| ผมได้นำเสนอวิธีการฝึกฝนตนเองให้เป็นนักพยากรณ์ที่ดี แก่ท่านมา ๓๒ บท ครั้นจะจบลงแบบห้วน ๆ ไม่มีตัวอย่างมาให้พิจารณาบ้าง ก็ดูจะเป็นการน่าเกลียด ดังนั้นจึงต่อจากนี้ไป จะเป็นดวงตัวอย่างที่ผมได้รวบรวบรวมเอาไว้ตลอดชีวิตการกระโดดโลดเต้นอยู่บนถนนหมอดูหมอเดา แต่ก็จะคัดมาเป็นบางดวงที่เห็นว่าน่าศึกษาแนวทางของดาวเท่านั้น เพราะถ้านำมาทั้งหมด มันก็จะเป็นดวงซ้ำ ๆ ซาก ๆ และเป็นภาระแก่ผมมากเกิน จนอาจจะสิ้นลมปราณก่อนจบก็ได้
แต่เพื่อความยุติธรรม ต่อการจะวิพากษ์วิจารณ์ดวงท่านอื่น ๆ ผมต้องขออนุญาติต่อท่านผู้อ่านที่รัก นำดวงตัวอย่างของคนที่ต้องเกิดมาเป็นหมอดูอาชีพ หลังจากที่ได้พยายามหนีการอดตายทำอาชีพอื่นมาแล้วหลากหลาย
ดวงนี้เจ้าชะตามเป็นชาย เกิดตรงกับวันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2479 เวลา นกบินกลับรัง (ประมาณ 17.10 น.) จังหวัดที่เกิด สุราษฎร์ธานี ดวงข้างล่างนี้เป็นดวงที่ อ. อรุณ เทศถมทรัพย์ ปรมาจารย์ดวง 10 ลัคน์ดูไว้เมื่อปี 2515
รายละเอียดดาวในดวงชะตาระบบ 10 ลัคนา เป็นดังนี้ ๑๒ สถิตราศีเมษ ๔ เป็นตนุเศษสถิตราศีพฤษภ ๕๖ สถิตราศีเมถุน ๘ สถิตราศีกรกฏ ๗ สถิตราศีสิงห์ ๙ สถิตราศีกันย์ ๐ สถิตราศีตุลย์ ๓ สถิตราศีกุมภ์
(รูปดวง)
ดวงนี้ตามประวัติเท่าที่พอจำได้ ประมาณเดือนมีนาคม 2496 ราหู (๘) จรเข้าเรือนกรรมะของลัคนา เรือนนี้เป็นเรือนที่ 10 ของคนราศีเมษ ราศีเมษเป็นราศีประเภทปัศวะ ดังนั้นที่ราหู (๘) เข้ามาอยู่ในเรือนที่ 10 จึงมีความแรงเป็นพิเศษ ทั้งราหู (๘) ตามดวงเดิมก็เป็นดาวกาลกิณี ดังนั้นการโยกย้ายถิ่นที่อยู่อาศัยมีแน่
คือต้องเดินทางจากเกาะสมุย สู่กรุงเทพฯ เมืองที่ได้รับการเล่าลือว่าเป็นเมืองที่แสนมหัศจรรย์ เพราะเป็นเมืองที่ไม่เคยมีวันหลับไหล สว่างทั้งกลางวันและกลางคืน
มุมมองจากราหู (๘) เป็นเพียงมุมมองหนึ่ง อีกมุมหนึ่งคือ พฤหัสบดี (๕) จร ซึ่งขณะนั้นจรขึ้นทับลัคน์ราศีเมษพอดี ในทักษาเป็นบริวารจร
ในเดือนที่เดินทาง อาทิตย์ (๑) จรเข้าทับลัคน์พอดี แม้องศาไม่แก่มาก แต่ก็เป็นศรีจร นับว่ามีคุณภาพคับแก้วดีทีเดียว อีกอย่างก็มีราหู (๘) ช่วยหนุนส่งอีกตัว จึงไม่มีทางพลิกเป็นอื่นไปได้
นอกจากการต้องเดินทางพลัดถิ่นฐานบ้านเกิดเมืองนอน จากพี่ ๆ น้อง ๆ จากบิดามารดา จากญาติมิตรสหายที่เคยดำผุดดำว่ายในทะเลยามน้ำเต็มฝั่ง เพื่อสู่เมืองแมนแดนสวรรค์ ตามที่เคยไฝ่ฝันมาตั้งแต่พอจำความได้
ไม่มีน้ำตาแห่งความอาลัยอาวรณ์เลยสักนิด ในยามที่เรือโดยสารบ่ายโฉมหน้าออกสู่ทะเลลึก จนภาพหมู่บ้านบางมะขามอันเป็นแผ่นดินบ้านเกิดเมืองนอน แทรกตัวหายเข้าไปในความมืดมิดของราตรีกาล
การเดินทางจากเกาะสมุยถึงกรุงเทพฯ ในสมัยนั้นต้องใช้เวลาถึง 3 วัน 3 คืน เป็นการเดินทางทริปสำคัญที่สุดของชีวิต เพราะจากเคยที่ได้จับเงินเพียง 1-2 บาท ได้มาพกเงินติดตัวตั้ง 500 บาท และกำลังเดินแอ่นอกอยู่ในเมืองหลวงอย่างภาคภูมิใจ (ทว่าถ้าคิดสักนิดว่า 500 บาท นั่นคือหยดเหงื่อของพ่อแม่โดยแท้)
การเดินทางมาเรียนต่อในกรุงเทพ ฯ ปีที่ ดาวพฤหัสบดี (๕) จรทับลัคน์ ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สามารถสอบเข้าเรียนได้อย่างเฉียดฉิว คือสอบได้เป็นคนสุดท้ายของรุ่น
ปี 2498 ดาวเสาร์ (๗) จรอยู่ในราศีตุลย์เล็งลัคน์ ทำให้ต้องผิดหวังผลสอบเข้าเรียนศิษย์การบินไม่ได้ หมายถึงความหวังที่จะเป็นนักบินสิ้นสุดลง ทนเรียนเหล่าสรรพาวุธได้ไม่นานก็ลาออก แล้วก็ร่อนเร่พเนจร เท่าที่พอจำได้เคยไปอยู่บ่อน้ำร้อน บ้านบึง หัวกุญแจ ชลบุรีกับพี่ชายซึ่งเป็นนายช่างกรมชลประทาน
