
www.10luc.com
ดูดวงไพ่ยิปซีจิตสัมพัส ค่าบูชาครูดูดวงไพ่ยิปซี 30 นาที 300 บาท 1 ชัวโมง 500 บาท กดโทรศัพท์ เบอร์ 061-9419599
บริการดูดวงทางโทรศัพท์ ดูดวงทาง Line โหราศาสตร์ไทย 10 ลัคนา ค้าบูชาครู 1,000 บาท
อาจารย์ กฤตพล 0644524161

อาจารย์ กฤตพล 0644524161

อ.กฤตพล แสงซื่อ โหราพยากรณ์ โหราศาสตร์สิบลัคนา รางวัลครุฑสุวรรณกสย รับรางวัลอันทรงเกียรติ “ครุฑสุบรรณกาย” บุคคลต้นแบบความดีและความสำเร็จแห่งปี 2565 “ต้นแบบและการสร้างแรงบันดาลใจการใช้ชีวิตดีเด่น”

วันนี้…วันเสาร์ที่ 8 มกราคม 2565
ที่ MCC HALL THE MALL งามวงศ์วาน
หม่อมหลวงวันชัย
นวรัตน์ ประธานในพิธีมอบรางวัล “ครุฑสุบรรณกาย” บุคคลต้นแบบความดีและความสำเร็จแห่งปี 2565 มอบเกียรติบัตรฉบับนี้ให้แก่ อ.กฤตพล แสงซื่อ www.10luc.com
ได้รับรางวัล ต้นแบบและการสร้างแรงบันดาลใจการใช้ชีวิตดีเด่น” ขอให้รักษาเกียรติประวัติคุณงามความดีนี้ไว้ตลอดไป
ซึ่งในงานนี้มีผู้ที่ทำคุณงามความดีให้กับสังคมและบ้านเมือง ได้รับรางวัลเป็นจำนวนมาก รางวันดังกล่าวนี้จะเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่และปฏิบัติตนให้เป็นคนดีต่อสังคมต่อไปในอนาคต…


หลักเกณฑ์/ เงื่อนไข
ต้องไม่มีความหมายหรือคล้ายกับพระนามของพระมหากษัตริย์ หรือ พระราชินี
ต้องไม่มีความหมายคล้ายกับราชทินนาม
ต้องไม่ซ้ำกับนามสกุลที่พระมหากษัตริย์พระราชทาน หรือนามสกุลที่ได้จดทะเบียนไว้แล้ว
ต้องไม่มีความหมายหยาบคาย
มีพยัญชนะไม่เกิน 10 ตัว เว้นแต่กรณีเป็นราชทินนาม
ผู้ที่ไม่ได้รับพระราชทานนามสกุล ห้ามใช้คำว่า “ณ” นำหน้านามสกุล
ห้ามเอาชื่อพระมหานคร และศัพท์ที่ใช้เป็นพระปรมาภิไธยมาใช้เป็นนามสกุล
เอกสาร / หลักฐาน
1. ทะเบียนบ้านพร้อมสำเนา
2. บัตรประจำตัวประชาชน
3. ใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว (กรณีบุคคลต่างด้าว)
4. แบบฟอร์มคำขอทะเบียนชื่อบุคคล (ช.1)
5. สูติบัตร (กรณียังมิได้ทำบัตรประจำตัวประชาชน)
อัตราค่าธรรมเนียม
ค่าธรรมเนียมในการขอเปลี่ยนชื่อสกุล 100 บาท
สถานที่ยื่นขอ
ที่ว่าการอำเภอ
กิ่งอำเภอ
สำนักงานเขต
หมายเหตุ **สามารถยื่นได้ ณ สำนักทะเบียนที่มีชื่ออยู่เท่านั้น
สุริยาตร ไม่ใช่ชื่อเรียกของดวงราศีจักร แต่เป็นคำที่หมายความว่าพระอาทิตย์กำลังเคลื่อนที่
ฟซึ่งเป็นคำที่มักรู้กันว่าหมายถึงการใช้ตำแหน่งดาวในดวงตามคติของคัมภีร์สุริยาตร และมานัต ซึ่งสืบทอดการคำนวณมาแต่เดิม ส่วนดวงลัคนาเดียวถ้าจะเรียกอีกอย่างคือดวงราศีจักร หรือดวงจักราศี ส่วนดวงสิบลัคน์ ถ้าเรียกตามหลักการในการคำนวณที่มาของดาวลงในราศีแล้ว ก็เรียกว่า ดวงมหานาที ซึ่งตรงนี้สามารถใช้ดาวมากกว่าสิบดวงได้ พูโต เนพจูน แบคคัส
ฤกษ์ของจันทร์กำเนิด อัศวินี (ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 13 - 26 เมษายน) เป็นคนแข่งแกร่ง มีอำนาจและมองหาความท้าทายให้ชีวิตอยู่เสมอ มีบุคลิกร่าเริงแจ่มใส งดงาม เฉลียวฉลาดและเปิดเผย แต่กระนั้นก็มีความลึกลับอยู่ในตัวทำให้เป็นคนเข้าใจยาก ในเรื่องความรัก คุณกำลังมองหาคู่ที่เพียบพร้อมและสมบูรณ์แบบ แต่ตัวคุณเองมักไม่พร้อมที่จะมีพันธะ สัญลักษณ์ : หัวม้า หมายถึงแจ่มใส ราศีเนื้อคู่ : ภรณี สี : แดงเข้ม ภรณี (ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 27 เมษายน - 10 พฤษภาคม) เป็นคนมีเสน่ห์ทางเพศ ชื่นชมความงามและศิลปะทุกรูปแบบ แต่ต้องระวังอย่าหมกมุ่นในเรื่องเพศมากเกินไป