Category Archives: โหราศาสตร์ ๑๐ ลัคนา

โหราศาตร์ ความเชื่อบรรพบุรุษไทยทีผสมผสานจึงมีบทประจำวันเกิดที่เรียกว่าพระปริตรดังนี้ พระพุทธพจน์ พระพุทธมนต์ พระปริตร อานุภาพแห่งการต้านทาน

โหราศาตร์

ความเชื่อบรรพบุรุษไทยทีผสมผสานจึงมีบทประจำวันเกิดที่เรียกว่าพระปริตรดังนี้

พระพุทธพจน์ พระพุทธมนต์ พระปริตร อานุภาพแห่งการต้านทาน1598285814598

พระพุทธพจน์ดำรงในรูปคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าที่พระสงฆ์สาวกจำกันมาหาก

พระพุทธพจน์ถุกนำมาใช้เป็นบทบริกรรมภาวนาหรือสวดสาธยายตามความเหมาะ

สมแก่โอกาส พระพุทธพจน์จึงถูกเรียกว่าพระพุทธมนต์

เมื่อพระพุทธมนต์อาศัยจิตที่เป็นสมาธิจึงเกิดอานุภาพในการต้านทาน ป้องกัน

การนำพระพุทธพจน์มาเจริญภาวนาในรูปแบบการเจริญพระพุทธมนต์มีมาแล้วแต่ครั้งพระพุทธกาลเช่นพระพุทธองค์ให้พระภิษุสวดขันธปริตรเพื่อป้องกันอันตรายจากสัตว์ร้าย เช่นงู เป็นต้น(มีพระภิกษุถูกงูกัด) พระพุทธองค์จึงตรัสให้พระภิกษุเจริญพระปริตรบทนี้

กลับมาเรื่องโหราศาตร์

ความเชื่อบรรพบุรุษไทยทีผสมผสานจึงมีบทประจำวันเกิดที่เรียกว่าพระปริตรดังนี้

เกิดวันอาทิตย์ ….โมรปริตร
เกิดวันจันทร์…….อภัยปริตร
เกิดวันอังคาร…..กรณียเมตตสูตร
เกิดวันพุธ………ขันธปริตร
พระเสาร์……… อังคุลิมาลปริตร
พระพฤหัส……..รัตนสูตร
พระราหู………..อาฏานาติยปริตร
พระศุกร์………ธชัคสูตร
พระเกตุ….. ชัยปริตร

…………………….สำหรับแบบง่ายๆ ที่ปัจจุบันนิยมคือถวายสังฆทานนั้น หากจะกระทำให้ถูกตามคติเกจิอาจารย์แล้วมีการบริกรรมพระคาถา 7คำ

เกิดวันจันทร์ ..อิระชาคะตะระสา 15จบ
เกิดวันอังคาร ..ติหังจะโตโรถินัง 8จบ
เกิดวันพุธ……..ปิสัมระโลปุสัตพุธ 17จบ
เกิดวันเสาร์……โสมาณะกะริถาโธ 10จบ
เกิดวันพฤหัส….ภะสัมสัมวิสะเทภะ 19 จบ
ราหู…………….คะพุธปัณทูทัมวะคะ 12 จบ
ศุกร์……………วาโธโนอะมะมะวา 21 จบ
อาทิตย์………..อะวิชสุนุตสานุสติ 6 จบ

ท่องตอนใด ท่านว่าก่อนนอนและตอนเช้าบริกรรมทำน้ำล้างหน้าตามกำลังวันเกิด

ขออนุโมทนาบุญกับท่านผู้ใจบุญที่พิมพ์เผยแพร่บทสวดนี้จงมีความสุขความเจริญยิ่งๆขึ้นไปครับ

ดวงชาตาที่จะมีเงินมีบ้านมีที่ดินมีหลักพยากรณ์อยู่ข้อหนึ่ง ซึ่งผู้รู้ต่างถือเป็น “ไม้เด็ดเคล็ดลับ” ไม่ยอมเปิดเผยให้ใครทราบง่ายๆทั่วไป จึงไม่ปรากฏเป็นหลักฐานในตำราคือ

fb_img_1599011758366ดวงชาตาที่จะมีเงินมีบ้านมีที่ดินมีหลักพยากรณ์อยู่ข้อหนึ่ง ซึ่งผู้รู้ต่างถือเป็น “ไม้เด็ดเคล็ดลับ” ไม่ยอมเปิดเผยให้ใครทราบง่ายๆทั่วไป จึงไม่ปรากฏเป็นหลักฐานในตำราคือ


“ดาวมูละ” หรือ “ดาวกดุมภะ” หากเป็น

(1) เกษตรก็ดี

(2) สถิตในเรือนดาวที่เป็นคู่ธาตุก็ดี

(3) หรืออยู่ร่วมกับดาวที่เป็นคู่ธาตุก็ดี

จะเป็นดาวที่มีพลังส่งเสริม ให้เจ้าชาตามี

(1) ฐานะการเงินดี

(2) มีบ้านของตัวเอง

(3) หรือมีที่ดินของตัวเอง

อย่างแน่นอน ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง

(จาก หนังสือ ดวง ปีที่ 1 ฉบับที่ 5 พฤษภาคม 2517 หน้าที่ 12)

หมอดู ดูดวง10 ลัคนา ดูดวงโหราศาสตร์ไทย 10 ลัคนาบริการดูดวงทางโทรศัพท์ ดูดวงออนไลน์ ดูดวงสิบลัคนา ดูดวง 10 ลัค ดูดวงธุรกิจ ดูดวงการลงทุน ดูดวงไพ่ยิปซี ดูดวงแม่นๆ ดูดวงความรัก ดูดวงเนื้อคู่ ดูดวงชีวิต ดูดวงวันเดือนปีเกิด ชื่อ นามสกุล ดูดวงรายปี ดูดวงฟรี ดวงดวงสด ดูดวงสดทางโทรศัพท์ พยากรณ์ ถาม – ตอบ ทุกปัญหาเรื่องดวง ให้คำปรึกษาทุกเรื่อง วิธีใช้บริการ ดูดวงสด ดูดวงทางโทรศัพท์ กดโทรศัพท์ เบอร์ 064-4524161 หรือ ไลน์ไอดี www.10luc.com ค่าบูชาครู โหราศาสตร์ ไทย 10 ลัคนา 1,000 บาท กดโทรศัพท์ เบอร์ 061-9419599 ค่าบูชาครู ไพ่ยิปซีจิตสัมพัส 500 บาท

ดูดวง โหราศาสตร์ไทย 10 ลัคนา  ดูดวง ไพ่ยิปซี ดูดวงทางโทรศัพท์ ทาง Line ดูดวง ความรัก เนื้อคู่ การงาน การเงิน โชคลาภ  www.10luc.com ดูดวงไพ่ยิปซีจิตสัมพัส ค่าบูชาครูดูดวงไพ่ยิปซี  30 นาที 300 บาท 1 ชัวโมง 500 บาท กดโทรศัพท์ เบอร์ 061-9419599  บริการดูดวงทางโทรศัพท์ ดูดวงทาง Line   โหราศาสตร์ไทย 10 ลัคนา ค้าบูชาครู 1,000  บาท อาจารย์ กฤตพล  0644524161
ดูดวง โหราศาสตร์ไทย 10 ลัคนา ดูดวง ไพ่ยิปซี ดูดวงทางโทรศัพท์ ทาง Line ดูดวง ความรัก เนื้อคู่ การงาน การเงิน โชคลาภ
www.10luc.com
ดูดวงไพ่ยิปซีจิตสัมพัส ค่าบูชาครูดูดวงไพ่ยิปซี 30 นาที 300 บาท 1 ชัวโมง 500 บาท กดโทรศัพท์ เบอร์ 061-9419599
บริการดูดวงทางโทรศัพท์ ดูดวงทาง Line โหราศาสตร์ไทย 10 ลัคนา ค้าบูชาครู 1,000 บาท
อาจารย์ กฤตพล 0644524161

คนพูดปดเก่ง” “ลักษณะของคนพูดปดเก่งนั้น ในพื้นชะตาเดิมมี

“คนพูดปดเก่ง”
“ลักษณะของคนพูดปดเก่งนั้น ในพื้นชะตาเดิมมี 1598285814598บ๘ ร่วม ๔ ถ้าทั้งสองตัวกุมลัคนายิ่งแรง คือถึงกับโกหกตัวเอง หรือโกหกคนทั่วไป ๖ กับ ๒ อยู่ที่เดียวกันกุมลัคนาด้วยยิ่งพูดมุสากับหญิงเก่ง ถึงกับได้ภรรยาหลายคน หรือบิดามารดาก็มากชู้ มีสามีภรรยามากกว่าสองคน
๖ เป็นบริวารกุมลัคนาในชะตาเดิม แสดงว่าผู้นั้นเห็นแก่ตัวมาก ชอบใช้คนอื่น ขอแรงคนอื่น โดยไม่คำนึงว่าผู้อื่นจะเป็นอย่างไร ยิ่ง ๓ กับ ๕ ถึงลัคนาด้วย ยิ่งมีนิสัยเช่นนี้มากขึ้นอีกมาก
ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์ ถ้า ๒ กับ ๖ ถึงลัคน์ในชะตาเดิม แสดงว่าจะถูกหลอกลวงในเรื่องความรักและการเงิน และมักมีคู่โดยไม่ได้แต่งงานและคู่มากกว่า ๑
๖ กับ ๘ อยู่ราศีเดียวกัน โดยมากเป็นคนสับปลับพูดไม่มีจริง”

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย จากหนังสือ “โหราศาสตร์ ศึกษาด้วยตนเอง เล่ม ๒ เรียบเรียงและค้นคว้าโดย คุณหญิงชิต โภชากร (ชิต มิลินทสูต)

ขอบพระคุณท่าน…..ณภัทร. ที่แบ่งปันความรู้ครับ

วิชาโหร อาจารย์สอ้านสอนพื้นฐานโหราศาสตร์ ภาพที่เห็นนี้คือผังของวิชาโหราศาสตร์ทั่วไป

