All posts by admin

“ฤกษ์ผานาที” โดย ณ. เณร สอ้าน นาคเพชรพูล (สีดิน)

ดูดวง ดูดวงออนไลน์ ดูดวงสิบลัคนา 10 ลัคนา ดูดวงไพ่ยิปซี ดูดวงทางโทรศัพท์ ดูดวงความรัก ดูดวงการเงิน ดูดวงการงาน ดูดวงการเรียน หมอดูแม่นๆ หมอดูออนไลน์ หมอดูแม่นๆ ดวงดี ดูดวงทางไลน์ หมอดู ดูดวงสิบลัคนา ดูดวงไพ่ยิปซี ดูดวงทางโทรศัพท์
ดูดวง ดูดวงออนไลน์ ดูดวงสิบลัคนา 10 ลัคนา ดูดวงไพ่ยิปซี ดูดวงทางโทรศัพท์ ดูดวงความรัก ดูดวงการเงิน ดูดวงการงาน ดูดวงการเรียน หมอดูแม่นๆ หมอดูออนไลน์ หมอดูแม่นๆ ดวงดี ดูดวงทางไลน์ หมอดู ดูดวงสิบลัคนา ดูดวงไพ่ยิปซี ดูดวงทางโทรศัพท์

s__3399686

ฤกษ์ผานาที” โดย ณ. เณร

“ฤกษ์ผานาที”

  (ฤกษ์ทำการมงคล)

  โดย…….ณ. เณร

 

การให้ฤกษ์ทำการ เท่าที่เห็นมา น้อยรายที่ใช้กฎเกณฑ์ตามรูปแบบที่ท่านบูรพาจารย์กำหนดไว้ จะด้วยสาเหตุใดก็ไม่ทราบ สัณนิฐานเอาแต่เพียงว่า น่าที่ผู้ให้ฤกษ์โดยทั่วไปเกรงจะหาฤกษ์ทำการมงคลได้ยาก ก็เลยหยิบฉวยเอามาใช้เป็นบางส่วน จะได้หาฤกษ์ทำการง่ายขึ้น เมื่อหาฤกษ์ทำการมงคลได้ง่าย เงินค่าบูชาครูก็จะได้ไหลมาสะดวก และไม่ยุ่งยาก

 

หรืออีกประการหนึ่งอาจารย์นักให้ฤกษ์บางท่าน หรืออาจจะหลายท่าน ยังงงงวยอยู่ไม่รู้ว่าจะเอากฎเกณฑ์อันมีอยู่มากมายเหล่านั้น มาใช้ในส่วนใดบ้าง

 

บางฤกษ์ เป็นฤกษ์ที่รู้กันโดยทั่วไปอย่างเปิดเผย ถึงวันเวลาที่จะทำการมงคล เพราะเป็นฤกษ์สำคัญระดับประเทศ พอเอากฎเกณฑ์หรือหลักของท่านครูบาอาจารย์เจ้าของตำราเข้าไปตรวจสอบ วันเวลาที่เป็นมหามงคลฤกษ์ ที่จะทำการนั้น ผิดเพี้ยนกันไปคนละทิศละทาง บางท่านกำหนดเอาเวลาที่เป็นปฐมฤกษ์ยาวนานกันเป็นชั่วโมง ซึ่งความจริงแล้วตามตำราว่าด้วยการวางลัคนาดวงฤกษ์ ที่อย่างยาวจะไม่เกิน ๑๘ นาที ๔๐ วินาทีต่อนวางค์

 

ด้วยเหตุที่เห็นมากับตาหลายคราว จึงคิดว่า นับวันตัวก็เป็นไม้ใกล้ฝั่งเข้าไปทุกที รอแต่น้ำจะเซาะจนถอนรากถอนโคนลอยตามน้ำไปเมื่อไรก็ไม่รู้

 

น่าจะนำมาบอกกล่าวเล่าสู่กันฟัง ต่อคนรุ่นใหม่ หรือรุ่นราวคราวเดียวกัน ถึงสิ่งที่ได้ผ่านพบ และเคยลูบคลำมากับมือเกิน ๓๐ ปี ก็ไม่น่าจะมีใครถือเป็นเรื่องอวดรู้อวดเก่งแต่ประการ หากจะมีบ้างเป็นส่วนน้อย ก็ถือเสียว่ามันช่างเป็นเวรกรรมของนาย ณ. เณร เสียนี่กระไร ที่เกิดมากับเขาชาติหนึ่งไม่สามารถทำอะไรให้ถูกใจคนทั้งหลายได้

 

ได้คิดมาถึงตรงนี้ ก็เลยคิดต่อไปว่าถ้าบังเอิญมีคนหลงผิดมาอ่านเข้า แล้วนำไปทำประโยชน์ได้สักคน-สองคน พอเป็นความดีบ้างเล็กน้อย ผมก็จะขอยกยอดความดีที่ว่านี้ เป็นเครื่องบูชาคุณของท่านบูรพาจารย์ ที่ได้เมตตาชี้แนะให้ผมพ้นจากความมืดบอด แห่งวิชาการนี้มาได้อย่างหวุดหวิด เพราะว่าถ้าไม่มีครูบาอาจารย์มาสอนสั่ง ผมก็คงเป็นคนตาบอดอีกแสนนาน

 

ทีนี้เมื่อตั้งใจจะบอกกล่าวกัน ผมก็ต้องบอกกล่าวหรือทำความเข้าใจให้ชัดเจนกันตั้งแต่ต้น จะเป็นการดี ไม่เช่นนั้นจะมีข้อกล่าวหาเกิดขึ้นภายหลังได้ว่านาย ณ.เณร นี่เป็นคนยังไงกันแน่ ? จะบอกทั้งทียังมีกิ๊กมีกั๊ก

 

อันว่าวิชาการโหราศาสตร์ แท้จริงมีอยู่หลายภาคหรือหลายคัมภีร์ ชนิดถ้าเรียนกันให้รอบรู้จริงทุกภาคคงต้องตายแล้วเกิดอีกสักรอบสองรอบ จึงจะรู้แจ้งแทงตลอดได้หมด

 

ผมเองร่ำเรียนมาเฉพาะภาคของการพยากรณ์และการให้ฤกษ์มงคล เพราะเล็งเห็นว่า ๒ ภาคนี้มีความสำคัญ สามารถนำมาใช้กับคนทั่วไปได้กว้างขวางกว่า อีกประการหนึ่ง คนใดที่มีความรู้ใน ๒ วิชาที่ว่านี้ ย่อมสามารถอยู่ห่างไกลจากการอดตายได้อย่างเต็มภาคภูมิในบั้นปลายของชีวิต

 

ที่เป็นหลักของวิชาการให้ฤกษ์มงคลถ้าจะแยกอย่างหยาบ ๆ จะมีอยู่ ๒ ประการ คือ

·         การตรวจสอบฤกษ์ทำการ

·         การวางลัคนาดวงฤกษ์ทำการ

 

 

การตรวจสอบฤกษ์ทำการ

 

เรื่องนี้อธิบายได้ว่า ฤกษ์ที่เราสามารถนำมาทำการได้ ทั้งหมดมีอยู่ ๒๗ ฤกษ์ ๆ ที่ ๑-๒๗ เรียกต่าง ๆ กัน ฤกษ์เหล่านี้เกิดจากการที่พระจันทร์ที่เราเห็นอยู่บนท้องฟ้า โคจรรอบโลก พระจันทร์มีอัตราการโคจรรอบโลกรอบหนึ่ง ประมาณ ๓๐ วัน

 

ใน ๓๐ วันที่ว่านี้พระจันทร์ต้องผ่านกลุ่มดาวฤกษ์ไปด้วย ๒๗ กลุ่ม แต่ผมจะไม่นำมากล่าวในตอนนี้ ท่านผู้อ่านคนใดใจร้อนอยากรู้ต้องไปหาตำรามาอ่านเอง ซึ่งมีอยู่มากมาย หรือจะอดใจรอผมนำมาแจงให้ฟังในวันหลังได้ก็ตามใจ

 

ฤกษ์ทำการ ๒๗ ฤกษ์นี้ จะนำมาใช้ทั้งหมดไม่ได้ เพราะบางฤกษ์เป็นฉินทฤกษ์เป็นฤกษ์ต้องห้าม บางตำราก็ว่าเป็นฤกษ์อกแตก ที่อกแตกเพราะบาทฤกษ์ที่มีอยู่ ฤกษ์ละ ๔ บาทฤกษ์นั้น มันไปคาบเกี่ยวอยู่ใน ๒ ราศี ก็เลยกลายเป็นฤกษ์ที่มีอยู่ ๒ ธาตุ คือไฟผสมดิน ดินผสมลม ลมผสมน้ำ ซึ่งถ้าเราคิดให้เป็นธรรมชาติแล้ว จะเห็นว่าผสมกันไม่ได้จริง ๆ ที่ถูกคอกัน ไฟต้องผสมกับลม ดินต้องผสมกับน้ำ

 

แต่ผมเห็นบางคนนิยมใช้กัน ผมลองหน้าด้านฝ่าฝืนคำครูบาอาจารย์ใช้บ้าง ปรากฏผลไม่ได้เรื่อง

ฤกษ์อกแตกหรือฉินทฤกษ์ที่ว่านี้มีอยู่ ๙ ฤกษ์ คือฤกษ์ที่ ๓-๑๒-๒๑-๕-๑๔-๒๓-๗-๑๖-๒๕ รวมแล้ว ๙ ฤกษ์พอดี เมื่อหักลบกันแล้ว ฤกษ์ที่นำมาทำการมงคลได้ ๑๘ ฤกษ์ นอกนั้นผมถือว่าเป็นฤกษ์อัปมงคล

ฉินทฤกษ์ที่ผมถือว่าเป็นฤกษ์อัปมงคล คือฤกษ์ที่อยู่ในหมวดฤกษ์ โจโร เทศาตรีและเพ็ชฆาต

ส่วน 18 ฤกษ์ที่เป็นมงคลที่นำมาใช้งานได้ ถ้าไม่ถูกข้อห้าม คือฤกษ์ที่อยู่ในหมวดฤกษ์ ทลิทโธ มหัทธโน ภูมิปาโล เทวี ราชา สมโณ

 

 

ฤกษ์ ๑๘ ฤกษ์นี้แหละที่เราต้องเอามาตรวจสอบกันวันต่อวันว่าทำการมงคลได้ในวันใดบ้าง จากเวลาใดถึงเวลาใด กฎเกณฑ์ที่นำมาตรวจสอบคือ

 

  • เกณฑ์กนกนารี
  • เกณฑ์จักขุมายา
  • เกณฑ์ฤกษ์มหาศูนย์

การตัดฤกษ์

 

แต่ก่อนอื่น คือการจะเอาฤกษ์ที่ต้องการไปทำการ เราต้องรู้ที่มาที่ไปของฤกษ์ ว่า ในวันใดพระจันทร์เสวยฤกษ์ที่เท่าใด อยู่ในหมวดฤกษ์ใด เริ่มที่เวลาใด สิ้นสุดเวลาใดให้แน่ชัด

 

 

 

 

การตรวจสอบฤกษ์ทั้ง ๓ เกณฑ์นี้ ถ้าสามารถผ่านข้อห้ามได้ทั้งหมดจะดีมาก ผ่านได้เพียง ๒ อย่างพอทำการได้ ถ้าห้าม ๒ เกณฑ์ไม่ควรทำ เรียกว่า ร้ายมากกว่าดี ต้องดีมากกว่าร้าย จึงพอลดโทษได้

