาตรีฤกษ์ เหมาะส าหรับใช้ในการเดินทาง ยาตรา เดินทางไกลไปต่างถิ่น ต่างแดน เหมาะกับกิจการบันเทิงเริงรมย์ ของที่ต้องมีคนพลุกพล่านเช่น โรงมหรสพ บาร์ ไนต์คลับ โรงน้ าชา อาบ อบ นวด โรงแรม ตลาด โรงละคร การแสดงละคร โทรทัศน์ ร้านเสริมสวย แฟชั่น สมาคม สโมสร การเดินรถ เดินเรือ กิจการสาธารณะทุกชนิด

๖) เทวีฤกษ์ ใช้กับการมงคลทุกอย่าง หมั้น แต่งงาน โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวกับ สุภาพสตรี เพราะจะช่วยยกยกฐานะสตรี เข้าหาผู้ใหญ่ที่เป็นสตรี โดยเฉพาะคุณหญิง คุณนาย เปิด โรงเรียนสตรี เปิดสมาคมแม่บ้าน เป็นฤกษ์ที่ใช้กับสตรีเพศที่สูงศักดิ์ แต่งตั้งท่านผู้หญิง คุณหญิง เปิด หอพักสตรี ร้านเสริมสวย เสื้อผ้าของสตรี หรือ เครื่องส าอางของสตรี เป็นต้น ๔๗ ๗) เพชฌฆาตฤกษ์ เป็นฤกษ์ที่ใช้ท าการเกี่ยวกับทหาร ต ารวจ เปิดโรงเรียนทหาร ต ารวจ เหมาะกับงานการปราบปราม ยกทัพ ประกาศสงคราม เช่น พวกทหาร ต ารวจ จับโจร ผู้ร้าย เปิดร้านขายอาวุธ อุปกรณ์การต่อสู้ เปิดสนามกีฬา เช่น สนามมวย สนามแข่งขันกีฬาทุก ประเภท เปิดอาหารทหาร เปิดอาการศาลาการเปรียญ เปิดโรงฆ่าสัตว์ และฤกษ์นี้เป็นฤกษ์ที่ใช้ใน การ ท าเครื่องรางของขลัง ปลุกเสก เลขยันต์ทางไสยศาสตร์ การตัดไม้ข่มนาม การสาปแช่งข่ม การ เบิกไพรลงเลขยันต์ คงกระพันชาตรี การท าตะกรุดพิสมร การท ากิตติยาคม อาถรรพ์ต่างๆ ดี การ หล่อพระ การลงเลขยันต์ดวงพิชัยสงคราม การก่อสร้างอุโบสถ วิหาร ท าการอุกอาจทุกชนิด

๘) ราชาฤกษ์ ใช้กับการมงคลทุกอย่าง การตั้งหลักเมือง การเปิดรัฐสภา เปิด กระทรวง การเปิดงานราตรีสโมสร เปิดร้านค้าใหญ่ๆ ธนาคารใหญ่ๆ การเซ้นต์สัญญาระดับประมุข ของประเทศ การแต่งงานโดยมีผู้ใหญ่เข้าร่วม การขึ้นบ้านใหม่ เข้าหาผู้ใหญ่ เปิดป้าย เริ่มกิจการต่างๆ ลาสิขาบท โดยเฉพาะงานใหญ่ๆ กิจการหรือธุรกิจใหญ่โต งานเฉลิมฉลองมหกรรมแห่งชาติ ฤกษ์นี้ มักใช้กับงานพระราชพิธีราชาภิเษก อภิเษกสมรส หรือพิธีที่โอ่อ่าใหญ่โต งานเฉลิมฉลองต่าง ๆ

๙) สมโณฤกษ์ เหมาะกับงานมงคล โดยเฉพาะกิจกรรมทางศาสนา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ต่างๆ เช่น อุปสมบท การไปจ าศีลภาวนา ทอดกฐิน ผ้าป่า ยกช่อฟ้า เปิดศาลา ฝังลูกนิมิต การ หล่อพระ เปิดอาคารศาลา ฝังลูกนิมิต เปิดโรงพยาบาลสงฆ์ เหมาะส าหรับงานเรี่ยราย งานพุทธา ภิเษก เปิดส านักวิปัสสนา เป็นต้น ในทางโหราศาสตร์ได้จัดแบ่งหมวดฤ

การผูกดวง 10 ลัคนา ทำอย่างไร ?

การผูกดวง 10 ลัคนา ทำอย่างไร ?