เดือนมีนาคม 2501 พฤหัสบดี (๕) จรเข้าเล็งลัคนา ราหูดาวกาลกิณีเดิมก็จรเข้าเล็งลัคน์พร้อม ๆ กัน องศาของดาวทั้ง 2 เท่ากันตลอดทั้งเดือนก็ว่าได้ ปีนี้แต่งงาน แต่งงานได้เดือนเดียว อาทิตย์ด (๑) จรขึ้นราศีเมษทับลัคน์ ต้องเดินทางจากรุงเทพฯ กลับสมุย ไปตกระกำลำบากอีกครั้งตามเส้นทางของดวงดาว
ปี 2502 ได้บุตรสาวคนแรก ในขณะนั้นดาวปุตตะเป็นมนตรีจร และดาวปุตตะโคจรเข้าเรือนลาภะแก่ลัคน์ แต่ก็มีเรื่องวุ่นวายและยากแก่การแก้ปัญหา ผลสุดท้ายต้องย้ายจากบ้านที่เกาะสมุยเข้าป่าไปจับจองที่สร้างสวนยางในเขตอำเภอขุนทะเล เพราะตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2501 พฤหัสจรเข้าเรือนมรณะ
และในที่สุดอยู่ในป่าได้ไม่นาน ก็คิดถึงอนาคตการเรียนของลูก ถ้าขืนอยู่ในป่าคงไม่ได้เรียนหนังสือแน่ ดังนั้นจึงย้ายกลับมากรุงเทพฯ อีกครั้ง และได้งานทำเมื่อ พฤหัสบดี (๕) ย้ายเข้าตรีโกณลัคนา ในเดือนมกราคม 2503 จากนั้นชีวิตการงานก็ก้าวหน้าไปเรื่อย ๆ
ตั้งแต่ปลายปี 2507 เป็นต้นไป พฤหัสบดี (๕) ขึ้นทับลัคนา ด้านการงานดีมาตลอด ย้ายงานจากบริษัทคนไทยเข้าไปทำงานกับบริษัทเยอรมันนี จนกระทั่งออกมาทำงานส่วนตัวในปี 2518 ช่วงนี้พฤหัสบดี (๕) จรขึ้นทับลัคนาอีกรอบ
ต่อมาปีที่เงินบาทลอยตัวจนการเงินของบ้านเมืองพังพินาศ จึงวางมือจากธุรกิจส่วนตัวรับปรึกษาและบริการนำเข้าและส่งออก จับงานหมอดูอาชีพเต็มร้อย ตามอิทธิพลของดาวมฤตยูที่จรเข้าเรือนกรรมะมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2538
ดูดวงทางโทรศัพท์ -ดูดวงทางไลท์- โหราศาตร์สิบลัคนา |
All posts by admin
โหราสาด (ฉบับเรียนรู้โดยไม่ต้องถาม) โดย สอ้าน นาคเพชรพูล (สีดิน) บทที่ ๓๔ ดวงมีคู่เหมือนได้ลาภ
| ดวงนี้เจ้าชะตาเป็นหญิง เกิดตรงกับวันพุธที่ 14 มกราคม 2502 เวลาประมาณ 21.45 น. เกิดจังหวัดสุราษฎร์ธานี
ตามดวง 10 ลัคนา ดาว ๑๔๖ สถิตราศีกันย์ ๒ สถิตราศีตุลย์ ๓ สถิตราศีพิจิก ๘ สถิตราศีมังกร ๐ สถิตราศีกุมภ์ ๕ สถิตราศีกรกฏ ๗๙ สถิตราศีสิงห์ ดังรูปดวงข้างล่างนี้
(รูปดวง)
ในปีที่เกิดคือปี 2502 ก็ต้องร่อนเร่พเนจรติดตามบิดามารดา เพราะในปีนั้น ราหู (๘) ซึ่งเป็นดาวศรีเดิมจรทับลัคน์ (บางมติว่ากันว่าดาวศรีทับลัคน์น่าจะดี) ก็ว่ากันไปเถอะครับ ผมเองไม่ยอมไว้ใจมันเด็ดขาด เพราะเคยเห็นมามาก แม้กับตัวก็เคยโดน
ดวงนี้ถ้าท่านมองดูที่ดาวพฤหัสบดี (๕) ดาวได้ตำแหน่งมหาอุจ คำว่ามหาอุจไม่ว่าดาวอะไร มาจากเรือนอะไรต้องดีแน่ แต่ถ้าเป็นดาวกาลกิณีดีช้าหน่อย หรือไม่ก็เจ็บตัวก่อนได้ดี ดาวนี้มาจากเรือนพันธุและเรือนปัตนิ ดังนั้นเรื่องคู่จึงดี คือแต่งงานแล้วสามารถสร้างตัวได้เร็ว มีบ้านมีงานมีเงินใช้ไม่เดือดร้อน ดาวการเงินคือดาวศุกร์ (๖) กุมลัคน์อยู่กับดาวพุธ (๔)และดาวอาทิตย์ (๑) ดาวเจ้าเรือนลาภะคือดาวจันทร์ (๒) มาเป็นดาวลอยอยู่ในเรือนกะดุมภะ เป็นการเสริมฐานะการเงินอีกระดับหนึ่ง ศุกร์ (๖) กับอาทิตย์ (๑) เป็นดาวคู่สมพล กับพุธ (๔) เป็นคู่ธาตุน้ำ พุธ (๔) ก็เป็นดาวมหาอุจมาจากเรือนกรรมะ เป็นดาวเจ้าเรือนลัคน์เสียเอง และเป็นดาวบริวารตามทักษา ทำให้บริวารดีงานดี แต่เพื่อนเป็นดาวกาลกิณี พึ่งเพื่อนยาก เพื่อนเบี้ยว ๆ เยอะ
มีช่วงหนึ่งที่ต้องมีเคราะห์เสียเงิน เพราะดาวอังคาร (๓) กาลกิณีเดิมเป็นกาลกิณีจร ๆ เล็งลัคนาเต็มกำลัง มีคดีขับรถโดยประมาททำให้คนตายและบาดเจ็บ แต่พฤหัสบดี (๕) จรทับลัคน์ จึงรอดจากคุกตะรางมาได้
ดวงนี้ไม่มีบุตรเพราะดาวเจ้าเรือนปุตตะคือเสาร์ (๗) อยู่ในเรือนวินาศ โดยมีมฤตยูเล็ง ทั้งในเรือนปุตตะก็มีราหูอยู่ จึงเป็นเครื่องยืนยันได้อย่างชัดเจน