วิชาโหร

วิชาโหร อาจารย์สอ้านสอนพื้นฐานโหราศาสตร์ ภาพที่เห็นนี้คือผังของวิชาโหราศาสตร์ทั่วไป ใครจะเป็นโหรหรืออยากรู้เรื่องโหร ถ้าจำภาพนี้ไม่ได้ภายใน ๑ อาทิตย์ คิดเป็นอย่างอื่นจะง่ายกว่า ตัวเลข ๑๒๓๔๕๖๗๘๙๐ ก็ต้องจำ ๑ แทนอาทิตย์เรียงกันไปจนถึง ๗ แทนดาวเสาร์ ๘ แทนราหู ๙ แทนเกตุ ๐ แทนมฤตยู ตอนนี้จะบอกคนไม่รู้เรื่องโหรให้รู้บ้าง.... ให้ดูวงกลมซ้ายสุดแถวบน เป็นรูปทรงกลมแบบเดียวกับโลกที่เราปลูกบ้านอยู่ ลากเส้นตรงจากซ้ายไปขวา จากบนลงล่าง แล้วลากอีกคู่หนึ่งเฉียง เราจะได้โลกที่แบ่งออกเป็น ๘ ส่วน ๆ ละ ๔๕ องศา ตอนที่โลกยังกลมไม่ได้แบ่ง เหมือนสัญลักษณ์ของมฤตยู ไม่มีใครกล้าไปอยู่ พอแบ่งออกเป็น ๘ ส่วน ๆ ละ ๔๕ องศาแล้วจะมีดาวเข้าครอบครองกันคนละเรือนหรือคนละส่วน ๑ จะอยู่คู่กับ ๗ คนละมุม ๒ กับ ๕ อยู่ตรงกันข้าม คนละมุม ๓ กับ ๘ ก็เหมือนกัน ๔ กับ ๖ ทีนี้คุณมาดูภาพขวามือแถวบน มันก็เหมือนกันแหละครับ แต่ท่านบูรพาจารย์พัฒนาให้ใกล้เคียงโหราศาสตร์อีกหน่อย ดาวที่ครองพื้นที่ยังเหมือนเดิม คือเป็นดาวคู่ธาตุ ๑๗ ธาตุไฟ ๒๕ ธาตุดิน ๓๘ ธาตุลม ๔๖ ธาตุน้ำ เรียกว่าเหมือนคนแหละครับคือต้องมีธาตุครบ ไฟ ดิน ลม น้ำ ธาตุไม่ครบคนอยู่ไม่ได้ครับ ทีนี้คุณลองลากเส้นอีก...จาก ๑ มายัง ๗ จาก ๓ ไปยัง ๘ ดาวสองคู่นี้เป็นดาวที่นิสสัยไม่ดีชอบทำบาปกรรมเป็นนิจ สมกับเส้นที่มองเห็นเป็นเครื่องหมาย x เครื่องหมายนี้คือเครื่องหมายผิด เขาจึงว่า ๑๗ ๓๘ เป็นดาวบาปเคราะห์ จะให้โทษเป็นส่วนมาก ที่ให้คุณบ้างก็ในพื้นดวง ทีนี้คุณเริ่มต้นที่ ๑ อันประจำอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ วนไปทางขวามือ คือตามเข็มนาฬิกา... ๑ มีกำลังประจำตัวหกแรงม้า เอา ๒ บวกจะเป็นกำลังแรงม้าของอังคาร๓คือแปด เอา ๒ บวกอีกเป็นกำลังสิบแรงม้าของเสาร์๗ เอา ๒ บวกอีกจะได้กำลังแรงม้าสิบสองของราหู๘ ทีนี้มาถึงกำลังของกลุ่มดาวที่ให้คุณ ซึ่งนิยมเรียกว่าดาวศุภเคราะห์ ดาวจันทร์ ๒ จำง่ายเพราะมีข้างขึ้นข้างแรม ๑๕ ค่ำ กำลังจึงเป็น ๑๕ ๒ บวก ๑๕ เป็น ๑๗ กำลังของพุธ ๔ ๒ บวก ๑๗ เป็น ๑๙ กำลังของพฤหัสบดี ๕ ๒ บวก ๑๙ เป็น ๒๑ กำลังของศุกร์ ๖ ทีนี้ลองลากเส้นตรงจาก ๒ ไป ๕ จาก ๔ ไป ๖ จะเป็นเครื่องหมายบวก เครื่องหมายแห่งความดี ดาวสองคู่นี้เป็นดาวชอบทำดี คือนำโชคลาภมาให้คนที่ต้องการ เขาจึงนิยมเรียกว่าดาวศุภเคราะห์ การแบ่งโลกออกเป็นแปดส่วนนี้ เขาเรียกดวงทักษา หรือดวงทักษคู่มิตรคู่สมพล แต่การเรียนโหราศาสตร์ของเราส่วนมากกระโดดข้ามพื้นฐาณตรงนี้ ไปจับเอา ๑๒ ราศีจักรเลย ของผมบังคับเอาไว้ถ้าตราบใดยังทายดวง ๘ ราศีจักรไม่ได้ อย่าไปคิดทายมากกว่านี้ เหมือนการปลูกบ้าน อยากเห็นตัวบ้านเร็ว ๆ เลยไม่ลงเสาเข็ม เรื่องของดวงทักษามีความลี้ลับซับซ้อนมากกว่าดวง ๑๒ ราศีจักร ในแต่ละพื้นที่ ๔๕ องศามีดาวครอบครองถาวร เหมือนเจ้าของบ้าน ในดวงทักษา มีบอกทิศ บอกสี บอกอักษร นอกจากนี้มีคาถาสำคัญกำกับไว้ เช่น บริวาร คนในบังคับบัญชา อายุ หมายถึงสุขภาพ เดช หมายถึงความน่าเกรงขาม ศรี คือความดีทุกอย่าง มูลละ ทรัพย์ มรดก บ้านที่ดิน อุตสาหะ ความหมั่นเพียร มนตรี ผู้อุปถัมภ์ คนช่วยเหลือ กาลกิณี ความไม่ดีทั้งปวง คาถาดังกล่าวนี้นับเรียงกันไปเสมอ วนไปตามเข็มนาฬิกา คือจาก ๑๒๓๔๗๕๘๖ ทิศตามทักษา ๑ ดาวอาทิตย์ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ๒ ดาวจันทร์ ทิศตะวันออก ๓ ดาวอังคาร ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ๔ ดาวพุธ ทิศใต้ ๕ ดาวพฤหัสบดี ทิศตะวันตก ๖ ดาวศุกร์ ทิศเหนือ ๗ ดาวเสาร์ ทิศตะวันตกเฉียงใต้ ๘ ดาวราหู ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
วิชาโหร
อาจารย์สอ้านสอนพื้นฐานโหราศาสตร์
ภาพที่เห็นนี้คือผังของวิชาโหราศาสตร์ทั่วไป
ใครจะเป็นโหรหรืออยากรู้เรื่องโหร
ถ้าจำภาพนี้ไม่ได้ภายใน ๑ อาทิตย์ คิดเป็นอย่างอื่นจะง่ายกว่า
ตัวเลข ๑๒๓๔๕๖๗๘๙๐ ก็ต้องจำ ๑ แทนอาทิตย์เรียงกันไปจนถึง ๗ แทนดาวเสาร์ ๘ แทนราหู ๙ แทนเกตุ ๐ แทนมฤตยู
ตอนนี้จะบอกคนไม่รู้เรื่องโหรให้รู้บ้าง….
ให้ดูวงกลมซ้ายสุดแถวบน เป็นรูปทรงกลมแบบเดียวกับโลกที่เราปลูกบ้านอยู่ ลากเส้นตรงจากซ้ายไปขวา จากบนลงล่าง แล้วลากอีกคู่หนึ่งเฉียง
เราจะได้โลกที่แบ่งออกเป็น ๘ ส่วน ๆ ละ ๔๕ องศา ตอนที่โลกยังกลมไม่ได้แบ่ง เหมือนสัญลักษณ์ของมฤตยู ไม่มีใครกล้าไปอยู่
พอแบ่งออกเป็น ๘ ส่วน ๆ ละ ๔๕ องศาแล้วจะมีดาวเข้าครอบครองกันคนละเรือนหรือคนละส่วน ๑ จะอยู่คู่กับ ๗ คนละมุม ๒ กับ ๕ อยู่ตรงกันข้าม คนละมุม ๓ กับ ๘ ก็เหมือนกัน ๔ กับ ๖
ทีนี้คุณมาดูภาพขวามือแถวบน มันก็เหมือนกันแหละครับ แต่ท่านบูรพาจารย์พัฒนาให้ใกล้เคียงโหราศาสตร์อีกหน่อย
ดาวที่ครองพื้นที่ยังเหมือนเดิม คือเป็นดาวคู่ธาตุ ๑๗ ธาตุไฟ ๒๕ ธาตุดิน ๓๘ ธาตุลม ๔๖ ธาตุน้ำ เรียกว่าเหมือนคนแหละครับคือต้องมีธาตุครบ ไฟ ดิน ลม น้ำ ธาตุไม่ครบคนอยู่ไม่ได้ครับ
ทีนี้คุณลองลากเส้นอีก…จาก ๑ มายัง ๗ จาก ๓ ไปยัง ๘ ดาวสองคู่นี้เป็นดาวที่นิสสัยไม่ดีชอบทำบาปกรรมเป็นนิจ สมกับเส้นที่มองเห็นเป็นเครื่องหมาย x เครื่องหมายนี้คือเครื่องหมายผิด เขาจึงว่า ๑๗ ๓๘ เป็นดาวบาปเคราะห์ จะให้โทษเป็นส่วนมาก ที่ให้คุณบ้างก็ในพื้นดวง
ทีนี้คุณเริ่มต้นที่ ๑ อันประจำอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ วนไปทางขวามือ คือตามเข็มนาฬิกา…
๑ มีกำลังประจำตัวหกแรงม้า
เอา ๒ บวกจะเป็นกำลังแรงม้าของอังคาร๓คือแปด
เอา ๒ บวกอีกเป็นกำลังสิบแรงม้าของเสาร์๗
เอา ๒ บวกอีกจะได้กำลังแรงม้าสิบสองของราหู๘
ทีนี้มาถึงกำลังของกลุ่มดาวที่ให้คุณ ซึ่งนิยมเรียกว่าดาวศุภเคราะห์
ดาวจันทร์ ๒ จำง่ายเพราะมีข้างขึ้นข้างแรม ๑๕ ค่ำ กำลังจึงเป็น ๑๕
๒ บวก ๑๕ เป็น ๑๗ กำลังของพุธ ๔
๒ บวก ๑๗ เป็น ๑๙ กำลังของพฤหัสบดี ๕
๒ บวก ๑๙ เป็น ๒๑ กำลังของศุกร์ ๖
ทีนี้ลองลากเส้นตรงจาก ๒ ไป ๕ จาก ๔ ไป ๖ จะเป็นเครื่องหมายบวก เครื่องหมายแห่งความดี ดาวสองคู่นี้เป็นดาวชอบทำดี คือนำโชคลาภมาให้คนที่ต้องการ เขาจึงนิยมเรียกว่าดาวศุภเคราะห์
การแบ่งโลกออกเป็นแปดส่วนนี้ เขาเรียกดวงทักษา หรือดวงทักษคู่มิตรคู่สมพล
แต่การเรียนโหราศาสตร์ของเราส่วนมากกระโดดข้ามพื้นฐาณตรงนี้ ไปจับเอา ๑๒ ราศีจักรเลย ของผมบังคับเอาไว้ถ้าตราบใดยังทายดวง ๘ ราศีจักรไม่ได้ อย่าไปคิดทายมากกว่านี้ เหมือนการปลูกบ้าน อยากเห็นตัวบ้านเร็ว ๆ เลยไม่ลงเสาเข็ม
เรื่องของดวงทักษามีความลี้ลับซับซ้อนมากกว่าดวง ๑๒ ราศีจักร ในแต่ละพื้นที่ ๔๕ องศามีดาวครอบครองถาวร เหมือนเจ้าของบ้าน ในดวงทักษา มีบอกทิศ บอกสี บอกอักษร นอกจากนี้มีคาถาสำคัญกำกับไว้ เช่น
บริวาร คนในบังคับบัญชา
อายุ หมายถึงสุขภาพ
เดช หมายถึงความน่าเกรงขาม
ศรี คือความดีทุกอย่าง
มูลละ ทรัพย์ มรดก บ้านที่ดิน
อุตสาหะ ความหมั่นเพียร
มนตรี ผู้อุปถัมภ์ คนช่วยเหลือ
กาลกิณี ความไม่ดีทั้งปวง
คาถาดังกล่าวนี้นับเรียงกันไปเสมอ วนไปตามเข็มนาฬิกา คือจาก ๑๒๓๔๗๕๘๖
ทิศตามทักษา
๑ ดาวอาทิตย์ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
๒ ดาวจันทร์
ทิศตะวันออก
๓ ดาวอังคาร
ทิศตะวันออกเฉียงใต้
๔ ดาวพุธ ทิศใต้
๕ ดาวพฤหัสบดี ทิศตะวันตก
๖ ดาวศุกร์ ทิศเหนือ
๗ ดาวเสาร์ ทิศตะวันตกเฉียงใต้
๘ ดาวราหู ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
