Category Archives: โหราศาสตร์ ๑๐ ลัคนา

คำสอนเรื่องฤกษ์ยาม พระพุทธเจ้าทรงประกาศถึงหลักคำสอน เรื่องฤกษ์ยาม

คำสอนเรื่องฤกษ์ยาม
พระพุทธเจ้าทรงประกาศถึงหลักคำสอน เรื่องฤกษ์ยาม
๑. คนเขลามัวถือฤกษ์ยามอยู่ ประโยชน์ย่อมล่วงเลยไป ประโยชน์เป็นตัวฤกษ์ของ
ประโยชน์ ดาวทั้งหลายจักทำาอะไรได้
๒. สัตว์ประพฤติสุจริตกายวาจาใจในเวลาเช้า เช้าวันนั้นย่อมเป็นเช้าที่ดีของสัตว์เหล่านั้น
ประพฤติสุจริตกาย วาจา ใจในเวลาเที่ยง เที่ยงวันนั้นย่อมเป็นเที่ยงที่ดีของสัตว์เหล่านั้น ประพฤติ
สุจริตกาย วาจา ใจในเวลาเย็น เย็นวันนั้นย่อมเป็นเย็นที่ดีของสัตว์เหล่านั้น จากข้อความดังกล่าวข้างต้น ในทางพระพุทธศาสนาเป็นการเน้นย้ำในการทำความดีเวลา
ใด นั่นคือ ฤกษ์ดีอยู่ในตัวอยู่แล้ว
ตามหลักพระพุทธศาสนาแล้ว ไม่ถือเรื่องฤกษ์ ถือความสุจริต ความสะดวกเป็นเกณฑ์
พระพุทธศาสนาให้ท าคุณงามความดี โดยไม่ต้องให้เชื่อว่าดีเพราะอาศัยเหตุภายนอก หากให้ท าดีที่
กาย วาจา ใจของตนหรือให้สร้างคุณงามความดีขึ้นเป็นพื้นฐาน เพื่อให้สิ่งอื่นๆ ถูกจูงให้ดีตามไปด้วย
พระพุทธเจ้าทรงประกอบคุณงามความดีแม้สถานที่ประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพานของพระองค์ก็
กลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ วันประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน คือ วันวิสาขบูชา ก็กลายเป็นวันส าคัญของ
โลก พระพุทธศาสนาเชื่อว่าความดี ความชั่ว กรรมดีกรรมชั่วนี้แหละที่ลิขิตวิถีชีวิต หรือกรรมที่ท านั้น
ย่อมปรุงแต่งคนให้ดีเลวต่างกัน
พระพุทธศาสนาถือว่าความดี ความชั่วที่เราท า แต่เพราะเราท าไว้หลายอย่างต่างๆ กัน
บางทีก็ดี บางทีก็ชั่ว ผลที่ได้รับจึงไม่เหมือนกัน และบางครั้งก็สลับซับซ้อนจนเหลือที่จะหาเหตุเบื้องต้น
และที่สุดได้ เมื่อพิจารณากันถึงรากฐานชั้นใน คือกรรมดีกรรมชั่วของคนแล้ว ผู้เรียนโหราศาสตร์บาง
คนก็อธิบายว่า ดวงดาวหรือท้องฟ้าเป็นคล้ายแผนที่ ซึ่งแสดงให้เห็นวิถีชีวิตของคนเราต่างๆ กัน คนที่
ท ากรรมดีก็เกิดมาโดยมีแผนที่ท้องฟ้าบอกไว้ว่าจะได้ดี คนที่ท ากรรมชั่วแผนที่ก็บอกไว้ว่าจะได้รับผล
ชั่ว เป็นการอธิบายโหราศาสตร์ให้มาสมคล้อยกับหลักท าดีได้ดี ท าชั่วได้ชั่วอีกต่อหนึ่ง คือยอมรับว่า
ความดีความชั่วจูงสิ่งอื่น ๆ รวมทั้งก าหนด ให้คนหรือสัตว์เกิดในขณะที่ดวงดาวอยู่ในลักษณะดีหรือชั่ว ไม่ใช่ดวงดาวบังคับคนให้ดีชั่ว กรรมดีกรรมชั่วนั้นเอง จูงให้คนไปเกิดในที่ที่มีความสุข ความเจริญ ให้มี
สิ่งแวดล้อมดีงาม เรื่องของดวงดาวเป็นเพียงแผนที่อ่านกรรมดีกรรมชั่วของคนเท่านั้น