ความจริงการผูกดวง 10 ลัคนา เข้าใจว่าหลายคนทำได้ ที่ผมกล่าวเช่นนี้ เพราะเมื่อใครก็ตามสามารถผูกดวงราศีจักรธรรมดา หรือที่ผมนิยมเรียกว่า ดวงลัคนาเดียวได้ โดยการนำเอาราศี-องศา-ลิปดาของอาทิตย์ในวันที่เจ้าชะตาเกิดมาผูกดวงหาลัคนาได้

ราศี-องศา-ลิปดาของดาวอื่น ๆ เช่นดาว ๒๓๔๕๖๗๘๙๐ ก็นำมาหาลัคนาได้เช่นเดียวกัน และกรรมวิธีการทำก็ทำแบบเดียวกัน ยกเว้น ๘ และเกตุ ๙ ที่ต้องย้อนกลับ เพราะเดินสวนทางกับดาวอื่น

แต่ลัคนาจะของดาวอะไรก็ตามเมื่อหาได้แล้วไม่ต้องใส่ ส หรือ ล แทน ใช้ดาวแต่ละดาวไปเลย ด้วยเหตุนี้ดวง 10 ลัคน์จึงเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าดวงไม่มีลัคน์ เพราะไม่มี ส และ ล นั่นเอง

แต่ที่จริงแล้วเห็น อาทิตย์ (๑) สถิตราศีใด นั่นแหละเป็นลัคนาของคน ๆ นั้น ๑ จะเป็นลัคนาประธานที่สำคัญที่สุด ลัคนาของดาวอื่นเป็นลัคนาประกอบ หรือเป็นลัคนาบริวาร

เพราะตามหลักดาราศาสตร์แล้วดาว ๒๓๔๕๖๗๘๙๐ เป็นดาวบริวารของอาทิตย์ ไม่มีแสงสว่างของตนเอง ทว่าดาวดังกล่าวล้วนมีความสำคัญ ไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน

ดูดวงสิบลัคนา ดูดวง ไพ่ยิปซี จิตสัมผัส ดูดวงทางโทรศัพท์ ดูดวงทาง Line โหราศาสตร์ไทย 10 ลัคนา ศิษย์อาจารย์ สอ้าน นาคเพชรพูล (สีดิน) ดูดวง ไพ่ยิปซี ดูดวงจิตสัมผัส ดูดวงทางโทรศัพท์ ทาง Line ดูดวง เรื่องในอนาคตที่คุณอยากรู้คำตอบ ก่อนตัดสินใจ ดูดวงเนื้อคู่ อาชีพการงาน การเงิน ความรัก คู่ครอง เรื่องที่ต้องระวัง โชคลาภ ข้อเสียข้อดีในดวงชะตา ภาพรวมดวง ตั้งชื่อมงคล เปลี่ยนชื่อมงคล ตามหลักโหราศาสตร์ 10 ลัคนา

หมอดู ดูดวง10 ลัคนา ดูดวงโหราศาสตร์ไทย 10 ลัคนาบริการดูดวงทางโทรศัพท์ ดูดวงออนไลน์ ดูดวงสิบลัคนา ดูดวง 10 ลัค ดูดวงธุรกิจ ดูดวงการลงทุน ดูดวงไพ่ยิปซี ดูดวงแม่นๆ ดูดวงความรัก ดูดวงเนื้อคู่ ดูดวงชีวิต ดูดวงวันเดือนปีเกิด ชื่อ นามสกุล ดูดวงรายปี ดูดวงฟรี ดวงดวงสด ดูดวงสดทางโทรศัพท์ พยากรณ์ ถาม – ตอบ ทุกปัญหาเรื่องดวง ให้คำปรึกษาทุกเรื่อง วิธีใช้บริการ ดูดวงสด ดูดวงทางโทรศัพท์ กดโทรศัพท์ เบอร์ 064-4524161 หรือ ไลน์ไอดี www.10luc.com ค่าบูชาครู โหราศาสตร์ ไทย 10 ลัคนา 1,000 บาท กดโทรศัพท์ เบอร์ 061-9419599 ค่าบูชาครู ไพ่ยิปซีจิตสัมพัส 500 บาท

ดูดวง โหราศาสตร์ไทย 10 ลัคนา  ดูดวง ไพ่ยิปซี ดูดวงทางโทรศัพท์ ทาง Line ดูดวง ความรัก เนื้อคู่ การงาน การเงิน โชคลาภ  www.10luc.com ดูดวงไพ่ยิปซีจิตสัมพัส ค่าบูชาครูดูดวงไพ่ยิปซี  30 นาที 300 บาท 1 ชัวโมง 500 บาท กดโทรศัพท์ เบอร์ 061-9419599  บริการดูดวงทางโทรศัพท์ ดูดวงทาง Line   โหราศาสตร์ไทย 10 ลัคนา ค้าบูชาครู 1,000  บาท อาจารย์ กฤตพล  0644524161
ดูดวง โหราศาสตร์ไทย 10 ลัคนา ดูดวง ไพ่ยิปซี ดูดวงทางโทรศัพท์ ทาง Line ดูดวง ความรัก เนื้อคู่ การงาน การเงิน โชคลาภ
www.10luc.com
ดูดวงไพ่ยิปซีจิตสัมพัส ค่าบูชาครูดูดวงไพ่ยิปซี 30 นาที 300 บาท 1 ชัวโมง 500 บาท กดโทรศัพท์ เบอร์ 061-9419599
บริการดูดวงทางโทรศัพท์ ดูดวงทาง Line โหราศาสตร์ไทย 10 ลัคนา ค้าบูชาครู 1,000 บาท
อาจารย์ กฤตพล 0644524161

ทำไมจึงต้องมีดวง 10 ลัคนา?

