Category Archives: โหราศาสตร์ ๑๐ ลัคนา

การฝึกพยากรณ์ทางจิตตภาวนา เมื่อบุคคลเจริญฌานได้สมความปรารถนาแล้ว ถ้าจะกระทำฤทธิ์ทั้งปวง

การฝึกพยากรณ์ทางจิตตภาวนา
เมื่อบุคคลเจริญฌานได้สมความปรารถนาแล้ว ถ้าจะกระทำฤทธิ์ทั้งปวง ก็พึง
เรียนเอากสิณเป็นที่ตั้ง เจริญให้ถึงจตุตถฌาน แล้วเข้าจตุตถฌานครั้งหนึ่ง ออกจาก
จตุตถฌานแล้ว อย่าให้ทันนิวรณ์เข้ามาข่มอารมณ์เสีย พึงอธิษฐานความปรารถนานั้น
แล้วเข้าสู่จตุตถฌานอีกเล่า ความปรารถนั้นก็จะเป็นไปตามประสงค์ ถ้าจะเรียนในทาง
พยากรณ์ พึงอธิษฐานนิมิตในองค์ฌานนั้นให้เป็นไปตามความปรารถนา ก็จะรู้เนื้อความ
นั้นได้ เช่นเราอธิษฐานว่าถ้าบุคคลผู้นี้จะตายภายในอีกกี่วัน เราก็จะตั้งรูปนิมิตนั้นไว้ให้
ยืนอยู่หรือนั่งอยู่ และอธิษฐานว่านับแต่นี้ไปโดยลำดับวัน ถ้าวันไหนเป็นวันตายของบุคคล
ผู้นั้น ให้รูปนิมิตนั้นเอาศรีษะลง เมื่อรูปนิมิตนั้นเอาศรีษะกลับลง ในเวลาที่กำหนดจิตต์ไว้
เป็นวันที่เท่าใด ก็ตายวันนั้นแล ถ้าว่าเราเห็นกระดูกอันหนึ่งเราจะรู้ว่ากระดูกหญิงหรือ
กระดูกชาย ก็ให้เอากระดูกนั้นวางให้ตรงหน้าเจริญอสุภห้อง อัฏฐิวา อัฏฐิกํ ปฏิกุลํ
ไปเนืองๆ เมื่อนิมิตเกิดขึ้น เป็นอุคคหนิมิต และเมื่อปฏิภาคนิมิตแล้วอธิษฐานปฏิภาคนิมิตนั้น
ให้เกิดเป็นรูปเจ้าของกระดูกนั้นขึ้นกำหนด ลำดับว่า ขวบหนึ่ง ๒ ขวบเป็นต้นไป
จนกว่าจะถึงปีที่เขาตาย เมื่อแรกเห็นเป็นอายุ ๑ ขวบนั้น เราก็รู้แล้วว่าเป็นรูปหญิง
หรือรูปชาย และพิจารณาไปโดยลำดับปี ถ้าเป็นรูปสตรี ภาพเมื่ออายุได้ ๑๕-๑๖ ปี
ก็จะเห็นรูปนิมตนั้นสวยงามมาก และถ้าว่าผู้เจริญนั้นเป็นชาย ความสำรวมในจิตต์
ไม่พอ เกิดตัณหาคือความรักใคร่ในรูปนิมิตนั้นขึ้นแล้ว รูปนิมิตนั้นก็จะลุกแล่นเข้ามากอด
เอาผู้เจริญภาวนานั้น ทำให้เสียสติอารมณ์ได้ เหตุฉะนี้ท่านจึงห้ามไม่ให้เจริญอสุภในเพศที่
ตรงกันข้าม เพราะจะเกิดตัณหาขึ้นดังกล่าวนี้ ถ้าผู้นั้นสงบอารมณ์ได้ไม่ทำตัณหาให้เกิด
ขึ้น โดยมีอสุภสัญญากำกับจิตไว้ดีแล้ว ก็จะรู้ไปถึงปีที่รูปนิมิตนั้นดับสูญคือถึงความตาย
ดังนี้แล้วกระดูกนั้นจะเป็นมาอย่างไรจนมาตั้งอยู่ในที่ฉะเพาะหน้าบัดนี้ ก็อาจทราบได้ทุก
ประการ ถ้าว่าจะรู้ว่าคนตายแล้วไปเกิดอยู่ที่ไหนก็ดี ก็พึงเจริญเมตตาไปยังทิพยสถานแห่ง
เวสสุวรรณ และไปขอดูบัญชีผู้ที่ถึงตายนั้นว่าบัดนี้ได้ไปเกิดอยู่ ณ ที่ใด เทพยดาผู้รักษา
บัญชีในที่นั้นก็จะแจ้งให้ทราบทุกประการ ถ้าจะดูสิ่งของในที่กำบัง ก็พึงอธิญฐานในดวงกสิ
ณส่องเข้าไปในที่นั้น ก็จะเห็นสิ่งของในที่กำบังนั้นได้ ถ้าจะดูร่างกายของเราเอง เพ่งดูแต่
หัวอกลงไปจนถึงปลายเท้า เราก็จะแลเห็นอวัยวะในร่างกายนั้นโดยตลอด ถ้ายังมองไม่เห็น
ทางเบื้องบนศรีษะ ก็พึงกลับเอาจิตมาตั้งไว้นาภี เพ่งดูทางเบื้องบนศรีษะก็จะเห็นได้
ตลอดแล อันผู้เจริญสมถะเป็นอันดีแล้ว เมื่อนิมิตไม่ดับเสีย เมื่อเวลาฟังพระธรรมเทศนา
อยู่ ถ้าเรื่องนั้นเป็นเรื่องที่มีจริง ไม่ใช่เป็นเรื่องผูกขึ้นเพื่อเป็นเครื่องหน่วงน้อมไปในกระแส
ธรรมเท่านั้น ภาพนิมิตในเรื่องธรรมเทศนานั้น ก็จะปรากฏชัดเจนแก่ผู้ฟังทุกประการ