วิชาโหร อาจารย์สอ้านสอนพื้นฐานโหราศาสตร์ ภาพที่เห็นนี้คือผังของวิชาโหราศาสตร์ทั่วไป ใครจะเป็นโหรหรืออยากรู้เรื่องโหร ถ้าจำภาพนี้ไม่ได้ภายใน ๑ อาทิตย์ คิดเป็นอย่างอื่นจะง่ายกว่า ตัวเลข ๑๒๓๔๕๖๗๘๙๐ ก็ต้องจำ ๑ แทนอาทิตย์เรียงกันไปจนถึง ๗ แทนดาวเสาร์ ๘ แทนราหู ๙ แทนเกตุ ๐ แทนมฤตยู ตอนนี้จะบอกคนไม่รู้เรื่องโหรให้รู้บ้าง.... ให้ดูวงกลมซ้ายสุดแถวบน เป็นรูปทรงกลมแบบเดียวกับโลกที่เราปลูกบ้านอยู่ ลากเส้นตรงจากซ้ายไปขวา จากบนลงล่าง แล้วลากอีกคู่หนึ่งเฉียง เราจะได้โลกที่แบ่งออกเป็น ๘ ส่วน ๆ ละ ๔๕ องศา ตอนที่โลกยังกลมไม่ได้แบ่ง เหมือนสัญลักษณ์ของมฤตยู ไม่มีใครกล้าไปอยู่ พอแบ่งออกเป็น ๘ ส่วน ๆ ละ ๔๕ องศาแล้วจะมีดาวเข้าครอบครองกันคนละเรือนหรือคนละส่วน ๑ จะอยู่คู่กับ ๗ คนละมุม ๒ กับ ๕ อยู่ตรงกันข้าม คนละมุม ๓ กับ ๘ ก็เหมือนกัน ๔ กับ ๖ ทีนี้คุณมาดูภาพขวามือแถวบน มันก็เหมือนกันแหละครับ แต่ท่านบูรพาจารย์พัฒนาให้ใกล้เคียงโหราศาสตร์อีกหน่อย ดาวที่ครองพื้นที่ยังเหมือนเดิม คือเป็นดาวคู่ธาตุ ๑๗ ธาตุไฟ ๒๕ ธาตุดิน ๓๘ ธาตุลม ๔๖ ธาตุน้ำ เรียกว่าเหมือนคนแหละครับคือต้องมีธาตุครบ ไฟ ดิน ลม น้ำ ธาตุไม่ครบคนอยู่ไม่ได้ครับ ทีนี้คุณลองลากเส้นอีก...จาก ๑ มายัง ๗ จาก ๓ ไปยัง ๘ ดาวสองคู่นี้เป็นดาวที่นิสสัยไม่ดีชอบทำบาปกรรมเป็นนิจ สมกับเส้นที่มองเห็นเป็นเครื่องหมาย x เครื่องหมายนี้คือเครื่องหมายผิด เขาจึงว่า ๑๗ ๓๘ เป็นดาวบาปเคราะห์ จะให้โทษเป็นส่วนมาก ที่ให้คุณบ้างก็ในพื้นดวง ทีนี้คุณเริ่มต้นที่ ๑ อันประจำอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ วนไปทางขวามือ คือตามเข็มนาฬิกา... ๑ มีกำลังประจำตัวหกแรงม้า เอา ๒ บวกจะเป็นกำลังแรงม้าของอังคาร๓คือแปด เอา ๒ บวกอีกเป็นกำลังสิบแรงม้าของเสาร์๗ เอา ๒ บวกอีกจะได้กำลังแรงม้าสิบสองของราหู๘ ทีนี้มาถึงกำลังของกลุ่มดาวที่ให้คุณ ซึ่งนิยมเรียกว่าดาวศุภเคราะห์ ดาวจันทร์ ๒ จำง่ายเพราะมีข้างขึ้นข้างแรม ๑๕ ค่ำ กำลังจึงเป็น ๑๕ ๒ บวก ๑๕ เป็น ๑๗ กำลังของพุธ ๔ ๒ บวก ๑๗ เป็น ๑๙ กำลังของพฤหัสบดี ๕ ๒ บวก ๑๙ เป็น ๒๑ กำลังของศุกร์ ๖ ทีนี้ลองลากเส้นตรงจาก ๒ ไป ๕ จาก ๔ ไป ๖ จะเป็นเครื่องหมายบวก เครื่องหมายแห่งความดี ดาวสองคู่นี้เป็นดาวชอบทำดี คือนำโชคลาภมาให้คนที่ต้องการ เขาจึงนิยมเรียกว่าดาวศุภเคราะห์ การแบ่งโลกออกเป็นแปดส่วนนี้ เขาเรียกดวงทักษา หรือดวงทักษคู่มิตรคู่สมพล แต่การเรียนโหราศาสตร์ของเราส่วนมากกระโดดข้ามพื้นฐาณตรงนี้ ไปจับเอา ๑๒ ราศีจักรเลย ของผมบังคับเอาไว้ถ้าตราบใดยังทายดวง ๘ ราศีจักรไม่ได้ อย่าไปคิดทายมากกว่านี้ เหมือนการปลูกบ้าน อยากเห็นตัวบ้านเร็ว ๆ เลยไม่ลงเสาเข็ม เรื่องของดวงทักษามีความลี้ลับซับซ้อนมากกว่าดวง ๑๒ ราศีจักร ในแต่ละพื้นที่ ๔๕ องศามีดาวครอบครองถาวร เหมือนเจ้าของบ้าน ในดวงทักษา มีบอกทิศ บอกสี บอกอักษร นอกจากนี้มีคาถาสำคัญกำกับไว้ เช่น บริวาร คนในบังคับบัญชา อายุ หมายถึงสุขภาพ เดช หมายถึงความน่าเกรงขาม ศรี คือความดีทุกอย่าง มูลละ ทรัพย์ มรดก บ้านที่ดิน อุตสาหะ ความหมั่นเพียร มนตรี ผู้อุปถัมภ์ คนช่วยเหลือ กาลกิณี ความไม่ดีทั้งปวง คาถาดังกล่าวนี้นับเรียงกันไปเสมอ วนไปตามเข็มนาฬิกา คือจาก ๑๒๓๔๗๕๘๖ ทิศตามทักษา ๑ ดาวอาทิตย์ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ๒ ดาวจันทร์ ทิศตะวันออก ๓ ดาวอังคาร ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ๔ ดาวพุธ ทิศใต้ ๕ ดาวพฤหัสบดี ทิศตะวันตก ๖ ดาวศุกร์ ทิศเหนือ ๗ ดาวเสาร์ ทิศตะวันตกเฉียงใต้ ๘ ดาวราหู ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
วิชาโหร
อาจารย์สอ้านสอนพื้นฐานโหราศาสตร์
ภาพที่เห็นนี้คือผังของวิชาโหราศาสตร์ทั่วไป
ใครจะเป็นโหรหรืออยากรู้เรื่องโหร
ถ้าจำภาพนี้ไม่ได้ภายใน ๑ อาทิตย์ คิดเป็นอย่างอื่นจะง่ายกว่า
ตัวเลข ๑๒๓๔๕๖๗๘๙๐ ก็ต้องจำ ๑ แทนอาทิตย์เรียงกันไปจนถึง ๗ แทนดาวเสาร์ ๘ แทนราหู ๙ แทนเกตุ ๐ แทนมฤตยู
ตอนนี้จะบอกคนไม่รู้เรื่องโหรให้รู้บ้าง….
ให้ดูวงกลมซ้ายสุดแถวบน เป็นรูปทรงกลมแบบเดียวกับโลกที่เราปลูกบ้านอยู่ ลากเส้นตรงจากซ้ายไปขวา จากบนลงล่าง แล้วลากอีกคู่หนึ่งเฉียง
เราจะได้โลกที่แบ่งออกเป็น ๘ ส่วน ๆ ละ ๔๕ องศา ตอนที่โลกยังกลมไม่ได้แบ่ง เหมือนสัญลักษณ์ของมฤตยู ไม่มีใครกล้าไปอยู่
พอแบ่งออกเป็น ๘ ส่วน ๆ ละ ๔๕ องศาแล้วจะมีดาวเข้าครอบครองกันคนละเรือนหรือคนละส่วน ๑ จะอยู่คู่กับ ๗ คนละมุม ๒ กับ ๕ อยู่ตรงกันข้าม คนละมุม ๓ กับ ๘ ก็เหมือนกัน ๔ กับ ๖
ทีนี้คุณมาดูภาพขวามือแถวบน มันก็เหมือนกันแหละครับ แต่ท่านบูรพาจารย์พัฒนาให้ใกล้เคียงโหราศาสตร์อีกหน่อย
ดาวที่ครองพื้นที่ยังเหมือนเดิม คือเป็นดาวคู่ธาตุ ๑๗ ธาตุไฟ ๒๕ ธาตุดิน ๓๘ ธาตุลม ๔๖ ธาตุน้ำ เรียกว่าเหมือนคนแหละครับคือต้องมีธาตุครบ ไฟ ดิน ลม น้ำ ธาตุไม่ครบคนอยู่ไม่ได้ครับ
ทีนี้คุณลองลากเส้นอีก…จาก ๑ มายัง ๗ จาก ๓ ไปยัง ๘ ดาวสองคู่นี้เป็นดาวที่นิสสัยไม่ดีชอบทำบาปกรรมเป็นนิจ สมกับเส้นที่มองเห็นเป็นเครื่องหมาย x เครื่องหมายนี้คือเครื่องหมายผิด เขาจึงว่า ๑๗ ๓๘ เป็นดาวบาปเคราะห์ จะให้โทษเป็นส่วนมาก ที่ให้คุณบ้างก็ในพื้นดวง
ทีนี้คุณเริ่มต้นที่ ๑ อันประจำอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ วนไปทางขวามือ คือตามเข็มนาฬิกา…
๑ มีกำลังประจำตัวหกแรงม้า
เอา ๒ บวกจะเป็นกำลังแรงม้าของอังคาร๓คือแปด
เอา ๒ บวกอีกเป็นกำลังสิบแรงม้าของเสาร์๗
เอา ๒ บวกอีกจะได้กำลังแรงม้าสิบสองของราหู๘
ทีนี้มาถึงกำลังของกลุ่มดาวที่ให้คุณ ซึ่งนิยมเรียกว่าดาวศุภเคราะห์
ดาวจันทร์ ๒ จำง่ายเพราะมีข้างขึ้นข้างแรม ๑๕ ค่ำ กำลังจึงเป็น ๑๕
๒ บวก ๑๕ เป็น ๑๗ กำลังของพุธ ๔
๒ บวก ๑๗ เป็น ๑๙ กำลังของพฤหัสบดี ๕
๒ บวก ๑๙ เป็น ๒๑ กำลังของศุกร์ ๖
ทีนี้ลองลากเส้นตรงจาก ๒ ไป ๕ จาก ๔ ไป ๖ จะเป็นเครื่องหมายบวก เครื่องหมายแห่งความดี ดาวสองคู่นี้เป็นดาวชอบทำดี คือนำโชคลาภมาให้คนที่ต้องการ เขาจึงนิยมเรียกว่าดาวศุภเคราะห์
การแบ่งโลกออกเป็นแปดส่วนนี้ เขาเรียกดวงทักษา หรือดวงทักษคู่มิตรคู่สมพล
แต่การเรียนโหราศาสตร์ของเราส่วนมากกระโดดข้ามพื้นฐาณตรงนี้ ไปจับเอา ๑๒ ราศีจักรเลย ของผมบังคับเอาไว้ถ้าตราบใดยังทายดวง ๘ ราศีจักรไม่ได้ อย่าไปคิดทายมากกว่านี้ เหมือนการปลูกบ้าน อยากเห็นตัวบ้านเร็ว ๆ เลยไม่ลงเสาเข็ม
เรื่องของดวงทักษามีความลี้ลับซับซ้อนมากกว่าดวง ๑๒ ราศีจักร ในแต่ละพื้นที่ ๔๕ องศามีดาวครอบครองถาวร เหมือนเจ้าของบ้าน ในดวงทักษา มีบอกทิศ บอกสี บอกอักษร นอกจากนี้มีคาถาสำคัญกำกับไว้ เช่น
บริวาร คนในบังคับบัญชา
อายุ หมายถึงสุขภาพ
เดช หมายถึงความน่าเกรงขาม
ศรี คือความดีทุกอย่าง
มูลละ ทรัพย์ มรดก บ้านที่ดิน
อุตสาหะ ความหมั่นเพียร
มนตรี ผู้อุปถัมภ์ คนช่วยเหลือ
กาลกิณี ความไม่ดีทั้งปวง
คาถาดังกล่าวนี้นับเรียงกันไปเสมอ วนไปตามเข็มนาฬิกา คือจาก ๑๒๓๔๗๕๘๖
ทิศตามทักษา
๑ ดาวอาทิตย์ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
๒ ดาวจันทร์
ทิศตะวันออก
๓ ดาวอังคาร
ทิศตะวันออกเฉียงใต้
๔ ดาวพุธ ทิศใต้
๕ ดาวพฤหัสบดี ทิศตะวันตก
๖ ดาวศุกร์ ทิศเหนือ
๗ ดาวเสาร์ ทิศตะวันตกเฉียงใต้
๘ ดาวราหู ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ

อาจารย์สอ้านสอนพื้นฐานโหราศาสตร์
ภาพที่เห็นนี้คือผังของวิชาโหราศาสตร์ทั่วไป
ใครจะเป็นโหรหรืออยากรู้เรื่องโหร
ถ้าจำภาพนี้ไม่ได้ภายใน ๑ อาทิตย์ คิดเป็นอย่างอื่นจะง่ายกว่า
ตัวเลข ๑๒๓๔๕๖๗๘๙๐

วิชาโหร

อาจารย์สอ้านสอนพื้นฐานโหราศาสตร์
ภาพที่เห็นนี้คือผังของวิชาโหราศาสตร์ทั่วไป
ใครจะเป็นโหรหรืออยากรู้เรื่องโหร
ถ้าจำภาพนี้ไม่ได้ภายใน ๑ อาทิตย์ คิดเป็นอย่างอื่นจะง่ายกว่า
ตัวเลข ๑๒๓๔๕๖๗๘๙๐ ก็ต้องจำ ๑ แทนอาทิตย์เรียงกันไปจนถึง ๗ แทนดาวเสาร์ ๘ แทนราหู ๙ แทนเกตุ ๐ แทนมฤตยู

ตอนนี้จะบอกคนไม่รู้เรื่องโหรให้รู้บ้าง….
ให้ดูวงกลมซ้ายสุดแถวบน เป็นรูปทรงกลมแบบเดียวกับโลกที่เราปลูกบ้านอยู่ ลากเส้นตรงจากซ้ายไปขวา จากบนลงล่าง แล้วลากอีกคู่หนึ่งเฉียง
เราจะได้โลกที่แบ่งออกเป็น ๘ ส่วน ๆ ละ ๔๕ องศา ตอนที่โลกยังกลมไม่ได้แบ่ง เหมือนสัญลักษณ์ของมฤตยู ไม่มีใครกล้าไปอยู่
พอแบ่งออกเป็น ๘ ส่วน ๆ ละ ๔๕ องศาแล้วจะมีดาวเข้าครอบครองกันคนละเรือนหรือคนละส่วน ๑ จะอยู่คู่กับ ๗ คนละมุม ๒ กับ ๕ อยู่ตรงกันข้าม คนละมุม ๓ กับ ๘ ก็เหมือนกัน ๔ กับ ๖
ทีนี้คุณมาดูภาพขวามือแถวบน มันก็เหมือนกันแหละครับ แต่ท่านบูรพาจารย์พัฒนาให้ใกล้เคียงโหราศาสตร์อีกหน่อย
ดาวที่ครองพื้นที่ยังเหมือนเดิม คือเป็นดาวคู่ธาตุ ๑๗ ธาตุไฟ ๒๕ ธาตุดิน ๓๘ ธาตุลม ๔๖ ธาตุน้ำ เรียกว่าเหมือนคนแหละครับคือต้องมีธาตุครบ ไฟ ดิน ลม น้ำ ธาตุไม่ครบคนอยู่ไม่ได้ครับ
ทีนี้คุณลองลากเส้นอีก…จาก ๑ มายัง ๗ จาก ๓ ไปยัง ๘ ดาวสองคู่นี้เป็นดาวที่นิสสัยไม่ดีชอบทำบาปกรรมเป็นนิจ สมกับเส้นที่มองเห็นเป็นเครื่องหมาย x เครื่องหมายนี้คือเครื่องหมายผิด เขาจึงว่า ๑๗ ๓๘ เป็นดาวบาปเคราะห์ จะให้โทษเป็นส่วนมาก ที่ให้คุณบ้างก็ในพื้นดวง
ทีนี้คุณเริ่มต้นที่ ๑ อันประจำอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ วนไปทางขวามือ คือตามเข็มนาฬิกา…
๑ มีกำลังประจำตัวหกแรงม้า
เอา ๒ บวกจะเป็นกำลังแรงม้าของอังคาร๓คือแปด
เอา ๒ บวกอีกเป็นกำลังสิบแรงม้าของเสาร์๗
เอา ๒ บวกอีกจะได้กำลังแรงม้าสิบสองของราหู๘
ทีนี้มาถึงกำลังของกลุ่มดาวที่ให้คุณ ซึ่งนิยมเรียกว่าดาวศุภเคราะห์
ดาวจันทร์ ๒ จำง่ายเพราะมีข้างขึ้นข้างแรม ๑๕ ค่ำ กำลังจึงเป็น ๑๕
๒ บวก ๑๕ เป็น ๑๗ กำลังของพุธ ๔
๒ บวก ๑๗ เป็น ๑๙ กำลังของพฤหัสบดี ๕
๒ บวก ๑๙ เป็น ๒๑ กำลังของศุกร์ ๖
ทีนี้ลองลากเส้นตรงจาก ๒ ไป ๕ จาก ๔ ไป ๖ จะเป็นเครื่องหมายบวก เครื่องหมายแห่งความดี ดาวสองคู่นี้เป็นดาวชอบทำดี คือนำโชคลาภมาให้คนที่ต้องการ เขาจึงนิยมเรียกว่าดาวศุภเคราะห์
การแบ่งโลกออกเป็นแปดส่วนนี้ เขาเรียกดวงทักษา หรือดวงทักษคู่มิตรคู่สมพล
แต่การเรียนโหราศาสตร์ของเราส่วนมากกระโดดข้ามพื้นฐาณตรงนี้ ไปจับเอา ๑๒ ราศีจักรเลย ของผมบังคับเอาไว้ถ้าตราบใดยังทายดวง ๘ ราศีจักรไม่ได้ อย่าไปคิดทายมากกว่านี้ เหมือนการปลูกบ้าน อยากเห็นตัวบ้านเร็ว ๆ เลยไม่ลงเสาเข็ม
เรื่องของดวงทักษามีความลี้ลับซับซ้อนมากกว่าดวง ๑๒ ราศีจักร ในแต่ละพื้นที่ ๔๕ องศามีดาวครอบครองถาวร เหมือนเจ้าของบ้าน ในดวงทักษา มีบอกทิศ บอกสี บอกอักษร นอกจากนี้มีคาถาสำคัญกำกับไว้ เช่น
บริวาร คนในบังคับบัญชา
อายุ หมายถึงสุขภาพ
เดช หมายถึงความน่าเกรงขาม
ศรี คือความดีทุกอย่าง
มูลละ ทรัพย์ มรดก บ้านที่ดิน
อุตสาหะ ความหมั่นเพียร
มนตรี ผู้อุปถัมภ์ คนช่วยเหลือ
กาลกิณี ความไม่ดีทั้งปวง
คาถาดังกล่าวนี้นับเรียงกันไปเสมอ วนไปตามเข็มนาฬิกา คือจาก ๑๒๓๔๗๕๘๖

ทิศตามทักษา

๑ ดาวอาทิตย์ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
๒ ดาวจันทร์
ทิศตะวันออก

๓ ดาวอังคาร
ทิศตะวันออกเฉียงใต้

๔ ดาวพุธ ทิศใต้
๕ ดาวพฤหัสบดี ทิศตะวันตก
๖ ดาวศุกร์ ทิศเหนือ
๗ ดาวเสาร์ ทิศตะวันตกเฉียงใต้
๘ ดาวราหู ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ

ดาวเจ้าเรือนลัคน์ไปอยู่ภพต่าง ๆ ก็แสดงความเกี่ยวพันธ์ของเจ้าชาตากับภพนั้น ๆ มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ดาวเจ้าเรือนลัคน์ไปอยู่ภพต่าง ๆ ก็แสดงความเกี่ยวพันธ์ของเจ้าชาตากับภพนั้น ๆ มีรายละเอียดดังต่อไปนี้7