สำหรับรายละเอียดข้อห้ามทั้ง กนกนารี จักขุมายา ฤกษ์มหาศูนย์ ผมจะนำมาว่ากันโดยละเอียดในโอกาสหน้า ในตอนนี้จะขอนำเรื่องการวางดวงฤกษ์ทำการมงคลมาว่ากันก่อน

 

การวางลัคนาดวงฤกษ์ทำการ

เรื่องของการวางลัคนาดวงฤกษ์ทำการ ก็เพื่อต้องการให้รู้ว่า ในฤกษ์ทำการหนึ่ง ๆ ที่ว่าดี ผ่านการตรวจสอบฤกษ์มาแล้ว มันดีเรื่องอะไรบ้าง เวลาปฐมฤกษ์และสุดฤกษ์เป็นเวลาใดของวัน เช่นเช้า สาย บ่าย เย็น ดังนี้เป็นต้น

 

กฎเกณฑ์ของการวางลัคนาดวงฤกษ์อย่างเต็มรูปแบบแล้วมีมากมาย แต่ที่สำคัญ ๆ พอสรุปได้ดังนี้

 

๑.      ต้องวางลัคนาดวงฤกษ์ตามเกณฑ์กนกกุญชร ไม่ควรวางในราศีต้องห้ามเป็นอันขาด

๒.     ต้องวางลัคนาดวงฤกษ์ตามข้อบังคับการวางลัคนาตามราศีธาตุ ห้ามนวางค์ต้องห้าม

๓.     ห้ามวางลัคนาดวงฤกษ์เป็นอริมรณะวินาศดวงชะตาเจ้าการ

๔.   ห้ามวางลัคนาดวงฤกษ์ในราศีกาลกิณีวันทำการ เช่นฤกษ์ทำการมงคลขึ้นบ้านใหม่วันอาทิตย์ แต่วางลัคนาดวงฤกษ์ในราศศีตุลย์ ดังนี้เป็นต้น

๕.     ห้ามวางลัคนาดวงฤกษ์ทำการมงคลในราศีกาลกิณีของเจ้าการ เช่น เจ้าการเกิดวันศุกร์ ไม่ควรวางลัคนาฤกษ์ในราศีกุมภ์

๖.   ไม่ควรวางลัคนาดวงฤกษ์ให้เกาะนวางค์กาลกิณีของวันทำการหรือนวางค์กาลกิณีของวันเกิดเจ้าการ ถ้าจำเป็นให้วางเกาะนวางค์ปุชั้น ๑ เพื่อป้องกันเหตุร้าย

๗.     ไม่ควรวางลัคนาดวงฤกษ์ให้ พฤหัสบดี ๕ จันทร์ ๒ และอาทิตย์ ๑ เป็นอริมรณะวินาศ

๘.     ไม่วางลัคนาดวงฤกษ์ทำการมงคลให้เสาร์ ๗ หรือราหู ๘ จร ทับหรือเล็งลัคน์

๙.     ไม่วางลัคนาดวงฤกษ์มงคลให้พฤหัสบดี ๕ จรอยู่ในเรือนอริมรณะวินาศ

๑๐.ไม่ควรวางลัคนาดวงฤกษ์มงคลให้ดาวกาลกิณีวันทำการกุมลัคน์

๑๑.ไม่วางลัคนาดวงฤกษ์ให้ดาวกิจการที่ต้องการในดวงฤกษ์เสีย

๑๒. ต้องวางลัคนาดวงฤกษ์ทำการมงคลให้สัมพันธ์ดีกับดาวพฤหัสบดี ๕ จรนานที่สุดเท่าที่จะ

       ทำได้

๑๓. ห้ามวางลัคนาฤกษ์มงคลเกาะนวางลูกพิษต่าง ๆ

๑๔. ห้ามวางลัคนาฤกษ์มงคลเกาะนวางค์ที่เป็นฉินทฤกษ์

 

สรุปแล้วการวางลัคนาดวงฤกษ์มงคลมีข้อที่ต้องระวังมาก จนแทบจะวางลัคนาดวงฤกษ์ไม่ได้เลย เราจึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ อย่าทำอะไรแบบขอไปที หรือเพียงต้องการผลประโยชน์ที่จะได้รับ

 

โดยเฉพาะฤกษ์ทำการมงคลที่เจ้าของกิจการต้องใช้การลงทุนมาก เช่นการลงทุนเปิดโรงงานที่ต้องใช้ทุนเป็น 10 ล้าน 100 ล้าน

 

ผมเคยประสบมา โหรผู้ให้ฤกษ์ระดับครูบาอาจารย์ที่กำลังดังกระฉ่อนอยู่ขณะนี้ วางลัคนาดวงฤกษ์ไว้ในราศีกรกฏร่วมกับพฤหัสบดี ๕ จร ในระยะไม่นานนักเสาร์ ๗ จรเข้าราศีมังกรเล็งลัคนาดวงฤกษ์ พฤหัสบดี ๕ อยู่ 1 ปี แต่เสาร์ ๗ จรเล็ง 2 ปีครึ่ง เรียกว่ากิจการอยู่ปีเดียว พอพฤหัสบดี ๕ ย้ายทุกอย่างก็เรียบร้อย นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งที่โหรพึงระวัง (มีต่อ)

 

เมื่อนำหลัการตรวจสอบฤกษ์ทำการและหลักการวางลัคนาดวงฤกษ์มงคลมาชั่งน้ำหนักแล้ว การวางลัคนาดวงฤกษ์เป็นสิ่งทีต้องระวังมากที่สุด และแน่นอนจะต้องเป็นการยากเย็นแสนเข็ญสำหรับคนมือยังใหม่

 

แต่จะอย่างไรก็ตามผมยังยืนยันว่า สิ่งที่ยากเย็นเหล่านั้น เราก็ทำให้ง่ายขึ้นมาได้

 

โดยการพยายามเปิดดูปฏิทินดาวจรประจำวันบ่อย ๆ ยิ่งถ้าเป็นไดอารี่ส์ของ อาจารย์ ทองเจือ อ่างแก้วจะดีมาก เพราะท่านเขียนดาวจรประจำราศีทุกวัน ถ้าวันใดเห็นอาทิตย์ ๑ เกาะกลุ่มอยู่กับดาวพุธ ๔ ดาวศุกร์ ๖ ถ้าทำการวันพฤหัสบดีจะดีมาก เพราะเราจะได้ดาวมนตรีและดาวเดชกุมลัคน์ดวงฤกษ์ ถ้าวางลัคนาดวงฤกษ์ในราศีพิจิกได้ ก็จะได้ดวงฤกษ์อสีติธาตุ ดังนี้เป็นต้น

 

แต่ถ้าทำการในวันเสาร์หรือวันอาทิตย์เราก็จะได้ดาวศรีและกาลีกุมลัคนาดวงฤก์ทันที สามารถทำให้ดวงฤกษ์ทำการเสื่อมได้ เช่นถ้าทำการวันเสาร์ จะเสื่อมเรื่องการประชาสัมพันธ์ ถ้าทำการวันอาทิตย์จะเสื่อมเรื่องการเงินและความรัก

 

เมื่อสังเกตุดาวประจำวันคล่องแคล่วแล้ว ให้ดูว่าวันทำการนั้นเป็นวันที่พระจันทร์เสวยฤกษ์อะไร เกณฑ์กนกกุญชรให้วางลัคนาราศีอะไร ห้ามราศีอะไร สำหรับราศีที่ไม่ส่งเสริมว่าดี และไม่ห้าม ถ้าจะวางลัคนาในราศีนั้นโดยมีดาวอื่นประกอบดีก็ทำได้ ให้ลองวางลัคน์ดวงฤกษ์ก่อนแล้วค่อยไปตรวจข้อห้ามต่าง ๆ ในภายหลัง ถ้าดวงฤกษ์ออกมาไม่ดีก็เปลี่ยนวันใหม่ได้

 

เกณฯฑ์กนกนารี

เกณฑ์นี้เป็นเกณฑ์การตรวจสอบฤกษ์ทำการโดยตรง ว่าฤกษ์ทำการที่จะนำมาใช้ ในวันใด ๆ นั้นเขามีข้อห้ามหรือข้อส่งเสริมไว้อย่างไรบ้าง ไม่ใช่พอเห็นว่าเป็นฤกษ์ดี ๆ แล้วจะใช้ได้ทุกวัน

ขอยกตัวอย่างดังนี้

 

เช่นจะทำการอย่างใดอย่างหนึ่งในวันเสาร์ที่ 17 มกราคม 2552

ในวันนั้นพระจันทร์เสวยฤกษ์ที่ 13 หมวดภูมิปาโลฤกษ์

ตามเกณฑ์กนกนารีเขาให้ทำการได้ใน วันอาทิตย์ จันทร์ อังคาร เท่านั้น

วันเสาร์ ต้องห้าม ทำไม่ได้ ถ้าขืนทำการในวันเสาร์จะมีโทษ “ทำการนานไปไฟจะไหม้แล(จะเจ็บไข้แล)

จะเห็นได้ว่าไม่ใช่พอเป็นฤกษ์ที่อยู่ในหมวดภูมิปาโลฤกษ์ซึ่งถือเป็นหมวดฤกษ์ที่ดี แล้วจะทำการได้เสมอไป

เกฏกณฑ์ข้อห้าม “กนกนารี” ระบุโทษไว้ชัดเจนและรุนแรง ถ้าใครฝ่าฝืนจะมีโทษแน่ ไม่ตกแก่ผู้ใช้ฤกษ์ก็จะตกแก่คนให้ฤกษ์

 

เกณฑ์จักขุมายา

เกณฑ์จักขุมายา เป็นอีกอย่างหนึ่งที่นำตรวจสอบฤกษ์ ว่าฤกษ์ใดบ้างที่ทำการได้ในวันนั้น ๆ การตรวจให้นำฤกษ์ที่จะทำการมาบวกกับเกณฑ์วัน ในวันที่จะทำการ แล้วหารด้วย 7 ถ้ามีเศษ 1-2-3 ห้ามทำการ เศษ 4-5-6-7 ทำการได้

ตามตัวอย่างข้างบน ฤกษ์ที่จะทำการคือ ฤกษ์ที่ 13 ในหมวดภูมิปาโล เกณฑ์ประจำวันเสาร์ 3 เมื่อบวกกับฤกษ์ทำการแล้วจะได้ 16 หารด้วย 7 เหลือเศษ 2 ห้ามทำการ ตำนานฤกษ์บอกว่า “กาฬกิณีแสนเข็ญ”

 

เกณฑ์ฤกษ์มหาศูนย์

เกณฑ์ฤกษ์มหาศูนย์ เป็นอีกเกณฑ์หนึ่งที่นำมาตรวจสอบฤกษ์ที่จะทำการว่าดีหรือไม่ดี หลักใหญ่มีข้อบังคับว่าให้ดูพระอาทิตย์ในวันจะทำการสถิตราศีใด จะห้ามฤกษ์เอาไว้เลย ไม่ต้องต้องไปคิดคำนวณ

ตามตัวอย่างที่กล่าวไว้ว่า ทำการในวันเสาร์ที่ 17 มกราคม 2552

ในวันดังกล่าวอาทิตย์ ๑ โคจรอยู่ในราศีมังกร ห้ามทำการฤกษ์ที่ 2 คือฤกษ์ในหมวดมหัทธโน

แต่ในวันที่จะทำการเป็นฤกษ์ 13 ดังนั้นถือว่าทำการได้ ไม่ต้องห้าม

 

ดังที่กล่าวไว้ กฏเกณฑ์การตรวจสอบฤกษ์ 3 อย่าง คือ กนกนารี จักขุมายา และฤกษ์มหาศูนย์