บุคคลผู้มีจิตต์สงบเป็นอันดีด้วยสมถนิมตนี้ เมื่อบุคคลอื่นกล่าวถึงที่ที่ใด ที่นั้นก็จะมา
ปรากฏแก่ใจของเขาเองและความคิดความนึกของผูอื่นก็มาปรากฏแก่ใจเขาด้วยเหมือน
กัน และเมื่อเสียงจะมาปรากฏนั้นก็มาปรากฏขึ้นที่ปลายหทัยวัตถุก่อน แล้วก็แล่นมายังโสต
วัตถุ ปรากฏในโสตวิญญาณหยั่งรู้เนื้อความนั้นได้ บุคคลที่เจริญเมตตาภาวนาไปในในทิศ
เบื้องสูง เบื้องต่ำ และเบื้องขวางก็ดี เมื่อประกอบเป็นองค์ฌานแล้ว ก็ย่อมจะได้เห็นหมู่
สัตว์โดยชัดเจน สามารถจะเข้าใจความปรารถนาของกันและกันได้ ด้วยอำนาจองค์ฌาน
นั้น บุคคลที่เจริญภาวนาหาที่นั่งตรงๆ ปลุกตัวให้ตัวหมุนเต้นไปตามวงกลมนั้น จนจิตต์
นั้นลืมตัว สำคัญว่าได้เดินทางไปยังที่นั้นๆ แล้ว และมีโอภาสและรูปารมณ์เกิดขึ้น
ถ้ารูปารมณ์นั้นเป็นของจริง ไม่ใช่รูปนิมิตที่เกิดจากจิตตภาวนาแล้ว อาจจะพูดจารู้เนื้อ
ความกันได้ แต่วิธีนี้เป็นการเหน็ดเหนื่อยมาก และผู้ที่จะไปเห็นและพูดกันได้นั้น
ก็เป็นภิกษุและสามเณรเสียโดยมาก ผู้ที่เป็นคฤหัสถ์ชายหญิงเป็นส่วนน้อย ข้าพเจ้าได้พบ
อาจารย์ผู้หนึ่ง ชื่ออาจารย์กลิ่น เป็นผู้รักษาอุโบสถศีลตลอดชีพ อยู่ทางจังหวัดลพบุรี
บริกรรมเรียกให้ผีและเทวดามาพูดด้วยได้ ข้าพเจ้าลองให้เรียกคนที่ข้าพเจ้ารู้จักมาพูดดู ๒
คน ก็เห็นว่ากล่าวลักษณะถูกต้อง จึงได้ถามว่าท่านทำจิตต์อย่างไรจึงทำให้สำร็จความ
ปรารถนาได้ดังนี้ ท่านว่าให้ตั้งจิตต์ไว้ในที่เป็นอุเบกขาให้แน่วแน่ แล้วบริกรรมอธิษฐานชื่อ
ของผู้ที่ต้องการปรารถนาที่จะพบนั้น เขาก็มาให้เห็นแล ข้าพเจ้าจึงถามต่อไปว่าท่านอาจจะรู้
ได้หรือไม่ว่า ผู้ใดได้ฌานหรือไม่ได้ฌาน ท่านตอบว่าอาจสามารถรู้ได้ ข้าพเจ้าก็เข้าใจว่า
ท่านผู้นี้เป็นผู้ที่ได้ฌานจึงสามารถพูดกับผีปีศาจได้ และ ข้าพเจ้าได้พบกับพระครูพิทย
ประสาท (พริ้ง) วัดบางปะกอก จังหวัดธนบุรี ท่านว่าท่านเลี้ยงยักษ์สองตนอาศัย
ใช้งานได้บ้าง เพราะพูดจารู้เรื่องกัน อีกองค์หนึ่งชื่อพระครูวิหารกิจจานุการ (ปาน)
วัดนมโค จังหวัดอยุธยา ท่านว่าท่านเลี้ยงผีไว้ ใช้ทำการงานบางอย่างที่ผีควรจะทำได้ก็ได้
เรื่องที่กล่าวมานี้แสดงให้เห็นว่า ท่านผู้ที่ออกนามมาแล้วนั้น ล้วนแต่มีสมาธิเป็นอันดี มีคน
นับถือมาก จึงสามารถในกิจที่กล่าวแล้ว การทั้งนี้ย่อมเป็นไปได้โดยไม่ต้องมีความสงสัย
เพราะเป็นสาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า แม้พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อยังทรงพระชนม์
อยู่นั้น ก็ทรงตรัสเทศนาแก้ปัญหากับเทวดา ดังคาถากล่าวว่า อฑฺฒรตฺเต เทวปญฺหณํ
เวลากลางคืนแก้ปัญหาแก่เทวดา ดังนี้ย่อมเป็นที่เห็นได้ว่า ผู้ที่ประกอบด้วยสมาธิจิตต์อัน
ดีแล้วสามารถจะรู้เหตุการณ์ที่เป็น อดีต อนาคต ปัจจุบันได้และรู้ความตรึกขึ้นในใจของผู้
อื่นได้ดังที่ยกมาเป็นตัวอย่างนี้แล ดังนี้วิชชาสมาธิจึงเป็นวิชชาที่รวบยอดในทางความรู้
ที่จะหาความรู้เป็นวิเศษกว่าวิชาทั้งหลาย บรรดาตำราหมอดูก็ดี ตำราก็ดี ตำราลัทธิ
วิธีที่ว่าด้วยวิชาต่างๆ อันสืบเนื่องมาจากโยคีนั้น ก็ล้วนแต่ได้ความรู้จากสมาธิทั้งนั้น.