บางครั้งอาจจะก้าวร้าวและดูเหมือนเห็นแก่ตัว จึงต้องหาคู่ที่ไม่กลัวการผูกมัด และสามารถสนองตอบความต้องการทางโลกียและเพศรสได้ สัญลักษณ์ : โยนี (อวัยวะเพศหญิง) หมายถึงมีเสน่ห์ทางเพศ ราศีเนื้อคู่ : อัศวินี สี : แดงเข้ม กฤติกา (ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 11 - 24 พฤษภาคม) เป็นคนทุ่มเท ฉลาด และสุขุมเยือกเย็นยามเกิดวิกฤต แต่ก็มักโมโหง่าย และถึงแม้จะไม่ชอบการเผชิญหน้า แต่ก็สู้ไม่ถอยเมื่อถึงเวลา เป็นคนที่เปิดกว้างต่อโลกภายนอกแต่ก็เคร่งครัดในศาสนาในเวลาเดียวกัน และถึงเเม้จะกำลังตามหารัก ก็ยังคงกลัวการผูกมัดอยู่ดี สัญลักษณ์ : ใบมีด หมายถึงไฟ ราศีเนื้อคู่ : เชษฐา สี : ขาว โรหิณี (ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 25 พฤษภาคม - 7 มิถุนายน) เป็นคนอ่อนไหว เปลี่ยนแปลงตัวเองได้รวดเร็ว เอาแน่เอานอนไม่ค่อยได้ แต่ก็มีเสน่ห์และชอบความสุขสบาย อาจเป็นคนขี้หึงจึงเจ็บปวดได้ง่าย ดูจากภายนอกอาจจะเป็นคนไม่ผูกพันกับใคร แต่ลึกๆ แล้วใฝ่หาความรักสุดตัวทีเดียว สัญลักษณ์ : ล้อรถ หมายถึงความงาม ราศีเนื้อคู่ : อนุราธ สี : ขาว มฤคศิร (ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 8 - 20 มิถุนายน) เป็นคนเข้มแข็ง ฉลาดเป็นกรด และหัวไวอีกต่างหาก ทุ่มเถียงทะเลาะกับใครก็ต้องชนะให้ได้ เกิดมาเป็นผู้นำ และชอบมีอำนาจเหนือผู้อื่น คุณต้องการคู่ชีวิต แต่มีเพียงคนที่คุณต้องการจริงๆ เท่านั้นที่จะกระตุ้นอารมณ์ปรารถนาของคุณได้ สัญลักษณ์ : ศีรษะกว้าง หมายถึงสติปัญญา ราศีเนื้อคู่ : หัฏฐะ สี : เงิน อารทรา (ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 21 มิถุนายน - 4 กรกฏาคม) เป็นคนประสบความสำเร็จในชีวิต เป็นที่ชื่นชอบของใครๆ จึงมักวุ่นวายอยู่เสมอ และมักให้ความสำคัญกับความคิดเห็นของคนอื่นมากเสียจนละเลยความคิดตัวเองไป ความที่ชอบฟังคำซุบซิบและชอบออกงานสังคม อาจทำให้คุณดูเหมือนคนมีความคิดตื้นเขิน แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่คนแบบนั้นเลย คุณยอมสละได้ทุกอย่าง เพียงเพื่อทำให้ฝันเป็นจริง สัญลักษณ์ : เพชร หมายถึงนักยุทธศาสตร์ ราศีเนื้อคู่ : มฤคศิรถ สี : เขียว ปุนัพสุ (ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 5 - 18 กรกฎาคม) เป็นคนน่ารัก ห่วงใยและใส่ใจผู้อื่น คุณจะต้องตั้งเป้าหมายและทะยานไปสู่ความสำเร็จเสมอ ไม่อย่างนั้นจะรู้สึกว่าตัวเองขาดหลักในชีวิต คุณอยากมีครอบครัวใหญ่ๆ แต่ถ้าไม่มีก็จะพยายามเข้าใกล้กลุ่มคนที่เปิดโอกาสให้คุณได้ใช้สัญชาตญาณความเป็นแม่ แต่ระวังบรรดาคู่รักของคุณจะเซ็งเสียก่อน สัญลักษณ์ : คันธนู หมายถึงความเป็นแม่ ราศีเนื้อคู่ : ภรณี สี : เทา ปุษยะ (ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 19 กรกฎาคม - 1 สิงหาคม) เป็นคนขยัน ทุ่มเทให้กับการทำงาน และมีความสามารถในการปั้นความคิดให้เป็นความจริงขึ้นมา หากวางแผนดีๆ ก็จะประสบความสำเร็จในการงานได้ไม่ยากนัก สำหรับคุณการแสดงความรู้สึกอาจจะเป็นเรื่องยาก แต่ก็ต้องพยายามหน่อย ไม่เช่นนั้นคู่ของคุณอาจจะรู้สึกว่าเขาหรือเธอ ไม่เป็นที่ต้องการก็ได้ สัญลักษณ์ : ดอกไม้ หมายถึงสีสันสะดุดตา ราศีเนื้อคู่ : อัศวินี / อาศเลษา สี : แดงและดำ อาศเลษา (ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 2 - 15 สิงหาคม) อาจจะดูเป็นคนขี้เกียจ แต่จริงๆ แล้วสมองไว ไม่เคยหยุดนิ่ง รักอิสระ และอาจจะรักสันโดษด้วย รักความสงบ ไม่บ่อยนักที่จะโกรธใครแต่ใครมาแหยมเป็นเจอดีและแม้ว่าจะเป็นคนขึ้หึง ก็ไม่ได้อยากให้คู่ของคุณมีนิสัยอย่างเดียวกัน สัญลักษณ์ : งูพิษ หมายถึงอำนาจสะกดใจ ราศีเนื้อคู่ : ปุษยะ สี : แดง มาฆะ (ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 16 - 29 สิงหาคม) เป็นคนฉลาด เอาตัวรอดเก่ง ร่าเริงแจ่มใส ใครเห็นใครปิ๊ง เป็นผู้นำที่ใจดีแต่แฝงด้วยความเข้มแข็งข้อดีเหล่านี้ทำให้คนมากมายชื่นชนคุณ แต่ขณะเดียวกันก็มีคนคอย อิจฉาด้วย คุณมีความสุขดีอยู่กับชีวิตรักแต่คนรักในอุดมคติของคุณนั้นค่อนข้างจะหายากทีเดียว สัญลักษณ์ : วอ หมายถึงชื่อเสียง ราศีเนื้อคู่ : เชษฐา สี : ครีม บุรพผลคุนี (ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 30 สิงหาคม - 12 กันยายน) เป็นคนอบอุ่น มีเสน่ห์ และดวงดี คุณทำงานหนัก แต่ก็รู้จักหาความสุขกับชีวิต ความกระตือรือร้นที่มีอยู่เต็มเปี่ยมจะนำคุณไปสู่ความสำเร็จ นอกจากนี้คุณยังเป็นคนจริงใจไม่โกหก รสนิยมคุณนั้นเลิศหรูนัก มักจะเป็นสีสันให้กับงานเลี้ยงเสมอๆ คุณอยากให้ตัวเองและคู่มีเป้าหมายเดียวกันและเคียงข้างกันก้าวไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ สัญลักษณ์ : เตาผิง หมายถึงโชค ราศีเนื้อคู่ : มาฆะ สี : น้ำตาล อุตรผลคุนี (ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 13 - 25 กันยายน) เป็นคนมนุษยสัมพันธ์ดี หนักแน่น และเกิดมาเป็นผู้ให้อย่างแท้จริง เป็นเจ้าแห่งยุทธวิธีและเป็นนักวางแผนที่ดีแต่ความรู้สึกไม่ค่อยมั่นคงและตึงเครียด อาจทำให้คุณประพฤติตนไร้เหตุผล เกิดความประหม่า และไม่มั่นใจได้ คุณคอยเป็นกำลังใจให้คู่ของคุณเสมอ และก็หวังให้เขาหรือเธอเห็นคุณค่าของสิ่งที่คุณทำและตอบแทนคุณด้วยความรัก สัญลักษณ์ : ขาเตียง หมายถึงสู้ชีวิต ราศีเนื้อคู่ : บุรพผลคุนี สี : ฟ้าสดใส หัฏฐะ (ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 26 กันยายน - 9 ตุลาคม) เป็นคนมีเสน่ห์และน่าสนใจ แต่ก็อารมณ์เสียได้ง่ายๆ คุณทะเยอทะยานและเป็นเจ้าของชะตาชีวิตของตัวเอง บางครั้งอาจจะดูเหมือนเป็นคนเห็นแก่ตัว แต่จริงๆ แล้วคุณเป็นคนใจกว้างกว่าใครๆ เมื่อคุณตกลงปลงใจกับคู่ของคุณแล้ว คุณจะดูแลเอาใจใส่เขาหรือเธอเป็นอย่างดี และจะเป็นผู้ให้ที่แสนอารี สัญลักษณ์ : ฝ่ามือ หมายถึงการฝึกตนด้วยโยคะ ราศีเนื้อคู่ : มฤคศิราย สี : เขียว จิตรา (ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 10 - 22 ตุลาคม) เป็นคนชอบเข้าสังคม รักชีวิตกลางแจ้ง และชอบเมาต์เป็นชีวิตจิตใจ คุณอาจจะดูมีความสุขกับการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ และหาเพื่อนใหม่ได้ง่ายๆ แต่โดยธรรมชาติของคุณแล้ว คุณรักความสันโดษ แม้จะอยากใช้ชีวิตร่วมกับใครสักคนแค่ไหน แต่คุณก็ไม่เคยทุ่มให้เขาหรือเธอเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ได้สักที สัญลักษณ์ : ไข่มุก หมายถึงความงาม ราศีเนื้อคู่ : หัฏฐะ สี : ดำ สวาตี (ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 23 ตุลาคม - 5 พฤศจิกายน) เป็นคนแอกทีฟ ไม่เคยอยู่นิ่ง แต่มักจะตัดสินใจไม่ได้ว่าจะทำอะไรเป็นสิ่งต่อไปเพราะอยากทำอะไรๆ เต็มไปหมดถึงแม้ว่าคุณมีอุดมการณ์เป็นแรงบันดาลใจและเป็นพลังขับเคลื่อน แต่คนชอบหาว่าคุณเป็นจอมบงการ จริงๆ คุณก็แค่มีความมุ่งมั่นเท่านั้นเอง ส่วนในด้านความรัก พันธะทางใจต่อกันนับเป็นคุณสมบัติสำคัญที่สุดสำหรับคู่รักในอุดมคติของคุณ สัญลักษณ์ : ปะการัง หมายถึงความทะเยอทะยาน ราศีเนี้อคู่ : ภรณี สี : ดำ วิสาขะ (ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 6 - 18 พฤศจิกายน) เป็นคนทะเยอทะยาน แต่ใช่ว่าความสำเร็จทางด้านวัตถุจะทำให้คุณพอใจเสมอไป หากต้องการเติมชีวิตให้เต็มอาจจะต้องเปลี่ยนการมองโลกเสียใหม่ ข้อดีของคุณก็คือ สามารถเข้ากับคนได้ทุกระดับ มีความสนใจในสิ่งต่างๆ หลากหลายและแม้ว่าคุณยอมรับการผูกพันกับใครคนหนึ่ง แต่คุณก็ยังคงต้องการความเป็นส่วนตัวอยู่บ้าง สัญลักษณ์ : แท่นปั้นหม้อ หมายถึงความหวัง ราศีเนื้อคู่ : จิตรา สี : ทอง อนุราธ (ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 19 พฤศจิกายน - 1 ธันวาคม) คุณเป็นคนที่มีความขัดแย้งอยู่ในตัว บางครั้งคุณอาจจะสนใจในเรื่องของจิตวิญญาณ แต่ก็วัตถุนิยมแบบสุดขั้ว ใจดีก็ได้ ใจร้ายก็บ่อย สร้างเสียงหัวเราะให้คนรอบข้างได้ในนาทีหนึ่ง แต่ก็กลับหดหู่ซึมเซาในนาทีถัดมา ดังนั้นคุณจึงไขว่คว้าหา ทางสายกลางอยู่ตลอดเวลา คุณกำลังตามหารักแท้และก็พร้อมจะสละทุกสิ่งเพื่อมัน สัญลักษณ์ : ดอกบัว หมายถึงความรัก ราศีเนื้อคู่ : เชษฐา สี : น้ำตาลแดง เชษฐา (ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 2 - 14 ธันวาคม) คุณเป็นคนร่าเริง ทะเยอทะยาน ต้องการประสบความสำเร็จในสิ่งที่คนอื่นไม่เคยทำได้มาก่อน และเชื่อได้เลยว่าคุณจะทำสำเร็จ หากมีวินัยในตัวเองมากพอ คุณเชื่อมั่นในเรื่องจิตวิญญาณ แต่ก็นิยมยินดีกับเพศรส บางครั้งอาจจะประหม่า แต่ต้องแสดงออกว่ามั่นใจเอาไว้ก่อน นอกจากนี้คุณยังขี้หึง ในขณะที่ตัวเองเป็นคนหลายใจ คุณต้องการคู่ที่ทำหน้าที่คู่สนทนาได้อย่างชาญฉลาด สัญลักษณ์ : ตุ้มหู หมายถึงความสง่างาม ราศีเนื้อคู่ : มาฆะ สี : ครีม มูละ (ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 15 - 27 ธันวาคม) ทดลองของใหม่ๆ อยู่เสมอ และยังเป็นผู้นำที่มองโลกในแง่ดีอีกด้วย คุณเป็นคนเบื่อง่าย แต่เพราะว่าเป็นคนปรับตัวเก่ง จึงลุกขึ้นมาเปลี่ยนอะไรๆ ได้เมื่อสิ่งต่างๆ รอบตัวนั้นดูราบเรียบเกินไป ความสัมพันธ์ระหว่างคุณและคู่จะเป็นไปได้ด้วยดี ตราบใดที่เขาหรือเธอยอมให้คุณเป็นตัวของตัวเองต่อไป สัญลักษณ์ : หางสิงโต หมายถึงความไม่หยุดนิ่ง ราศีเนื้อคู่ : บุพพสาฬหะ สี : เหลืองมีสตาร์ด บุรพสาฬหะ (ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม - 10 มกราคม) เป็นสร้างสรรค์ เฉลียวฉลาด และมีปัญญา หากคุณได้ทำงานที่ตรงกับความสามารถแล้วล่ะก็ ทุกอย่างจะผ่านฉลุยและผลที่ได้ก็จะเป็นที่น่าพอใจ คุณเปลี่ยนตัวเองไปได้เรื่อยๆ แต่อาจจะพบความยุ่งยากหากคู่ของคุณไม่ยอมเปลี่ยนตามไปด้วย สัญลักษณ์ : งาช้าง หมายถึงบุคลิกที่โดดเด่น ราศีเนื้อคู่ : เรวดี สี : ดำ อุตตราสาฬหะ (ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 11 - 23 มกราคม) เป็นคนกระฉับกระเฉง สมองดี เข้าขั้นปัญญาชน ทำสิ่งที่ตั้งใจและไล่ตามความฝันได้โดยไม่ย่อท้อ คุณเกลียดการหลอกลวงและคนโกง และจะไม่ยอมหยุดจนกว่าจะได้ทำลายคนพวกนี้ให้สิ้นซาก หนึ่งในความต้องการของคุณคือการได้อยู่คนเดียว ดังนั้นความสัมพันธ์ของคุณอาจจะซับซ้อนและยุ่งยากกว่าคนอื่น สัญลักษณ์ : ขาเตียง หมายถึงการสันโดษ ราศีเนื้อคู่ : อุตตรภัทรบท สี : ทองแดง ศรวณะ (ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 24 มกราคม - 5 กุมภาพันธ์) คุณมีสมองเฉียบแหลมราวมีดโกน