ผลงานของท่านพันเอก (พิเศษ) นายแพทย์ ช่วย ทองใบ ผู้ล่วงลับซึ่งได้อุทิศชีวิตให้แก่วงการแพทย์และโหราศาสตร์และได้เขียน เวชศาสตร์โหราศาสต

ผลงานของท่านพันเอก (พิเศษ) นายแพทย์ ช่วย ทองใบ ผู้ล่วงลับซึ่งได้อุทิศชีวิตให้แก่วงการแพทย์และโหราศาสตร์และได้เขียน เวชศาสตร์โหราศาสตร์ ขึ้นมา ผมเองเป็นเพียงได้นำมาบอกกล่าวเพื่อสืบต่อปณิธานของท่าน หากมีข้อผิดพลาดประการใด ต้องกราบขออภัยท่านผู้รู้ด้วย หากมีความดีอย่างไรบังเกิดขึ้น ขอได้อุทิศให้แก่ครอบครัวของท่านผู้เขียนและแก่ดวงวิญญาณของท่านในสัมปรายภพด้วยเถิด

ราศีกับอวัยวะ
ราศีเมษ – ศีรษะ , หน้า , แก้ม , ตา , หู , ปาก ฯลฯ
ราศีพฤษภ – คอ, ด้านนอก-ในของคอ, หลอดอาหาร
ราศีเมถุน – แขน,หัวไหล่,ระบบหายใจ
ราศีกรกฎ – เต้านม, ช่องท้องส่วนบน , ตับ, ถุงน้ำดี, ตับอ่อน, กระเพาะอาหาร, มะเร็ง
ราศีสิงห์ – หัวใจ (Note : ระบบเลือด, เม็ดเลือดขาว, กระดูกไขสันหลัง, ม้าม – โดย natty)
ราศีกันย์ – ลำไส้
ราศีตุลย์ – กะบังลม, หลังส่วนล่าง, ไต, รังไข่, ไส้ตรง, ไส้ใหญ่บางส่วน, ช่องคลอด
ราศีพิจิก – อวัยวะสืบพันธุ์, กระเพาะปัสสาวะ, ทวารหนัก
ราศีธนู – ตะโพก, ขาอ่อน (Note : กระดูกเชิงกราน )
ราศีมังกร – หัวเข่า, กระดูก, ข้อต่อ, ผิวหนัง, ขน, ผม
ราศีกุมภ์ – ขาส่วนล่าง
ราศีมีน – เท้า

ภพเกี่ยวกับโรค
ภพที่ 1 – ดูลัคนาสถิตราศีอะไร ถ้าไม่มีดาวกุม ให้ดูเจ้าเรือนลัคนา ถ้ามีดาวกุม ให้อ่านดาวที่กุมกัน นอกจากนั้น ให้หาดูว่า ดาวอะไรเป็นตนุเกษตรของลัคนา
ภพที่ 6 – หมายถึงโรคภัยไขเจ็บ ดูว่า ดาวอะไรที่เกี่ยวข้องกับภพที่ 6
ภพที่ 8 – หมายถึง การสูญเสีย การจากไป
ภพที่ 12 – หมายถึง การสูญเสีย การเข้าโรงพยาบาล การเจ็บไข้ไปไหนไม่ได้
ภพที่ 3 – หมายถึง การผ่าตัด อุบัติเหตุ (เป็นภพที่ 8 ของภพมรณะลัคน์)
ภพที่ 11 – หมายถึง ผ่าตัด อุบัติเหตุ เจ็บไข้ได้ป่วย (เป็นภพที่ 6 ของภพอริลัคน์)
ภพที่ 4, 7, 10 อันเป็นเรือนเกณฑ์ หมายถึง ทำให้เครียด