การหาตนุเศษเมื่อทุกท่านผูกดวงได้คล่องแล้วก็มาถึงการหาตนุเศษ ซึ่งก็เป็นหลัการเดียวกันกับทางราศีจักรทั่วไป

บทที่ ๙ การหาตนุเศษเมื่อทุกท่านผูกดวงได้คล่องแล้วก็มาถึงการหาตนุเศษ ซึ่งก็เป็นหลัการเดียวกันกับทางราศีจักรทั่วไป จะต่างกันบ้างตรงที่คนลัคนาราศีกุมภ์ หรือที่เมื่อนับจากดาวเจ้าเรือนลัคนาแล้ว ดาวเจ้าเรือนลัคนาไปสถิตที่ราศีกุมภ์ นอกนั้นก็เหมือนกันหมดเช่นสมมุติว่าลัคนาสถิตราศีเมษ แล้วดาว ๓ ในดวงชะตาไปอยู่ราศีตุลย์ เท่ากับเรานับได้ ๗ และนับต่อไปยังดาวเจ้าเรือนหรือดาวประจำราศีตุลบ์คือดาว ๖ เมื่อดาว ๖ ไปอยู่ราศีมีน นับจากตุลย์(ที่ดาว ๓สถิต)ไปก็ได้ ๖ เอาผลจากการนับครั้งแรก กับครั้งที่สองคูณกันได้เท่ากับ ๔๒ เอา ๗ หาร เมื่อหารลงตัวพอดีให้กาที่ ดาว ๗ เรียกว่าดาว ๗ เป็นดาวตนุเศษทีนี้สมมุติว่าลัคนาราศีเมษ ดาว ๓ ไปอยู่ราศึกุมภ์ นับจากเมษไปหากุมภ์จะได้ ๑๑ แต่ดาวเจ้าเรือนหรือดาวเจ้าราศีกุมภ์คือ ๘ มาอยู่ที่ราศีธนู ก็ต้องนับย้อนกลับมาหา ๘ ที่ราศีธนูจะได้ ๓ แบบนี้ให้เอา ๑๑ มาคุณกับ ๓ ก็จะได้ ๓๓ หารด้วย ๗ จะเหลือเศษ ๒ นั่นคือ ๒ เป็นตนุเศษแต่ถ้าในดวงชะตามีดาวเกษตรกุมลัคนา (กุม ๑) อาทิตย (๑) ก็จะเป็นตนุเศษทันทีโดยไม่ต้องหาให้เสียเวลา เช่นลัคนาอาทิตย์ (๑) สถิตราศีเมษแล้วดาว ๓ อยู่ตรงนั้นด้วย อาทิตย์ (๑) ก็คือตนุเศษ ถ้าลัคนาสถิตราศีตุลย์ ดาวศุกร์ (๖)กุมลัคนา อาทิตย์ (๑) ก็เป็นตนุเศษการหาลัคนาและการหาตนุเศษเป็นเรื่องสำคัญมาก ดังนั้นต้องหัดให้คล่อง อย่าไปยึดโปรแกรมสำเร็จรูปมากนัก เพราะโปรแกรมทุกโปรแรมทำงานไปตามข้อมูลที่เราป้อนให้ แต่กับคนที่เวลาเกิดคลาดเคลื่อน เมื่อผูกดวงออกมาแล้วลัคนาไปเกาะนวางค์ที่ไม่ตรงตามความเป็นจริง ก็จะมีผลให้การพยากรณ์ผิดพลาดได้ เรื่องนี้ผมมีตัวอย่างมาก โดยเฉพาะพวกที่ลัคนาคาบเกี่ยว ๒ ราศี

ราชาโชค ดาวพระเคราะห์ที่ได้ตำแหน่งราชาโชค จะให้คุณแก่เจ้าของดวงชาตาให้เป็นผู้มีทรัพย์สินบริบูรณ์ มีอำนาจและประสบโชคลาภ มีตำแหน่ง ดังนี้

%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%8a%e0%b8%84

ราชาโชค  ดาวพระเคราะห์ที่ได้ตำแหน่งราชาโชค จะให้คุณแก่เจ้าของดวงชาตาให้เป็นผู้มีทรัพย์สินบริบูรณ์ มีอำนาจและประสบโชคลาภ มีตำแหน่ง ดังนี้
อาทิตย์        เป็นราชาโชค    จะมีอานุภาพมาก เป็นที่รักของคนทั้งหลาย
จันทร์          เป็นราชาโชค     จะได้คู่เป็นคนสูงศักดิ์ สตรีผู้ใหญ่จะให้ความเมตตา
อังคาร        เป็นราชาโชค      จะได้มิตรสหายเป็นที่พึง
พุธ              เป็นราชาโชค      จะมีสติปัญญามาก เจรจาอ่อนหวาน
พฤหัสบดี  เป็นราชาโชค      จะมีความสุข ผู้ใหญ่จะชุบเลี้ยง
ศุกร์            เป็นราชาโชค       จะบริบูรณ์ด้วยทรัพย์สิน เงินทอง ทำราชการดี
เสาร์           เป็นราชาโชค        ทำราชการฝ่ายทหารดี อายุยืน
ราหู            เป็นราชาโชค        จะอุดมด้วยทรัพย์กว่าญาติทั้งหลาย

ตำแหน่ง ดาวมหาจักร ดาวพระเคราะห์ที่ได้ตำแหน่งมหาจักร ท่านนิยมว่าดีนัก มีคำทำนาย ดังนี้

%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a3

ตำแหน่ง ดาวมหาจักร  ดาวพระเคราะห์ที่ได้ตำแหน่งมหาจักร ท่านนิยมว่าดีนัก มีคำทำนาย ดังนี้
อาทิตย์         เป็นมหาจักร    จะมียศศักดิ์ยิ่งใหญ่
จันทร์          เป็นมหาจักร     จะได้คู่ครองที่ดี เป็นที่พึ่งแก่ตน
อังคาร         เป็นมหาจักร    จะมีสติปัญญา มีบุญวาสนา
พุธ               เป็นมหาจักร    จะเป็นผู้ที่อ่อนหวานมีบริวารมาก
พฤหัสบดี   เป็นมหาจักร    จะเจริญด้วยวุฒิ เป็นที่บูชาของมหาชนทั่วไป
ศุกร์             เป็นมหาจักร    จะมียศ และทรัพย์มาก
ราหู             เป็นมหาจักร    จะเจริญด้วยโภคทรัพย์ มีชัยแก่ศัตรู

ดาวตำแหน่งนิจ แปลว่าต่ำ ดาวพระเคราะห์ที่เป็นนิจจะส่งผลกดดวงชาตาให้ต่ำลง ไม่มีกำลังให้คุณแก่ดวงชาตา ทำให้ถอยวาสนา เป็นคนอาภัพ ดาวพระเคราะห์ที่อยู่ในราศีเปลี่ยนเรือนกับอุจจ์ จัดเป็นดาวพระเคราะห์คู่ศัตรู เรียกว่านิจ ส่งผลให้ดุจดังปรเกษตรเป็นศัตรูกับเกษตร เช่นอาทิตย์อยู่เมษ และเสาร์อยู่ตุลย์ จัดว่าเป็นอุจจ์ แต่ถ้าเสาร์มาอยู่เมษ อาทิตย์มาอยู่ตุลย์ จัดว่าเป็นนิจ มีคำทำนายดาวพระเคราะห์ที่เป็นนิจ ดังนี้

นิจ  แปลว่าต่ำ ดาวพระเคราะห์ที่เป็นนิจจะส่งผลกดดวงชาตาให้ต่ำลง ไม่มีกำลังให้คุณแก่ดวงชาตา ทำให้ถอยวาสนา เป็นคนอาภัพ ดาวพระเคราะห์ที่อยู่ในราศีเปลี่ยนเรือนกับอุจจ์ จัดเป็นดาวพระเคราะห์คู่ศัตรู เรียกว่านิจ ส่งผลให้ดุจดังปรเกษตรเป็นศัตรูกับเกษตร เช่นอาทิตย์อยู่เมษ และเสาร์อยู่ตุลย์ จัดว่าเป็นอุจจ์ แต่ถ้าเสาร์มาอยู่เมษ อาทิตย์มาอยู่ตุลย์ จัดว่าเป็นนิจ มีคำทำนายดาวพระเคราะห์ที่เป็นนิจ ดังนี้
อาทิตย์เป็นนิจในราศีตุลย์ จะเป็นทาสแก่ตนเอง มีญาติมิตรล้วนแต่เป็นคนชั้นต่ำ มีศัตรูเบียดเบียนมาก
จันทร์เป็นนิจในราศีพิจิก (ตั้งแต่ ๑ – ๓ องศา) จะมีโรคภัยไข้เจ็บรบกวนมาก มีทรัพย์ก็มักฉิบหาย
อังคารเป็นนิจในราศีกรกฏ หาทรัพย์มิได้ จะเป็นทาษผู้อื่น
พุธเป็นนิจในราศีมิน (ตั้งแต่ ๑-๑๕ องศา) จะมีญาติมักเป็นทาษเขา
พฤหัสบดีเป็นนิจในราศีมังกร เจรจามักผิด ทำให้เกิดโทษเพราะวาจา
ศุกร์เป็นนิจในราศีกันย์ มีบุตรมักตาย หาพืชพันธุ์มิได้
เสาร์เป็นนิจในราศีเมษ จะเป็นคนทุศีลหาญาติมิได้
ราหูเป็นนิจในพฤกษภ จะต้องพันธการจองจำ

ตำแหน่งดาวมหาอุจ มีความหมายว่าสูง ดังนั้นดวงชาตาใดมีดาวพระเคราะห์ที่สถิตในราศีอันเป็นตำแหน่งอุจจ์ของดวงดาวนั้น จัดว่าดวงชาตานั้นประเสริฐยิ่ง ให้คุณมากกว่าดาวพระเคราะห์ที่เป็นเกษตร และให้คุณผาดโผนกว่าปกติธรรมดา มีคำทำนายดาวพระเคราะห์ที่ได้ตำแหน่งอุจจ์ไว้ดังนี้

 