และรูปลักษณ์ภายนอกอันแข็งแกร่งไว้เพื่อเป็นเกราะป้องกันตัว คุณถวิลหาความสงบท่ามกลางสรรพเสียงแห่งชีวิต แต่ก็เป็นผู้ฟังที่ดีและเชี่ยวชาญในการแก้ปัญหาให้ผู้อื่นคู่ของคุณจะต้องเคารพเงื่อนไขที่คุณตั้งไว้ และจะต้องเข้าใจด้วยว่าบางครั้งคุณก็ต้องการอยู่คนเดียว สัญลักษณ์ : หู หมายถึงความเงียบ ราศีเนื้อคู่ : อุตตรภัทรบท สี : ฟ้า ธนิษฐา (ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 6 - 18 กุมภาพันธ์) เกิดมาพร้อมพรพิเศษในทางสายธรรม แต่ก็ใช่ว่าจะทิ้งเรื่องทางโลก คุณมีความสามารถรอบด้านบุคลิก โดดเด่น มีสง่า ผ่องใส และไม่เห็นแก่ตัว คู่ของคุณอาจจะรู้สึกว่าคุณทำตัวห่างเหิน แต่หากคุณพบคู่ที่วาดฝันไว้แล้วล่ะก็ คุณจะซื่อสัตย์กับเขาหรือเธออย่างที่สุด และโชคของคุณที่คนรอบข้างยอมรับข้อเสียหลายอย่างของคุณได้ สัญลักษณ์ : ขลุ่ยหรือกลอง หมายถึงดนตรี ราศีเนื้อคู่ : ศตภิษัช้อ สี : เงิน ศตภิษัช้อ (ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 19 กุมภาพันธ์ - 3 มีนาคม) เป็นคนยึดมั่นในหลักการ ดูลึกลับในบางครั้ง และชอบตั้งเป้าหมายที่ไกลเกินเอื้อมให้กับตัวเอง คุณมองการณ์ไกลแต่ขาดความมั่นใจ ต้องการมีความสัมพันธ์ที่น่าตื่นเต้น แต่ฝ่ายตรงข้ามจะรู้ได้อย่างไร หากคุณไม่เริ่มต้นส่งสัญญาณให้เขาหรือเธอรับรู้เสียก่อน สัญลักษณ์ : ดวงดาว หมายถึงความรู้แจ้ง ราศีเนื้อคู่ : ธนิษฐา สี : เขียวอ่อน บุรพภัทรบท (ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 4 - 16 มีนาคม) คุณเป็นคนอ่อนไหว และห่วงใยคนรอบข้าง ทำให้คนมากมายเข้ามาขอคำปรึกษาจากคุณ ถึงแม้ตอนนี้คุณจะประสบความสำเร็จทางด้านวัตถุแล้วก็ตาม คุณก็ควรวางแผนการเงินของคุณให้ดี นอกจากนี้คุณมักจะมองคนข้างกายในแง่ดีเกินจริง และเมื่อพูดถึงความสัมพันธ์แล้ว คุณอาจจะดูเหมือนเป็นฝ่ายที่ต้องพึ่งพา แต่จริงๆ แล้วคุณเป็นคนที่พึ่งตัวเองได้โดยไม่ต้องง้อใคร สัญลักษณ์ : ดาบ หมายถึงสันติสุข ราศีเนื้อคู่ : อุตตรภัทรบท สี : เงิน อุตตรภัทรบท (ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 17 - 30 มีนาคม) เป็นคนฉลาด ใจบุญ มีอุดมการณ์ และเคารพความฝันของผู้อื่น คุณเชื่อในโชคชะตา และมักมีความรู้สึกไม่อยากยุ่งเกี่ยวผูกพัน ไม่ยึดติดกับสิ่งต่างๆ ในชีวิต คุณจะเป็นครูที่ดีได้ถ้าเลือกจะไปทางนั้น คุณมักจะพยายามประคองความสัมพันธ์ให้อยู่รอด แต่ถ้ามันไม่งอกงาม คุณก็จะตัดใจและก้าวไปข้างหน้าต่อไป สัญลักษณ์ : ฝาแฝด หมายถึงความมืดที่งดงาม ราศีเนื้อคู่ : เรวดี สี : ม่วง เรวดี (ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 31 มีนาคม - 12 เมษายน) คุณเป็นคนมีจิตใจเมตตา ห่วงใยผู้อื่นและอ่อนไหว คุณอุทิศตัวเพื่อประโยชน์ส่วนรวม แต่เป็นประเภทปิดทองหลังพระ คุณเป็นคนมีความงาม แต่ขาดความมั่นใจ คุณต้องเรียนรู้ที่จะศรัทธาและไว้ใจคนอื่นบ้าง สำหรับเรื่องความรัก คุณเป็นคนโรแมนติก จึงต้องการคนที่เข้าใจว่าลึกๆ แล้วคุณต้องการอะไร สัญลักษณ์ : ปลา หมายถึง ความบริสุทธ์ ราศีเนื้อคู่ : อุตตรภัทรบท สี : น้ำตาล
การพัฒนาเพื่อการอยู่ดีกินดีของประชาชนนั้น อย่าไปนึกหวังกำไรหรือผลตอบแทนแต่อย่างเดียว ทำอะไรต้องลงทุนลงแรงและปัจจัยบางอย่างเสียก่อนเพื่อสร้างผลกำไรในอนาคต คือ ความอยู่ดีมีสุขของประชาชน ดังพระราชดำรัสความตอนหนึ่งว่า