ทำไมจึงต้องมีดวง 10 ลัคนา?

ตามความคิดของผม คิดว่า น่าจะเป็นส่วนหนึ่ง หรืออีกเส้นทางหนึ่งต่อการพัฒนาวิชาโหราศาสตร์ เพื่อผลของการพยากรณ์ที่ง่ายและกระชับ ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อมหรือไม่มีข้อแม้มากจนสับสน

เพราะคนเราแม้จะมีลัคนาสถิตราศีเดียวกันก็จริง แต่เมื่อองศาต่างกัน นั่นย่อมหมายถึงลัคนาเกาะนวางค์ที่ต่างกัน การต่างกันของนวางค์ของลัคนานี่แหละ ที่ทำให้ผลออกมาว่าเจ้าชะตานิสัยต่างกันไป

ยิ่งถ้ารู้องศาลิปดาของดาวอื่น ๆ ด้วยยิ่งเป็นการดี เพราะเราสามารถเอาองศาลิปดา ของดาวแต่ละดวงเข้าดวงนวางค์ได้ง่าย  หรือหากจะพัฒนาเป็นดวง 10 ลัคน์ด้วยการคำณวนในใจไปตามอันโตนาทีของแต่ละราศีก็ย่อมทำได้ไม่ยาก

 

โหราศาสตร์ 10 ลัคนา หรือที่เรียกกันโดยย่อว่าดวง 10 ลัคน์ เป็นวิชาการพยากรณ์วิชาหนึ่งที่ยึดหลักการทายมาจากดวงทั่วไปหรือลัคนาเดียว คือยังใช้ดวงเกษตรเป็นหลักของดาวเจ้าเรือนใน 12 เรือน การวัดความเข้มข้นของดาวที่จะให้คุณหรือให้โทษ โดยการใช้ดวงมาตรฐาน มหาอุจจ์ มหจักร ราชาโชค นิจ ประเป็นเครื่องวัด

โหราศาสตร์ 10 ลัคนา หรือที่เรียกกันโดยย่อว่าดวง 10 ลัคน์ เป็นวิชาการพยากรณ์วิชาหนึ่งที่ยึดหลักการทายมาจากดวงทั่วไปหรือลัคนาเดียว คือยังใช้ดวงเกษตรเป็นหลักของดาวเจ้าเรือนใน 12 เรือน การวัดความเข้มข้นของดาวที่จะให้คุณหรือให้โทษ โดยการใช้ดวงมาตรฐาน มหาอุจจ์ มหจักร ราชาโชค นิจ ประเป็นเครื่องวัด

สำหรับเรื่องของดวงทักษา 10 ลัคน์ไม่ใช้มหาทักษาการเสวยอายุ แต่ใช้ทักษาจรปีไปภูมิละ 1 ปี เมื่ออายุจรถึงภูมิอาทิตย์ ๑ ต้องนับปีถัดไปเข้าตากลาง และมี พฤหัสบดี ๕ เป็บริวาร พอปีต่อไปให้นับอายุย่างที่ภูมิจันทร์ ๒ จากนั้นก็นับไปตามปกดิ เน้นการหาดาวกาลกิณี เดช มนตรี ศรี ทั้งเดิมและจรมาประกอบทายควบไปกับดวงเดิมและดาวดาวจร

นอกจากนี้ก็ยังใช้คู่มิตร คู่ศัตรู คู่ธาติ คู่สมพล และยังใช้เกณฑ์ ปัศวะ นระ กีรฏะ อัมพุ ตรีวัยเช่นเดียวกับดวงราศีจักรทั่วไป

ต่างกันอย่างเดียวคือให้เอาราศี-องศา-ลิปดา ของดาวประจำวันเกิดมาหาลัคนาทั้งหมดตามเวลาเกิดหรือเวลาตกฟาก โดยไม่เว้น

ในขณะที่การผูกดวงทั่วไปหรือลัคนาเดียวใช้ดาวในปฏิทินดาราศาสตร์ คือ ๑๒๓๔๕๖๗๘๙๐ มา ลด-เพิ่ม องศา-ลิปดาตามเวลาเกิดหรือเวลาตกฟาก ที่เรียกตามภาษาโหรว่า “ตัดสมผุส ณ เวลาเกิด” ซึ่งส่วนมากก็ยังเป็นตำแหน่งดาวในท้องฟ้าเหมือนเดิม

 