ดาวองค์เกณฑ์ ลัคนาสถิตในราศีที่เป็นองค์เกณฑ์ทั้ง ๔ จาก……..ข้อเขียนของ”อายัณโฆษ”     ลัคนาในราศีนระดาว ๗ เป็นองค์เกณฑ์ ลัคนาในราศีอัมพุดาว ๓ เป็นองค์เกณฑ์ ลัคนาในราศีกีฏะดาว ๘ เป็นองค์เกณฑ์ ลัคนานราศีปัศวะดาว ๕ เป็นองค์เกณฑ์     ถ้าปีใดดาว  ๗-๓-๘-๕ จรมาเป็นศรีหรือกาลกิณีต้องลัคนาในราศีเกณฑ์นั้น ๆ แล้วย่อมแสดงผลดีและร้ายเป็นอย่าสูงและหนักมาก   ผู้ที่มีลัคนาสถิตในราศีอัมพุ ต้องหนักหน้ามากกว่าผู้ที่มีลัคนาสถิตในราศีอื่น เพราะพระเคราะห์อังคาร ๓ เป็นดาวที่การโคจรเร็วกว่าพระเคราะห์อื่น   ในทางสอบสวนค้นคว้าของข้าพเจ้าพบว่า ความหมายของราศีเกณฑ์ดังกล่าว  แท้จริงเพียงแต่แสดงสัณฐานของพื้นดวงชะตาเมื่อเวลาตกฟากเป็นสำคัญ  จริงแท้แน่นอนว่ากฏของราศี นระ อัมพุ กีฏะ และปัศวะอันมีดาวประจำมาตั้งแต่ตกฟาก ย่อมน้อมนำให้เจ้าชะตาอันมีพระเคราะห์นั้น ๆ ในดวงชะตาต่างพากันดีเด่นในลักษณะต่าง ๆ กันเสมอ   มีข้อน่าสังเกตุอยู่บ้างที่ยามที่พระเคราะห์ประจำองค์เกณฑ์ ๗-๓-๘-๕ ตัวใดตัวหนึ่งจรมาเป็นศรีหรือกาลกิณี  ท่านจะมีลัคนาอยู่ในราศีเกณฑ์อะไรก็ตาม ในทางพยากรณ์ให้ใช้หลักดังนี้   ลัคนาจะสถิตราศีใด ๆ ก็ตาม เมื่อ ๗-๓-๘-๕ จรมาเป็นศรีหรือกาลกิณีทับลัคนา ต้องพยากณณ์เหมือนลัคนาอยู่นราศี “นระ” เช่นกันทั้ง 12 ราศี ลัคนาจะสถิตอยู่ในราศีใด ๆ ก็ตาม เมื่อพระเคราะห์ ๗-๓-๘-๕ จรมาเป็นศรีหรือกาลกิณี ห่างจากลัคนาไปสี่ราศีแล้วก็ต้องพยากรณ์เหมือนลัคนาสถิตอยู่ในราศี”อัมพุ” ทั้ง 12 ราศี ลัคนาจะสถิตอยู่ในราศีใด ๆ ก็ตาม เมื่อพระเคราะห์ ๗-๓-๘-๕ จรมาเป็นศรีหรือกาลกิณี เล็งลัคนาหรือเป็นเจ็ดกับลัคนา ต้องพยากรณ์เหมือนลัคนาอยู่ในราศี “กีฏะ” ทั้ง 12 ราศี ลัคนาจะสถิตอยู่ในราศีใด ๆ ก็ตาม เมื่อพระเคราะห์ ๗-๓-๘-๕ จรมาเป็นศรีหรือกาลกิณี ห่างจากลัคนาไปสิบราศีแล้ว ต้องพยากรณ์เหมือนลัคนาอยู่นราศี “ปัศวะ” ทั้ง 12 ราศี ดาวองค์เกณฑ์ องค์เกณฑ์ พระเคราะห์ที่เป็นองค์เกณฑ์ ถึงจะเป็นประ เป็นนิจ เป็นกาลกรรณี ก็สงบความร้ายหมด คงให้คุณตามองค์เกณฑ์ ๑ เป็นองค์เกณฑ์ สุริยเกณฑํ ไชยํ ยุทธํ รบชนะศัตรูทั้งปวง ๒ เป็นองค์เกณฑ์ จันทเกณฑํ สุขาวหํ มีความสุขมากหาอันตรายมิได้ ๓ เป็นองค์เกณฑ์ ภุมมเกณฑํ ราชาภาวํ มีอานุภาพเป็นใหญ่ ๔ เป็นองค์เกณฑ์ พุธเกณฑํ มหัทธนํ มีอุปโภคบริโภคมาก ๕ เป็นองค์เกณฑ์ คุรุเกณฑํ ราชาปูชํ มีวุฒิมาก ผู้ใหญ่จะบูชา ๖ เป็นองค์เกณฑ์ ศุกรเกณฑํ กุฏุมพิกํ มีขุมทรัพย์ ๗ เป็นองค์เกณฑ์ โสรเกณฑํ เขตตปาลํ จะได้เป็นผู้บำรุงที่ดินไร่นา ๘ เป็นองค์เกณฑ์ ราหูเกณฑํ จ โจรกํ มีคุณวิเศษโลดโผน www.10luc.com
ดาวองค์เกณฑ์
ลัคนาสถิตในราศีที่เป็นองค์เกณฑ์ทั้ง ๔
จาก……..ข้อเขียนของ”อายัณโฆษ”
ลัคนาในราศีนระดาว ๗ เป็นองค์เกณฑ์
ลัคนาในราศีอัมพุดาว ๓ เป็นองค์เกณฑ์
ลัคนาในราศีกีฏะดาว ๘ เป็นองค์เกณฑ์
ลัคนานราศีปัศวะดาว ๕ เป็นองค์เกณฑ์
ถ้าปีใดดาว ๗-๓-๘-๕ จรมาเป็นศรีหรือกาลกิณีต้องลัคนาในราศีเกณฑ์นั้น ๆ แล้วย่อมแสดงผลดีและร้ายเป็นอย่าสูงและหนักมาก
ผู้ที่มีลัคนาสถิตในราศีอัมพุ ต้องหนักหน้ามากกว่าผู้ที่มีลัคนาสถิตในราศีอื่น เพราะพระเคราะห์อังคาร ๓ เป็นดาวที่การโคจรเร็วกว่าพระเคราะห์อื่น
ในทางสอบสวนค้นคว้าของข้าพเจ้าพบว่า ความหมายของราศีเกณฑ์ดังกล่าว แท้จริงเพียงแต่แสดงสัณฐานของพื้นดวงชะตาเมื่อเวลาตกฟากเป็นสำคัญ จริงแท้แน่นอนว่ากฏของราศี นระ อัมพุ กีฏะ และปัศวะอันมีดาวประจำมาตั้งแต่ตกฟาก ย่อมน้อมนำให้เจ้าชะตาอันมีพระเคราะห์นั้น ๆ ในดวงชะตาต่างพากันดีเด่นในลักษณะต่าง ๆ กันเสมอ
มีข้อน่าสังเกตุอยู่บ้างที่ยามที่พระเคราะห์ประจำองค์เกณฑ์ ๗-๓-๘-๕ ตัวใดตัวหนึ่งจรมาเป็นศรีหรือกาลกิณี ท่านจะมีลัคนาอยู่ในราศีเกณฑ์อะไรก็ตาม ในทางพยากรณ์ให้ใช้หลักดังนี้
ลัคนาจะสถิตราศีใด ๆ ก็ตาม เมื่อ ๗-๓-๘-๕ จรมาเป็นศรีหรือกาลกิณีทับลัคนา ต้องพยากณณ์เหมือนลัคนาอยู่นราศี “นระ” เช่นกันทั้ง 12 ราศี
ลัคนาจะสถิตอยู่ในราศีใด ๆ ก็ตาม เมื่อพระเคราะห์ ๗-๓-๘-๕ จรมาเป็นศรีหรือกาลกิณี ห่างจากลัคนาไปสี่ราศีแล้วก็ต้องพยากรณ์เหมือนลัคนาสถิตอยู่ในราศี”อัมพุ” ทั้ง 12 ราศี
ลัคนาจะสถิตอยู่ในราศีใด ๆ ก็ตาม เมื่อพระเคราะห์ ๗-๓-๘-๕ จรมาเป็นศรีหรือกาลกิณี เล็งลัคนาหรือเป็นเจ็ดกับลัคนา ต้องพยากรณ์เหมือนลัคนาอยู่ในราศี “กีฏะ” ทั้ง 12 ราศี
ลัคนาจะสถิตอยู่ในราศีใด ๆ ก็ตาม เมื่อพระเคราะห์ ๗-๓-๘-๕ จรมาเป็นศรีหรือกาลกิณี ห่างจากลัคนาไปสิบราศีแล้ว ต้องพยากรณ์เหมือนลัคนาอยู่นราศี “ปัศวะ” ทั้ง 12 ราศี
ดาวองค์เกณฑ์
องค์เกณฑ์ พระเคราะห์ที่เป็นองค์เกณฑ์ ถึงจะเป็นประ เป็นนิจ เป็นกาลกรรณี ก็สงบความร้ายหมด คงให้คุณตามองค์เกณฑ์
๑ เป็นองค์เกณฑ์ สุริยเกณฑํ ไชยํ ยุทธํ รบชนะศัตรูทั้งปวง
๒ เป็นองค์เกณฑ์ จันทเกณฑํ สุขาวหํ มีความสุขมากหาอันตรายมิได้
๓ เป็นองค์เกณฑ์ ภุมมเกณฑํ ราชาภาวํ มีอานุภาพเป็นใหญ่
๔ เป็นองค์เกณฑ์ พุธเกณฑํ มหัทธนํ มีอุปโภคบริโภคมาก
๕ เป็นองค์เกณฑ์ คุรุเกณฑํ ราชาปูชํ มีวุฒิมาก ผู้ใหญ่จะบูชา
๖ เป็นองค์เกณฑ์ ศุกรเกณฑํ กุฏุมพิกํ มีขุมทรัพย์ ๗ เป็นองค์เกณฑ์ โสรเกณฑํ เขตตปาลํ จะได้เป็นผู้บำรุงที่ดินไร่นา ๘ เป็นองค์เกณฑ์ ราหูเกณฑํ จ โจรกํ มีคุณวิเศษโลดโผน
www.10luc.com

ดาวเจ้าเรือนลัคน์ อยู่ที่ภพตนุ คือเป็นเกษตร มักเป็นคนมีอิสระทางความคิด เป็นคนไม่ชอบอยู่กับที่มักมีการเคลื่อนไหวอยู่เสมอ จัดได้ว่าเป็นคนขยันสร้างหลักฐาน เป็นตัวของตัวเอง สูญเสียสิ่งใดไปมักจะได้คืน เพราะความขยัน ไม่ท้อถอยของตนเอง

ดาวเจ้าเรือนลัคน์ ไปสถิตอยู่ภพกดุมภะ มักเป็นผู้มีสมองในการหาเงิน ความคิดมักเกี่ยวพันธ์กับการทำมาค้าขาย หรือพูดง่าย ๆ มักคิดเกี่ยวกับเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ และคล่องในการหาช่องทาง ถ้าไปอยู่กับดาวบาปเคราะห์ ก็ต้องลำบากหน่อย ไม่ค่อยคล่องตัว

ดาวเจ้าเรือนลัคน์ ไปสถิตอยู่กับภพสหัชชะ ชีวิตเกี่ยวพันธ์กับญาติพี่น้อง หรือเพื่อนฝูง มักสัมพันธ์กับคนมาก ทำงานประชาสัมพันธ์ดี หรืองานที่เกี่ยวกับสังคมสงเคราะห์ สาธารณะประโยชน์ หรืองานด้านบริการ ถ้าอยู่ร่วมกับดาวบาปเคราะห์ ญาติพี่น้องมักเบียดเบียน หรือมักเสียเปรียบเพื่อนฝูง

ดาวเจ้าเรือนลัคน์ไปสถิตอยู่ภพพันธุ เป็นนักวางแผน วางระบบ เป็นคนรักบ้าน มักมีหัวทางออกแบบ จัดบ้านเก่ง มีจิตใจที่มั่นคง สามารถเป็นนักจัดสรร หรือทำอะไรที่เกี่ยวพันธ์กับอสังหาริมทรัพย์ได้ มักเป็นที่พึ่งแก่ญาติมิตร มีใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่คนทั่วไป

ดาวเจ้าเรือนลัคน์ไปสถิตอยู่ภพปุตตะ เป็นคนชอบสนุก รักเด็ก ว่าง่าย มักได้ทำในสิ่งที่ตนชอบ มีงานอดิเรกที่พึงใจ เป็นคนไม่ดื้อ หรือเอาแต่ใจ อ่อนโยน ว่านอนสอนง่าย อ่อนน้อมถ่อมตน

ดาวเจ้าเรือนลัคน์ไปสถิตอยู่ภพอริ มักมีความสามารถในการรับงาน หรือเข้าไปแก้ไขปัญหาของผู้อื่น มักเป็นผู้ที่ต้องฟันฝ่าอุปสรรค เพื่อคนอื่น และเป็นผู้มีเครดิต มีคนเชื่อถือ สร้างหนี้ได้ตลอดเวลา ถ้าดาวได้ตำแหน่งอุจ หรือเกษตร จะเป็นผู้มีสุขภาพแข็งแรง และมีลักษณะเป็นผู้นำเต็มตัว

ดาวเจ้าเรือนลัคน์ไปสถิตอยู่ภพปัตนิ มักเป็นคนที่ต้องทำอะไรให้ผู้อื่นก่อนตนเอง บางคนถูกเบียดบังเอาผลงานไป มักต้องรับหน้า หรือเป็นตัวแทนให้ผู้อื่น อย่างนี้เป็นเอเย่นต์จัดจำหน่ายถึงจะดี

ดาวเจ้าเรือนลัคน์ไปสถิตอยู่ภพมรณะ มักต้องเดินทางบ่อย ๆ อยู่ในที่อับชื้นไม่ได้จะขี้โรค หรือมีโรคประจำตัว บางคนได้รับมรดกตกทอด บางคนมีบุคลิกไม่ร่าเริง ไม่ชอบออกงานรื่นเริง เบื่อง่าย มักเข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งลี้ลับ หรือมักได้เผชิญกับความตายของญาติ หรือเพื่อนผู้ใกล้ชิด บางคนเป็นกำพร้า หรือไม่ได้อยู่กับพ่อแม่

ดาวเจ้าเรือนลัคน์ไปสถิตอยู่ภพศุภะ มักเป็นที่พึ่งของคนทั่วไป รักความเป็นธรรม มีจิตใจประเสริฐ มีความคิดริเริ่มสร้างสรร สามารถสร้างตัวเองจนเป็นปึกแผ่น มักประสพความสำเร็จในชีวิต

ดาวเจ้าเรือนลัคน์ไปสถิตอยู่ภพกัมมะ ใจจดจ่อกับงาน และเฝ้าดูผลงานของตนแล้วเริ่มใหม่คอยแก้ไขให้ดีขึ้น ขยันขันแข็งทำงานเหมือนมด ไม่ได้หยุดได้หย่อน รักงานเป็นชีวิตจิตใจ