ความหมายของดาวที่เกี่ยวกับเวชศาสตร์
ดาว ๑ – หัวใจ, ตาข้างขวา, สุขภาพทั่วไป
ดาว ๒ – จิตใจ, น้ำนม, น้ำเหลือง, ระดู, มดลูก, เต้านม, ตาซ้าย
ดาว ๓ – ผ่าตัด, อุบัติเหตุ, บาดเจ็บ, ความแข็งแรงทางกาย (Note: พลังงานทางเพศ – natty)
ดาว ๔ – สมอง, ประสาท, ระบบหายใจ, ระบบลำไส้, อัมพาต (Note: ฟัน (ดูดาว ๗ ด้วย – natty)
ดาว ๕ – ตับ, ถุงน้ำดี, ตับอ่อน, ความอ้วน, โรคเบาหวาน, กระเพาะอาหาร, ม้าม
ดาว ๖ – รังไข่, ไข่, ไต, ต่อมลูกหมาก, อัณฑะ
ดาว ๗ – ฟัน, กระดูก, ข้อ, โรคเกี่ยวกับกระดูก, โรคเรื้อรัง, ขน, ผม, ความเจ็บปวด (แบบทรมานนานๆ – natty)
(สำหรับฟันนั้น ผมมีความเห็น ต่างไปจากท่านผู้เขียนว่า พวกกระดูกในส่วนภายนอก เช่น เล็บ,ฟัน นั้น อยู่ภายใต้อิทธิพลการควบคุมของดาวพุธ ๔ ส่วนพวกกระดูกภายใน จะอยู่ในอิทธิพลความควบคุมของดาว ๗ – natty )
ราหู ๘ – การเป็นหนอง, หมัน, พุพอง, ฝีดาษ
(Note: สำหรับ พระ ๙ ไทย มักเป็นโรคเกี่ยวกับอาการคัน และ ดาว ๙ ร่วม กับดาว ๐ หมายถึง โรคเอดส์ – natty)
ดาว ๐ – อาการเปลี่ยนแปลงในทันทีทันใด, เกี่ยวกับอุบัติเหตุ, ไข้ลดลงทันที (crisis) ไข้ขึ้นสูงรวดเร็ว
ดาว เนปจูน – มะเร็ง, โรคที่รักษายาก, ไม่ทราบสาเหตุ (Note: โรคทางสังคม, โรคจิตเภทหมู่ – natty)
ดาวพลูโต – โรคอ้วน (Note: การเปลี่ยนแปลงในทางขยายที่ผิดปกติ – natty)

ดาวผสม
อังคาร + เสาร์ – เล็ง, ร่วม, จตุโกณ = อุบัติเหตุ, ผ่าตัด, ตาย, เจ็บปวด
อาทิตย์ + อังคาร + มฤตยู – อุบัติเหตุ
จันทร์ + เสาร์ – วิตกกังวล
อาทิตย์ + มฤตยู – เครียด ไข
เนปจูน + เสาร์ – มะเร็ง
พุธ – ศุกร์ – ทางเดินปัสสาวะ
ศูนย์รังสี พุธ/ศุกร์ = เสาร์ – ปัสสาวะติดขัด