ดูดวงทางโทรศัพท์ -ดูดวงทางไลท์- โหราศาตร์สิบลัคนา |
โหราสาด (ฉบับเรียนรู้โดยไม่ต้องถาม) โดย สอ้าน นาคเพชรพูล (สีดิน) บทที่ ๓๔ ดวงมีคู่เหมือนได้ลาภ
| โหราสาด (ฉบับเรียนรู้โดยไม่ต้องถาม) โดย สอ้าน นาคเพชรพูล (สีดิน)
บทที่ ๓๔ ดวงมีคู่เหมือนได้ลาภ
ดวงนี้เจ้าชะตาเป็นหญิง เกิดตรงกับวันพุธที่ 14 มกราคม 2502 เวลาประมาณ 21.45 น. เกิดจังหวัดสุราษฎร์ธานี
ตามดวง 10 ลัคนา ดาว ๑๔๖ สถิตราศีกันย์ ๒ สถิตราศีตุลย์ ๓ สถิตราศีพิจิก ๘ สถิตราศีมังกร ๐ สถิตราศีกุมภ์ ๕ สถิตราศีกรกฏ ๗๙ สถิตราศีสิงห์ ดังรูปดวงข้างล่างนี้
(รูปดวง)
ในปีที่เกิดคือปี 2502 ก็ต้องร่อนเร่พเนจรติดตามบิดามารดา เพราะในปีนั้น ราหู (๘) ซึ่งเป็นดาวศรีเดิมจรทับลัคน์ (บางมติว่ากันว่าดาวศรีทับลัคน์น่าจะดี) ก็ว่ากันไปเถอะครับ ผมเองไม่ยอมไว้ใจมันเด็ดขาด เพราะเคยเห็นมามาก แม้กับตัวก็เคยโดน
ดวงนี้ถ้าท่านมองดูที่ดาวพฤหัสบดี (๕) ดาวได้ตำแหน่งมหาอุจ คำว่ามหาอุจไม่ว่าดาวอะไร มาจากเรือนอะไรต้องดีแน่ แต่ถ้าเป็นดาวกาลกิณีดีช้าหน่อย หรือไม่ก็เจ็บตัวก่อนได้ดี ดาวนี้มาจากเรือนพันธุและเรือนปัตนิ ดังนั้นเรื่องคู่จึงดี คือแต่งงานแล้วสามารถสร้างตัวได้เร็ว มีบ้านมีงานมีเงินใช้ไม่เดือดร้อน ดาวการเงินคือดาวศุกร์ (๖) กุมลัคน์อยู่กับดาวพุธ (๔)และดาวอาทิตย์ (๑) ดาวเจ้าเรือนลาภะคือดาวจันทร์ (๒) มาเป็นดาวลอยอยู่ในเรือนกะดุมภะ เป็นการเสริมฐานะการเงินอีกระดับหนึ่ง ศุกร์ (๖) กับอาทิตย์ (๑) เป็นดาวคู่สมพล กับพุธ (๔) เป็นคู่ธาตุน้ำ พุธ (๔) ก็เป็นดาวมหาอุจมาจากเรือนกรรมะ เป็นดาวเจ้าเรือนลัคน์เสียเอง และเป็นดาวบริวารตามทักษา ทำให้บริวารดีงานดี แต่เพื่อนเป็นดาวกาลกิณี พึ่งเพื่อนยาก เพื่อนเบี้ยว ๆ เยอะ
มีช่วงหนึ่งที่ต้องมีเคราะห์เสียเงิน เพราะดาวอังคาร (๓) กาลกิณีเดิมเป็นกาลกิณีจร ๆ เล็งลัคนาเต็มกำลัง มีคดีขับรถโดยประมาททำให้คนตายและบาดเจ็บ แต่พฤหัสบดี (๕) จรทับลัคน์ จึงรอดจากคุกตะรางมาได้
ดวงนี้ไม่มีบุตรเพราะดาวเจ้าเรือนปุตตะคือเสาร์ (๗) อยู่ในเรือนวินาศ โดยมีมฤตยูเล็ง ทั้งในเรือนปุตตะก็มีราหูอยู่ จึงเป็นเครื่องยืนยันได้อย่างชัดเจน
|
โ ห ร า ส า ด (ฉบับเรียนรู้โดยไม่ต้องถาม) โดย สอ้าน นาคเพชรพูล (สีดิน) บทที่ ๓๕ ดวงทหารช่าง
| โ ห ร า ส า ด (ฉบับเรียนรู้โดยไม่ต้องถาม) โดย สอ้าน นาคเพชรพูล (สีดิน)
บทที่ ๓๕ ดวงทหารช่าง
ดวงนี้เจ้าชะตาเป็นชาย เกิดกรุงเทพฯ ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 26 พฤษภาคม 2503เวลาประมาณ 02.35 น.ปัจจุบันเป็นช่างระดับหัวหน้า อยู่โรงงานผลิตส่วนประกอบยานยนต์บริษัหนึ่งสถานะภาพชีวิต แต่งงานแล้วแต่ไม่มีบุตร
ดวงดาวในดวงชะตาแบบ 10ลัคนาเป็นดังนี้ ๒๔ สถิตราศีเมษ ๑๖ สถิตราศีมีน ๓ สถิตราศีมังกร ๗ สถิตราศีพิจิก ๕๘ สถิตราศีตุลย์ ๙ สถิคราศีกันย์
(รูปดวง)
เป็นที่รู้กันว่า ลัคนาของชายคนนี้สถิตราศีมีน อาทิตย์ (๑) และศุกร์ (๖) กุมลัคน์ มีเกตุ (๙) เล็งลัคน์ มองที่ตำแหน่งมหาอุจของดาวศุกร์ (๖) และอังคาร (๓) ก็ได้ตำแหน่งมหาอุจด้วยเช่นนี้ หมายถึงการเงินต้องดีแน่นอน ทั้งดาวเสาร์ (๗) แม้จะเป็นกาลกิณี แต่ได้ตำแหน่งราชาโชค ดังนั้นบ้านช่องที่ดินมีแน่และค่อนข้างมากด้วย
ดาวอังคาร (๓) มหาอุจ เป็นดาวอุตสาหะในดวงทักษา เป็นดาวเจ้าเรือนกะดุมพะ และดาวเจ้าเรือนศุภะของลัคนาและตนุเศษ ดาวดวงนี้เป็นดาวทหารโดยตรง
ราหู (๘) เป็นดาวอายุในดวงทักษา และเป็นดาวมาจากเรือนวินาศ แต่มาได้ตำแหน่งราชาโชคในราศีตุลย์ ร่วมราศีเดียวกับพฤหัสบดี (๕) ทำให้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านฝีมือการช่างหาตัวจับยาก เหล้าบุหรี่ การพนันทุกชะนิดไม่แตะต้อง เพราะราหู (๘) นอกจากมาจากเรือนวินาศแล้ว ยังมาเป็นดาวลอยอยู่ในเรือนอริอีกชั้นหนึ่ง และอยู่กับดาวที่เปี่ยมด้วยคุณธรรมอย่างพฤหัสบดี (๕)
จันทร์ (๒) และพุธ (๔) เป็นดาวคู่มิตร เฉพาะจันทร์ (๒) เป็นดาวมูลละจากดวงทักษา ได้ตำแหน่งเป็นมหาจักร เป็นดาวมาจากเรือนปุตตะ ถ้ามีบุตรจะดีมาก เพราะดาวปุตตะได้ตำแหน่งมหาจักร แต่ไม่มีเพราะถูกราหู (๘) เล็ง
ดาวพุธ (๔) มาจากมนตรีในดวงทักษา มาจากเรือนพันธุ มาจากเรือนปัตตนิ ถือว่าได้คู่ดีพอสมควร ช่วยกันทำมาหากินไม่ฟุ่มเฟือยจนเป็นที่พึ่งของญาติได้ทั้งสองฝ่าย เป็นคนชอบสมถะ
ดาวศุกร์ (๖) เป็นดาวเดชตามทักษา ได้ตำแหน่งมหาอุจกุมลัคน์ เป็นดาวมาจากเรือนสหัชชะ และเรือนมรณะ มีเพื่อนมีฐานะดี แต่มีเพื่อนไม่มากนัก ทั้งนี้เพราะมีมฤตยู (๐) คอยทำลาย
ยามนี้ (ตค.48) ราหู (๘) จรทับลัคน์ พฤหัสบดี (๕) จรเข้าเรือนมรณะ และดาวปัตตนิเป็นกาลกิณีจร ต้องระวังเรื่องในครอบครัว การขัดแย้งกับคู่ การย้ายงาน การมีญาติผู้ใหญ่หรือบิดามารดาเจ็บป่วยหรือเสียชีวิต
ดูดวงทางโทรศัพท์ -ดูดวงทางไลท์- โหราศาตร์สิบลัคนา |
โหราศาสตร์ ๑๐ ลัคนา ตำราสิบลัคน์ ดวงสิบลัคนา ประวัติความเป็นมา อาจารย์ ดร.ภิญโญ พงศ์เจริญ
ประวัติโดยสังเขป ตามหลักฐานบอกว่า ตำรา 10 ลัคนา เป็นของพระครูอินทร์เทวดา ราชบุรี ท่านขุนชอบ รักตะประกร(กลั่น หิมะกลัด) ท่านขุนชอบรักตะประกร อุปสมบทที่วัดราชประดิษฐ์ เมื่อ ปี พ.ศ. ๒๔๕๓ มี ฉายาว่า “กัลลจิตโต” และได้ศึกษาโหราศาสตร์อย่างจริงจัง กับท่านเจ้าพระคุณพระพรหมมุนี(อุปวิกาโส แย้ม) ตั้งแต่ทรงสมณะศักดิ์ เป็นพระอวาจีคณานุสิชฌน์ (ที่ว่าศึกษาอย่างจริงจังก็เพราะเมื่อตอนที่เป็นศิษย์วัดอยู่ไม่มีโอกาสศึกษา) หลังจากเข้ารับราชการแล้วก็ได้ศึกษากับขุนหลวงโลกทีป (สุด ภาณุทัต) ปลัดกรมโหรหลวงอีกท่านหนึ่ง อาจารย์ อรุณ เทศถมทรัพย์ อาจารย์อรุณ เทศถมทรัพย์ เริ่มสนใจศึกษา ๑๐ ลัคนา มาตั้งแต่ ปี พ.ศ. ๒๔๗๒ แต่ได้มาเรียน ๑๐ ลัคนา อย่างจริงจัง เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๖ เพราะก่อนหน้านั้น อาจารย์ อรุณ เทศถมทรัพย์ ยังเชื่อมั่นโหราศาสตร์ ลัคนาเดียว ที่ท่านได้ศึกษามาจาก อาจารย์ เพี้ยน ฤกษ์งาม แต่ต่อมาภายหลัง เมื่อได้ยินกิตติศัพท์ในความแม่นยำของท่านขุนชอบ รักตะประกร จากมหาเทียม นกพึ่ง จึงได้ไปทดลองความแม่นยำ ด้วยการวางดวงตัวเองเป็นเดิมพัน เมื่อได้ทดสอบความแม่นยำจนพอใจ จึงได้สมัครเป็นศิษย์ตั้งแต่นั้นมา
ดูดวงทางโทรศัพท์ -ดูดวงทางไลท์- โหราศาตร์สิบลัคนา
บรรยายประวัติวิชาสิบลัคนา วันเสาร์ที่28เมษายน2561 เวลา 13-15 น. โดย พลโทจำนงค์ รอดเจริญ
บรรยายประวัติวิชาสิบลัคนาโดย พลโทจำนงค์ รอดเจริญ จะเป็นวิทยากรรับเชิญมาบรรยายประวัติวิชาสิบลัคนาที่สมาคมโหราศาสตร์นานาชาติสาขาป้อมปราบนานาชาติโดยอาจารย์ดร.ภิญโญ พงศ์เจริญเป็นพิธีกร ขอเชิญท่านที่สนใจ สมาชิกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติและศิษย์สิบลัคนาเข้าร่วมฟังการบรรยาย
นเสาร์ที่28เมษายน2561เวลาบ่ายโมงเป็นต้นไป
#เชิญฟังบรรยายสิบลัคนา ที่สมาคมโหราศาสตร์นานาชาติสาขาป้อมปราบศัตรูพ่ายใกล้วัดโสมนัส
#พร้อมรับหนังสือเคล็ดลับทักษา ฉบับมรดกลายมือ อาจารย์อารมณ์ ชื่นเชาว์ไว