ดาวเจ้าเรือนลัคน์ไปสถิตอยู่ภพลาภะ มักเจ้าชู้ ชอบเดินทาง เสี่ยงโชค บางคนชอบการพนัน มักมีลาภลอยอยู่เนืองๆ มีหัวทางการค้า มีเพื่อนอยู่รอบตัวเสมอ

ดาวเจ้าเรือนลัคน์ไปสถิตอยู่ภพวินาศ ชอบเก็บตัว ไม่ช่างพูด บางคนเก็บกด แต่มักทำอะไรวินาทีสุดท้าย มีเทพคุ้มครอง เวลาเกิดเหตุร้าย มักมีเหตุให้รู้ก่อน มีลางสังหรณ์ดี บั้นปรายมักย้ายถิ่นฐาน

ภพตนุ นี้มีความสำคัญ เพราะนอกจากจะเป็นบุคลิกของเจ้าชาตาแล้ว ยังแสดงถึงความขึ้นหรือลงของเจ้าชาตาอีกด้วย เพราะนอกจากจะตามพื้นชาตาว่าเจ้าเรือนลัคน์ไปสถิต ณ ภพ ใดแล้ว ยังต้องสังเกตดาวจร ที่โคจรมาต้องลัคนาอีกด้วย


 

ตรียางค์พิษ นวางค์พิษ คือลูกนวางค์ที่อยู่ในตรียางค์พิษ ลูกพิษที่ ๑ เป็นพิษของนาค ลูกพิษที่ ๒ เป็นพิษของครุฑ ลูกพิษที่ ๓ เป็นพิษของสุนัข

ตรียางค์พิษ ตรียางค์ทั้ง ๓ ตรียางค์ใน ๑ ราศี จะมีตรียางค์ชั่วอยู่ ๑ ตรียางค์ ถ้าลัคนาหรือดาวพระเคราะห์มาเกาะที่ตรียางค์พิษ ลัคนาและดาวเคราะห์นั้นก็เสื่อมเสีย ตรียางค์พิษ ในแต่ละราศี ประกอบด้วย ๓ ตรียางค์ทุกราศี ได้บังคับตรียางค์ชั่ว ไว้ราศีละ ๑ ตรียางค์ เรียกว่า “ตรียางค์พิษ” เป็นตรียางค์ที่แสดงถึงความไม่ดี ถ้าลัคนาหรือดาว เคราะห์มาเกาะที่ตรียางค์ลูกพิษแล้ว ลัคนาและดาวเคราะห์นั้นก็เสื่อมเสีย ทางโหราศาสตร์ได้แบ่ง ประเภทของลูกพิษไว้ดังนี้.-

ลูกพิษที่ ๑ เป็นพิษของนาค

ลูกพิษที่ ๒ เป็นพิษของครุฑ

ลูกพิษที่ ๓ เป็นพิษของสุนัข

นวางค์พิษ คือลูกนวางค์ที่อยู่ในตรียางค์พิษ เรียกว่า นวางค์ลูกพิษ เช่น ในราศีเมษ ตรียางค์ที่ ๑ ดาวอังคาร(๓) เป็นตรียางค์พิษ นวางค์ลูกที่ ๒ ดาวศุกร์(๖) เป็นนวางค์ลูกพิษ

ในราศีเมษ นวางค์ลูกที่ ๒ ดาวศุกร์เป็นนวางค์ลูกพิษ ตรียางค์ที่ ๑ ดาวอังคารเป็นตรียางค์พิษ เป็นพิษนาคให้โทษ เกี่ยวกับการป่วย ไข้ โรคร้าย ถูกพิษงู

ในราศีพฤษภ นวางค์ลูกที่ ๕ ดาวศุกร์เป็นนวางค์ลูกพิษ ตรียางค์ที่ ๒ ดาวพุธเป็นตรียางค์พิษ เป็นพิษครุฑ ให้โทษน้อย เพราะเสวย ฤกษ์ดี (ภูมิปาโลฤกษ์)

ในราศีเมถุน นวางค์ลูกที่ ๘ ดาวศุกร์เป็นนวางค์ลูกพิษ ตรียางค์ที่ ๓ ดาวเสาร์เป็นตรียางค์พิษ เป็นพิษสุนัข จะถูกท าร้ายร่างกายให้ ได้รับบาดเจ็บ

ในราศีกรกฏ นวางค์ลูกที่ ๘ ดาวเสาร์ (ราหู) เป็นนวางค์ลูกพิษ ตรียางค์ลูกที่ ๓ ดาวพฤหัสเป็นตรียางค์พิษ เป็นพิษสุนัข ให้โทษเจ็บป่วยด้วยโรค ร้ายเป็นโรคปอด, โรคลมบ้าหมู ลมชักกระดูก

ในราศีสิงห์ นวางค์ลูกที่ ๕ ดาวอาทิตย์ เป็นนวางค์ลูกพิษ ตรียางค์ที่ ๒ ดาวพฤหัส เป็นตรียางค์พิษ เป็นพิษครุฑ ให้โทษเกี่ยวกับโรคหัวใจ , เบาหวาน, มะเร็งในเม็ดเลือด

ในราศีกันย์ นวางค์ลูกที่ ๒ ดาวเสาร์(ราหู) เป็นนวางค์ลูกพิษ ตรียางค์ที่ ๑ ดาวพุธเป็นตรียางค์พิษ เป็นพิษนาค ให้โทษจะถูกโจรกรรม ถูก โจรผู้ร้ายชิงทรัพย์และท าร้ายร่างกายให้ถึงตายได้ ท าราชการจะ ถูกแย่งต าแหน่ง

ในราศีตุลย์ นวางค์ลูกที่ ๕ ดาวเสาร์(ราหู) เป็นนวางค์ลูกพิษ ตรียางค์ที่ ๒ ดาวเสาร์ เป็นตรียางค์พิษ เป็นพิษครุฑ, จะเจ็บป่วย

ในราศีพิจิก นวางค์ลูกที่ ๘ ดาวเสาร์(ราหู) เป็นนวางค์ลูกพิษ ตรียางค์ที่ ๓ ดาวจันทร์ เป็นตรียางค์พิษ เป็นพิษสุนัข ให้โทษร้ายทางน้ า , จะ ตกน้ าตาย, ถ้าป่วยไข้จะรักษาหายยากเป็นโรคเรื้อรัง

ในราศีธนู นวางค์ลูกที่ ๒ ดาวศุกร์ เป็นนวางค์ลูกพิษ ตรียางค์ที่ ๑ ดาวพฤหัสบดี เป็นตรียางค์พิษ เป็นพิษนาคให้โทษเกี่ยวกับ ต าแหน่งหน้าที่การงาน บริวารจะให้โทษ เจ้านายจะขึ้งโกรธ, จะ เป็นเสี้ยนหนามกับภรรยา

ในราศีมังกร นวางค์ลูกที่ ๘ ดาวอาทิตย์ เป็นนวางค์ลูกพิษ ตรียางค์ที่ ๓ ดาวพุธ เป็นตรียางค์พิษ เป็นพิษสุนัขให้โทษเกี่ยวกับการเจ็บไข้, เป็นผีร้าย, มะเร็งร้าย , โรคปอด ในราศีกุมภ์ นวางค์ลูกที่ ๕ ดาวเสาร์(ราหู) เป็นนวางค์ลูกพิษ ตรียางค์ที่ ๒ ดาวพุธ เป็นตรียางค์พิษ เป็นพิษครุฑให้โทษเกี่ยวกับภัยทางอากาศ เป็นโรคแพ้อากาศ โรคภูมิแพ้ หืดหอบ โรคลมปัจจุบันทันด่วน

ในราศีมีน นวางค์ลูกที่ ๒ ดาวอาทิตย์ เป็นนวางค์ลูกพิษ ตรียางค์ที่ ๑ ดาวพฤหัส เป็นตรียางค์พิษ เป็นพิษนาค ให้โทษอันตรายจากสัตว์ น้ า, ตกน้ าตาย, เรือล่ม, หรือถูกอสรพิษในน้ าขบกัด, เจ็บป่วยด้วย โรคเกี่ยวกับน้ าท่วมปอด, เส้นเลือดตีบ,หัวใจล้มเหลว

กราบบูชาพระสิวลีแล้วชีวิตจะมีแต่ความเจริญรุ่งเรือง เนื่องเพราะพระสิวลี เป็น 1 ใน 80 พระอสีติมหาสาวก ศิษย์เอกของพระพุทธเจ้า

กราบบูชาพระสิวลีแล้วชีวิตจะมีแต่ความเจริญรุ่งเรือง เนื่องเพราะพระสิวลี เป็น ๑ใน ๘๐ พระอสีติมหาสาวก หรือศิษย์เอกของพระพุทธเจ้า พวกเราคุ้นเคยกันดีกับรูปลักษณ์ของพระสิวลีที่เป็นภิกษุ มือขวาถือไม้เท้า มือซ้ายแบกกรด สะพายบาตรบ้าง สะพายย่ามเครื่องอัฐบริขารบ้าง พระพุทธเจ้าทรงยกย่องพระสิวลีเป็นเอตทัคคะในทางมีลาภมาก เพราะท่านมีบุญบารมีสูง
คาถานี้แต่งโดย หลวงพ่อเกษม เขมโก แห่งสุสานไตรลักษณ์ จังหวัดลำปาง การจะขอลาภจากพระสิวลีแบบได้ผลเร็วนั้น เคล็ดลำคัญ ต้องเป็นคนที่ทำทานมาก สละซึ่งประโยชน์ส่วนตัวช่วยเหลือผู้อื่น การสวดนั้นต้องครบ 5 จบในการสวดต่อหนึ่งครั้ง

คำอธิฐานขอลาภจากพระสีวลี (โดยหลวงพ่อเกษม เขมโก สุสานไตรลักษณ์ จังหวัดลำปาง)

นโม ๓ จบ

สีวลี มหาเถรังฺ วันฺทามิหังฺ ( ๓ จบ )

มหาสีวลีเถโร มหาลาโภ โหติ มหาสีวลีเถโร ลาภังฺ เม เทถะ

พระคาถาบูชาขอลาภประจำวันเกิดทั้ง 7 วัน ดังนี้
วันอาทิตย์ (ให้ภาวนา ๖ จบ)
ฉิมพะลี จะ มหานามัง สัพพะลาภัง ภะวิสสะติ เถรัสสานุภาเวนะ สะทา โหนติ ปิยัง มะมะ ฯ

วันจันทร์ (ให้ภาวนา ๑๕ จบ)
ยัง ยัง ปุริโสวา อิตถีวา ทูเรหิวา สะมีเปหิวา เถรัสสานุภาเวนะ สะทา โหนติ ปิยัง มะมะ ฯ

วันอังคาร (ให้ภาวนา ๘ จบ)
ฉิมพะลี จะมหาเถโร โสะโห ปัจจะยาทิมหิ เชยยะลาโภ มหาลาโภ สัพพะลาภา ภะวันตุ สัพพะทา ฯ

วันพุธ (ให้ภาวนา ๑๗ จบ)
ทิตติตถะภะเวราชา ปิยาจะ คะระตุเม เย สารัตติ นิรันตะรัง สัพพะสุขาวะหา ฯ

วันพฤหัสบดี (ให้ภาวนา ๑๙ จบ)
ฉิมพะลี จะ มหาเถโร ยักขาเทวาภิปูชิโต โสระโห ปัจจะยาทิมหิ อะหัง วันทามิ สัพพะทา ฯ

วันศุกร์ (ให้ภาวนา ๒๑ จบ)
ฉิมพะลี จะ มหาเถโร เทวะตานะรปูชิโต โสระโห ปัจจะยาทิมหิ มหาลาภัง กะโรนตุ เม ลาเภนะ อุตตะโม โหติ สัพพะลาภะ ภะวันตุ สัพพะทาฯ