ในการศึกษาและพยากรณ์ของท่าน พันเอก (พิเศษ) นายแพทย์ ช่วย ทองใบ นั้น ท่านได้ใช้โหราศาสตร์ พิจารณาในทุกแง่มุม ทั้งทางโหราศาสตร์ไทย – โหราศาสตร์สากล – โหราศาสตร์ยูเรเนียน และ โหราศาสตร์ภารตะ โดยพิจารณา ทั้งทางดวงราศีจักร ดวงนวางศ์จักร และดวงตรียางศ์จักร ซึ่งในที่นี้ ผมขอกล่าวถึงอย่างรวมๆกันไป โดยจะสรุปไปแต่ละโรคเลยนะครับ

ไซนัส (Sinusitis) – ดาวที่เกี่ยวข้อง คือ ดาว ๔ = การหายใจ, ดาว ๓ = กระตุ้นให้หายใจเร็ว, ดาว ๗ = ทำให้หายใจลำบาก อึดอัด, ดาว อังคาร/เสาร์ = ทำให้เจ็บปวด, ราศีเมถุน & ราศีกุมภ์ = ทางเดินอากาศ, ราศีเมษ = ศีรษะ, ราศีพฤษภ= คอ, น้ำมูกมาก = ๔ + ๒ , จาม = ดาว ๐ ร่วม ดาว อังคาร/พุธ

ดวงตัวอย่าง – ผู้เป็นโรคไซนัส – เกิดวันอังคารที่ 23 ตุลาคม 2494 เวลา 6.29 น.
ไข้หวัด – ดาว ๔ , ดาว (๑ , ๓) = ตัวร้อน มีไข้, ดาว ๐ = ทันทีทันใด , เจ็บคอ = (อังคาร/เสาร์) และ ราศีพฤษภ
หืด เจ้าการ = ดาว ๔, หายใจเข้า = (๔ + ๕) ทำมุมดีต่อกัน,หายใจออก = (๔ + ๗) ทำมุมดีต่อกัน , ไอ = (๔,๓)
หอบ = ๔ + ๐
ดวงตัวอย่าง (โรคหืด) – เกิด วันศุกร์ ที่ 11 เมษายน 2501 เวลา 9.47 น.
ดูดาว ๔ โดนบีบ เพราะ อยู่เมษ เรือนดาว ๓ และ ดาว ๓ อยู่เรือนดาว ๗ (ในราศี)
(ในดวงนวางศ์จักร) ๔ อยู่เรือน ๖ และ ๖ อยู่เรือน ๗
กากบาทใหญ่ – ๔ # ๕,๘,เนปจูน#๓# ๐ หมายถึง การต่อสู้ เพื่อธาตุทั้งสี่ โดยเอาลม (ธาตุลมราศีตุล) เป็นจุดสำคัญ
ดวงตัวอย่าง (โรคหืด) – เกิด วันพุธที่ 22 พฤษภาคม 2506 เวลาก่อนเที่ยงคืน
ราหู ๘ อยู่ในเรือน ๔ ทั้งในราศี และนวางศ์ (วรโคตม) ๔ โดนเบียนจาก ๓ เพราะ ๔ กุม ๑ แล้ว ดาว ๓ อยู่เรือนดาว ๑ ดาว ๒ อยู่เรือนดาว ๓ และ ดาว ๗ อยู่เรือน ๔ ในนวางศ์
ดวงตัวอย่าง (โรคหืด) – เกิดวันเสาร์ที่ 9 เมษายน 2464 เวลา 04.15 น.
ดวงตัวอย่าง (โรคหืด) – เกิดวันที่ 31 พฤษภาคม 2466 เวลา 08.45 น.