ถ้าดี 3 ข้อจะดีมาก ทำการได้ดี

ถ้าดี 2 ทำการได้ดีพอใช้

ถ้าดี 1 ห้ามทำการ

 

ทีนี้เมื่อผ่านการตรวจสอบฤกษ์ที่จะทำการว่าดีหรือไม่ครบ 3 ขบวนการแล้ว

ก็มาถึงขั้นตอนการวางดวงฤกษ์

 

วางลัคนาดวงฤกษ์ตามเกณฑ์กนกกุญชรการ

การวางลัคนาดวงฤกษ์ ย่อมต้องมาจากเวลาปฐมฤกษ์ มิฉะนั้นจะวางลัคนาดวงฤกษ์ไม่ได้ เช่นเดียวกับคนที่ไม่มีเวลาเกิดก็ย่อมวางดวงชะตาของคน ๆ นั้นไม่ได้

 

ตามตัวอย่างที่สมมุติขึ้นว่าจะหาฤกษ์ทำการใน วันเสาร์ที่ 17 มกราคม 2552

  • ถ้าในวันดังกล่าวนี้ กฏเกณฑ์ห้ามฤกษ์ทำการ นกนารี จักขุมายา และฤกษ์มหาศูนย์ผ่าน ก็จะมาถึงขั้นตอนการหาเวลาปฐมฤกษ์และเวลาสุดฤกษ์ ซึ่งก็จะเป็นไปตามกฏ ไม่มีข้อยกเว้น
  • ตามกฏเกณฑ์กนกกุญชร บังคับไว้ว่า ถ้าทำการในวันเสาร์ และใช้ฤกษ์ที่ 13
  • ให้วางลัคนาดวงฤกษ์ได้ในราศีตุลย์เท่านั้น ราศีอื่นห้ามเด็ดขาด
  • หลักการจะวางดวงฤกษ์ ต้องมาจาก ราศี องศา ลิปดาของอาทิตย์ในวันทำการเท่านั้น
  • เคยมีบางท่าน วางลัคนาดวงฤกษ์จากองศ่ลิปดาของดาวจันทร์ ๒
  • โดยอ้างว่า เมื่อฤกษ์มาจากการโคจรของพระจันทร์ ๒
  • ดังนั้นจึงต้องเอาราศี องศา ลิปดาของจันทร์ ๒ ในวันทำการมาวางลัคนา ข้อนี้เป็นการเข้าใจที่ไม่ถูกต้องครับ !
  • ต้องใช้พระอาทิตย์ ๑ ครับ และในวันดังกล่าว อาทิตย์ ๑ สถิตราศีมังกร 3 องศา 30 ลิปดา

วิธีการ

ให้เอาองศาลิปดาของอาทิตย์ ๑ ที่โคจรมาแล้ว ไปลบออกจาก องศาในราศีมังกร ซึ่งมี 30 องศาต่อ 1 ราศี เพื่อต้องการจะทราบว่าเหลืออีกกี่องศา ที่อาทิตย์ ๑ จะโคจรไปจนสุดราศีมังกร จากที่สมมุตินี้คือ 30.00-3.30 องศา เหลือองศาที่อาทิตย์ต้องโคจรอีก 26.30 องศา

  • เป็นที่ทราบกันว่า ในราศีมังกร มีอันโตนาที หรือนาทีนาฬกาอยู่ 72 นาที
  • ให้กระจาย 30 องศาในราศีมังกรให้เป็น ลิปดา จะได้เท่ากับ 1800 ลิปดา
  • ให้กระจาย 26.30 องศาเป็นลิปดาด้วย จะได้เท่ากับ 1563 ลิปดา
  • ทีนี้เทียบว่า 1800 ลิปดาต้องใช้เวลาในการโคจร 72 นาที หรือเท่ากับ 1 ชม. 12 นาที
  • ถ้า 1563 ลิปดาจะใช้เวลาเท่าใด? จะได้เท่ากับ 61 นาที 01 วินาที หรือเท่ากับ 1 ชม 1 นาที 1 วินาที
  • และนี่คือคำตอบว่า องศาลิปดาที่อาทิตย์ ๑ ต้องโคจร 26.30 องศา ต้องใช้เวลา 61 นาทีกับอีก 01 นาที หรือเท่ากับ 1 ชม. 1 นาที 1 วินาที ถ้าทำให้เป็นเวลานาฬิกา ก็จะสุดราศีมังกรที่กรุงเทพฯ เวลา 6.18+1.1.1 เท่ากับ 07.19 น. นี่คือการหาอาทิตย์สุดราศีในวันทำการครับ
  • ต่อไปก็ให้นำอันโตนาทีของแต่ละราศีมาบวกเรื่อย ๆ ไปจนสุดราศีกันย์ จากนั้นก็จะเริ่มเข้าราศีตุลย์ การบวกเข้าราศีตุลย์ต้องบวกทีละ 18 นาที 40 วินาทีต่อนวางค์ ไปจนถึงนวางค์ที่ 3 คือนวางค์พฤหัสบดี ๕ อันเป็นนวางค์เดียวที่อนุญาตให้วางลัคนาดวงฤกษ์ได้ นอกนั้นห้ามทั้งหมด
  • จะได้เวลาปฐมฤกษ์เวลา 23.32 น. สุดฤกษ์ทึ่ 23.50 น.

ทั้งปวงนี้ คือวิธีการหาเวลาปฐมฤกษ์ เพื่อนำไปผูกดวงฤกษ์ทำการ จะได้ตรวจสอบว่าที่แท้ดวงฤกษ์ดีหรือไม่ประการใด ? ถ้าดวงฤกษ์ไม่ดีก็ต้องหาใหม่ จนกว่าจะได้ดีตามที่เราต้องการ เพราะมีกฏว่า ฤกษ์ที่ดีต้องปลอดข้อห้าม และดวงฤกษ์ทำการดีด้วย จึงถือเป็นฤกษ์ที่ดีสมบูรณ์

คำขอร้อง หัดคิดตามและตั้งเลขบวกลบคูณหารไปด้วย กรุณาอย่าอ่านแบบหนังสืออ่านเล่น มิฉะนั้นจะไม่รู้เรื่อง หรือไม่เข้าใจ แล้วจะหาว่าผมโง่ เขียนไม่รู้เรื่องไม่ได้นะครับ ! อย่าลืมว่านี่เป็นเพียงตัวอย่าง ตัวเลขอาจจะเคลื่อนไปบ้าง แต่ก็ใกล้เคียงที่สุด ผมเพียงบอกวิธีการทำที่ง่าย ๆ ให้พอเป็นแนวทางเท่านั้น

ถ้าจะนำมาสรุปให้ชัดเจน ในเรื่องของการหาฤกษ์ทำการ ต้องทำดังนี้

  1. เลือกฤกษ์ที่จะทำการให้ได้เสียก่อน
  2. ตรวจสอบตามกณฑ์กนกนารี
  3. ตรวจสอบเกณฑ์จักขุมายา
  4. ตรวจสอบฤกษ์มหาศูนย์
  5. เมื่อได้ฤกษ์ที่ทำการแล้ว ต้องตัดฤกษ์เพื่อให้รู้ว่าฤกษ์นั้นเริ่มต้นที่เวลาใด สิ้นสุดที่เวลาใด(ในไดอารี่ส์ อ.ทองเจือบอกไว้ให้แล้ว แต่เราก็ควรตัดฤกษ์เป็นด้วย (ถ้าผมไม่ลืมจะบอกวิธีการให้)
  6. หาอาทิตย์สุดราศีในวันนั้นให้ได้ เพื่อเป็นวางลัคนาดวงฤกษ์

 1. กฏเณฑ์การวางลัคนาดวงฤกษ์ทำการ

ที่ผ่านมาผมได้บอกเฉพาะหัวข้อ ไม่ได้แจงละเอียด รับรองว่าต้องมีคนไม่เข้าใจบ้าง แค่ข้อ 1. ที่ว่าการวางลัคนาดวงฤกษ์ต้องวางตามเกณฑ์บังคับของกนกกุญชร ก็มีคนอยากรู้แล้วว่ามันอะไรกัน ช้างมันมาเกี่ยวข้องอะไรกับการให้ฤกษ์ ผมเองก็ไม่รู้ครับ ผมว่าน่าจะเป็น “กนกบัญชร”มากกว่า แต่เอาเถอะอย่าคิดมาก เอาตามตำนานที่ท่านว่าไว้ดีกว่า

อันเกณฑ์กนกกุญชรที่ว่านี้ เป็นการบังคับการวางลัคนาดวงฤกษ์ที่ไม่มีใครกล้าฝ่าฝืน เพราะโทษของการฝ่าฝืนรุนแรง ถึงขั้นพิการ หรือตาย หรือไฟไหม้เป็นต้น

ตัวอย่างเช่น ทำการวันเสาร์ ใช้ฤกษ์ที่ 7-8-9 วางลัคน์ กรกฎ กุมภ์ ทำการแล้ว 6 เดือนจะได้ลาภสัตว์ 4 เท้า 2 เท้า ถ้าวางลัคน์สิงห์ ตาจะบอด มือตีนจะหักแล

คือห้ามแต่ละฤกษ์ เป็นวัน ๆ ไป  จนครบ 27 ฤกษ์ อย่างฤกษ์ 7-8-9 นี้ถ้าเปลี่ยนมาทำวันศุกร์ ตำนานกล่าวไว้ว่า วางลัคนาฤกษ์ราศีสิงห์ดีนัก 2 ปีจะได้ลาภ อยู่เย็นเป็นสุข ดังนี้ ถ้าท่านอยากจะรู้เกณฑ์ข้อห้ามท่านก็ลองไปดูในเมนูย่อยเอาเอง ผมขี้เกียจคัดลอกมาลงซ้ำ

 

2. ต้องวางลัคนาดวงฤกษ์ตามข้อบังคับการวางลัคนาตามราศีธาตุ

ข้อนี้เป็นการบังคับให้วางลัคนาดวงฤกษ์ละเอียดลงไปอีกชั้น เพื่อความปลอดภัยทั้งผู้ให้ฤกษ์และคนที่ใช้ฤกษ์ ไม่ใช่พอบอกว่าวางลัคน์ฤกษ์ราศีนั้น ราศีนี้ดี แล้วก็หลับตาวางไป ไม่เลือกหา”นวางค์” ที่ดี เช่นไม่เป็นนวางค์ขาด นวางค์กาลกิณีวันเกิด กาลกิณีวันทำการ นวางค์ลูพิษ

 

แบบนี้มีโทษหนักเหมือนเกณฑ์กนกกุญชร เช่น วางลัคนาดวงฤกษ์ในราศีเมษ-สิงห์-ธนู ที่ว่าดีตามเกณฑ์กนกกุญชรแล้ว แต่ไปเกาะนวางค์ที่ 7 เข้า ตำนานกล่าวโทษไว้ว่า “จะเห็นคนพาลูกเมียมาทางทิศบูรพา ทำการแล้วเจ้างานจะได้ลาภ แต่โหรผู้ให้ฤกษ์ลูกจะตายคนหนึ่ง”

 

แต่ในบางคราวเราจำเป็น ที่ว่าจำเป็นคือ เพื่อให้ดาวบางดวงที่เราต้องการ ให้อยู่ในตำแหน่งที่ดี เราก็ปรับเวลาใหม่โดยการวางลัคนาดวงฤกษ์ไว้ใน”นวางค์ปุ” แทน นวางค์ปุนี้ถ้าเป็นชั้น 1 สามารถคุ้มโทษได้ นวางค์ปุผมจะนำมากล่าวในภายหลัง แต่ก็มีอยู่ทุกราศี นวางค์ที่ดี ผมก็มีบอกไว้แล้วในหน้าหัวข้อเมนูย่อย