แนวการสอน 14 ข้อ

1.สอนให้รู้เรื่องดาว ๑๐ ดาว ดาวอะไรทำหน้าที่เกี่ยวกับอะไร ทายเรื่องอะไรได้บ้าง แต่ละดาวธาตุอะไร ดาวใดเป็น คู่มิตร คู่สมพล คู่ศัตรู คู่ธาตุ
2.สอนดวง ๘ ราศีจักรเดิม(ดวงทักษากำเนิด) ดาวอะไรเป็นดาวบริวาร อายุ เดช ศรี มูลละ อุตสาหะ มนตรี กาลกิณี ใช้ทายเรื่องอะไรได้บ้าง
3.การทายดวงทักษาจร ในแต่ละช่วงอายุของเจ้าชะตา
4.สอนดวงราศีจักร ๑๒ ราศี โดยสอนให้จำแต่ละราศีได้ รวมทั้งสัญลักษณ์ประจำราศี ชั้นของราศี ธาตุแต่ละราศี และดาวประจำราศี(เกษตร)
5.สอนดวง ๓๖ ราศีจักร(ตรียางค์) และดาวประจำตรียางค์
6.สอนดวง ๑๐๘ นวางค์จักร(ดวงนวางค์)และดาวประจำนวางค์
7.สอนการผูกดวง ๑๐ ลัคนา จากแผ่นหมุนหาลัคน์ทันใจ ดวงแรกที่ต้องนำมาเป็นตัวอย่างคือดวงของตนเอง
8.สอนการหาตนุเศษ และเรือนชะตา ตลอดจนดาวประจำเรือนชะตา แต่ละเรือนชะตาเอาไว้ทายเรื่องอะไร
9.สอนการเอาดาว ๑๐ ดาว ดาวเจ้าเรือนทักษา ๘ ดาว ดาวเจ้าเรือนชะตา ๑๒ เรือนชะตามาทายควบกัน
10.สอนดวงมาตรฐานดี มาตรฐานเสีย คือมหาอุจจ์ มหาจักร ราชาโชค เกษตร นิจ ประ
11.สอนการทายระดับสูงด้วยการนำดวงนวางค์จักรเข้ามาประกอบ
12.สอนการหาเวลาเกิดของคนที่ไม่มีเวลาเกิด เพื่อผูกดวงพยากรณ์
13.สอนการให้ฤกษ์ทำการมงคลอย่างละเอียดทุกชนิด ทั้งฤกษ์ทั่วไปและฤกษ์เฉพาะกิจ
14.สอนการใช้โปรแกรมหาฤกษ์ทำการมงคลและผูกดวงชะตา การบันทึกข้อมูล การพิมพ์ดวงชะตา

ดวง 10 ลัคนา ดูดวงสมพงษ์ เนื้อคู่ ดูดวงความรัก

ปัจจัยของการผูกดวงชะตา

 ผมได้นำเสนอพื้นฐานของวิชาโหราสาดแก่ท่านผู้อ่านมาพอสมควร แก่การที่ท่านจะก้าวเข้าใกล้การเฉลิมดวงชะตา อันเสมือนเป็นแผนที่ชีวิตของแต่ละคน ซึ่งแผนที่ชีวิตนี้เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งยวดที่จะมีการผิดพลาดไม่ได้เด็ดขาด เพราะหากพลั้งเผลอหรือประมาทด้วยประการใด ๆ จนท่านกระทำให้พระเคราะห์ดวงใดดวงหนึ่งใน 10 ดวง ดังที่ได้กล่าวมาแล้วแต่ต้น เคลื่อนที่จากราศีหนึ่งไปสู่อีกราศีหนึ่ง และเป็นเหตุทำให้เรื่องราวอันเกี่ยวแก่ชีวิตของเขาเปลี่ยนแปลงไปจากความเป็นจริง ยามที่เราต้องอ่านชะตาชีวิตจากตำแหน่งดวงดาวเหล่านั้น นั่นย่อมเป็นบาปกรรมที่ท่านไม่มีทางเลี่ยงได้พ้น

ถ้าเปลี่ยนจากที่ร้ายมาเป็นดี แต่ผลไม่ดีตามก็ย่อมต้องนำความผิดหวังมาสู่เจ้าชะตา หรือจากดีมาเป็นร้ายก็ย่อมต้องหดหู่หัวใจจากการพยากรณ์ในแง่ร้าย และที่สำคัญการคิดจะเป็นโหรของท่านก็พลอยตีบตันไปด้วยอย่างไม่ตั้งใจ ที่ผมเตือนตรงนี้โปรดได้ทราบว่ามิได้เป็นการอวดตัวว่าตนเองไม่เคยผิดพลาด มันเคยมาแล้วครับ ถ้าการผิดพลาดครั้งหนึ่งแล้วมีแผลเป็นเกิดบนใบหน้าแผลหนึ่งเป็นเครื่องเตือนใจ ผมว่าโหรดัง ๆ หลายคนที่เราต่างรู้เห็นกันอยู่ คงจะมีแผลเป็นจารึกอยู่บนใบหน้าคงไม่น้อยกว่าผมสักเท่าไร