อุจจ์  มีความหมายว่%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%88าสูง ดังนั้นดวงชาตาใดมีดาวพระเคราะห์ที่สถิตในราศีอันเป็นตำแหน่งอุจจ์ของดวงดาวนั้น จัดว่าดวงชาตานั้นประเสริฐยิ่ง ให้คุณมากกว่าดาวพระเคราะห์ที่เป็นเกษตร และให้คุณผาดโผนกว่าปกติธรรมดา มีคำทำนายดาวพระเคราะห์ที่ได้ตำแหน่งอุจจ์ไว้ดังนี้
อาทิตย์ เป็นอุจจ์ มีสมบัติมาก มีปัญญาอุดมกว่าญาติทั้งปวง มีความสุขมาก
จันทร์ เป็นอุจจ์ มีความสุขมีหิรัญสุวรรณสารเป็นอันมาก จะไปในที่ใด ย่อมมีสง่างามในท่ามกลางบริษัทชนทั้งหลายจะบูชา จะได้เป็นเสนาบดีมีชื่อเสียง
อังคาร เป็นอุจจ์ มีโภคสมบัติ และบริวาร ช้าง ม้า โค กระบือมาก  จะมีบุตรยากมาก จะไปในทิศทางต่าง ๆ ย่อมมีลาภทุกเมื่อ
พุธ เป็นอุจจ์ มีความเจริญด้วยความสุข ได้ทรัพย์สินเงินทอง แก้วแหวน และชนะข้าศึกทั้งปวง
พฤหัสบดี เป็นอุจจ์ มีทรัพย์มียวดยานพาหนะ ช้าง ม้า และธัญญาหารมาก มีปัญญาแกล้วกล้ายิ่งนัก
ศุกร์ เป็นอุจจ์ ได้เป็นอำมาตย์ มีรูปอันงามอุดม เป็นที่รักแก่มหาชนทั่วไป
เสาร์ เป็นอุจจ์ มีปัญญามีพลพาหนะ และความเพียรมาก แต่จะดุร้ายไม่ละอายบาป จะมีโรคน้อย ทุกข์โทษภัยไม่มี
ราหู เป็นอุจจ์ มีโภคทรัพย์ มีความโกรธน้อย มีจิตเป็นกุศลมาก จะไปในที่ใด ๆ ย่อมไปด้วยยานพาหนะ มีช้าง ม้าต่าง ๆ ทุกข์โทษภัยไม่มี
ดวงชาตาใดมีอุจจ์หลายตัว ท่านว่าเป็นคนเข้มแข็ง ใจคอแข็งแกร่งไม่ยอมลงใครง่าย ๆ ไม่เกรงกลัวต่อภัยอันตรายต่าง ๆ มุ่งแต่ความมุ่งหมายที่ตั้งใจไว้ ท่านสรรเสริญว่าดวงชาตาที่มีพระเคราะห์ ได้ตำแหน่งอุจจ์ว่าเป็นดวงดี  มีความสมบุรณ์พูนสุขกว่าตระกูล มีคำทำนายดวงชาตาที่ได้ตำแหน่งอุจจ์หลายตัวไว้ดังนี้
ดวงชาตาใดได้อุจจ์ ๑ ตัว จะตั้งอยู่ในสัมมาทิฏฐิประพฤติการกุศล ได้อุจจ์ ๒ ตัว จะเป็นปราชญ์ รู้อรรถธรรมมาก ได้อุจจ์ ๓ ตัว จะได้เป็นอำมาตย์ ได้อุจจ์ ๔ ตัว จะได้เป็นกษัตริย์ ได้อุจจ์ ๕ ตัว จะได้เป็นจักรพรรดิราช ได้อุจจ์ ๖ ตัว จะได้เป็นพระอรหันต์ ได้อุจจ์ ๗ ตัว จะได้เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า ได้อุจจ์ ๘ ตัว จะได้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า สำหรับดาวพระเคราะห์ที่จะได้ตำแหน่งอุจจ์ทั้ง ๘ ตัวนั้น จะเป็นได้ก็แต่ในตำราขับพระเคราะห์เข้าอุจจ์ โดยธรรมดาแล้วจะเป็นไปไม่ได้

ดาวตำแหน่ง ดาวเกษตร ดาวประเกษตร คือ ดาวที่ครองราศีต่าง ๆ ทั้ง ๑๒ ราศี

%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3 โดยกำหนดอาทิตย์เป็นเกษตร์ในราศีสิงห์ และจันทร์เป็นเกษตรในราศีกรกฏ จากนั้นก็จัดดาวเข้าครองเป็นเกษตรโดยกำหนดตามระยะที่ดาวนั้นอยู่ใกล้ไกลโลก เรียงไปตามลำดับคือ พุธ  ศุกร์  อังคาร  พฤหัสบดี และเสาร์ โดยจัดให้พุธครองราศีกันย์ ศุกร์ครองราศีตุลย์ อังคารครองราศีพิจิก พฤหัสบดีครองราศีธนู และเสาร์ครองราศีมังกร จากนั้นก็เรียงถอยหลังต่อไปจนถึงราศีกรกฏคือ ราหูอยู่กุมภ์ พฤหัสบดีอยู่มีน อังคารอยู่เมษ ศุกร์อยู่พฤกษภ และพุธอยู่เมถุน อาทิตย์ ,จันทร์, เสาร์, ราหู เป็นเกษตรครองเรือนประจำดวงละราศี
ในจักรราศีแบ่งออกเป็นสองซีก คือ ระหว่างราศีกรกฏ กับราศีสิงห์ และระหว่างราศีมังกร กับราศีกุมภ์
ดวงชาตาใดที่มีดาวพระเคราะห์อยู่ในตำแหน่งเกษตร ถือว่าเป็นดวงชาตาดี มั่นคงมีหลักฐาน มีความประพฤติดี มีคำทำนายผลของดาวพระเคราะห์เป็นเกษตรดังนี้
อาทิตย์ เป็นเกษตรจะชนะศัตรู มีทรัพย์สมบัติเป็นหลักฐานมีรูปโฉมงาม
จันทร์เป็นเกษตร จะเป็นที่รักใคร่ของขุนนาง ท้าวพระยา คนทั้งหลายจะนับถือบูชา มีทรัพย์สิน และลาภมาก
อังคารเป็นเกษตร มีวิชาความรู้มาก จะได้เป็นขุนนางมีชื่อเสียงโด่งดัง และจะบริบูรณ์ด้วยทรัพย์สิน
พุธเป็นเกษตร จะได้เป็นนักปราชญ์ผู้ใหญ่ในแผ่นดิน บริบูรณ์ด้วยทรัพย์สิน อุดมกว่าญาติ
พฤหัสบดีเป็นเกษตร จะได้เป็นนักปราชญ์ราชบัณฑิต มีลาภมีทรัพย์อุดมกว่าคนทั้งหลาย ประพฤติตัวตั้งมั่นอยู่ด้วยคุณงามความดี
ศุกร์เป็นเกษตร มีทรัพย์สมบัติบริบูรณ์ด้วยเครื่องอุปโภคบริโภค มีลักษณะดี เจรจาบัณฑูรดูงามในท่ามกลางบริษัท เป็นสง่าแก่คนทั้งหลาย
เสาร์ราหู เป็นเกษตร มีข้าหญิงชายและทรัพย์มาก จะได้ลาภเป็นอันดี เพราะศักดิ์กล้าหาญ แต่เป็นคนตระหนี่ทรัพย์ ไม่ทำบุญสุนทาน และจะมีผมบาง
ถ้าผู้ใดมีเกษตร ๑ ตัว จะมีข้าทาษชายหญิง มีเกษตร ๒ ตัว จะมีทรัพย์เงินทองเจ้าของ ข้าวเปลือก ข้าวสารมาก มีเกษตร ๓ ตัว จะมีวัวควายช้างม้าข้าคนมาก มีเกษตร ๔ ตัว จะมีภรรยามาก มีเกษตร ๕ ตัว จะเป็นนักปราชญ์โหราธิบดีผู้ใหญ่ มีเกษตร ๖ ตัว จะเป็นพระอรหันต์ มีเกษตร๗ ตัว จะเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า มีเกษตร ๘ ตัว จะได้ตรัสรู้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า สำหรับดาวพระเคราะห์ที่จะได้ตำแหน่งเกษตรครบทั้ง ๘ ตัวนี้เป็นไปได้จากตำรับ ขับพระเคราะห์เข้าเกษตร