“…ถ้าหากว่าอยากให้ประชนอยู่ดีกินดี รัฐจะต้องลงทุน ต้องสร้างโครงการซึ่งต้องใช้เงินจำนวนเป็นร้อยเป็นพันเป็นหมื่นล้าน. ถ้าทำไปก็เป็น “loss” เป็นการเสีย เป็นการขาดทุน เป็นการจ่าย คือรัฐบาลต้องตั้งงบประมาณรายจ่าย ซึ่งมาจากเงินของประชาชน. แต่ว่าถ้าโครงการดี ในไม่ช้าประชาชนก็จะได้กำไร
จะได้ผล. ราษฎรจะอยู่ดี กินดีขึ้น จะได้ประโยชน์ไป ส่วนรัฐบาลไม่ได้อะไร. แต่ข้อนี้ถ้าดูให้ดี ๆ จะเห็นว่า
ถ้าราษฎรอยู่ดีกินดี มีรายได้ รัฐบาลก็จะเก็บภาษีได้สะดวก ไม่มีการหนีภาษี เพราะเมื่อมีรายได้ดีขึ้น เข้าก็สามารถเสียภาษีได้มากขึ้น…”
ต้องยอมรับว่ายังมีคนไทยอีกจำนวนมาก ที่เป็นโรคร้ายแรงอย่างโรคมะเร็ง ยังไม่สามารถเข้าถึงยาที่มีคุณภาพในการรักษาที่ดี โดยเฉพาะยาที่เป็น”ชีววัตถุ” (Biopharmaceuticals)ที่ให้ผลการรักษาทีดีกว่ายาประเภทอื่น ในอดีตประเทศไทยยังไม่มีองค์ความรู้และความสามารถในการผลิตยาชนิดนี้ ทำให้ต้องนำเข้าซึ่งยาดังกล่าวมีราคาแพงมาก คนที่ไม่มีกำลังทางเศรษฐกิจจึงไม่สามารถเข้าถึงยาชนิดนี้ได้
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเห็นปัญหาดังกล่าว และทรงให้ความสำคัญกับปัญหาสุขภาพของคนไทย ดังที่ทรงพระราชทานพระราชดำรัส ในเรื่องสุขภาพว่า “ถ้าคนเรามีสุขภาพเสื่อมโทรม ก็จะไม่สามารถพัฒนาชาติได้ เพราะทรัพยากรที่สำคัญของประเทศชาติ ก็คือ พลเมือง นั่นเอง” และหลังจากทรงพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชนที่ทำให้มีโครงการพระราชดำริมากมายหลายพันโครงการ จึงทรงมองว่าโครงการที่เกี่ยวกับการพัฒนาสุขภาพของคนไทยก็มีความสำคัญแม่แพ้กัน และเรื่องของยา นั้นนอกจากจะช่วยให้คนไทยเข้าถึงยาแล้ว ยังสร้างความมั่นคงทางยาของประเทศด้วย
ทำให้เมื่อ 10 ปีก่อน สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ในนามของบริษัททุนลดาวัลด์ จำกัด จึงได้ลงทุนก่อตั้งบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ บริษัท ขึ้นเมื่อปี 2552 มูลค่า5,000 ล้านบาท เพื่อผลิตยาชีววัตถุขึ้นเป็นแห่งแรกของประเทศไทย โดยได้ร่วมมือกับประเทศคิวบา ซึ่งถ่ายทอดองค์ความรู้การผลิตยาชีววัตถุให้กับบริษัท โดยปัจจุบันประเทศคิวบาได้กลายเป็นผู้ถือหุ้นในสัดส่วน 30%
นับจากปี 2562 บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ สามารถผลิต”ยาชีววัตถุ”ได้ 3ชนิด โดยยาตัวแรกที่ออกสู่ตลาดแล้วคือ ยาเพิ่มเม็ดเลือดแดง ให้กับผู้ป่วยที่มีอาการไตวาย ยาตัวที่ 2 คือ ยาเพิ่มเม็ดเลือดขาว ให้กับผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ได้รับเคมีบำบัด ซึ่งมีความเสี่ยงสูงในการติดเชื้อ และขณะนี้ บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ กำลังผลิตยาเพิ่มเม็ดเลือดขาว ที่ผู้ป่วยสามารถใช้่แค่เดือนละครั้ง หรือเป็นยาที่มีประสิทธิภาพมากกว่ายาเพิ่มเม็ดเลือดขาวที่ผลิตในเวอร์ชั่นแรก ซึ่งต้องให้ยาสัปดาห์ละครั้ง โดยยาตัวที่3 นี้อยู่ระหว่างการวิจัยทางคลินิก และวิจัยในคน โดยทำการวิจัยที่ประเทศออสเตรเลีย เนื่องจาก บริษัท มีแผนที่จะนำยาตัวที่3นี้ ไปจดทะเบียนจำหน่ายในกลุ่มประเทศอียู ซึ่งทางยุโรปมีข้อกำหนดให้ยาที่จะมาขายในภาพพื้นยุโรป จะต้องทำการทดลองวิจัยกับคนผิวขาวเท่านั้น จึงจะสามารถขายได้ โดยผลิตภัณฑ์ยาตัวที่ 3 จะวางจำหน่ายในปี 2565 นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังผลิตยาเพื่อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอีกด้วย เช่น ยาที่เพิ่มเม็ดเลือดแดงให้กับสัตว์ที่เป็นโรคไต เป็นต้น