ปัจจัยของการผูกดวงชะตา

อันดับแรกก็คงต้องเป็นวันเดือนปีเกิดและเวลาเกิดหรือเวลาตกฟาก รวมทั้งจังหวัดเกิด

อันดับที่สอง คือปฏิทินดาราศาสตร์ระบบสุริยาตร์ ตัดเวลาที่ 07.00 น.ก็ได้ ที่ 24.00 น. ก็ได้

เพราะถึงอย่างไร เราก็ต้องนำราศี องศา ลิปดา (สมผุส) ของดาวมาตัดหาสมผุสที่เวลาเกิดอยู่ดี

อันดับที่สาม คือแผ่นหมุนหาลัคน์ทันใจ จะทำด้วยอาลูมิเนียมหรือกระดาษก็ได้ทั้งนั้น

อันดับที่สี่ อันดับนี้ราคาค่อนข้างแพง สำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเงินจะหงุดหงิดหน่อย แต่คนที่มีเงินเต็มกระเป๋าก็ไม่มีปัญหา คือเครื่องคอมฯ จะแบบ NOTEBOOK แบบ PC หรือแบบตั้งโต๊ะพร้อมโปรแกรมการผูกดวงก็ได้

ในสี่อันดับนี้ถ้าท่านมีอันดับที่สี่ อันดับที่สองและสามไม่ต้องก็ได้ แต่ผมขอกราบเรียนว่าผมจะไม่สอนการผูกดวงด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ เพราะผมเป็นแค่งู ๆ ปลา ๆ พอเอาตัวรอดไม่สันทัดนัก

เมื่อท่านมีปัจจัยต่าง ๆ อยู่ในมือและพร้อมที่จะผูกดวงได้ ขอได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับเวลาอีกสักนิด เพื่อป้องกันการไขว้เขว เวลาที่จะต้องใช้ในการผูกดวงจะมีอยู่ 2 อย่าง คือเวลาที่เจ้าชะตาเกิดชนิดหนึ่งกับเวลาอาทิตย์ขึ้นหรืออาทิตย์อุทัยอีกชนิดหนึ่ง

เวลาเจ้าชะตาเกิด แน่นอนว่าเจ้าชะตาแต่ละคนที่มาให้ผูกดวงพยากรณ์ ย่อมมีสถานที่เกิดแตกต่างกัน เช่นคนหนึ่งเกิดกรุงเทพฯ คนหนึ่งเกิดจังหวัดสุราษฎร์ฯ คนที่เกิดกรุงเทพฯ ก็ใช้เวลาเกิดจากนาฬิกาที่กรุงเทพฯ คนเกิดสุราษฎร์ฯ ก็ย่อมต้องใช้เวลาจากนาฬิกาที่สุราษฎร์ฯ ไม่น่าจะมีใครทำอะไรเพี้ยน ๆ เกิดกรุงเทพฯแล้วไปใช้เวลาของสุราษฎร์ฯ หรือเกิดสุราษฎร์ฯ แล้วไปใช้เวลาเกิดของกรุงเทพฯ เวลาเกิดหรือเวลาตกฟากนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่สามารถทำให้เรารู้ว่า ณ เวลาเกิดของใครคนใดคนหนึ่งนั้น โลกได้หมุนหรือโคจร เอาราศีของโลก ผ่านจุดอาทิตย์อุทัยของวันเกิด ไปมากน้อยเท่าใด

เวลาอาทิตย์อุทัย เวลาอาทิตย์อุทัยนี่ก็มีอยู่ 2 แบบ ๆ หนึ่งคืออาทิตย์อุทัยหรืออาทิตย์ขึ้นไม่คงที่ คือต้น ๆ ปีอาทิตย์จะอุทัยช้า เช่นในเดือนมกราคม จะขึ้นประมาณ 06.40 เศษ แต่พอกลาง ๆ ปีจะเร็วขึ้นประมาณ 05.50 น.

อีกแบบหนึ่งคืออาทิตย์อุทัยหรืออาทิตย์ขึ้นปานกลาง คือเฉลี่ยเอาไว้เวลาเดียวที่ 06.00 น. ใครหรือโหรคนใดจะใช้เวลาอาทิตย์อุทัยหรืออาทิตย์ขึ้นแบบใด ไม่มีโหราจารย์ใดบังคับเอาไว้ แต่สำหรับผมเอาที่กลาง ๆ คือที่ 06.00 น.