%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%95%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3

ปรเกษตร  คือ ดาวพระเคราะห์ที่เป็นข้าศึกตรงข้ามกับเกษตร เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ประ จะอยู่ในราศีตรงข้ามกับเกษตร ถือว่าไม่ดี มีกำลังอ่อนให้ผลตรงข้ามกับเกษตร ขาดความสามารถ ไม่เอาการเอางาน อาภัพ เช่น อังคาร อยู่ในราศีเมษเป็นเกษตร เปลี่ยนมาอยู่ราศีตรงข้ามคือราศีตุลย์ เป็นประมีคำทำนายผลของดาวพระเคราะห์ที่เป็นประจำดังนี้
อาทิตย์เป็นประ         ดีชั่วปนกันมักอาภัพ
จันทร์เป็นประ          รูปไม่งาม
อังคารเป็นประ          อาภัพพี่น้องและมิตร
พุธเป็นประ                อาภัพบุตรภรรยา ถึงมีก็หาดีไม่ได้
พฤหัสบดีเป็นประ    อาภัพครูบาอาจารย์
ศุกร์เป็นประ               หูตามักพิการ
เสาร์เป็นประ              ใจบาปหยาบช้า กล้าหาญ
ราหูเป็นประ                นัยตาจะเอียง เป็นคนหยาบช้ากล้าแข็ง
เมื่อพิจารณาการจัดดาวพระเคราะห์เป็นเกษตรประจำทั้ง ๑๒ ราศี จะเห็นว่าเมื่อเอาตัวเลขประจำดาวพระเคราะห์ทั้งสองดวงมารวมกันแล้วจะได้จำนวน ๙ เช่น พฤหัสบดี (๕) เกษตรราศีธนู อยู่ตรงข้ามกับพุธ (๔) เกษตรในราศีเมถุน ดังนั้นถ้าดาวพระเคราะห์ทั้งสองอยู่สับเรือนกัน เมื่อรวมตัวเลขแล้วก็ยังคงได้จำนวน ๙ เท่าเดิม จึงอนุโลมให้พระเคราะห์สับเรือนเป็นเกษตรได้ด้วย อีกประการหนึ่งพระเคราะห์ที่แลกเรือนกันแล้วเป็นเกษตร เช่น อังคารเป็นเกษตรในราศีเมษ แต่ไปอยู่ราศีพฤกษภ ศุกร์เป็นเกษตรในราศีพฤกษภไปอยู่ราศีเมษ ก็ให้นับว่าดาวพระเคราะห์ทั้งสองดวงนี้ได้รับตำแหน่งเกษตรด้วย

หมอจะขอกล่าวถึงเรื่องราวของกาลเวลา ถึงองค์พระบิดาโหราศาสตร์ไทย

หมอจะขอกล่าวถึงเรื่องราวของกาลเวลา
ถึงองค์พระบิดาโหราศาสตร์ไทย
คือพระสมเด็จเกล้าองค์ราชาผู้ยิ่งใหญ่
ชาวไทยรำลึกบูชา ตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย
อยุธยา บรมครู ท่านเมตตาถ่ายทอดวิชามาถึงปัจจุบัน
ชีวิตผิดพลาดหมอเลยเรียนศาสตร์โหรา
นับหลายปีที่ผ่านมา ตรวจดวงชะตามาหลายหมื่นพัน
แนะทางชีวิตที่ดวงดาวลิขิตให้มิตรทั่วกัน
เตือนใจขอให้ยึดมั่น รวยแล้วมีวันอาจกลับมาจน
คนดวงไม่ดีจะให้ทายดีไปได้อย่างไร
บางครั้งหมอนึกน้อยใจ ลำบากเพียงใดหมอต้องจำทน
เดือดร้อนมาหา พอสุขไม่มาสักคน
อย่าหาว่าตัวหมอบ่น รวยแล้วจนท่านถึงจะมา
การผูกดวงต้องเอาวัน เดือน ปี แล้วเอาชั่วโมง นาที
หาราศี วางลัคนา หมอทายตามศาสตร์ไม่หลงอำนาจเงินตรา
ไม่ทายนอกเหนือตำรา เพราะรักวิชาโหราศาสตร์ไทย