#เรียนเชิญผู้สนใจในวิชาโหราศาสตร์ไทยทุกท่าน เข้าร่วมฟังบรรยายเรื่อง “ประวัติสิบลัคนา” ในวันเสาร์ที่ 28 เมษายน2561 ตั้งแต่เวลา 13.00-15.00 พลโทจำนงค์ รอดเจริญ เป็นวิทยากรบรรยาย ณ สมาคมโหราศาสตร์นานาชาติสาขาป้อมปราบศัตรูพ่ายใกล้วัดโสมนัส โดยมีอาจารย์ดร.ภิญโญ พงศ์เจริญนายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติเป็นพิธีกร
พร้อมรับแจกตำราโหราศาสตร์ “เคล็ดลับทักษา” ฉบับมรดกลายมือของอาจารย์อารมณ์ ชื่นเชาว์ไว
#หนังสือมีเพียง30เล่มนะคะ #อย่าลืมมาพบกันค่ะ
ฤกษ์สิบลัคคน์ ดร.ภัทรกิตติ์ วิชิตะกุล(อ.ต้น)มาบรรยายเรื่องฤกษ์สิบลัคค์ที่ห้องเรียนสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ
มีทั้งศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันเข้ารับฟังการบรรยาย ขอขอบคุณอย่างสูง ในโอกาสหน้าจะขอเรียนเชิญให้มาบรรยายให้สมาชิกของสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติฟังอีกค่ะ
ดร.ภัทรกิตติ์เป็นหนึ่งในศิษย์เอกของอาจารย์เกรียงศักดิ์ เทศถมทรัพย์ ปัจจุบันจะหาฤกษ์เหมาะสมของทุกเดือนไว้ หาฤกษ์ทำพิธีมงคลต่างๆให้ท่านครูบาไตรเทพ เชียงใหม่ จึงนับว่าผู้เข้ารับฟังได้ประโยชน์อย่างยิ่ง
สมาคมโหราศาสตร์นานาชาติสาขาป้อมปราบศัตรูพ่ายเปิดรับสอนวิชาสิบลัคนาอันประกอบด้วยการเรียนดวงการทำนายตลอดถึงการให้ฤกษ์ทุกวันเสาร์เวลา9-11น ท่านที่มีพื้นฐานการเรียนโหราศาสตร์เบื้องต้นมาแล้วเชิญสมัครเข้าเรียนได้ค่ะ
ความหมายและการนำฤกษ์ทั้ง 9 ไปใช้
1. ทลิทโทฤกษ์
ได้แก่ฤกษ์ที่ 1 , 10 และ 19 เรียกว่า ทลิทโทฤกษ์ แปลว่า ผู้มักน้อย ผู้เข็ญใจ ผู้ขอ ผู้ต้องเหน็ดเหนื่อย ผู้อดทน ผู้ที่ต้องรับผิดชอบสูง
ฤกษ์นี้เป็นฤกษ์ของ “ชูชก” มีพระอาทิตย์เป็นผู้รักษาฤกษ์ บาทฤกษ์ทั้ง 4 อยู่ในราศีเดียวกันเป็น “บูรณะฤกษ์” คือฤกษ์ที่เต็มโดยสมบูรณ์ คือฤกษ์ที่ไม่ขาดแยกแตกบาทฤกษ์ไปอยู่คนละราศี และเรียกว่า จัตตุรฤกษ์ หรือ ขันธฤกษ์
เป็นฤกษ์ที่เหมาะสำหรับ การขอสิ่งต่างๆ เพราะถือว่าเป็นฤกษ์ของชูชก จะทำการขอสิ่งใดก็ง่าย เช่น การขอหมั้น ขอแต่งงาน ทวงหนี้ กู้ยืม ร้องทุกข์ การทำการใดๆ เพื่อให้ผู้อื่นสงสารกรุณา เปิดร้านขายของชำ ของเก่าชำรุด สมัครงาน ทำการใดๆ ที่ริเริ่มใหม่
2. มหัทธโนฤกษ์
ได้แก่ฤกษ์ที่ 2 , 11 และ 20 เรียกว่า มหัทธโนฤกษ์ แปลว่า คนมั่งมี ผู้รุ่งเรือง เศรษฐี มีพระจันทร์เป็นผู้รักษาฤกษ์ บาทฤกษ์ทั้ง 4 อยู่ในราศีเดียวกันเป็น “บูรณะฤกษ์”
เป็นฤกษ์ที่เหมาะสำหรับ การมงคลต่างๆ เช่น ขึ้นบ้านใหม่ แต่งงาน ปลูกสร้างอาคาร ธุรกิจการเงิน การค้าอุตสาหกรรม เปิดห้างร้าน ลาสิกขาบท สะเดาะเคราะห์ และ สารพัดงานมงคล
สรุปการใช้ฤกษนี้
เป็นการกระทำมั่นคงถาวร เช่น สร้างบ้านให้อยู่นานๆ เปิดร้าน เปิดบริษัท เอารถออกจากอู่ ถอยรถใหม่ เปลี่ยนชื่อ อุปสมบท ลาสิกขา
3. โจโรฤกษ์
ได้แก่ฤกษ์ที่ 3 , 12 และ 21 เรียกว่า โจโรฤกษ์ แปลว่า โจร ผู้ปล้น ผู้ลักขโมย นักเลง ผู้ใช้กำลัง ผู้ทำลายล้าง ผู้กล้าหาญมีอำนาจ ผู้ว่องไว มีพระอังคารเป็นผู้รักษาฤกษ์ ฤกษ์บาททั้ง 4 ไม่รวมอยู่ในราศีเดียวกัน คาบเกี่ยวอยู่ 2 ราศีเป็น “ฉินทฤกษ์” คือ ฤกษ์ขาดแตก โดยเฉพาะบาทแรกของต้นราศีนั้น เป็นฤกษ์บาทที่ร้ายแรงมากกว่าบาทอื่น เป็นนวางค์ที่ร้ายแรงมาก ไม่ควรให้ฤกษ์มงคล
เป็นฤกษ์ที่เหมาะสำหรับ คนโบราณใช้ในการปล้นค่าย จู่โจมโดยฉับพลัน ข่มขวัญ บีบบังคับ ทำการปราบปราม การแข่งขันช่วงชิง การแย่งอำนาจและผลประโยชน์ งานเสี่ยงๆ ในระยะสั้นๆ การปฏิวัติ งานของบุคคลในเครื่องแบบแบใช้กำลัง
สรุปการใช้ฤกษ์นี้