เพราะถือว่าอาทิตย์จะขึ้นเร็วหรือช้า ผมก็ยังตื่นไปทำงานตามเวลาที่นาฬิกาบอก และเลิกงานก็ตามเวลานาฬิกาเช่นกัน ไม่มีการใช้อาทิตย์ตกช้าเลิกงานช้าตกเร็วเลิกงานเร็ว ไม่เหมือนวัวควายหรือชาวไร่ชาวนาตลอดจนนกกา ที่เมื่อท้องฟ้าสว่างเร็วก็ต้องออกไปทำงานเร็ว ค่ำเร็วก็เลิกงานเร็วหรืออาทิตย์ขึ้นช้าก็ออกไปทำไร่ไถนาช้า อาทิตย์ตกช้าเลิกงานช้า

คือสรุปแล้วคนกลุ่มหนึ่งยึดถือเวลานาฬิกาเป็นจุดเริ่มต้นของการดิ้นรนต่อสู้ออกทำมาหากิน ในขณะอีกกลุ่มหนึ่งรวมทั้งสรรพสิ่งที่มีชีวิตต้องเริ่มต้นวันใหม่ตามเวลาที่ประอาทิตย์ขึ้นพระอาทิตย์ตก

การทายดวงทักษาเดิม

การทายดวงทักษาเดิม

การทายหรือพยากรณ์ดวงทักษาเดิมเริ่มกันที่วันเกิดเป็นสำคัญ คือเมื่อนับกันตามวันเกิดแล้วดาวอะไรเป็นกาลกิณี ถือว่าดาวนั้นให้โทษ และการจะให้โทษในเรื่องอะไร ก็เกี่ยวกับดาวนั้น ๆ เป็นเกณฑ์ ในส่วนของดาวที่ให้คุณก็เช่นเดียวกัน ดาวที่ให้คุณมากคือดาวศรี สำหรับดาวที่เป็นมนตรี และเดชให้คุณรองลงไป นอกนั้นเป็นพวกที่ให้คุณหรือให้โทษกลาง ๆ เช่น

v    เช่นคนเกิดวันจันทร์ ดาวอาทิตย์ ๑ เป็นกาลกิณี การจะได้มาซึ่งชื่อเสียงเกียรติยศหรือตำแหน่งหน้าที่การงานย่อมยากและมักมีอุปสรรค ดาวเสาร์ ๗ เป็นศรีก็ย่อมดีทางด้านหลักฐานทรัพย์สิน โทษทุกข์ก็เบาบางไป

v    คนเกิดวันอังคาร ดาวจันทร์ ๒ เป็นกาลกิณี ทำให้ขาดความมีเสน่ห์ในความงามหรือความประทับใจ ดาวพฤหัสบดี ๕ เป็นศรี มักได้รับการส่งเสริมจากผู้บังคับบัญชาหรือได้รับความเมตตาจากผู้ใหญ่ ความรู้และคุณธรรมดี

v    คนเกิดวันพุธ ดาวอังคาร ๓ เป็นกาลกิณี ความขยันขันแข็งไม่ค่อยมีคุณค่า เหนื่อยแล้วไม่คุ้ม และยังทำให้เกิดอุบัติเหตุง่ายดาวราหู ๘ เป็นศรี น้ำใจกว้างขวาง ตรงไปตรงมา ดีทางด้านต่างประเทศ การเสี่ยงโชคดี มักมีการได้โชคลาภอย่างไม่คาดคิด

v    คนเกิดวันพฤหัสบดี ดาวเสาร์ ๗ เป็นกาลกิณีย่อมมีความเสียหาย มักมีทุกข์มากกว่าปกติ หลักทรัพย์ไม่มั่นคง มักมีการบาดเจ็บ ผิดหวัง ดาวอาทิตย์ ๑ เป็นศรี เกียรติยศชื่อเสียงดี การก้าวหน้าในตำแหน่งการงานราบรื่น มักเป็นที่นิยมแก่คนทั่วไป

v    คนเกิดวันศุกร์ ดาวราหู ๘ เป็นกาลกิณีเสียด้านการต่างประเทศ ถ้าทำงานเกี่ยวกับต่างประเทศจะมีอุปสรรคมาก การเสี่ยงโชคไม่ดี ดาวอังคาร ๓ เป็นศรีขยันขันแข็งดี เอาจริงเอาจังการงานอดทนไม่ท้อถอยง่าย ๆ  ไม่ค่อยมีอุบัติเหตุรุนแรง

v    คนเกิดวันเสาร์ ดาวพุธ ๔ เป็นกาลกิณี เสียเรื่องการพูด เป็นคนพูดตรง แข็งกร้าว เสียด้านการติดต่อประชาสัมพันธ์ การสื่อสาร ดาวศุกร์ ๖ เป็นศรีการเงินดี ความรักดี ชอบการบันเทิงเริงรมย์ มักมีลาภทางด้านการเงิน

v    คนเกิดวันอาทิตย์ ดาวศุกร์ ๖ เป็นกาลกิณี ความรักไม่ค่อยหวานชื่นการเงินมักใช้จ่ายฟุ่มเฟือย รายจ่ายมากกว่ารายรับ ความเป็นปึกแผ่นด้านการเงินช้า ชีวิตรักสะดุดไม่ราบรื่น ดาวพุธ ๔ เป็นศรี พูดจาดีมีคนเชื่อถือ ดีทางด้านการติต่อค้าขาย เป็นนักพูดนักเขียนที่ได้รับการยกย่อง

v    เนื่องจากคนเกิดวันราหูไม่มี ดังนั้นดาวพฤหัสบดี ๕ จึงไม่เป็นกาลกิณีเดิม และดาวจันทร์ ๒ ก็ไม่เป็นศรีเดิมให้กับใคร วันมีเพียง ๗ วัน ไม่เคยได้ยินว่ามีวันราหู ๘ ไม่เคยเห็นว่าสัปดาห์หนึ่งมี ๘ วันตามที่โหราจารย์บางท่านนิยมกัน