 

 ๓.  ห้ามวางลัคนาดวงฤกษ์เป็นอริมรณะวินาศดวงชะตาเจ้าการ

ข้อนี้เป็นของไม่ยาก เพราะโดยหลักการแล้ว การจะให้ฤกษ์ทำการให้กับใคร ไปทำการอะไร เราต้องตรวจสอบดวงชะตาของเขาก่อน เพื่อให้รู้ว่า ณ เวลานั้น ๆ เขาเริ่มกิจการได้ไหม? คือเมื่อเริ่มงานแล้วไปรอดไหม? ถ้าดวงเขาในระยะนั้นไม่ดี ให้ฤกษ์ดีอย่างไร ก็ไม่สามารถช่วยได้ อย่างมากพอพาตัวรอดเท่านั้น ดีไม่ดีคนให้ฤกษ์นั่นแหละจะต้องรับกรรม 

 

อย่างเช่นดวงชะตาของเจ้าการหรือผู้มาขอฤกษ์มีลัคนาสถิตราศีเมษ แล้วเราวางลัคนาดวงฤกษ์ในราศีกันย์และราศีพิจิก ซึ่งเป็นเรือนอริ มรณะของราศีเมษ ถ้าวางไว้ในราศีมีน เป็นวินาสน์ พอใช้ได้ ถ้าจะเป็นทำได้ เพราะอย่างไรลัคนาของเจ้าการก็อยู่ในเรือนกะดุมภะของดวงฤกษ์

 

4. ห้ามวางลัคนาดวงฤกษ์ในราศีกาลกิณีวันทำการ

ตัวอย่างเช่นถ้าทำการวันจันทร์ ห้ามวางลัคนาดวงฤกกษ์ไว้ในราศีสิงห์ เพราะราศีสิงห์ดาวเจ้าเรือนคืออาทิตย์ ๑ และอาทิตย์ ๑ เป็นกาลกิณีของจันทร์ ๒ ถ้าทำการวันอังคาร ห้ามวางลัคนาดวงฤกษ์ไว้ในราศีกรกฎ ทำการในวันพุธ ห้ามวางลัคนาดวงฤกษ์ในราศีเมษและพิจิก ทำการวันพฤหัส ห้ามวางลัคนาดวงฤกษ์ไว้ในราศีมังกร ทำการในวันศุกร์ ห้ามวางลัคนาดวงฤกษ์ไว้ในราศีกุมภ์ ทำการในวันเสาร์ ห้ามวางลัคนาดวงฤกษ์ไว้ในราศีเมถุนและราศีกันย์

 

5. ห้ามวางลัคนาดวงฤกษ์ในราศีกาลกิณีของเจ้าการ

ข้อนี้คล้ายข้อ 4. คือถ้าเจ้าการผู้มาขอฤกษ์ทำการเกิดวันอาทิตย์ เราให้ฤกษ์ วางลัคนาดวงฤกษ์ไว้ในราศีใดก็ได้ยกเว้นราศีที่มีดาวศุกร์  ๖ เป็นดาวเจ้าเรือน ซึ่งก็จะได้แก่ราศีตุลย์และพฤษภ 2 ราศี

 

6. ไม่ควรวางลัคนาดวงฤกษ์เกาะนวางค์กาลกิณีวันทำการ

นวางค์กาลกิณ๊วันทำการคือ ถ้าเราทำการวันเสาร์ ดาวพุธ ๔ จะเป็นกาลกิณี ดังนั้น นวางค์ที่มีดาวพุธ ๔ ครอบครองเป็นดาวเจ้านวางค์ เป็นนวางค์กาลกิณีหมด ห้ามวางลัคนาฤกษ์เกาะนวางค์พุธ ๔ ไม่ว่าในราศีอะไร รวมถึงนวางค์ที่เป็นกาลกิณีวันเกิดด้วย เช่น เจ้าการเกิดวันเสาร์ นวางค์พุธ ๔ ก็จะเป็นนวางค์กาลกิณีวันเกิดของเจ้าการ

 

7. ไม่ควรวางลัคนาดวงฤกษ์ทำการให้พฤหัสบดี ๕ จันทร์ ๒ และอาทิตย์ ๑ เป็นอริ มรณะ วินาสน์

ในดวง 10 ลัคนา อาทิตย์ ๑ เป็นอริ มรณะ หรือวินาสน์ลัคนาดวงฤกษ์ไม่มี เพราะ อาทิตย์ ๑ คือลัคนา แต่เมื่อทำดวงฤกษ์ออกมาแล้ว ดาวในดวงฤกษ์ ต้องสัมพันธ์ดีกับอาทิตย์ โดยเฉพาะจันทร์ ๒ และ พฤหัสบดี ๕ ปกติดาวจันทร์ ๒ เป็นดาวโชคลาภที่เด่นมากในแต่ละวันเพราะโลกเราอยู่ใกล้มาก พฤหัสบพี ๕ ถ้าไม่เป็นกาลกิณีจร เป็นดาวที่ให้คุณมากที่สุดในรอบปี ดังนั้น 2 ดาวนี้เสียไม่ได้

 

8. ห้ามวางลัคนาดวงฤกษ์ให้เสาร์ ๗ หรือราหู ๘ จรทับหรือเล็งลัคนาดวงฤกษ์

อย่าลืมว่าดวงฤกษ์ก็เหมือนดวงคน ถ้ายามใด เสาร์ ๗ หรือราหู ๘ จรมาทับหรือเล็งย่อมประสบกับความยุ่งยากหลายประการ ดวงฤกษ์ทำการ เป็นดวงของกิจการที่จะทำ และกำลังจะเริ่มต้น เหมือนเด็กแรกเกิด ที่ยังไม่มีภูมิต้านทานโรคมากนัก ต้องคอยดูแลอย่างดีเยี่ยมบุตรหลานจึงจะเติบโตอย่างสมบูรณ์แข็งแรง ดังนั้นดวงฤกษ์ทำการถ้าโดนเสาร์ ๗ หรือราหู ๘ เข้ามาทำลายเสียตั้งแต่เริ่มต้นกิจการ สามารถทำให้กิจการนั้นประสบกับความล้มเหลว จึงต้องระวังกันอย่างยิ่งยวด เพราะผมเคยเห็นตัวอย่างมากมาย

 

9. ไม่ควรวางลัคนาดวงฤกษ์ทำการให้พฤหัสบดี ๕ จรอยู่ในเรือนอริมรณะวินาสน์

 

ดูดวง ดูดวงออนไลน์ ดูดวงสิบลัคนา 10 ลัคนา ดูดวงไพ่ยิปซี ดูดวงทางโทรศัพท์ ดูดวงความรัก ดูดวงการเงิน ดูดวงการงาน ดูดวงการเรียน หมอดูแม่นๆ หมอดูออนไลน์ หมอดูแม่นๆ ดวงดี ดูดวงทางไลน์ หมอดู ดูดวงสิบลัคนา ดูดวงไพ่ยิปซี ดูดวงทางโทรศัพท์
ดูดวง ดูดวงออนไลน์ ดูดวงสิบลัคนา 10 ลัคนา ดูดวงไพ่ยิปซี ดูดวงทางโทรศัพท์ ดูดวงความรัก ดูดวงการเงิน ดูดวงการงาน ดูดวงการเรียน หมอดูแม่นๆ หมอดูออนไลน์ หมอดูแม่นๆ ดวงดี ดูดวงทางไลน์ หมอดู ดูดวงสิบลัคนา ดูดวงไพ่ยิปซี ดูดวงทางโทรศัพท์

ดวง 10 ลัคนา โหราศาสตร์ 10 ลัคนา หรือที่เรียกกันโดยย่อว่าดวง 10 ลัคน์ เป็นวิชาการพยากรณ์วิชาหนึ่งที่ยึดหลักการทายมาจากดวงทั่วไปหรือลัคนาเดียว