โจรจะไปปล้นบ้านใครให้ถือเอาฤกษ์นี้ ฤกษ์แหกคุก ฤกษ์หนีการจับกุม การเอาเปรียบคนอื่น จะไปจับผิดใครให้ใช้ฤกษ์นี้ การปรับทุจริต เป็นฤกษ์ฉกฉวย หรือเป็นการข่มคนอื่น ไปต่อสู้คดี ขึ้นโรงขึ้นศาล คือการทำเพื่อให้ชนะคนอื่น หรือแม้กระทั่งการเอาเปรียบคนอื่น ฤกษ์นี้ยังหมายถึง การท่องเที่ยว การผจญภัย การสอบชิงทุน การแข่งขัน การแข่งกีฬา การข่มขวัญศัตรู การปรับปรุงแก้ไข การปฏิวัติ
4. ภูมิปาโลฤกษ์
ได้แก่ฤกษ์ที่ 4 , 13 และ 22 เรียกว่า ภูมิปาโลฤกษ์ แปลว่า ผู้รักษาแผ่นดิน มีพระพุธเป็นผู้รักษาฤกษ์ บาทฤกษ์ทั้ง 4 อยู่ในราศีเดียวกันเป็น บูรณะฤกษ์
เป็นฤกษ์ที่เหมาะสำหรับ การมงคลต่างๆ งานที่ต้องการความมั่นคงถาวร งานเกี่ยวกับที่ดิน การเกษตร การเช่าซื้อ ก่อสร้าง ปลูกเรือน ยกศาลพระภูมิ แต่งงาน ขึ้นบ้านใหม่ ลาสิกขาบท เปิดอาคารห้างร้าน และ สารพัดงานมงคลทั้งปวง
สรุปการใช้ฤกษนี้
ฤกษ์นี้ที่ใช้ในการทำให้มั่นคงระยะยาว ไม่ใช่ฤกษ์หวังผลในระยะสั้นๆ เช่น สร้างหอพัก สร้างบ้านจัดสรร เพื่อกินกำไรในระยะยาว ให้ความสมบูรณ์พูนสุข ความเจริญรุ่งเรืองที่ไม่หวังผลรวดเร็ว แต่หวังผลในระยะยาวคือนานๆ (มั่งคงถาวร) ฤกษ์นี้เหมาะสำหรับ ลงเสาเข็ม ตั้งศาลพระภูมิ ก่อสร้างวัตถุที่ถาวร หอพัก การพัฒนาการเกษตร เปิดร้าน เปิดโรงงานอุตสาหกรรม สัญญาซื้อขายที่หวังผลระยะยาว อะไรที่เจราที่หวังผลสำเร็จในระยะยาวและมั่นคงถาวร (ไม่ฉาบฉวย) ให้ใช้ฤกษ์นี้ และงานมงคลทั้งปวง
5. เทศาตรีฤกษ์
ได้แก่ฤกษ์ที่ 5 , 14 และ 23 เรียกว่า เทศาตรีฤกษ์ แปลว่า ข้ามท้องถิ่น หญิงแพศยา ผู้ท่องเที่ยว บางคราเรียกว่า “เวสิโยฤกษ์” หมายถึงฤกษ์พ่อค้า-แม่ค้า มีพระเสาร์เป็นผู้รักษาฤกษ์ บาทฤกษ์ทั้ง 4 อยู่ปลายราศีหนึ่ง และ ต้นราศีหนึ่ง แห่งละ 2 บาทฤกษ์ คือคาบเกี่ยวอยู่ราศีละครึ่ง คือในราศี พฤษภกับเมถุน , กันย์กับตุลย์ และ มกรกับกุมภ์ เป็นฤกษ์อกแตก หรือ พินทุฤกษ์ หรือ ตินฤกษ์
เป็นฤกษ์ที่เหมาะสำหรับ งานการติดต่อการค้าระหว่างถิ่น เกี่ยวกับความสนุกสนานชักชวนคนเข้าออกมาก เปิดโรงมหรสพ สถานเริงรมย์ ซ่องโสเภณี โรงแรม โรงหนัง ตลาดและศูนย์การค้า การประกอบอาชีพนอกสถานที่ อาชีพเร่ร่อน อาชีพที่ต้องย้ายที่อยู่เสมอ
สรุปการใช้ฤกษนี้
เป็นฤกษ์ที่ชอบคนเยอะๆ เช่น คนมาเที่ยว รื่นเริง บันเทิง สนุกสนาน เช่น เปิดโรงแรม เปิดสรรพสินค้า เปิดอาบ อบ นวด เปิดสถานบันเทิง เงินแสดงคอนเสิร์ตของนักดนตรี เปิดบู๊ตแสดงสินค้า หรือกิจการที่ต้องการให้คนต่างประเทศมาเที่ยว รวมทั้งการทำอะไรที่สนุกสนาน รื่นเริง ฟุ่มเฟือย (บาร์ ไนต์คลับ โรงภาพยนตร์ ภัตตาคาร โรงแรม ตลาดสด
6. เทวีฤกษ์
ได้แก่ฤกษ์ที่ 6 , 15 และ 24 เรียกว่า เทวีฤกษ์ แปลว่า นางพญา ความงามหรูหรา ความมีเสน่ห์ โชคลาภ และ การสมความปรารถนา มีพระพฤหัสฯ เป็นผู้รักษาฤกษ์ บาทฤกษ์ทั้ง 4 อยู่ในราศีเดียวกันเป็น บูรณะฤกษ์ เป็นฤกษ์ที่มุ่งให้เกิดโชคลาภ
เป็นฤกษ์ที่เหมาะสำหรับ การเข้าหาผู้หลักผู้ใหญ่ การหมั้นหมายและสมรส การส่งตัวเจ้าสาวและเข้าห้องหอ การทำกิจการที่ต้องการชื่อเสียงและมีเสน่ห์ งานมีเกียรติ งานเชิงศิลปะตกแต่งชั้นสูง เปิดร้านค้าอัญมณีเครื่องประดับ ร้านเสริมสวย ตัดเย็บเสื้อผ้า การประชาสัมพันธ์ ลาสิกขาบท ขึ้นบ้านใหม่ ขอความรัก งานเพื่อความสงบเรียบร้อย และ สารพัดงานมงคลทั้งปวง
สรุปการใช้ฤกษ์นี้
ฤกษ์สู่ขอ หมั้น แต่งงาน ขอความช่วยเหลือจากสตรี (ผู้หญิง) ฤกษ์ที่ใช้ความโอ่อ่า หรูหรา สง่า งาม สวย รวมทั้งศิปละ ออกแบบ ตกแต่ง สวย หรู เช่น โชว์อัญมณี เครื่องประดับ ให้ใช้ฤกษ์นี้
7. เพชฌฆาตฤกษ์