 

ที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นการทายหรือพยากรณ์ที่จับเอาเฉพาะพื้นฐาน ศรีและกาลกิณีเท่านั้น  สำหรับดาวที่อยู่ในตำแหน่งอื่น ๆ เช่น  บริวาร อายุ เดช มูลละ อุตสาหะ มนตรี ก็พยากรณ์ไปในแนวเดียวกัน และยังยึดความหมายของดาวแต่ละดาวเป็นแนวทาง

การใช้ทักษาใน10 ลัคนา

การใช้ทักษาใน 10 ลัคนา

การนำเอาดวงทักษามาพยากรณ์มีอยู่ 2 แบบ คือดวงเดิมและดวงจร ดวงเดิมจะเริ่มต้นกันที่วันเกิดของแต่ละคน เช่นคนเกิดวันจันทร์ ก็เริ่มนับที่ดาวจันทร์ ๒ เป็นบริวาร ต่อจากนั้นก็นับอายุที่ดาวอังคาร ๓ คือวนตามเข็มนาฬิกานั่นเอง ดูตัวอย่างดังนี้

v    เกิดวันจันทร์ ๒ เป็นบริวาร ๓ เป็นอายุ ๔ เป็นเดช ๗ เป็นศรี ๕ เป็นมูลละ ๘ อุตสาหะ ๖ เป็นมนตรี และ ๑ เป็นกาลกิณี

v    เกิดวันอังคาร ๓ เป็นบริวาร ๔ เป็นอายุ ๗ เป็นเดช ๕ เป็นศรี ๘ เป็นมูลละ ๖ เป็นอุตสาหะ ๑ เป็นมนตรี ๒ เป็นกาลกิณี

v    เกิดวันพุธ ๔ เป็นบริวาร ๗ เป็นอายุ ๕ เป็นเดช ๘ เป็นศรี ๖ เป็นมูลละ ๑ เป็นอุตสาหะ ๒ เป็น มนตรี ๓ กาลกิณี

v    เกิดวันพฤหัสบดี ๕ เป็นบริวาร ๘ เป็นอายุ ๖ เป็นเดช ๑ เป็นศรี ๒ เป็นมูลละ ๓ เป็นอุตสาหะ ๔ เป็นมนตรี ๗ เป็นกาลกิณี

v    เกิดวันศุกร์ ๖ เป็นบริวาร ๑ เป็นอายุ ๒ เป็นเดช ๓ เป็นศรี ๔ เป็นมูลละ ๗ เป็นอุตสาหะ ๕ เป็นมนตรี ๘ เป็นกาลกิณี

v    เกิดวันเสาร์ ๗ เป็นบริวาร ๕ เป็นอายุ ๘ เป็นเดช ๖ เป็นศรี ๑ เป็นมูลละ ๒ เป็นอุตสาหะ ๓ เป็นมนตรี ๔ เป็นกาลกิณี

v    เกิดวันอาทิตย์ ๑ เป็นบริวาร ๒ เป็นอายุ ๓ เป็นเดช ๔ เป็นศรี ๗ เป็นมูลละ ๕ อุตสาหะ ๘ เป็นมนตรี ๖ เป็นกาลกิณี

 

 