ดาวพฤหัสบดีและราหูร่วมหรือเล็งกันในดวงชะตา และถ้าดาวพฤหัสบดีได้ตำแหน่งมหาอุจ มหาจักร หรือเป็นเกษตร มีกำลังในดวงชะตา มักจะเป็นผู้เรียนรู้ในลัทธิการปกครองและเกิดการเลื่อมใสในศาสนาอื่นๆ

ดาวพฤหัสบดีและราหูร่วมหรือเล็งกันในดวงชะตา และถ้าดาวพฤหัสบดีได้ตำแหน่งมหาอุจ มหาจักร หรือเป็นเกษตร มีกำลังในดวงชะตา มักจะเป็นผู้เรียนรู้ในลัทธิการปกครองและเกิดการเลื่อมใสในศาสนาอื่นๆ ที่ไม่ใช่ศาสนาประจำชาติ(พุทธศาสนา) คนประเภทนี้มักตั้งลัทธิใหม่ๆ และชักจูงผู้คนมาร่วมสร้างความปั่นป่วนในห้กับบ้านเมืองหรือมักหากินแอบแฝงเอาพุทธศาสนาไปตั้งระบบใหม่ทำมาหากิน พร้อมทั้งคอยทำลายศาสนาหลักของประเทศ แบบพวกหลุนกงในประเทศจีนหรือพวกยากูซ่าในญี่ปุ่น เป็นต้น
คนที่มีดาวอังคารกุมดาวเนปจูน มักจะประสบอุบัติเหตุเกี่ยวกับเรื่องทางน้ำแทบทุกราย
ดวงชะตาใดที่มีราหูกุมลัคน์ เจ้าชะตามักเป็นคนตัวท้วม, อวบหรืออ้วน (ถ้าสัมพันธ์ลัคน์หรือลัคนาราศีกุมภ์ก็เข้าข่าย)
เสาร์ทับเนปจูน จะถูกปีศาจหลอกหลอน พบเหตุการณ์อันน่ากลัว สยดสยอง เช่น ตกอยู่ในที่อันเป็นอันตราย ร้ายแรง สยดสยอง ได้ไปอยู่ในบ้านผีดุ จะมีเรื่องวิวาทอย่างรุนแรงกับคนใกล้ชิด สัมผัสเรื่องวิญญาณ ได้อ่านเรื่องน่าหวาดเสียว
คนที่มีดาวเสาร์กุมลัคน์มักเป็นคนดุ น่าเกรงขาม (ถ้าเป็นเดชยิ่งชัดเจนมาก) แต่ช่วงปฐมวัยมักเหนื่อยยาก ต้องตรากตรำทำงานหนักตั้งแต่อายุน้อยๆ ทำงานเป็นสารพัดอย่าง มีความอดทนค่อนข้างสูง พูดน้อยแต่ต่อยหนัก ชอบลงมือทำมากกว่าพูด เวลาแค้นใครแค้นแบบฝังหุ่น
คนราศีกรกฎ เป็นนักสะสมตัวยงเลยทีเดียว ชอบเก็บโน่นเก็บนี่มาสะสมไว้เยอะ เป็นคนรักบ้านรักครอบครัว ชอบอยู่แต่ในบ้าน และค่อนข้างขี้หึงพอสมควร
ดาวอาทิตย์ ๑ อยู่เรือนที่ ๑๐ กัมมะ เป็นคนมีนิสัยที่ทำงานรวดเร็ว และเร่งร้อน
สตรีที่มีดาวจันทร์อยู่วินาศลัคนา มักจะเป็นคนนมแฟบ หน้าอกแห้ง
เสารา หนึ่ง สองไซร้ ทรามยิ่งแท้เอย หมายถึง ดาวเสาร์โทษทุกข์กุมลัคนา ดวงชะตานั้นก็ต้องรับโทษทุกข์ตลอดเวลา ไม่มีความสุข วิตกกังวล ส่วนดาวเสาร์อยู่กดุมภะ เป็น 2 แก่ลัคนา เมื่อตัวโทษทุกข์อยู่การเงิน สิ่งของเครื่องใช้ก็มักมีตำหนิ ฐานะการเงินไม้ปักอยู่ในเลน โอนเอนไปมา
ราหูอยู่ในราศี 2 ที่ 4 และที่ 12 แก่ลัคนา มักจะอาภัพบิดา มารดา พี่น้อง ฐานะสมบัติ บิดา มารดา มักแยกทางกันเดิน ตัวเองต้องไปอยู่กับคนอื่น พึ่งพาอาศัยญาติไม่ค่อยจะได้ มีบ้านก็หลังคารั่ว หรือฝนสาด มีรถก็มือสอง สาม สี่ ต้องซ่อมกันอยู่ตลอดเวลา ราหูภพที่ 2 เป็นราหูค้นทรัพย์ มีทรัพย์เก็บไม่อยู่ ใช้จ่ายเงินเกินตัว ราหูเป็น 12 มัวเมาทายราหู ชะตาจะประสบความวิบัติ หรือเสื่อมสลาย ก็เพราะความมัวเมา ลุ่มหลง
ดาวอังคารธาตุลมโคจรไปร่วมหรือเล็งกับราหูธาตุลมจะทำให้เกิดพายุ ลมมรสุม ลมที่เกิดขึ้นอย่างผิดปกติ
ถ้าพระเสาร์กุมลัคนา เป็นคนหน้าชื่นอกตรม ช่างคิดวิตกกังวล เจ้าชู้
ในดวงชะตา มีดาวอาทิตย์เป็นเกษตร หรืออุจ มักเป็นคนชอบทำการเอาหน้า ชอบคงตัวสมาคมกับคนชั้นสูง
ดวงหญิง ดาวอาทิตย์เด่น เป็นเกษตร อุจจะได้คู่ครองเป็นคนเด่นมีเกียรติ