วันเสาร์ (ให้ภาวนา ๑๐ จบ)
ฉิมพะลี จะ มหานามัง อินทาพรหมา จะ ปูชิตัง สัพพะลาภัง ปะสิทธิ เม เถรัสสานุภาเวนะ สะทา สุขี ปิยัง มะมะ ฯ

คำอธิฐานขอลาภจากพระสีวลี (โดยหลวงพ่อเกษม เขมโก สุสานไตรลักษณ์ จังหวัดลำปาง)

นโม ๓ จบ

สีวลี มหาเถรังฺ วันฺทามิหังฺ ( ๓ จบ )

มหาสีวลีเถโร มหาลาโภ โหติ มหาสีวลีเถโร ลาภังฺ เม เทถะ

ตำรายันต์เทียนฉบับล้านนาและฉบับของพม่าไทขืน แต่ละตำรานั้นได้ผ่านการทำมาด้วยพิธีถูกต้องและขั้นตอนตามครูบาอาจารย์ทุกประการ

  • ตำราสายล้านนา พม่า เขมร  มี 145 หน้า#มีเนื้อหาสำคัญมากมาย145หน้าในเล่มจะมีเนื้อหาดังต่อไปนี้
  • -พระคาถาเสกน้ำล้างหน้าหลวงพ่อพรหม วัดช่องเเค
  • -พระคาถาเปิดโลก หลวงพ่อพรหม วัดช่องเเค
  • -สูตรเเละคาถาเจิมรถเจิมบ้าน ของหลวงปู่ธรรมขันธ์ วัดจรูณราชวราราม กทม.
  • -บทไหว้ครู
  • -กำโอกาสปู่จาเตียน
  • -ฤกษ์ยามต่างๆ
  • -ตำรา สูตรก๋านจาเตียน
  • -คาถาจุดเทียนหน้าพระ
  • -คาถาจุดเทียนผ่าจ้าน
  • -วิขายันต์เทียนพญานาคสะเดาะเคราะห์
  • -วิชายันต์เทียนพระฉิมรับโชค
  • -วิชายันต์เทียนพระเจ้าเบ่งฤทธี
  • -วิชายันต์เทียนมหาพรหมเปิดโลก
  • -วิชายันต์เทียนพระเจ้าน้าวริพล
  • -วิชายันต์เทียนปิโย
  • -วิชายันต์เทียนอิ่นคู่
  • -ยันต์เทียนเจ้าเงาะเรียกเนื้อ
  • -วิชายันต์เทียนพระเจ้าตกเตียง
  • -วิชายันต์เทียนพระสิวลีสามบั้ง
  • -วิชายันต์เทียนข่ใต้บันใด
  • -วิชายันต์เทียนข่มโถส้วม
  • -วิชายันต์เทียนพระพุทธเจ้าข่มโลก
  • -วิชายันต์เทียรชนะภัย
  • -คาถาชัยมงคล(พาหุง)
  • -วิชายันต์อางสุรัสตี
  • -วิชายันต์เทียนปลาดุกเผือก
  • -วิชายันต์เทียนมูตูหลวง
  • -วิชายันต์เทียนปิดปาก ปิดหู ปิดตา
  • -วิชายันต์เทียนยักษ์ข่ม
  • -วิชายันต์เทียนผ่าจ้าน
  • -วิชายันต์เทียรภควัมบดี
  • -วิชายันต์เทียนหญิง-ชายจูงมือ
  • -วิชาลงทอง10จุด
  • -วิชาลงทอง5จุดกันคุณกันของ
  • -วิชาลงทอง108เเผ่น
  • -วิชาลงทองเสน่ห์พม่า
  • -วิชาลงทองโชคลาภ
  • -วิชาลงทองที่ของลับชายเเละหญิง
  • -วิชาสักของลับทั้งชายเเละหญิง
  • -วิชาปลิงคำ
  • -วิชาควยคำ
  • -วิชาผูกใจขณะสมสู่กัน
  • -วิชานะหน้าทองเจ้าชู้
  • -วิชาลงทองเรียกจิต
  • -คาถาพระธรรมขับผี
  • -คาถาทำน้ำมนต์ธรณีสารใหญ่
  • -คาถาปัดรังควาน
  • -คาถากันหมาของสมเด็จโต
  • -หัวใจฤาษี
  • -สูตรนะฉัพพรรณรังสี
  • -ยันต์โสฬสมหามงคล หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง
  • -ยันต์เเละพระคาถากันของหาย
  • -พระคาถาป้องกันศัตรูภูตผีปีศาจเเละสัตว์ร้ายทั้งปวงขงสมเด็จพระพุฒจารย์ (โต พรหมรังสี)
  • -วิชาเเก้วมณีสามภพ ทำน้ำมนต์ดี
  • -วิชาใช้ไข่เช็ดไฝ ปาน ขี้เเมลงวันที่ไม่ดี
  • -วิชาดูของหาย คนหาย คนป่วย ของอาจารย์เปล่ง บุญยืน
  • -วิชาดูดวง ดูเคราะห์ ดูคู่ครองของอาจารย์เปล่ง บุญยืน
  • -วิชาทำหวย(สีผึ้งปากเกร็ด)ของฤาษีโสฬส
  • -เทพวิชา ของฤาษีโสฬส
  • -บังบดวิชา (ธาตุเก้ายอดตัวบังคับทั้งหมด)ของฤาษีโสฬส
  • -บทของตีกลับ
  • -วิชาทำศัตรู
  • -วิชาทวงหนี้ ทวงของหาย
  • -วิชาผูกโบสถ์
  • -คาถาเมฆกระซิบ
  • -วิชาเต่าเรือนเเก้อาถรรพ์
  • -คาถาถอนประทีป
  • -วิชาเชิญเทพเเละขอพลังจากเทพ
  • -วิชาทำผงลบของ
  • -ยันต์ให้ผัว-เมียเเละสามีเลิกกับเมียน้อย(ในกรณีที่เมียน้อยให้ทุกข์เเก่เมียหลวง)
  • -พระคาถาเสกยันต์
  • -วิชาทำน้ำมนต์เเก้อาถรรพ์ในร่างกาย
  • -การทำเสน่ห์ยาเเฝดสูตร1-2-3
  • -วิชาทำปลัดขิกเมตตา
  • -วิชาทำอีเป๋อ
  • -วิชาทำน้ำมันพรายกระดูก
  • -วิชาทำน้ำมันโหงพราย
  • -การทำสีผึ้งเมตตา
  • -วิชาทำผ้ายันต์เพรชพญาธร
  • -วิธีทำไซเรียกเงินเรียกทอง
  • -วิชาจิ้งจก2หางเจ้าชู้
  • -การทำตะกรุดพญากามะ
  • -วิชาทำตะกรุดปราชิก
  • -ยันต์สาริกาเพรชเเก้ว
  • -วิชาสาริกาป้อนเหยื่ลงด้วย วะธะพะจะ
  • -คาถากบิลยักษ์
  • -พระมนต์จินดามณี

คำสอนเรื่องฤกษ์ยาม พระพุทธเจ้าทรงประกาศถึงหลักคำสอน เรื่องฤกษ์ยาม

คำสอนเรื่องฤกษ์ยาม
พระพุทธเจ้าทรงประกาศถึงหลักคำสอน เรื่องฤกษ์ยาม
๑. คนเขลามัวถือฤกษ์ยามอยู่ ประโยชน์ย่อมล่วงเลยไป ประโยชน์เป็นตัวฤกษ์ของ
ประโยชน์ ดาวทั้งหลายจักทำาอะไรได้
๒. สัตว์ประพฤติสุจริตกายวาจาใจในเวลาเช้า เช้าวันนั้นย่อมเป็นเช้าที่ดีของสัตว์เหล่านั้น
ประพฤติสุจริตกาย วาจา ใจในเวลาเที่ยง เที่ยงวันนั้นย่อมเป็นเที่ยงที่ดีของสัตว์เหล่านั้น ประพฤติ
สุจริตกาย วาจา ใจในเวลาเย็น เย็นวันนั้นย่อมเป็นเย็นที่ดีของสัตว์เหล่านั้น จากข้อความดังกล่าวข้างต้น ในทางพระพุทธศาสนาเป็นการเน้นย้ำในการทำความดีเวลา
ใด นั่นคือ ฤกษ์ดีอยู่ในตัวอยู่แล้ว
ตามหลักพระพุทธศาสนาแล้ว ไม่ถือเรื่องฤกษ์ ถือความสุจริต ความสะดวกเป็นเกณฑ์
พระพุทธศาสนาให้ท าคุณงามความดี โดยไม่ต้องให้เชื่อว่าดีเพราะอาศัยเหตุภายนอก หากให้ท าดีที่
กาย วาจา ใจของตนหรือให้สร้างคุณงามความดีขึ้นเป็นพื้นฐาน เพื่อให้สิ่งอื่นๆ ถูกจูงให้ดีตามไปด้วย
พระพุทธเจ้าทรงประกอบคุณงามความดีแม้สถานที่ประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพานของพระองค์ก็
กลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ วันประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน คือ วันวิสาขบูชา ก็กลายเป็นวันส าคัญของ
โลก พระพุทธศาสนาเชื่อว่าความดี ความชั่ว กรรมดีกรรมชั่วนี้แหละที่ลิขิตวิถีชีวิต หรือกรรมที่ท านั้น
ย่อมปรุงแต่งคนให้ดีเลวต่างกัน
พระพุทธศาสนาถือว่าความดี ความชั่วที่เราท า แต่เพราะเราท าไว้หลายอย่างต่างๆ กัน
บางทีก็ดี บางทีก็ชั่ว ผลที่ได้รับจึงไม่เหมือนกัน และบางครั้งก็สลับซับซ้อนจนเหลือที่จะหาเหตุเบื้องต้น
และที่สุดได้ เมื่อพิจารณากันถึงรากฐานชั้นใน คือกรรมดีกรรมชั่วของคนแล้ว ผู้เรียนโหราศาสตร์บาง
คนก็อธิบายว่า ดวงดาวหรือท้องฟ้าเป็นคล้ายแผนที่ ซึ่งแสดงให้เห็นวิถีชีวิตของคนเราต่างๆ กัน คนที่
ท ากรรมดีก็เกิดมาโดยมีแผนที่ท้องฟ้าบอกไว้ว่าจะได้ดี คนที่ท ากรรมชั่วแผนที่ก็บอกไว้ว่าจะได้รับผล
ชั่ว เป็นการอธิบายโหราศาสตร์ให้มาสมคล้อยกับหลักท าดีได้ดี ท าชั่วได้ชั่วอีกต่อหนึ่ง คือยอมรับว่า
ความดีความชั่วจูงสิ่งอื่น ๆ รวมทั้งก าหนด ให้คนหรือสัตว์เกิดในขณะที่ดวงดาวอยู่ในลักษณะดีหรือชั่ว ไม่ใช่ดวงดาวบังคับคนให้ดีชั่ว กรรมดีกรรมชั่วนั้นเอง จูงให้คนไปเกิดในที่ที่มีความสุข ความเจริญ ให้มี
สิ่งแวดล้อมดีงาม เรื่องของดวงดาวเป็นเพียงแผนที่อ่านกรรมดีกรรมชั่วของคนเท่านั้น

ผลงานของท่านพันเอก (พิเศษ) นายแพทย์ ช่วย ทองใบ ผู้ล่วงลับซึ่งได้อุทิศชีวิตให้แก่วงการแพทย์และโหราศาสตร์และได้เขียน เวชศาสตร์โหราศาสต

ผลงานของท่านพันเอก (พิเศษ) นายแพทย์ ช่วย ทองใบ ผู้ล่วงลับซึ่งได้อุทิศชีวิตให้แก่วงการแพทย์และโหราศาสตร์และได้เขียน เวชศาสตร์โหราศาสตร์ ขึ้นมา ผมเองเป็นเพียงได้นำมาบอกกล่าวเพื่อสืบต่อปณิธานของท่าน หากมีข้อผิดพลาดประการใด ต้องกราบขออภัยท่านผู้รู้ด้วย หากมีความดีอย่างไรบังเกิดขึ้น ขอได้อุทิศให้แก่ครอบครัวของท่านผู้เขียนและแก่ดวงวิญญาณของท่านในสัมปรายภพด้วยเถิด