ดูดวง ทางโทรศัพท์ โหราศาตร์ 10 ลัคนา
ดูดวง ทางโทรศัพท์ โหราศาตร์ 10 ลัคนา

ดวง 10  ลัคนา  โหราศาสตร์ 10 ลัคนา หรือที่เรียกกันโดยย่อว่าดวง 10 ลัคน์ เป็นวิชาการพยากรณ์วิชาหนึ่งที่ยึดหลักการทายมาจากดวงทั่วไปหรือลัคนาเดียว คือยังใช้ดวงเกษตรเป็นหลักของดาวเจ้าเรือนใน 12 เรือน การวัดความเข้มข้นของดาวที่จะให้คุณหรือให้โทษ โดยการใช้ดวงมาตรฐาน มหาอุจจ์ มหจักร ราชาโชค นิจ ปรป็นเครื่องวัด                       สำหรับเรื่องของดวงทักษา 10 ลัคน์ไม่ใช้มหาทักษาการเสวยอายุ แต่ใช้ทักษาจรปีไปภูมิละ 1 ปี เมื่ออายุจรถึงภูมิอาทิตย์ ๑ ต้องนับปีถัดไปเข้าตากลาง และมี พฤหัสบดี ๕ เป็บริวาร พอปีต่อไปให้นับอายุย่างที่ภูมิจันทร์ ๒ จากนั้นก็นับไปตามปกดิ เน้นการหาดาวกาลกิณี เดช มนตรี ศรี ทั้งเดิมและจรมาประกอบทายควบไปกับดวงเดิมและดาวดาวจร                       นอกจากนี้ก็ยังใช้คู่มิตร คู่ศัตรู คู่ธาติ คู่สมพล และยังใช้เกณฑ์ ปัศวะ นระ กีรฏะ อัมพุ ตรีวัยเช่นเดียวกับดวงราศีจักรทั่วไป                       ต่างกันอย่างเดียวคือให้เอาราศี-องศา-ลิปดา ของดาวประจำวันเกิดมาหาลัคนาทั้งหมดตามเวลาเกิดหรือเวลาตกฟาก โดยไม่เว้น                       ในขณะที่การผูกดวงทั่วไปหรือลัคนาเดียวใช้ดาวในปฏิทินดาราศาสตร์ คือ ๑๒๓๔๕๖๗๘๙๐ มา ลด-เพิ่ม องศา-ลิปดาตามเวลาเกิดหรือเวลาตกฟาก ที่เรียกตามภาษาโหรว่า “ตัดสมผุส ณ เวลาเกิด” ซึ่งส่วนมากก็ยังเป็นตำแหน่งดาวในท้องฟ้าเหมือนเดิม ทำไมจึงต้องมีดวง 10 ลัคนา? ตามความคิดของผม คิดว่า น่าจะเป็นส่วนหนึ่ง หรืออีกเส้นทางหนึ่งต่อการพัฒนาวิชาโหราศาสตร์ เพื่อผลของการพยากรณ์ที่ง่ายและกระชับ ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อมหรือไม่มีข้อแม้มากจนสับสน ผมเคยพบกับโหรอาวุโสท่านหนึ่ง ก่อนที่ผมจะตัดสินใจมาเรียนโหราศาสตร์ ตาของท่านพิการ เป็นลุงของเพื่อนที่ทำงานอยู่แผนกเดียวกันกับผม คือแผนกนำเข้าและส่งออกสินค้ายาและเคมีภัณฑ์ของบริษัทชาวเยอรมันนี โหรอาวุโสดังกล่าว ท่านเคยทายดวงให้ผม เวลาท่านทาย ท่านจะถามย้ำถึงองศาลิปดาของดาวเสมอ และท่านทายแม่นยำดี โดยมีเพื่อนผมเป็นคนผูกดวงราศีจักร์ทั่วไปให้ ก่อนทายท่านจะถามถึงลัคนากี่องศา การถามถึงองศาของลัคนา นั่นน่าจะหมายถึงท่านต้องการทราบว่า ลัคนาเกาะนวางค์อะไร เพราะคนเราแม้จะมีลัคนาสถิตราศีเดียวกันก็จริง แต่เมื่อองศาต่างกัน นั่นย่อมหมายถึงลัคนาเกาะนวางค์ที่ต่างกัน การต่างกันของนวางค์ของลัคนานี่แหละ ที่ทำให้ผลออกมาว่าเจ้าชะตานิสัยต่างกันไป ยิ่งถ้ารู้องศาลิปดาของดาวอื่น ๆ ด้วยยิ่งเป็นการดี เพราะเราสามารถเอาองศาลิปดา ของดาวแต่ละดวงเข้าดวงนวางค์ได้ง่าย  หรือหากจะพัฒนาเป็นดวง 10 ลัคน์ด้วยการคำณวนในใจไปตามอันโตนาทีของแต่ละราศีก็ย่อมทำได้ไม่ยาก ตรงนี้แหละที่ผมเริ่มสนใจ และอยากจะเรียนรู้บ้าง ก็พอดีที่ท่านถึงกรรม ก่อนที่ผมตัดสินใจเป็นศิษย์เพียงไม่กี่วัน ! จึงในวันที่รอเวลาฌาปนกิจศพ ผมจึงได้ปลีกตัวไปพบกับ อ. อรุณ เทศถมทรัพย์ ปรมาจารย์ทาง 10 ลัคน์ตัวจริงซอยบางยี่ขัน แล้วลงมือศึกษา 10 ลัคนาเรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้ การผูกดวง 10 ลัคนา ทำอย่างไร ? ความจริงการผูกดวง 10 ลัคนา เข้าใจว่าหลายคนทำได้ ที่ผมกล่าวเช่นนี้ เพราะเมื่อใครก็ตามสามารถผูกดวงราศีจักรธรรมดา หรือที่ผมนิยมเรียกว่า ดวงลัคนาเดียวได้ โดยการนำเอาราศี-องศา-ลิปดาของอาทิตย์ในวันที่เจ้าชะตาเกิดมาผูกดวงหาลัคนาได้ ราศี-องศา-ลิปดาของดาวอื่น ๆ เช่นดาว ๒๓๔๕๖๗๘๙๐ ก็นำมาหาลัคนาได้เช่นเดียวกัน และกรรมวิธีการทำก็ทำแบบเดียวกัน ยกเว้น ๘ และเกตุ ๙ ที่ต้องย้อนกลับ เพราะเดินสวนทางกับดาวอื่น แต่ลัคนาจะของดาวอะไรก็ตามเมื่อหาได้แล้วไม่ต้องใส่ ส หรือ ล แทน ใช้ดาวแต่ละดาวไปเลย ด้วยเหตุนี้ดวง 10 ลัคน์จึงเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าดวงไม่มีลัคน์ เพราะไม่มี ส และ ล นั่นเอง แต่ที่จริงแล้วเห็น อาทิตย์ (๑) สถิตราศีใด นั่นแหละเป็นลัคนาของคน ๆ นั้น ๑ จะเป็นลัคนาประธานที่สำคัญที่สุด ลัคนาของดาวอื่นเป็นลัคนาประกอบ หรือเป็นลัคนาบริวาร เพราะตามหลักดาราศาสตร์แล้วดาว ๒๓๔๕๖๗๘๙๐ เป็นดาวบริวารของอาทิตย์ ไม่มีแสงสว่างของตนเอง ทว่าดาวดังกล่าวล้วนมีความสำคัญ ไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน คนมาจากดาวหรือดาวมาจากคน? ในคน ๆ หนึ่งจะขาดดาวใดดาวหนึ่งไม่ได้เลย ทุกดาวมีเอกลักษณ์เกี่ยวข้องกับตัวเรา โดดเด่นไปคนละทิศทาง ดังผมจะนำมากล่าวให้เห็นชัดดังนี้ ๑ อาทิตย์ เป็นดาวขนาดใหญ่ เป็นขุมกำลังของพลังงาน ความร้อน และแสงสว่างที่ก่อให้เกิดมวลมนุษย์และสรรพสิ่งมีชีวิตทั้งปวง อาทิตย์โคจรไป ณ ที่ใดของโลก (โลกหมุนเอาด้านใดไปหาพระอาทิตย์)ที่นั่นจะสว่างไสว อบอุ่น ในความสว่างไสวยังได้แฝงเร้นพลังงานไปสู่มวลสัตว์โลก ตลอดจนพืชผักผลไม้ เมื่อเราบริโภคสิ่งดังกล่าว จึงมีพลังงาน สามารถทำอะไรได้อย่างเข้มแข็ง ถ้าเราขาดการบริโภคพืชผักผลไม้ก็ย่อมไม่สามารถมีชีวิตอยู่รอดได้ เมื่อเป็นดังนี้ก็เท่ากับว่า เพราะมีอาทิตย์เราจึงเกิดและมีชีวิตอยู่รอดได้ พืชพันธุ์ธัญญาหารก็เจริญเติบโต ขาดพระอาทิตย์โลกเราคงหนาวเหน็บจนไม่มีสิ่งมีชีวิตอย่างแน่นอน ในทางโหราศาสตร์กำหนดเอาอาทิตย์ไว้ทาย เกียรติยศ ชื่อเสียง ศักดิ์ศรี การยึดมั่นถือมั่นในตนเอง ท่านบุรพาจารย์ได้รจนาไว้ว่า ทายยศศักดิ์ ทายอาทิตย์ ๒ จันทร์ ดาวดวงนี้แม้จะเป็นดาวเล็กแต่ก็เป็นดาวที่มีอิทธพลมาก และอยู่ใกล้โลก สามารถมองเห็นชัดเจนในข้างขึ้นดาวจันทร์ ๒ ในหลักของโหราศาสตร์ ใช้ทายโชคลาภประจำวัน เป็นดาวที่บ่งบอกถึงความสวยงาม ไม่ว่าของคนและสัตว์ถ้าจันทร์ ๒ในดวงชะตาของใครได้ตำแหน่งดี จะเป็นคนมีรูปร่างสวย มีเสน่ห์น่ารัก ตามตำนานกล่าวว่าทายจริตให้ทายจันทร์ ๒ ซึ่งเกี่ยวข้องกับคนเราโดยตรง เมื่ออาทิตย์ ๑ ทำให้เราเกิดและมีชีวิต ดาวจันทร์ ๒ จะเข้ารับหน้าที่ความน่ารัก จะห็นได้ว่าเด็กหรือสัตว์เลี้ยงที่เกิดใหม่ อายุอยู่ในระหว่าง 8 เดือนถึง 1 ขวบจะน่ารัก ๓ อังคาร โดยพื้นฐานแล้วเอามาทายเรื่องความขยันขันแข็ง เอาจริง มีความพยามยามดี ค่อนข้างตรงไปตรงมา โผงผางแบบนักเลง เทียบกับเด็กในระยะ 1-2 ขวบที่จะซุกซน ไม่เคยหยุดนิ่ง นอกจากนอนหลับ ตามตำราโหรเอามาทาย กล้าแข็งขยัน ๔ พุธ ดาวดวงนี้เป็นดาวที่ทำหน้าที่เรื่องการหัดพูด จะพูดเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับดาวในดวงชะตา เด็กที่มีดาวดวงนี้กุมลัคนาจะพูดได้เร็ว เด็กจะพูดชัดเจน หรือคล่อง อายุจะอยู่ในช่วง 3-4 ขวบ ดาวพุธ ๔ ตามตำนานเอามาทายเรื่องการพูดคือ พูดจาอ่อนหวานให้ทายพุธ ๔ ๕ พฤหัสบดี ดาวดวงนี้เน้นเรื่องวิชาการ ความรู้ คุณธรรม ความรับผิดชอบ เด็กเมื่อพูดชัด พูดคล่อง ก็จะถูกส่งตัวเข้าโรงเรียน เพื่อการเรียนรู้วิชาการต่าง ๆ ช่วงการที่ต้องอยู่ในสถานการศึกษา เป็นช่วงยาวนาน จนเติบโตเป็นหนุ่มเป็นสาว เฉพาะดาวพฤหัสบดี ๕ ทางโหรเอาทายเรื่องปัญญาบริสุทธิ์ ต้องทายพฤหัส ๖ ศุกร์ เอามาทายกามกิเลสกำดัด คือทายการลุ่มหลงมัวเมาในรูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัสอันนุ่มนวล คนหนุ่มสาวทุกคนต้องผ่านตรงนี้ ไม่มีใครไม่อยากมีรูปสวย รสดีชอบกันทุกคน กลื่นหอมก็ชอบ เสียงเพราะก็ชอบ สัมผัสที่นุ่มนวล มีใครบ้างที่ไม่ชอบ? นอกจากนั้นดาวดวงนี้ยังหมายถึงการเงิน ดาวดี การเงินดี เมื่อมีเงินรูปก็ต้องสวยตาม รสก็ต้องเลือกแต่ที่เป็นเลิศ ฯลฯ และสุดท้ายความรักก็จะดีตามไปด้วยอย่างไม่ต้องสงสัย ไม่เคยเห็นใครที่มีเงินแล้วผิดหวังเรื่องความรัก จะมีบ้างเป็นส่วนน้อย ๗ เสาร์ เป็นดาวโทษทุกข์ ตามตำนานกล่าวไว้ว่าทายโทษทุกข์ให้ทายเสาร์ คนเราเมื่อมีรักก็มีทุกข์เป็นของคู่กัน รักถ้าสมหวังเป็นสุข ๆ ทั้งกายทั้งใจ แต่ถ้าผิดหวัง จะเป็นทุกข์ รักเขาข้างเดียวเป็นทุกข์ ของรักถูกพรากหรือคนอื่นช่วงชิงไป เป็นทุกข์ จะมากหรือน้อยขึ้นกับดาวดวงนี้ ๘ ราหู ดาวดวงนี้เขาว่าไม่ใช่ดาว เป็นเพียงเงา ผมว่าช่างมันเถอะจะเป็นอะไรก็ช่าง แต่เท่าที่สังเกต เวลามันจรมาเล็งลัคน์ทีหนึ่งหรือทับลัคน์ทีหนึ่ง ก็มีแต่เรื่องวุ่นวาย ทั้งด้านการงานการเงิน ปั่นป่วนไปหมด ตามตำนานเขาเอามาทายเรื่องมัวเมา ก็ต้องมัวเมาล่ะครับ เพราะมันเจอหลายปัญหาเหลือเกิน  งานก็ไม่มีทำ เจ้าหนี้ก็ทวง ความรักเริ่มขม แบบนี้ก็ต้องเมากันหน่อย เพราะพอเมาได้ที่แล้วมันลืมไปชั่วคราว หายเมาก็กลุ้มใหม่ เลยต้องดื่มระงับอีก กลายเป็นมัวเมาไปตลอดชาติ แต่มันก็มีดีเหมือนกันนะครับ ถ้ามันเกิดได้ตำแหน่งดีขึ้นมา ๙ เกตุ นี่เขาก็ว่าไม่ใช่ดาวเหมือนกัน ทางโหรเขาเอามาทายเรื่องอายุยืน ความจริงเรื่องอายุยืนนี่ เอาดาวอายุในดวงชะตามาทาย ชัดเจนกว่า แต่เมื่อตำนานเขาว่าอย่างนั้นก็ว่ากันไปตามตำนาน ไปขัดเขามากเดี๋ยวจะมีปัญหา แต่ก็ขอบอกให้คิดนะครับ….ไม่ต้องตอบหรอกว่า คนมันเมาทุกวัน…จะอายุยืนได้อย่างไร? ๐ มฤตยู เทพเจ้าแห่งความตาย ตามตำราโลกธาตุว่าทายอาเพทให้ทาย ๐ มฤตยู ดาวดวงนี้เป็นอย่างนั้นจริง ๆ ถ้าเล็งลัคน์ใครก็ทำลายคู่ แต่ก็เรียนโหราศาสตร์ได้ดี กุมลัคน์ก็เช่นเดียวกัน ขอเพียงในพื้นที่ที่มันอยู่อย่ามีอย่างอื่นอยู่ด้วยก็แล้วกัน มันจะทำลายทันที เช่นคนที่ดาวอายุกุมลัคน์แล้วมี มฤตยุ ๐ เล็งหรือทับลัคน์ จะเป็นคนขี้โรค แต่อายุยืน ดังนี้เป็นต้น อาจารย์ผมก็ถึงแก่มณะกรรมด้วยดาวดวงนี้ เพราะมันถอยหลังกลับเข้ามาในราศีที่ลัคนาอาจารย์ผมสถิต ผมจึงไม่ค่อยถูกกับมันสักเท่าใร คือสรุปแล้วคนโบราณหรือโบราณาจารย์ท่านเป็นคนฉลาดชนิดที่คนสมัยนี้คิดไม่ถึง ที่เอาดาวทั้ง 10 ดวง คือ ๑๒๓๔๕๖๗๘๙๐ มาแทนเรื่องราวที่เกี่ยวกับคนได้อย่างเหมาะเจาะในแต่ละวัย ดังนั้นจึงการจะสังเกตุความเป็นไปของชีวิตว่าดีหรือร้าย สังเกตุได้จากดาวเหล่านี้ เพราะท่านโบราณาจารย์ได้ทดสอบเก็บสถิติมาหลายรอบจนเชื่อถือได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งถ้าเราจะนำมาเปรียบเทียบกับสถิติศาสตร์ก็ไม่น่าจะแตกต่างกัน การทายจร เรื่องการทายจรเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ค่อนข้างจะสับสน โดยเฉพาะคนที่เริ่มใหม่ ดังนั้นความคิดเห็นที่ผมจะเขียนต่อไป เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัว  พบมาอย่างไรก็จะว่าไปตามที่เห็น ขออย่าได้ยึดเป็นตำรา โดยเฉพาะดวงในระบบที่ต่างไปจาก 10 ลัคน์ เพราะดวงแบบอื่นผมศึกษามาน้อยไม่ค่อยจัดเจน ถ้าขืนเอาข้อคิดเห็นนี้ไปใช้อาจจะไม่ตรงตามความเป็นจริงแล้วจะเกิดความเสียหายได้ หลัการทายจร มีอยู่ 3 ขั้นตอน คือ 1.การทายจรปัจุบัน หมายถึงเขามาหาให้เราทายหรือพยากรณ์เมื่อใดเราก็เอาดาวจรในขณะนั้นมาทาย 2.