จากซ้ายไปขวา ดร.ทรงพล ดีจงกิจ,นวลพรรณ ล่ำซำ , อภิพร ภาษวัธน์และธวัชชัย พิเศษกุล
ดร.ทรงพล ดีจงกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด กล่าวว่า ยาชีววัตถุนั้นเป็นยาที่ผลิตจากเชื้อแบคทีเรีย โดยใช้เทคโนโลยีชีวภาพขั้นสูง ในการสกัดสารสำคัญจากแบคทีเรียให้มาเป็นยา และเนื่องจาก ร่างกายมนุษย์เรา ประกอบด้วยน้ำ และโปรตีน ยาชีววัตถุเองก็เป็นโปรตีน ที่จะทำงานเลียนแบบเหมือนร่างกายมนุษย์ ทำให้ยามีผลข้างเคียงน้อย แต่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งบริษ้ท สยามไบโอฯเป็นศูนย์การวิจัยและผลิตยาแห่งเดียวในอาเซียน ที่สามารถผลิตยาชีววัตถุได้ ในมาตรฐานระดับโลก และทำงานโดยคนไทยทั้งหมด โดยหลังจากบริษัท วางจำหน่ายยาชีววัตถุ เพิ่มเม็ดเลือดแดง เพื่อผู้ป่วยไตวาย และยาเพิ่มเม็ดเลือดขาว เพื่อผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ต้องรับเคมีบำบัด ก็มีผลทำให้ราคายาชนิดดังกล่าว ที่แต่ก่อนนำเข้าทั้งหมด ต้องลดราคาลงมาประมาณ 70% เพื่อให้ราคายาเท่ากับที่บริษัทสยามไบโอฯ ออกขาย โดยปัจจุบันยาดังกล่าวมีราคาประมาณ 300 กว่าบาท ทั้งที่แต่ก่อนประเภทนี้มีราคาสูงอยู่ที่ประมาณ 1,200-1,400 บาท ต่อการใช้ต่อสัปดาห์
” พอยาของเราออกมาวางตลาด จากงบประมาณเดิมที่เคยซื้อยาประเภทเดียวกัน ตอนนี้สามารถซื้อได้มากกว่าเดิม 3เท่า เพราะราคายาถูกลงมาก ถือว่าเราได้พลิกโฉมหน้าวงการยาในประเทศไทย เพราะเป็นแห่งเดียวในอาเซียน ที่ผลิตยาชีววัตถุได้ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทำให้เราลดการพึ่งพายาจากต่างชาติได้ และหัวใจหลักของบริษัทฯ คือความมุ่งมั่นที่จะทำให้คนทั้งโลกมีโอกาสเข้าถึงยา และการรักษาที่มีประสิทธิภาพได้มากขึ้น ” ดร.ทรงพลกล่าว

นวลพรรณ ล่ำซำ ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ กล่าวว่า หลายคนคงแปลกใจที่ตนมาเป็นผอ.ประชาสัมพันธ์บริษัทนี้ ได้อย่างไร จุดเริ่มต้นมาจากบริษัทฯ ซึ่งผลิตเครื่องสำอางค์ภายใต้ชื่อแบรนด์ Ardermisและ Udema ในนามบริษัท อินโนไบไอคอสเมด จำกัด ซึ่งเป็นชีวเวชสำอาง ดูแลผิวหน้า เส้นผม และแผล ทำให้ต้องมาเยี่ยมชมโรงงานผลิตยา จึงได้รับทราบถึงที่มาของบริษัท ฯและพระราชปณิธานของในหลวงร. 9 ที่ทรงห่วงใยสุขภาพของประชาชน และการเข้าถึงยาของประชาชน ทำให้ตัดสินใจมาทำงานด้านประชาสัมพันธ์ให้ และมองเห็นว่า ยาที่สยามไบไอฯ ผลิตนั้นเป็นการตอบโจทย์ประเทศตอบโจทย์คนทั้งโลก เพราะเป็นยาที่ต่อสู้กับโรคร้าย
“ทั่วโลกยาที่ทำจากชีววัตถุ เติบโตถึง 5เท่า เพราะคนต้องการใช้ยาชนิดนี้มาก เนื่องจากมีผลข้างเคียงน้อย ที่ผ่านมา หมอไทย นักวิทยาศาสตร์ ไม่รู้ว่าเรามีโรงงานที่สามารถผลิตยาชีววัตถุได้ และโรงงานแห่งนี้ทำให้นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ ที่ทำงานอยู่ในเมืองนอกกลับมาทำงานในประเทศ เหมือนกับว่าเราดึงสมองที่เคยไหล ให้กลับเข้ามา จึงอาจกล่าวได้ว่า โรงงานนี้เหมือนของขวัญจากพ่อที่มอบให้พวกเราทุกคน “นวลพรรณกล่าว

เป้าหมายต่อไป ของสยามไบโอไซเอนซ์ ดร.ทรงพล กล่าวว่า คือการผลิตยาฆ่าเซลล์มะเร็งแบบเแฉพาะเจาะจง หรือที่เรียกว่า Target therapy ซึ่งให้ผลข้างเคียงน้อยกว่ายาที่เป็นเคมีบำบัดที่จะฆ่าทุกเซลล์ในร่างกาย ทั้งเซลล์ดีและเซลล์ร้าย เป็นยาที่มีประสิทธิภาพดีกว่ายาแบบเดิม ทำให้คนไข้มีโอกาสรอด และทำให้คนรอบข้างผู้ป่วยมีความสุขมากขึ้นไปด้วย นอกจากนี้ ยังร่วมทุนกับเยอรมัน ผลิตยาแก้ปวดชนิดเฉียบพลันรุนแรง เช่น ในคนที่ผ่าตัด ซึ่งบริษัทเยอรมันจะถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ จะเริ่มผลิตปลายปีนี้ และวางจำหน่ายประมาณต้นปีหน้า ยาตัวนี้จะมีผลข้างเคียงต่ำ และแก้ปวดได้ดีมาก