ความสำคัญของ ดิถี หรือ ดฤถี หมายถึง ระยะการโคจรของดาวจันทร์

ดูดวงสิบลัค ดูดวงทางโทรศัพท์
ดูดวงสิบลัค ดูดวงทางโทรศัพท์

ความสำคัญของ ดิถี หรือ ดฤถี หมายถึง ระยะการโคจรของดาวจันทร์ นับแต่เวลา เที่ยงคืนวันหนึ่ง ไปจนถึงเวลาบรรจบรอบเที่ยงคืนอีกวันหนึ่ง และนับแต่หน้าวันดาวจันทร์ดับมือ (อมาวสี) ไปจนถึงเห็นดาวจันทร์เพ็ญเต็มดวง (บูรณมี) เรียกว่า ข้างขึ้น หรือ ชุณหปักษ์ นับแต่หน้าวัน จันทร์เต็มดวง ไปจนถึงวันจันทร์ดับไม่เห็นแสงจันทร์ เรียกว่า ข้างแรม หรือกาฬปักษ์ รวม ๒ ปักษ์ เป็นเดือนจันทรคติ ดังนี้ ๑) เดือนทางจันทรคติ เป็นการนับการโคจรของพระจันทร์ตามระยะห่างจากดวงอาทิตย์ มีดิถีตั้งแต่ ดิถีที่ ๑ จนถึงดิถีที่ ๒๙ หรือดิถีที่ ๓๐ แบ่งเป็น “ข้างขึ้น ๑๕” และ “ข้างแรม ๑๕” เมื่อ รวม ข้างขึ้น และข้างแรมแล้วจะได้ดิถีเท่ากับ ๒๙ หรือ ๓๐ ดิถี นับเป็นชื่อเรียกของเดือนไทย ได้แก่ เดือนอ้าย, เดือนยี่, เดือนสาม ฯลฯ จนถึงเดือนสิบสอง ๒) เดือนทางสุริยะคติ เป็นเดือนที่นับจ านวนวันจากการโคจรของดวงอาทิตย์ คือ เดือนที่ ใช้เป็นแบบสากลโดยทั่วไป อันได้แก่ เดือนมกราคม, กุมภาพันธ์ ฯลฯ จนถึงเดือนธันวาคม เป็นของคู่ กันกับเดือนทางสุริยะคติ การก าหนดเดือนทาง “สุริยคติกาล” โดยพิจารณาจากการโคจรของดาวอาทิตย์ผ่านกลุ่ม ดาวจักราศีทั้ง ๑๒ กลุ่ม จาเพาะวันกลางเดือนแล้ว หมายความว่าเมื่อดาวอาทิตย์โคจรย้ายราศีหนึ่ง เข้าสู่อีกราศีหนึ่งทุกกลางเดือน การก าหนดเดือนทาง “จันทรคติ” พิจารณาจากระบบการโคจรของดวงจันทร์และดวง อาทิตย์ หรือที่เรียกว่า ระยะเชิงมุมของดาวพระเคราะห์ทั้ง ๒ ถ้าโคจรอยู่ในระนาบเดียวกัน เห็นดวง จันทร์เต็มดวง วันนั้นเป็นวันขึ้น ๑๕ ค่า เรียก บูรณมี หรือ “ดิถีเพ็ญ”  แต่ถ้าวันใดมองไม่เห็นแสง ของดวงจันทร์ วันนั้นเป็นวันแรม ๑๔ ค่า หรือแรม ๑๕ ค่าเรียกว่า อมาวสี คือดิถีที่เป็นที่อยู่ร่วมแห่ง พระอาทิตย์และพระจันทร์, วันพระจันทร์ดับ หรือวันดับ คือวันสิ้นเดือนทางจันทรคติ   ดังนั้น เมื่อถึง วันขึ้น ๑ ค่า จะเป็นวันขึ้นเดือนใหม่ทางจันทรคติด้วย

ดิถีตามที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้มีอยู่ ๒ ประการ คือ “ดิถีตลาด” และ “ดิถีโหร” – ดิถีตลาด คือ วันขึ้น-แรม ที่ใช้กันอยู่ตามปฏิทินประจำปี แสดงเป็น “ข้างขึ้น ๑ ค่า ถึง ขึ้น ๑๕ ค่า” และ “แรม ๑ ค่า จนถึง แรม ๑๕ ค่า” – ดิถีโหร อีกประการหนึ่งเรียกว่า “ดิถีเพียร” ดิถีโหร เป็นดิถีที่ค านวณขึ้นจากระยะ เชิงมุม ระหว่างดาวอาทิตย์กับดาวจันทร์ นับว่าเป็นดิถีที่เที่ยงแท้ ที่บอกไว้ในปฏิทินโหรเป็นประจ าวัน ทั้งจำนวนดิถีและนาทีดิถี มีหลักการคำนวณโดยแบ่งออกเป็นสองจุด คือ จากจุดพระจันทร์กุมกับพระ อาทิตย์ แล้วเดินรุดไปข้างหน้าอาทิตย์ทุกวัน จนเดินเป็นเส้นตรงกับอาทิตย์ในทางตรงข้าม (๑๘๐๐ ) ภาษาโหร เรียกว่า เล็ง จะเป็นเป็น ปูรณมี คือ การเพ็ญของดวงจันทร์ที่สว่างเต็มดวง ตามหลักของ บาลี คือ ศุกลปักษจากจุดของ ปูรณมี ผ่านไปเกิน ๑๘๐ องศา ของดวงจันทร์ จะค่อยๆ มืดไปทุกๆ วัน จนเข้า ๓๖๐ องศา (เข้ากุมกับดวงอาทิตย์) จุดนี้เรียกว่า อมาวสี คือ จันทร์มืดทั้งดวง ภาษาชาวบ้านเรียกว่า จันทร์ดับ ตรงกับบาลี คือ กาฬปักษ

หมอหน่อง ดูดวงไพ่ยิปซีจิตสัมผัส ดูดวงส่วนตัว ดูดวงทางโทรศัพท์
หมอหน่อง ดูดวงไพ่ยิปซีจิตสัมผัส ดูดวงส่วนตัว ดูดวงทางโทรศัพท์