ได้แก่ฤกษ์ที่ 7 , 16 และ 25 เรียกว่า เพชฌฆาตฤกษ์ แปลว่า ผู้ทำหน้าที่ฆ่า มีพระราหูเป็นผู้รักษาฤกษ์ ฤกษ์บาททั้ง 4 แตกขาดกัน และ ตรงข้ามกับ โจโรฤกษ์ เรียกว่า “ตรินิเอก” คืออยู่ปลายราศี 3 ฤกษ์บาท และ ต้นราศี 1 ฤกษ์บาท ไม่ควรให้ฤกษ์ในการมงคลเลย เป็น ฉันทฤกษ์ (ฤกษ์แตกขาด)
เป็นฤกษ์ที่เหมาะสำหรับ การฟันผ่าอันตรายและอุปสรรค ต่อสู้เสี่ยงภัยต่างๆ อาสางานใหญ่ ทำกิจปราบปรามศัตรู ตัดสินคดีความ งานที่ใช้การตัดสินใจอย่างเด็ดขาด ประกอบพิธีไสยศาสตร์ ปลุกเสกเครื่องรางของขลัง ลงเลขยันต์ สร้างวัตถุมงคลแบบคงกระพันชาตรี สร้างสิ่งสาธารณะกุศลสงเคราะห์ เปิดโรงพยาบาล การรักษาโรคเรื้อรังที่หายยากๆ การยาตราทัพ เจิมอาวุธยุทธภัณฑ์ สร้างโบสถ์วิหารการเปรียญ คล้ายกับโจโรฤกษ์ แต่ฤกษ์นี้จะแรงกว่า
สรุปการใช้ฤกษ์นี้
ฤกษ์แห่งความเด็ดขาด เผด็ดการ งานปราบปราม กำจัดศัตรู ทำพิธี ไสยศาสตร์ ฤกษ์ที่ต้องการใช้ความเด็ดขาด กล้าหาญ การตัดสินใจที่เด็ดขาด จะเลิกกับแฟนให้ใช้ฤกษ์นี้ได้ หรือสามีภรรยาจะหย่ากันให้ใช้ฤกษ์นี้ การผ่าตัด การปลูกเศกของขลัง ใช้ฤกษ์นี้ได้
8. ราชาฤกษ์
ได้แก่ฤกษ์ที่ 8 , 17 และ 26 เรียกว่า ราชาฤกษ์ แปลว่าผู้ยิ่งใหญ่ ผู้มีอำนาจวาสนา พระเจ้าแผ่นดิน มีพระศุกร์เป็นผู้รักษาฤกษ์ บาทฤกษ์ทั้ง 4 อยู่ในราศีเดียวกัน เรียกว่า บูรณะฤกษ์ เป็นฤกษ์เฉพาะกิจการของผู้หลักผู้ใหญ่ ผู้นำกิจการขึ้นไปจนถึงพระราชา
เป็นฤกษ์ที่เหมาะสำหรับ งานราชพิธี งานราชการงานเมือง สร้างที่ประทับ งานที่ต้องการชักจูงให้ผู้อื่นดำเนินตาม การเข้ารับตำแหน่งงาน การแสวงหาชื่อเสียงเกียรติยศ การเข้าหาผู้หลักผู้ใหญ่ งานมงคลสมรสที่หรูหรามีเกียรติ ลาสิกขาบท การขึ้นบ้านใหม่(สามัญชนควรเว้น ถ้าหาฤกษ์ไม่ได้ก็พออนุโลมใช้ได้ เพื่อดวงชะตาและความเหมาะสม) และ งานมงคลทั้งปวง
สรุปการใช้ฤกษ์นี้
ฤกษ์สูง ฤกษ์ใหญ่โต เป็นฤกษ์ของบุคคลชั้นสูง มีเกียรติ หรือว่างานนั้นมีผู้ใหญ
9. สมโณฤกษ์
ได้แก่ฤกษ์ที่ 9 , 18 และ 27 เรียกว่า สมโณฤกษ์ แปลว่า (สงบเรียบร้อย นักบวช นักสอนศาสนา มีพระเกตุเป็นผู้รักษาฤกษ์ ฤกษ์บาททั้ง 4 อยู่ปลายราศีเดียวกัน แต่บาทฤกษ์สุดท้ายนี้เป็นนวางค์ขาดสุดราศีพอดี เรียกว่า “จัตตุรฤกษ์ หรือ ขันธฤกษ์” จึงเป็นจุดที่มีผลเสียให้เกิดอันตรายต่างๆ ในการแข่งขัน ใช้ได้เฉพาะกิจเกี่ยวกับความสงบความสุจริต
เป็นฤกษ์ที่เหมาะสำหรับ ทำพิธีกรรมทางศาสนา และ ทางนักบวช เช่น การทำขวัญนาค การอุปสมบท หล่อพระและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เข้ารับการศึกษา และ การกระทำทุกอย่างเพื่อความสงบร่มเย็นเป็นสุข สงเคราะห์ในฤกษ์นี้ได้ เช่น ทำบุญขึ้นบ้านใหม่ ทำบุญต่ออายุ
สรุปการใช้ฤกษนี้
ฤกษ์สงบ บวชพระ สึกพระ งานเกี่ยวกับศาสนา งานที่ไม่หวังผลรวดเร็ว ไม่มีการแข่งขัน ไม่มีการช่วงชิงกับผู้อื่น งานการกุศลทั้งปวง เช่น สร้างศาลาการเปรียญ หรือถาวรวัตถุ งานพุทธาภิเษก หล่อพระ ปฏิบัติธรรม เรียนธรรมะ เปิดสำนักโหรดูดวง เปิดห้องสมุด เปิดสถานที่สาธารณะ ทำบุญต่ออายุ ต่อชะตา ขึ้นบ้านใหม่ เปิดมูลนิธิ เผยแพร่ศาสนา
ตำราโหราศาสตร์สิบลัคนา
ตำราโหราศาสตร์สิบลัคนา
โดยต้องแสดงเจตนาเป็นศิษย์10ลัคน์และยอมรับสัจจะ 5 ข้อคือ
1.จะไม่เปิดเผยตำรานี้ ไม่ว่าด้วยประการใดๆ ยกเว้นสอนศิษย์
2.เมื่อยังไม่ผ่านการพิจารณาดวงแบบ10ลัคน์ครบ5,000ดวง จะไม่สอนผู้ใด
3.จะไม่ใช้ตำรานี้ในทางทุจริต เช่นหาฤกษ์หนีภาษี หรือทำมิดีกับเพศตรงข้าม
4.เมื่อให้ฤกษ์ผู้ใดไปแล้ว จะต้องให้ผู้นั้นใส่บาตรตามกำลังวันที่ได้ฤกษ์ทุกครั้งไป
5.เมื่อมีรายได้จากการพยากรณ์ จะต้องทำบุญ 30%เสมอ
เนื้อหาประกอบด้วย