ราศีกับอวัยวะ
ราศีเมษ – ศีรษะ , หน้า , แก้ม , ตา , หู , ปาก ฯลฯ
ราศีพฤษภ – คอ, ด้านนอก-ในของคอ, หลอดอาหาร
ราศีเมถุน – แขน,หัวไหล่,ระบบหายใจ
ราศีกรกฎ – เต้านม, ช่องท้องส่วนบน , ตับ, ถุงน้ำดี, ตับอ่อน, กระเพาะอาหาร, มะเร็ง
ราศีสิงห์ – หัวใจ (Note : ระบบเลือด, เม็ดเลือดขาว, กระดูกไขสันหลัง, ม้าม – โดย natty)
ราศีกันย์ – ลำไส้
ราศีตุลย์ – กะบังลม, หลังส่วนล่าง, ไต, รังไข่, ไส้ตรง, ไส้ใหญ่บางส่วน, ช่องคลอด
ราศีพิจิก – อวัยวะสืบพันธุ์, กระเพาะปัสสาวะ, ทวารหนัก
ราศีธนู – ตะโพก, ขาอ่อน (Note : กระดูกเชิงกราน )
ราศีมังกร – หัวเข่า, กระดูก, ข้อต่อ, ผิวหนัง, ขน, ผม
ราศีกุมภ์ – ขาส่วนล่าง
ราศีมีน – เท้า

ภพเกี่ยวกับโรค
ภพที่ 1 – ดูลัคนาสถิตราศีอะไร ถ้าไม่มีดาวกุม ให้ดูเจ้าเรือนลัคนา ถ้ามีดาวกุม ให้อ่านดาวที่กุมกัน นอกจากนั้น ให้หาดูว่า ดาวอะไรเป็นตนุเกษตรของลัคนา
ภพที่ 6 – หมายถึงโรคภัยไขเจ็บ ดูว่า ดาวอะไรที่เกี่ยวข้องกับภพที่ 6
ภพที่ 8 – หมายถึง การสูญเสีย การจากไป
ภพที่ 12 – หมายถึง การสูญเสีย การเข้าโรงพยาบาล การเจ็บไข้ไปไหนไม่ได้
ภพที่ 3 – หมายถึง การผ่าตัด อุบัติเหตุ (เป็นภพที่ 8 ของภพมรณะลัคน์)
ภพที่ 11 – หมายถึง ผ่าตัด อุบัติเหตุ เจ็บไข้ได้ป่วย (เป็นภพที่ 6 ของภพอริลัคน์)
ภพที่ 4, 7, 10 อันเป็นเรือนเกณฑ์ หมายถึง ทำให้เครียด

ความหมายของดาวที่เกี่ยวกับเวชศาสตร์
ดาว ๑ – หัวใจ, ตาข้างขวา, สุขภาพทั่วไป
ดาว ๒ – จิตใจ, น้ำนม, น้ำเหลือง, ระดู, มดลูก, เต้านม, ตาซ้าย
ดาว ๓ – ผ่าตัด, อุบัติเหตุ, บาดเจ็บ, ความแข็งแรงทางกาย (Note: พลังงานทางเพศ – natty)
ดาว ๔ – สมอง, ประสาท, ระบบหายใจ, ระบบลำไส้, อัมพาต (Note: ฟัน (ดูดาว ๗ ด้วย – natty)
ดาว ๕ – ตับ, ถุงน้ำดี, ตับอ่อน, ความอ้วน, โรคเบาหวาน, กระเพาะอาหาร, ม้าม
ดาว ๖ – รังไข่, ไข่, ไต, ต่อมลูกหมาก, อัณฑะ
ดาว ๗ – ฟัน, กระดูก, ข้อ, โรคเกี่ยวกับกระดูก, โรคเรื้อรัง, ขน, ผม, ความเจ็บปวด (แบบทรมานนานๆ – natty)
(สำหรับฟันนั้น ผมมีความเห็น ต่างไปจากท่านผู้เขียนว่า พวกกระดูกในส่วนภายนอก เช่น เล็บ,ฟัน นั้น อยู่ภายใต้อิทธิพลการควบคุมของดาวพุธ ๔ ส่วนพวกกระดูกภายใน จะอยู่ในอิทธิพลความควบคุมของดาว ๗ – natty )
ราหู ๘ – การเป็นหนอง, หมัน, พุพอง, ฝีดาษ
(Note: สำหรับ พระ ๙ ไทย มักเป็นโรคเกี่ยวกับอาการคัน และ ดาว ๙ ร่วม กับดาว ๐ หมายถึง โรคเอดส์ – natty)
ดาว ๐ – อาการเปลี่ยนแปลงในทันทีทันใด, เกี่ยวกับอุบัติเหตุ, ไข้ลดลงทันที (crisis) ไข้ขึ้นสูงรวดเร็ว
ดาว เนปจูน – มะเร็ง, โรคที่รักษายาก, ไม่ทราบสาเหตุ (Note: โรคทางสังคม, โรคจิตเภทหมู่ – natty)
ดาวพลูโต – โรคอ้วน (Note: การเปลี่ยนแปลงในทางขยายที่ผิดปกติ – natty)

ดาวผสม
อังคาร + เสาร์ – เล็ง, ร่วม, จตุโกณ = อุบัติเหตุ, ผ่าตัด, ตาย, เจ็บปวด
อาทิตย์ + อังคาร + มฤตยู – อุบัติเหตุ
จันทร์ + เสาร์ – วิตกกังวล
อาทิตย์ + มฤตยู – เครียด ไข
เนปจูน + เสาร์ – มะเร็ง
พุธ – ศุกร์ – ทางเดินปัสสาวะ
ศูนย์รังสี พุธ/ศุกร์ = เสาร์ – ปัสสาวะติดขัด

ในการศึกษาและพยากรณ์ของท่าน พันเอก (พิเศษ) นายแพทย์ ช่วย ทองใบ นั้น ท่านได้ใช้โหราศาสตร์ พิจารณาในทุกแง่มุม ทั้งทางโหราศาสตร์ไทย – โหราศาสตร์สากล – โหราศาสตร์ยูเรเนียน และ โหราศาสตร์ภารตะ โดยพิจารณา ทั้งทางดวงราศีจักร ดวงนวางศ์จักร และดวงตรียางศ์จักร ซึ่งในที่นี้ ผมขอกล่าวถึงอย่างรวมๆกันไป โดยจะสรุปไปแต่ละโรคเลยนะครับ

ไซนัส (Sinusitis) – ดาวที่เกี่ยวข้อง คือ ดาว ๔ = การหายใจ, ดาว ๓ = กระตุ้นให้หายใจเร็ว, ดาว ๗ = ทำให้หายใจลำบาก อึดอัด, ดาว อังคาร/เสาร์ = ทำให้เจ็บปวด, ราศีเมถุน & ราศีกุมภ์ = ทางเดินอากาศ, ราศีเมษ = ศีรษะ, ราศีพฤษภ= คอ, น้ำมูกมาก = ๔ + ๒ , จาม = ดาว ๐ ร่วม ดาว อังคาร/พุธ

ดวงตัวอย่าง – ผู้เป็นโรคไซนัส – เกิดวันอังคารที่ 23 ตุลาคม 2494 เวลา 6.29 น.
ไข้หวัด – ดาว ๔ , ดาว (๑ , ๓) = ตัวร้อน มีไข้, ดาว ๐ = ทันทีทันใด , เจ็บคอ = (อังคาร/เสาร์) และ ราศีพฤษภ
หืด เจ้าการ = ดาว ๔, หายใจเข้า = (๔ + ๕) ทำมุมดีต่อกัน,หายใจออก = (๔ + ๗) ทำมุมดีต่อกัน , ไอ = (๔,๓)
หอบ = ๔ + ๐
ดวงตัวอย่าง (โรคหืด) – เกิด วันศุกร์ ที่ 11 เมษายน 2501 เวลา 9.47 น.
ดูดาว ๔ โดนบีบ เพราะ อยู่เมษ เรือนดาว ๓ และ ดาว ๓ อยู่เรือนดาว ๗ (ในราศี)
(ในดวงนวางศ์จักร) ๔ อยู่เรือน ๖ และ ๖ อยู่เรือน ๗
กากบาทใหญ่ – ๔ # ๕,๘,เนปจูน#๓# ๐ หมายถึง การต่อสู้ เพื่อธาตุทั้งสี่ โดยเอาลม (ธาตุลมราศีตุล) เป็นจุดสำคัญ
ดวงตัวอย่าง (โรคหืด) – เกิด วันพุธที่ 22 พฤษภาคม 2506 เวลาก่อนเที่ยงคืน
ราหู ๘ อยู่ในเรือน ๔ ทั้งในราศี และนวางศ์ (วรโคตม) ๔ โดนเบียนจาก ๓ เพราะ ๔ กุม ๑ แล้ว ดาว ๓ อยู่เรือนดาว ๑ ดาว ๒ อยู่เรือนดาว ๓ และ ดาว ๗ อยู่เรือน ๔ ในนวางศ์
ดวงตัวอย่าง (โรคหืด) – เกิดวันเสาร์ที่ 9 เมษายน 2464 เวลา 04.15 น.
ดวงตัวอย่าง (โรคหืด) – เกิดวันที่ 31 พฤษภาคม 2466 เวลา 08.45 น.

ภูมิแพ้ – ๓ + ๗ = ปฏิกิริยา การต่อสู้, ๐ = การระเบิด การเกิดขึ้นทันทีทันใด , ผิวหน้า = ๗ ,
ระบบหายใจ = พุธ และ ราศีธาตุลมทั้งหมด
ระบบทางเดินอาหาร = ราศีกันย์ พุธ พฤหัสบดี
ระบบประสาท = พุธ ราศีเมถุน
ปอดอักเสบ – ดาว ๔ = ราศีธาตุลม, ไข้ = ดาว (๑, ๓ ), ไอ = (๔+๓) , อักเสบ = (๑ + ๓) , เจ็บอก = (ดาว ๓,๗,ราศีกรกฎ และสิงห์) โรคแทรกซ้อนและเสมหะ = ราหู

โรคระบบทางเดินอาหาร – ราศีที่เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร คือ กันย์ ตุลย์ และ ตอนต้นของราศีพิจิก ดาว คือ ๔ การเจ็บปวด คือ (ดาว ๓ และ ๗ ต้องมีสัมพันธ์กัน) พวก ตับ,ตับอ่อน,ถุงน้ำดี ต้องรวมเข้าในระบบนี้ด้วย ดาวตัวแทน คือ ดาว ๕

โรคปวดข้อ ปวดกระดูก – ราศี เมถุน, มังกร และดาว ๗
โรคเกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะ – ไต = (๒, ๓ และราศีตุลย์) , ธารไต = ๔ , กระเพาะเบา = ราศีตุล , (ดาว ๔,๖ เข้าแทนไต ได้เลย )

โรคเกี่ยวกับมดลูกและรังไข่ = ดาว ๒ = มดลูก เยื่อบุมดลูก , ๖ = รังไข่ , ราศีตุล, มดลูก , ดาว ๕ = การขยายตัวของมดลูกและเยื่อบุมดลูก ความชุ่มชื้นของเยื่อบุมดลูก , (๒ , ๓ ) = ระดู, ( ๒, ๓) + ๕ = ระดูมาก, (๒,๓) + ๗ = ระดูน้อย (๒,๕) = การตั้งครรภ์

โรคนิ่ว = การขัดเบา คือ ๔/๖ = ๗ , (๗/๔) ปัสสาวะเดินไม่สะดวก