การทายจรอนคต เป็นการทายเหตุการที่จะเกิดขึ้นต่อไปข้างหน้า จะเป็นในระยะใกล้หรือไกลก็แล้วแต่ ตรงนี้เราต้องจำได้ว่า ณ เวลาที่ต้องการทายนั้นดาวอะไรโคจรอยู่ในราศีใด 3.การทายจรอดีต ทางหนึ่งเป็นการตรวขเช็ดดวงชะตาว่าถูกต้องหรือไม่ อีกทางหนึ่งเป็นการสร้างศรัทธาต่อผู้มาให้พยากรณ์ เพราะการทายเหตุการณ์ในอดีตถ้าถูกต้อง ก็จะได้รับความเชื่อถือ การทายจรทั้ง 3 ขั้นตอนนี้ การทายจรอดีตเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ทายผิดไม่ได้ ดังนั้นถ้าอยากจะมีชื่อเสียงในการเป็นโหรต้องระมัดระวังให้มาก และการจะทายจรดวงชะตาของคนที่เขาเข้ามานั่งอยู่ตรงหน้า ควรกระทำเป็นอันดับแรก ก่อนจะทายเรื่องอื่น บางคนหรือส่วนมาเราจะจับเอาดาว ๗-๘-๕-๓ มาทาย ยิ่งถ้าจับเอาตอนที่เป็นกาลกิณีจร ๆ เข้าทับลัคน์หรือเล็งลัคน์ยิ่งจะชัดเจนมาก เช่นคนที่เกิดวันพุธ แล้วมีดาวอังคาร ๓ กุมลัคนาในดวงชะตา ปีไหนอังคาร ๓ จรเป็นกาลกิณี ซึ่งต้องมาถึงลัคน์แน่ ไม่ทับก็เล็งอย่างใดอย่างหนึ่ง ทายเรื่องอุบัติเหตุ เสียเงินกับรถ เช่นซ่อมหรือเปลี่ยนรถ ถูกโกง เดือดร้อนเรื่องการเงิน มีคนมายืมแล้วไม่คืน ดังนี้เป็นต้น สำหรับเสาร์ ๗ หรือราหู ๘ เล็งลัคน์ทับลัคน์ปีไหน ทายปีนั้น ยุ่งเรื่องงาน ออกจากงาน ย้ายบ้าน ย้ายงาน การเงินขัดข้อง ธุรกิจติดขัด ครอบครัวมีปัญหา(ถ้าเล็ง) ยิ่งถ้าเป็นกาลกิณีจรจะยิ่งให้โทษรุนแรง เมื่อการทายจรอดีตผ่านไปด้วยดี เหลือการทายจรปัจจุบันและอนาคต เป็นเรื่องง่าย ๆ ทายไปตามเรือนชะตา 12 เรือน และเรือนทักษาอีก 8  เรือน ขั้นต้นจับเอาตอนที่ดาวปัตตานิเป็นกาลกิณี ทายเรื่องคู่ที่พูดกันไม่รู้เรื่อง หรือพูดกันคนละภาษา บางรายครอบครัวแตกแยก ดาวกะดุมภะเป็นกาลกิณีรายจ่ายมากกว่าปกติ เดือนร้อนทางการเงิน ดาวเจ้าเรือนสหัชชะเป็นกาลกิณี เพื่อนทำพิษเช่นยืมเงินแล้วไม่คืน หรือเพื่อนเลื่อยขาเก้าอี้คิดแย่งตำแหน่งงาน  หรือดาวอุตสาหะเป็นกาลกิณี เบื่องานออกจากงาน ดาวมูลละเป็นกาลกิณี เดินทาง ขายของเก่ากิน อยากขายที่ขายบ้านปลดหนี้ ดาวมนตรีเป็นกาลกิณี ทายเรื่องขาดที่พึ่ง บางรายบิดามารดาเสีย คือร่มโพธิ์ทองหักโค่นนั่นเอง ดาวอายุเป็นกาลกิณี เจ็บป่วยเข้าโรงพยาบาล สำหรับดาวพฤหัสบดี ๕ ถ้าเขาเรือนอริ มรณะ วินาสน์ เป็นกาลกิณีจร ออกจากงาน ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเจ้านาย ธุรกิจติดขัด การเงินหมุนไม่ทัน ถ้าไม่เป็นกาลกิณีจร ดาวพฤหัสบดี เป็นดาวเทพเจ้าแห่งโชคลาภ จรทับลัคน์ จรเข้าลาภะลัคนามีโชคทั้งปี จรเข้าเล็ง ได้คู่เหล่านี้เป็นต้น ดาวศุกร์ ๖ หรือดาวพุธ ๔ ทายเรื่องโชคลาภประจำเดือนที่จรเข้าสัมพันธ์ดีต่อลัคนา ถ้าดาวศุกร์ ๖ จะเป็นเรื่องความรักและการเงินโดยเฉพาะ คือช่วงที่ดาวศุกร์ ๖ สัมพันธ์ดีกับลัคนา การเงินไม่ขัดข้อง ความรักหวานแหวว ส่วนดาวพุธ ๔ เป็นลาภจากการติดต่อ การเจรจา การทำสัญญา คนที่เกิดวันอาทิตย์ใช้ได้ดี อาทิตย์ ๑ หมายถึงการเดินทาง เดินทางเดือนไหนเอาอาทิตย์มาทาย การได้ตำแหน่งหน้าที่การงาน ชื่อเสียงเกียรติยศ จรเข้าทับลัคน์เล็งลัคน์ทายได้ไม่ผิด การทายจรโดยใช้ดาวจรที่กล่าวมาเป็นการทายเวลาดาวนั้น ๆ จรเข้าทับลัคน์ เล็งลัคน์หรือสัมพันธ์กับลัคน์ ส่วนดาวจรกระทบดาวในดวงชะตาก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง ตรงนี้ต้องทำความเข้าใจให้ดี เช่นลัคนาสถิตราศีเมษ ในดวงชะตามมีดาวอังคารสถิตราศีกุมภ์  พออังคารจรๆ เข้ามาในราศีสิงห์ ก็เท่ากับ อังคารร่วมธาตุกับลัคนาและเล็งอังคารเดิม ทำให้เกิดอุบัติเหตุรถคว่ำ แต่ถ้าที่ราศีกุมภ์มีดาวพุธอยู่ด้วย ก็ต้องทายระวังเจ็บปากเจ็บฟันด้วย เพราะอังคารจรเข้าเล็งพุธ แบบนี้การอ่านหนังสือโลกธาติเรื่องชาติเวรบ่อย ๆ จะทำให้การทายจรดาวกระทบดาวหลากหลายขึ้น เพราะจะทำให้จำง่าย ทว่าจะอย่างไรก็ตามอย่าลืมเรื่องทักษาเป็นอันขาด คือเอาทั้งทักษาเดิม ทักษาจรปี ทักษาจรเดือนได้ยิ่งดี เพื่อให้ดูง่ายไม่วกวน ให้คุณลองลากเส้นคู่ขนาน 2 เส้น แนวนอน ระหว่าง 2 เส้นห่างกัน 2 ซม. ยาวซัก  6  ซม. แล้วลากเส้นคู่ขนานอีก 2 เส้นในแนวตั้งให้มีช่องว่าห่างกัน 2 ซม.ตัดกับเส้นคู่ขนานเดิม จะเกิดช่องว่างที่เส้นคู้ขนานตัดกันรวมแล้ว 9 ช่อง ๆ กลางจะเป็นรูปสี่เหลี่ยมด้านเท่า แต่ถ้าอยากเป็นโหรดังต้องทำดังนี้ 1. ต้องจำและนับเลข ๑๒๓๔๕๖๗๘๙๐ ได้ขึ้นใจ 2. ต้องจำได้ว่าเลขทั้งหมดนี้เขาเอามาแทนดาว 10 ดวง เริ่มกันที่ ๑ แทนดาวอาทิตย์ ๒ แทนดาวจันทร์ ๓ แทนดาวอังคาร ๔ แทนดาวพุธ ๕ แทนดาวพฤหัสบดี ๖ แทนดาวศุกร์ ๗ แทนดาวเสาร์ ๘ แทนดาวราหู ๙ แทนดาวเกตุ ๐ แทนดาวมฤตยู 3. เมื่อแทนดาวเรียบร้อยแล้วเขาก็กำหนดให้จำง่าย ๆ ว่า ทายยศศักดิ์ทายอาทิตย์ ๑ ทายจริตให้ทายจันทร์ ๒ ทายกล้าแข็งขยันทายอังคาร ๓ ทายอ่อนหวานให้ทายพุธ ๔ ทายปัญญาบริสุทธิ์ทายพฤหัส ๕ ทายกิเลสกำดัดให้ทายศุกร์ ๖ ทายโทษทายทุกข์ให้ทายเสาร์ ๗ ทายมัวเมาให้ทายราหู ๘ ทายอายุยืนให้ทายเกตุ ๙ ทายอาเพททายมฤตยู ๐ 4. เมื่อจำได้ว่าดาวอะไรทายอะไร ก็ต้องจำเพิ่มอีกว่าดาว ๑-๗ เป็นดาวคู่ธาตุไฟ ๒-๕ เป็นดาวคู่ธาตุดิน ๓-๘ เป็นดาวคู่ธาตุลม ๔-๖ เป็นดาวคู่ธาตุน้ำ ๙-๐ เป็นดาวไม่มีธาตุ คือกลาง ๆ ตามตำนานเขาจัดให้เป็นวิญญาณธาตุ 5. เมื่อรู้ว่าดาวอะไรเป็นธาตุอะไร ต้องจำอีกว่า ดาวอะไรเป็นดาวที่เป็นคู่มิตรเช่น ๑-๕ ๒-๔ ๖-๓ ๘-๗ เขามีกลอนยกำกับว่า อาทิตย์เป็นมิตรกับครู จันทร์โฉมตรูพุธนงเยาว์ ศุกร์ปากหวานอังคารรับเอา ราหูกับเสาร์เป็นมิตรแก่กัน 6. ธรรมดาเมื่อมีดาวคู่มิตรก็ต้องมีคู่ศัตรูเช่น ๑-๓ ๒-๕ ๖-๗ ๔-๘  นี่คือคู่ศัตรูหลักที่ส่งผลชัดเจนดีเมื่อเอามาทาย 7. นอกจากที่ว่ามาแล้วยังมีดาวคู่สมพลอีก ที่ต้องจำได้ คือ ๑-๖ ๒-๘ ๓-๕ ๔-๗ 8. เมื่อรู้เรื่องหรือจำได้มาถึงข้อที่ 7. แล้วก็ยังไม่จบ ต้องรู้ว่าดาวที่เป็นคู่ธาตุนั้นมันช่วยกันเสริมธาตุให้แก่กันและกัน เช่น ๑ กับ ๗ จะเสริมเรื่องชื่อเสียง ๒ กับ ๕ เสริมเรื่องการมีเสน่ห์และวิชาการดี  เรียนเก่ง ๔ กับ ๖ เสริมเรื่องความมีเสน่ห์และเซ็กซี่ด้วย ๓ กับ ๘ เสริมเรื่องความบ้าบิ่น หรือบ้าระห่ำมากกว่าปกติ ดังนี้เป็นต้น 9. สำหรับคู่สมพล คู่มิตร ก็คล้ายกันคือเพิ่มกำลังให้แก่กันและกัน 10. คู่ศัตรูนี่แน่นอนว่าเป็นการทำลายล้างกันให้พังกันไปข้างหนึ่ง จากข้อ 8.9.10. นี่ผมบอกเพียงสังเขปเท่านั้นนะครับ เอาพอเป็นตัวอย่าง ต้องหัดคิดเอาเองบ้าง จึงจะเก่ง 11.ขอสรุปว่าดวงดาวทั้ง 10 ดวงนี้เป็นดาวที่สำคัญมาก มีอิทธิพลต่อชีวิตเรามากที่สุด 12.เมื่อรู้เรื่องดวงดาวแล้ว ก็จะมาถึงเรื่องของโลกที่เราอาศัยอยู่ โลกเราเป็นรูปทรงกลม เราต่างก็ปลูกบ้านเรือนทำมาหากินหลับนอนอยู่บนผิวโลก 13.โลกของเราเคยเห็นบางตำราเขาบอกว่าเป็นดาวดวงหนึ่ง คือดาวสีน้ำเงิน 14.โลกไม่มีใครไปแบ่งออกเป็นกลางวันกลางคืน มันเป็นของมันเอง คือข้างที่หันไปหาพระอาทิตย์เป็นกลางวัน ฝั่งตรงกันข้ามเป็นกลางคืน กลางวันคนและสัตว์ ต้องออกไปทำมาหากิน ส่วนที่เป็นกลางคืนคำมืดก็หลับนอนพักผ่อน สลับกันไปสลับกันมานานแล้ว จะนานสักกี่ปีผมเองก็ไม่ทราบ ไม่อยากจะเดาหรืออวดรู้ 15. โลกเรามีการหมุนรอบตัวเองรอบหนึ่ง 24 ชม. เริ่มต้นกันที่ 6.00 น. ของทุกวัน พร้อม ๆ กันมันก็หมุนรอบพระอาทิตย์ไปด้วย 1 รอบใช้เวลาประมาณ 365 วัน จะครบรอบหนึ่งประมาณ วันที่ 13 เมษายนของทุกปี 16.เรื่องของโหราศาสตร์ เบื้องต้นเขาแบ่งโลกออกเป็น 4 ส่วน แล้วก็แบ่งออกเป็น 8 ส่วน แล้วก็เป็น 12 ส่วน แล้วก็เป็น 36 ส่วน แล้วก็เป็น 108 ส่วน แล้วก็แบ่งเป็น 144 ส่วน แล้วก็แบ่งเป็น 360 ส่วน 17. แต่ในที่นี้เราเอาเพียงการแบ่งออกเป็น 8 ส่วน และ 12 ส่วนมาใช้ก่อน เพราะเป็นเรื่องสำคัญ เป็นหลักพื้นฐานของโหราศาสตร์ 18. การแบ่งออกเป็น 8 ส่วนเขาเอามาใช้เป็นดวงทักษา โดยในแต่ละส่วนท่านบูรพาจารย์ได้จัดให้ดาว 8 ดาวเข้าครอบครองเป็นเจ้าของพื้นที่ (ลองเขียนภาพออกมานะครับ จะได้เข้าใจง่าย) 19. เมื่อเขียนภาพออกมาแล้ว ส่วนบนสุด จะเป็นทิศตะวันออก ตรงกันข้ามจะเป็นทิศตะวันตก ขวามือทิศใต้ ซ้ายมือทิศเหนือ นอกจะเป็นทิศเฉียง ลองนับเองบ้าง 20. สำหรับดาวที่เข้าประจำพื้นที่ดังกล่าวมีดังนี้ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ดาว ๑ ตรงกันข้ามกับทิศนี้คือทิศตะวันตกเฉียงใต้ดาว ๗ ทิศตะวันออกตรงดาว ๒ ทิศตรงกันข้าม คือทิศตะวันตก ดาว ๕ ทิศตะวันออกเฉียงใต้ คือดาว ๓ ตรงกันข้าม คือทิศตะวันตกเฉียงเหนือดาว ๘ ทิศใต้ดาว ๔ ทิศตรงกันข้ามดาว ๖ ครบ 8 ทิศพอดี 21.ข้อควรสังเกตุ เพื่อให้จำง่าย ขอให้ท่านลองเขียนภาพขึ้นมา แล้วจะเห็นว่า ทิศตรงคือตะวันออกกับตะวันตก ดาวที่ครอบครองอยู่เป็นดาวธาตุดิน คือ ๒ และ ๕ 22. ทิศตรงอีกคู่หนึ่ง คือทิศทิศใต้ และเหนือดาวที่ครอบครองอยู่คือ ๔ และ ๖ 23. จะเห็นว่าดาวทั้ง 4 ทิศที่ว่าล้วนเป็นดาวศุภเคราะห์ทั้งนั้น คือ ๒๔๕๖ 24. นับวนตามเข็มนาฬิกาจาก ๒๔๕๖ ดาวศุภเคราะห์ 4 ดาวนี้จะถูกกำหนดกำลังแต่ละดาวเอาไว้ เพื่อประโยชน์ในการจัดเป็นดาวคู่สมพลในโอกาสต่อไป โดยจัดให้ดาว ๒ มีกำลัง 15 ดาว ๔ มีกำลัง 17 ดาว ๕ มีกำลัง 19  ดาว ๖ มีกำลัง 21 คือกำลังจะเพิ่มขึ้นทีละ 2 ๆ เสมอ 25. เป็นเรื่องของดาวที่ครอบครองอยู่ในทิศเฉียง คือดาว ๑๓๗๘ เริ่มที่ตะวันออกเฉียงเหนือ ตะวันตกเฉียงใต้ ตะวันตกเฉียงใต้ ตะวันตกเฉียงเหนือ 26. นับวนตามเข็มนาฬิกาเช่นกัน เริ่มที่ ๑๓๗๘ ดาวทั้ง 4 นี้ถูกแบ่งแยกออกเป็นดาวบาปเคราะห์ จะมีกำลังของแต่ละดาวดังนี้ดาว ๑ กำลัง 6 ดาว ๓ กำลัง 8 ดาว ๗ กำลัง 10 ดาว ๘ กำลัง 12 กำลังประจำดาวจะเพิ่มขึ้นทีละ 2 เช่นเดียวกับดาวศุภเคราะห์ แต่เมื่อนำมารวมกันแล้วน้อยกว่า 1 เท่าตัว 27. ทีนี้ผมจะนำมาสรุปรวมกัน 28. ให้ช่องบนสุดเป็นทิศตะวันออก ตรงกันข้ามเป็นตะวันตก ซ้ายมือสุดเป็นทิศเหนือทขวามือเป็นทิศใต้ นอกนั้นเป็นทิศเฉียง 29. ช่องทิศตะวันออกเฉียงเหนือใส่ดาวอาทิตย์ ๑ วนไปทางขวามือช่องที่ 2 ใส่ดาวจันทร์ ๒ ช่องที่ 3 เป็นอังคาร ๓ 30. ทีนี้ให้ดูช่องที่ตรงกันข้ามกับอาทิตย์ ๑ ให้ใส่ดาวเสาร์ ๗ คู่ธาตุไฟ 31. ช่องที่ตรงกันข้ามกับดาวจันทร์ ๒ ให้ใส่ดาวพฤหัสบดี ๕ คู่ธาตุดิน 32. ช่องตรงกันข้ามกับอังคาร ๓ ให้ใส่ราหู ๘ คู่ธาตุลม 33. ช่องตรงกันข้ามกับพุธ ๔ ให้ใส่ดาวศุกร์ ๖ คู่ธาตุน้ำ 34. นี่แหละครับคือดวงทักษา จากดวงทักษานี้เราจะได้ดาวที่เป็นคู่ธาตุ ๑๗-๒๕-๓๘-๔๖ ครบสี่คู่ 35. ได้คู่สมพล ๑๖-๒๘-๓๕-๔๗ 36. ต้องจำให้ได้นะครับ รวมทั้งคาถากำกับ คือ บริวาร-อายุ-เดช-ศรี-มูลละ-อุตสาหะ-มนตรี-กาลกิณี 37. หลักการใช้ดวงทักษา คือ เกิดวันใดให้ใช้ดาวประจำวันเกิดเป็นบริวาร…..เช่นเกิดวันจันทร์ ๒ ก็เป็นบริวาร เกิดวันพฤหัสบดี ๕ เป็นบริวาร ฯลฯ