1. เอกสารฉบับคัดลอกด้วยมือลายมือ ฉบับดั้งเดิม
2.เอกสาร 10 ลัคน์ ฉบับ อ.อารมณ์ ชื่นเชาว์ไว
3.เอกสาร ชุดถอดเทปจากบันทึก อ. อรุณ
4. เอกสาร การให้ฤกษ์ของ 10 ลัคน์
5. เอกสาร สิบลัคน์ฉบับพิมพ์ใหม่ เมื่อ 7 มค.2536 ถวายหลวงพ่ออรุณ เทศถมทรัพย์
6,ตำรา “แนวศึกษาโหราศาสตร์ ภาคสำเร็จ พร้อมด้วย อันโตนาทีใหม่” (รวมเป็นเล่มเดียว ) ของ ร.อ.หิรัญ สมรรคเสวี-นายประยูร ณ นคร(2491)
7.ข้อสังเกตในวิชาโหราศาสตร์ของ อายัณโฆษ
8.เคล็ดลับโหราศาสตร์ฉบับพิสดารแลกาลจักร โหร แฉล้ม
9.หนังสือประชุมเรื่องสิบลัคนา อ.อรุณ เทศถมทรัพย์
10.นวกทักษา ของ อ.เทอม
11.การให้ฤกษ์และวิจารณ์ดวงสิบลัคนา อ.อารมณ์ ชื่นเชาว์ไว
ดูดวงสิบลัคนา ดูดวง ไพ่ยิปซี จิตสัมผัส ดูดวงทางโทรศัพท์ ดูดวงทาง Line โหราศาสตร์ไทย 10 ลัคนา ศิษย์อาจารย์ สอ้าน นาคเพชรพูล (สีดิน) ดูดวง ไพ่ยิปซี ดูดวงจิตสัมผัส ดูดวงทางโทรศัพท์ ทาง Line ดูดวง เรื่องในอนาคตที่คุณอยากรู้คำตอบ ก่อนตัดสินใจ ดูดวงเนื้อคู่ อาชีพการงาน การเงิน ความรัก คู่ครอง เรื่องที่ต้องระวัง โชคลาภ ข้อเสียข้อดีในดวงชะตา ภาพรวมดวง ตั้งชื่อมงคล เปลี่ยนชื่อมงคล ตามหลักโหราศาสตร์ 10 ลัคนา
โหราศาสตร์สิบลัคน์ ปทุมเกณฑ์ ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่พูดถึงอยู่บ่อยๆ มีความหมายดังนี้
โหราศาสตร์สิบลัคน์ ปทุมเกณฑ์ ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่พูดถึงอยู่บ่อยๆ มีความหมายดังนี้
จันทร์สิบเอ็ดแท้ แก่ลัคน์
พฤหัสสี่ทรงศักดิ์ แช่มช้า
ศุกร์สามดั่งนี้จัก เจริญยิ่ง ยศแฮ
หากว่าชาติต่ำต้อย ยกให้เสมอพงษ์
ดาวจันทร์ พฤหัส ศุกร์ เป็นดาวศุภเคราะห์ทั้ง 3 ดวง สถิตในเรือนมงคลทั้ง 3 ดวง ดวงชะตาจะเข้าหลักปทุมเกณฑ์นี้
ไม่ได้พบเห็นง่ายๆ
เพราะต้องเข้ากฎทั้ง 3 ข้อ คือ จันทร์ เป็นสิบเอ็ดแก่ลัคน์ พฤหัส เป็นสี่แก่ลัคน์ ศุกร์ เป็น สามแก่ลัคน์ และ คุณภาพดาวต้องสูงด้วย ผู้ที่ได้เกณฑ์นี้เป็นผู้มีวาสนา แม้เกิดมาตกต่ำก็ขึ้นสูงได้อย่างแน่นอน
จันทร์ สถิต(ลาภะ) เป็นผู้มากมายแห่งความสำเร็จ ความอุดมสมบูรณ์ กิริยาท่าทางเป็นที่พึงพอใจต่อคนใกล้ชิด
พฤหัส สถิต (พันธุะ) ครอบครัวสง่าผ่าเผย เป็นที่เคารพยกย่องจากคนภายนอก ตั้งอยู่ในทำนองคลองธรรม
ศุกร์ สถิต (สหัชชะะ) เป็นที่รักในแวดวงสังคม หมู่เพื่อนฝูง
ตำราโหราศาสตร์สิบลัคนา
ตำราโหราศาสตร์สิบลัคนา
โดยต้องแสดงเจตนาเป็นศิษย์10ลัคน์และยอมรับสัจจะ 5 ข้อคือ
1.จะไม่เปิดเผยตำรานี้ ไม่ว่าด้วยประการใดๆ ยกเว้นสอนศิษย์
2.เมื่อยังไม่ผ่านการพิจารณาดวงแบบ10ลัคน์ครบ5,000ดวง จะไม่สอนผู้ใด
3.จะไม่ใช้ตำรานี้ในทางทุจริต เช่นหาฤกษ์หนีภาษี หรือทำมิดีกับเพศตรงข้าม
4.เมื่อให้ฤกษ์ผู้ใดไปแล้ว จะต้องให้ผู้นั้นใส่บาตรตามกำลังวันที่ได้ฤกษ์ทุกครั้งไป
5.เมื่อมีรายได้จากการพยากรณ์ จะต้องทำบุญ 30%เสมอ
เนื้อหาประกอบด้วย
1. เอกสารฉบับคัดลอกด้วยมือลายมือ ฉบับดั้งเดิม
2.เอกสาร 10 ลัคน์ ฉบับ อ.อารมณ์ ชื่นเชาว์ไว
3.เอกสาร ชุดถอดเทปจากบันทึก อ. อรุณ
4. เอกสาร การให้ฤกษ์ของ 10 ลัคน์
5. เอกสาร สิบลัคน์ฉบับพิมพ์ใหม่ เมื่อ 7 มค.2536 ถวายหลวงพ่ออรุณ เทศถมทรัพย์
6,ตำรา “แนวศึกษาโหราศาสตร์ ภาคสำเร็จ พร้อมด้วย อันโตนาทีใหม่” (รวมเป็นเล่มเดียว ) ของ ร.อ.หิรัญ สมรรคเสวี-นายประยูร ณ นคร(2491)
7.ข้อสังเกตในวิชาโหราศาสตร์ของ อายัณโฆษ
8.เคล็ดลับโหราศาสตร์ฉบับพิสดารแลกาลจักร โหร แฉล้ม
9.หนังสือประชุมเรื่องสิบลัคนา อ.อรุณ เทศถมทรัพย์
10.นวกทักษา ของ อ.เทอม
11.การให้ฤกษ์และวิจารณ์ดวงสิบลัคนา อ.อารมณ์ ชื่นเชาว์ไว