“โรงงานของเรา ผลิตตั้งแต่ต้นน้ำ ถึงปลายน้ำ ตั้งแต่หาเชื้อแบคทีเรีย เพาะเลี้ยง ให้อาหารเลี้ยงให้อ้วน เพื่อให้แบคทีเรียนั้น สร้างโปรตีนที่เป็นยาออกมาก แตกต่างจากยาที่ทำจากสารเคมี อย่างยาพาราเซตามอล ส่วนใหญ่ทำจากสารเคมีนำเข้า แต่ยาที่ทำจากชีววัตถุจะแตกต่างออกไป เราจึงเป็นอุตสาหกรรมยาทีได้รับรองคุณภาพจาก PICS ทัดเทียมระดับโลก และมีกำลังการผลิตถึง 24 ล้านชิ้นต่อปี หรือปริมาตร ประมาณ 50 กิโลกรัม เช่น ยาเม็ดเลือดแดงในประเทศต้องการใช้ประมาณ 2แสนแต่เราผลิตได้ 16ล้าน ขณะนี้ส่งออกได้ 5% ที่ผลิตได้ ” ดร.ทรงพลกล่าว

ด้านธวัชชัย พิเศษกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเพ็กเซล่า จำกัด ที่เป็นบริษัทในเครือของ บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ และทำการตลาดให้กับผลิตภัณฑ์ยา กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทส่งออกยาชีววัตถุไปยังประเทศ กัมพูชา เมียนมาร์ ศรีลังกา และเอเชียกลาง และเป้าหมายต่อไป ที่จะทำตลาดในยุโรป คือ ยาเพิ่มเม็ดเลือดขาว ที่ใช้แค่เดือนละครั้ง นอกจากนี้ บริษัท ยังได้รับเลือกจากบริษัท ในสหรัฐอเมริกาให้เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ชุดตรวจเชื้อเอชไอวี ซึ่งก่อนที่เขาจะเลือกเรา เขาได้ไปสำรวจมา 150 บริษัท ทั่วโลกมาแล้ว นอกจากนี้ ยังมีการร่วมทุนกับบริษัทประเทศเยอมัน ในการผลิตเครื่องมือแพทย์ ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพต่างๆ แบบครบวงจร ตั้งแต่ตัวยาสำคัญและสารออกฤทธิ์ จนถึงผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป
อภิพร ภาษวัธน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด กล่าวว่า สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เล็งเห็นว่าควรจะสานต่อพระราชปณิธานในพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทำเรื่องราวเกี่ยวกับยา เพื่อให้ประชาชนชาวไทย สามารถได้รับยาที่มีคุณภาพ และประสิทธิภาพสูง ในราคาที่ถูกลง ลดการพึ่งพาการนำเข้ายาจากต่างประเทศ สร้างความมั่นคงทางยาแก่สาธารณสุขของไทย ดูแลรักษาสุขภาพของคนไทย จึงได้ตั้งบริษัทฯดังกล่าวขึ้นเมื่อปี. 2552

บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 37ไร่ ต.บางแม่นาง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ปัจจุบันมีโรงงาน 3ส่วน คือ โรงงานผลิตยาเพิ่มเม็ดเลือดแดง เพิ่มเม็ดเลือดขาว โรงบรรจุยา และโรงงานผลิตยาเพื่อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม มีกลุ่มบริษัทในเครือประกอบด้วย บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด บริษัทบริษัท เอเพ็กซ์เซล่า จำกัด” (Apexcela) บริษัท อะบินิส( Abinis) และบริษัท อินโนไบโอคอสเมด (Innobiocosmed.)

นอกจากยาเพิ่มเลือดแดง ยาเพิ่มเม็ดเลือดขาว ยาฆ่าเซลล์มะเร็งแบบพุ่งเป้าแล้ว ก่อนหน้านี้ บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด เคยประกาศว่ามีเป้าหมาย ที่จะผลิตยารักษามะเร็งสมอง ยารักษาโรคภูมิแพ้ตัวเอง ยาโรคสะเก็ดเงิน ยาโรคข้ออักเสบ กระจกตาเคลื่อน ที่เป็นยาชีววัตถุทั้งหมด