หลักสูตรการเรียน 10 ลัคนา กับ อ.สอ้าน นาคเพชรพูล

30712814_2121587447868115_1599712044578242560_n

หลักสูตรการเรียน 10 ลัคนา กับ อ.สอ้าน นาคเพชรพูล

เนื่องจากที่ผ่านมา มีจำนวนศิษย์ที่มาเรียนจำนวนมากเรียนเพียงครึ่ง ๆ กลาง ๆ ด้วยการสมัครเรียนเพียงหลักสูตรเบื้องต้น แล้วหายไปเลย ไม่ต่อให้จบหลักสูตร ด้วยเข้าใจว่าจบเบื้องต้นก็เพียงพอ เป็นเช่นนี้ นานไปวิชาก็คงจะเพี้ยนไปไม่น้อย บางรายใช้ลูกผสม เอานี่ผสมนั่น เอานั่นผสมนี่ทายไปวัน ๆ จำเป็นต้องรวมเป็นหลักสูตรเดียว คือชั้นต้นชั้นสูงและการให้ฤกษ์ทำการมงคล พร้อมด้วยโปรแกรมการให้ฤกษ์และการผูกดวง เอกสารการเรียนมีเท่าเดิม เพิ่มแผ่นหมุนหาลัคนาทันใจ 