ดวงชายหากดาวจันทร์กุมดาวบาปเคราะห์เช่น เสาร์ ราหู มฤตยู จะแต่งงานช้า มักผิดหวังในความรัก มักเปลี่ยนคู่บ่อย
ดวงชาย ดาวจันทร์กุมราหู ภริยามักขี้โรค
ในดวงชะตาถ้ามีราหู หรืออาทิตย์ในภพที่ 10 กัมมะ จะโชคดีเกี่ยวกับการล้างบาป
ดวงชะตาผู้ใดมีคู่สมพงจัดเป็นดวงชะตาประเสริฐประกอบด้วยกำลังมาก จะไปสารทิศใดมีคนเคารพยำเกรง ศัตรูทำร้ายมิได้ คู่สมพงคือ 1 + 6, 2 + 8, 3 + 5, 4 + 7
ดวงชะตาผู้ใดมีคู่สมพงจัดเป็นดวงชะตาประเสริฐประกอบด้วยกำลังมาก จะไปสารทิศใดมีคนเคารพยำเกรง ศัตรูทำร้ายมิได้ คู่สมพงคือ 1 + 6, 2 + 8, 3 + 5, 4 + 7
การสมรสช้า มีอายุวัยกลางคน ส่วนมากได้แก่ชะตาที่มีดาวเสาร์กุมลัคนา หรือ ร่วมสัมพันธ์กับลัคนา
ดาวอาทิตย์กับดาวศุกร์อยู่ร่วมกันว่ามักเจ้าชู้ แต่ถ้าเจ้าเรือนเป็นเกษตรก็ไม่เจ้าชู้
ดาวจันทร์เป็น 8 เป็น 12 แก่ลัคน์ มักอาภัพในเรื่องคู่ครอง โดยเฉพาะผู้หญิงจะช้ำชอกในเรื่องสามี
จันทร์ + ราหู รักวิปริต คือ คนที่รักไม่ได้ คนที่ได้ก็ไม่เคยรักหรือเรียกว่าหม้ายขันหมาก คนที่รักถูกพราก เมื่อได้อยู่ร่วมกันแล้วจะดีหรือชั่ว หญิงให้ดูที่ดาวจันทร์ ชายให้ดูที่ราหู แต่ส่วนมากจันทร์กับราหูอยู่ร่วมกัน ชายก็ดี หญิงก็ดี จะได้คู่เป็นคนต่างเมือง
ถ้าพระราหูอยู่ธาตุลม เมถุน ตุลย์ กุมภ์ ชื่อประกินนะเกณฑ์ จะมีกำลังและพลังมาก
ถ้าพระจันทร์ ๒ พระศุกร์ ๖ เป็นวินาศ ร่างกายมักไม่สมประกอบสังขารมักเป็นอันตรายจากภัยธรรมชาติ
ถ้าพระราหู ๘ เป็นวินาศ จะถูกศัตรูทำร้ายหรือถูกคนใกล้ชิดทำร้าย เว้นลัคนาอยู่ราศีพิจิกพระเคราะห์เป็นวินาศกลับให้คุณ
พระเสาร์กุมลัคน์ มักล้มไข้ ในเรือนไฟหัวใจนั้นห้าวหาญ แต่มักมีศัตรูคอยรังควาญ ทำกิจการอยู่เผลอระวังภัย
ดาวราหูจรทับลัคน์จะต้องประสบเหตุการณ์ที่ทำให้ตกใจเสียกำลังใจขวัญหนีดีฝ่อ เกิดเรื่องหวาดเสียว ตกจากที่สูง หรือเกิดอุบัติ ถูกกล่าวร้าย ป้ายสี นินทา เป็นต้น
ดาวมฤตยูจรทับหรือเล็งดาวอาทิตย์ ทำให้เป็นคนเอาแต่ใจตนเองเห็นแก่ตัวชีวิต การร่วมงานกับคนอื่นไร้ผล ใจคอเลื่อนลอย ดื้อดึง เร่งร้อน และขาดน้ำอดน้ำทน ไม่เชื่อใจตนเอง ชื่อเสียงด่างพร้อย มีเรื่องปีนเกลียวกับผู้มีอำนาจเหนือกว่าสูญสิ้น ผู้ใหญ่ที่เคาระนับถือ อิทธิพลนี้ดี คือ ทำให้กำลังใจเข็มแข็ง กล้า บึกบึน ประสบความสำเร็จอย่างคาดไม่ถึง แต่ชีวิตหมิ่นเหม่ต่ออันตรายง่ายเหลือเกิน
ผู้ที่มีดาวพระศุกร์(เซ็กส์)เสียเป็นดาวอ่อน(ประ,นิจ) มักบวชทนมีตำแหน่งทางพระสูงอาจะเป็นถึงสังฆราช
หากดาวพุธร่วมกับดาวอังคาร มักมีอัธยาศัยฮึกเหิมอุกอาจ ชอบการพูดจายั่วยุให้เกิดอารมณ์ทางด้านลบ ชอบการกระทบกระเทียบเปรียบเปรย ทำร้ายคนอื่นด้วยวาจา การแสดงออกถึงทีท่าจะทำให้เกิดการวิวาท หากร่วมวงสนทนาเป็นกลุ่มมักเบี่ยงเบนความสนใจของคนอื่นให้มาที่ตนเอง
อุปนิสัยของคู่ครอง ดาวเสาร์ ชอบสมถะ เก็บตัว เคร่งขรึม ตระหนี่ ขี้ระแวง ชอบหงุดหงิด
๑+๖ ฉลาดหลักแหลม มีเกียรติสูง ชอบยกเกียรติหรือสนับสนุนญาติพี่น้องข้างภรรยาอย่างออกหน้าออกตา
๓+๔ ช่างพูด เจ้าสำนวน ชอบศึกษาเกี่ยวกับหมอรักษาโรค ฉลาด และมีศิลปะในการประกอบอาชีพ