แนวการสอน 14 ข้อ

1.สอนให้รู้เรื่องดาว ๑๐ ดาว ดาวอะไรทำหน้าที่เกี่ยวกับอะไร ทายเรื่องอะไรได้บ้าง แต่ละดาวธาตุอะไร ดาวใดเป็น คู่มิตร คู่สมพล คู่ศัตรู คู่ธาตุ
2.สอนดวง ๘ ราศีจักรเดิม(ดวงทักษากำเนิด) ดาวอะไรเป็นดาวบริวาร อายุ เดช ศรี มูลละ อุตสาหะ มนตรี กาลกิณี ใช้ทายเรื่องอะไรได้บ้าง
3.การทายดวงทักษาจร ในแต่ละช่วงอายุของเจ้าชะตา
4.สอนดวงราศีจักร ๑๒ ราศี โดยสอนให้จำแต่ละราศีได้ รวมทั้งสัญลักษณ์ประจำราศี ชั้นของราศี ธาตุแต่ละราศี และดาวประจำราศี(เกษตร)
5.สอนดวง ๓๖ ราศีจักร(ตรียางค์) และดาวประจำตรียางค์
6.สอนดวง ๑๐๘ นวางค์จักร(ดวงนวางค์)และดาวประจำนวางค์
7.สอนการผูกดวง ๑๐ ลัคนา จากแผ่นหมุนหาลัคน์ทันใจ ดวงแรกที่ต้องนำมาเป็นตัวอย่างคือดวงของตนเอง
8.สอนการหาตนุเศษ และเรือนชะตา ตลอดจนดาวประจำเรือนชะตา แต่ละเรือนชะตาเอาไว้ทายเรื่องอะไร
9.สอนการเอาดาว ๑๐ ดาว ดาวเจ้าเรือนทักษา ๘ ดาว ดาวเจ้าเรือนชะตา ๑๒ เรือนชะตามาทายควบกัน
10.สอนดวงมาตรฐานดี มาตรฐานเสีย คือมหาอุจจ์ มหาจักร ราชาโชค เกษตร นิจ ประ
11.สอนการทายระดับสูงด้วยการนำดวงนวางค์จักรเข้ามาประกอบ
12.สอนการหาเวลาเกิดของคนที่ไม่มีเวลาเกิด เพื่อผูกดวงพยากรณ์
13.สอนการให้ฤกษ์ทำการมงคลอย่างละเอียดทุกชนิด ทั้งฤกษ์ทั่วไปและฤกษ์เฉพาะกิจ
14.สอนการใช้โปรแกรมหาฤกษ์ทำการมงคลและผูกดวงชะตา การบันทึกข้อมูล การพิมพ์ดวงชะตา

 

ไม่มีอะไรพร้อม..ในชีวิตนี้..รอพร้อมค่อยอยู่เคียงข้าง..ไม่แน่.อาจตายก่อนที่จะพร้อม อยู่ด้วยกัน.แบ่งปัน.เข้าใจ..อภัย

ไม่มีอะไรพร้อม..ในชีวิตนี้..รอพร้อมค่อยอยู่เคียงข้าง..ไม่แน่.อาจตายก่อนที่จะพร้อม อยู่ด้วยกัน.แบ่งปัน.เข้าใจ..อภัย เวลาอีกคนผิด..ในความคิดเราชีวิตนี้สั้นนัก..บางคู่รักมาเป็นสิบๆปีแต่งปีเดียวเลิก บางคู่รู้จักกันไม่นานอยุ่กันจนแก่เฒ่าไม่มีอะไรแน่นอนจริง..อย่าคิดว่าเราจะรักใคร..คนใหม่ไม่ได้..ไม่จริงคนหนึ่งคน..ไม่ได้ เกิดมา.เพื่อรักใครคนเดียว…เวลาหมุนเปลี่ยนใจคนเปลี่ยน

รู้เห็นอะไรไม่ดีก็ไม่ต้องไปว่าใคร เพราะวันนึงเราหรือคนใกล้ตัวก็อาจจะกลายเป็นแบบที่เราเคยว่า แล้วเราจะกลายเป็นยิ่งกว่า เดรัจฉาน เมื่อพยายามปรับสิ่งผิดมาเป็นเรื่องถูกต้องของตนเอง แทนที่จะแก้ไขไม่กลับไปทำเรื่องผิดๆ อีก

รู้เห็นอะไรไม่ดีก็ไม่ต้องไปว่าใคร เพราะวันนึงเราหรือคนใกล้ตัวก็อาจจะกลายเป็นแบบที่เราเคยว่า แล้วเราจะกลายเป็นยิ่งกว่า เดรัจฉาน เมื่อพยายามปรับสิ่งผิดมาเป็นเรื่องถูกต้องของตนเอง แทนที่จะแก้ไขไม่กลับไปทำเรื่องผิดๆ อีก

เมื่อเราปล่อยดอกไม้ให้บานในสวน มันจะบานได้ดีกว่าอยู่ในแจกัน เมื่อเราปล่อยน้ำให้อยู่ในมหาสมุทร มันจะยิ่งใหญ่กว่าตักเข้ามาในแก้ว 

เมื่อเราปล่อยดอกไม้ให้บานในสวน มันจะบานได้ดีกว่าอยู่ในแจกัน เมื่อเราปล่อยน้ำให้อยู่ในมหาสมุทร มันจะยิ่งใหญ่กว่าตักเข้ามาในแก้ว เมื่อเราปล่อยนกให้บินได้อิสระ มันจะสุขกว่าอยู่ในกรง สำหรับผม ความรัก ยังเต็มไปด้วยความปรารถนา ความอยากได้ และการคาดหวัง นั่นจะทำให้เราอยากเอาดอกไม้มาปักแจกัน อยากตักน้ำในมหาสมุทรมาใส่แก้ว อยากเอานกมาใส่กรง รักจริง คือการเมตตา คือการ “เคารพสิ่งนั้นในแบบนั้นที่มันเป็น”

‘?ถ้าคุณอยากรู้ พรสวรรค์ที่ซ่อนอยู่ ?ถ้าคุณอยากรู้ อาชีพที่เหมาะสมกับคุณ ?ถ้าคุณอยากรู้ ธุรกิจที่เหมาะกับชะตาคุณ ?หรือถ้าคุณ อยากรวยด้วยตัวของคุณเอง สั่งชะตาให้ประสบความสำเร็จช่วยคุณได้ เราจะตรวจดวงชะตาคุณ ด้วยการใช้โหราศาสตร์ไทยระบบ 10 ลัคนา ศาสตร์ที่มีการเก็บสถิติ 

?ถ้าคุณอยากรู้ พรสวรรค์ที่ซ่อนอยู่ ?ถ้าคุณอยากรู้ อาชีพที่เหมาะสมกับคุณ ?ถ้าคุณอยากรู้ ธุรกิจที่เหมาะกับชะตาคุณ ?หรือถ้าคุณ อยากรวยด้วยตัวของคุณเอง สั่งชะตาให้ประสบความสำเร็จช่วยคุณได้

✔เราจะตรวจดวงชะตาคุณ ด้วยการใช้โหราศาสตร์ไทยระบบ 10 ลัคนา ศาสตร์ที่มีการเก็บสถิติ

✔เราจะค้นหาพรสวรรค์ของคุณที่ซ่อนอยู่ พร้อมทั้งบอกวิธีการดึงศักยภาพออกมา

✔เราจะแนะนำคุณว่าสิ่งใดเหมาะกับดวงชะตาคุณมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นอาชีพ ประเภทธุรกิจ คนที่คุณควรมีรายล้อม

✔เราจะชี้ให้เห็นถึงโอกาสที่จะมีเข้ามา เพื่อให้คุณได้ตระหนักและเตรียมความพร้อมล่วงหน้า

อย่าปล่อยให้ “คนแรก” ของหัวใจ มาทำร้าย “คนสุดท้าย” ให้บอบช้ำ! อย่ามัวแต่ดูแล “คนแรก” ในความทรงจำ.. จนเผลอเหยียบย่ำ “คนสุดท้าย” ของหัวใจ

อย่าปล่อยให้ “คนแรก” ของหัวใจ มาทำร้าย “คนสุดท้าย” ให้บอบช้ำ! อย่ามัวแต่ดูแล “คนแรก” ในความทรงจำ.. จนเผลอเหยียบย่ำ “คนสุดท้าย” ของหัวใจ

วิธีปฏิบัติสำหรับผู้ที่เกิดปีชง

วิธีปฏิบัติสำหรับผู้ที่เกิดปีชง 1. ท่านควรตั้งตนอยู่ในศีลในธรรมหมั่นทำแต่คุณงามความดี สร้างบุญสร้างกุศลสั่งสมไว้ให้มากๆ ไม่ทำในสิ่งชั่วร้าย ทุจริต และอ่อนน้อมถ่อมตน พยายาม ไม่มีปากมีเสียงกับใคร เพราะจะเป็นภัยกับตัวได้ 2. มงคลเสริมบารมีราศี วัตถุมงคลเสริมราศี หากคิดป้องกันแก้ไข ขจัดภัยสลายเคราะห์ควรจัดตั้งวัตถุมงคล พกวัตถุมงคลที่ถูกโฉลกกับผู้ที่เกิด ในแต่ละปีนักษัตรและราศีเกิด โดยพกติดตัว ติดรถ ติดบ้าน เพื่อกระตุ้นให้เปิดรับโชคลาภเสริมความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน ค้าขายร่ำรวย กำไรงาม เสริมความสวัสดีให้กับชีวิตและครอบครัว 3. ทำทาน อาทิ ทำบุญตักบาตร ถวายสังฆทาน หรือถวายผ้าไตร และโดยเฉพาะอภัยทาน เช่น ปล่อยนก ปล่อยปลา ปล่อยเต่า ไถ่ชีวิตโค กระบือ ฯลฯ 4. ตอบแทนน้ำใจเล็กน้อยตามธรรมเนียมหรือบริจาคทานตามสมควรแก่กำลังตน และความศรัทธา โดยร่วมทำบุญบริจาคให้กับวัดหรือศาลเจ้าสถานที่ประดิษฐานพระพุทธรูปและองค์เทพผู้ให้พร เพื่อนำไปเป็นปัจจัยในการบำเพ็ญกุศล บังเกิดเป็นบุญกิริยาขยายความดีงาม เกิดผาสุกต่อสังคมสืบไป อย่าลืมเมื่อสร้างกุศลผลบุญทุกครั้ง ให้ท่านอุทิศกุศลแด่บรรพบุรุษ เทพเทวดา เจ้ากรรมนายเวร และสรรพสัตว์ เพื่อจะได้อาศัยเมตตาบารมี ช่วยให้คลายทุกข์ สลายเคราะห์ ช่วยให้ร้ายกลายเป็นดี