ภูมิแพ้ – ๓ + ๗ = ปฏิกิริยา การต่อสู้, ๐ = การระเบิด การเกิดขึ้นทันทีทันใด , ผิวหน้า = ๗ ,
ระบบหายใจ = พุธ และ ราศีธาตุลมทั้งหมด
ระบบทางเดินอาหาร = ราศีกันย์ พุธ พฤหัสบดี
ระบบประสาท = พุธ ราศีเมถุน
ปอดอักเสบ – ดาว ๔ = ราศีธาตุลม, ไข้ = ดาว (๑, ๓ ), ไอ = (๔+๓) , อักเสบ = (๑ + ๓) , เจ็บอก = (ดาว ๓,๗,ราศีกรกฎ และสิงห์) โรคแทรกซ้อนและเสมหะ = ราหู

โรคระบบทางเดินอาหาร – ราศีที่เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร คือ กันย์ ตุลย์ และ ตอนต้นของราศีพิจิก ดาว คือ ๔ การเจ็บปวด คือ (ดาว ๓ และ ๗ ต้องมีสัมพันธ์กัน) พวก ตับ,ตับอ่อน,ถุงน้ำดี ต้องรวมเข้าในระบบนี้ด้วย ดาวตัวแทน คือ ดาว ๕

โรคปวดข้อ ปวดกระดูก – ราศี เมถุน, มังกร และดาว ๗
โรคเกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะ – ไต = (๒, ๓ และราศีตุลย์) , ธารไต = ๔ , กระเพาะเบา = ราศีตุล , (ดาว ๔,๖ เข้าแทนไต ได้เลย )

โรคเกี่ยวกับมดลูกและรังไข่ = ดาว ๒ = มดลูก เยื่อบุมดลูก , ๖ = รังไข่ , ราศีตุล, มดลูก , ดาว ๕ = การขยายตัวของมดลูกและเยื่อบุมดลูก ความชุ่มชื้นของเยื่อบุมดลูก , (๒ , ๓ ) = ระดู, ( ๒, ๓) + ๕ = ระดูมาก, (๒,๓) + ๗ = ระดูน้อย (๒,๕) = การตั้งครรภ์

โรคนิ่ว = การขัดเบา คือ ๔/๖ = ๗ , (๗/๔) ปัสสาวะเดินไม่สะดวก

ยามอัฐกาลชั้นฉาย 1 ยามใช้เวลา 1 ชม.30 นาที วันเสาร์ ยามที่ 1 ยามนคร ยามเสารี

วันเสาร์

วันเสาร์ ยามที่ 1 ยามนคร ยามเสารี (06:00-07:30) เสารี กำลังดังช้างสาร กำแหงหาญฤทธานั้นปรากฏ ได้เมื่ออักขะโมขีมีพยศ เป็นกำหนดให้ยามตามเรื่องราว เป็นยามดี มีความสามารถมาก

วันเสาร์ ยามที่ 2 ยามยายี ยามครู (07:30-09:00) ยามครูพบพราหมณ์เอาเป็นผัว จำแลงตัวกรุ้งกริ้งเป็นหญิงสาว บำเรอรักภักดีไม่มีคราว ทุกค่ำเช้าชมชิดสนิทนอน เป็นยามดีทางหาคู่ แต่อาจจะโดนคนหลอกลวงได้ วันเสาร์ ยามที่ 3 ยามนคร ยามภุมมะ (09:00-10:30) ภุมมะ เกิดบุตรอันสุดรัก ชื่นบุญญลักษณ์เรืองฤทธิ์มหิศร สุขเกษมเปรมปราสถาพร ยังไม่จรจากสถานของมารดา เป็นยามดี จะได้ลาภ ได้บริวาร

วันเสาร์ ยามที่ 4 ยามยายี ยามสุริชะ (10:30-12:00) สุริชะ ลักพาบิดาหนี ข้ามคีรีห้วยธารละหานผา ไม่รอรั้งตั้งแต่จะรีบมา ยามนี้พากันหนีดีสุดใจ เป็นยามดีเหมาะแก่การหลบหนี

วันเสาร์ ยามที่ 5 ยามนคร ยามศุกระ (12:00-13:30) ศุกระ มาปะแม่น้ำกว้าง ยืนอยู่ข้างมหาชลาไหล เป็นยามดีหนีรอดตลอดไป ไม่มีภัยแผ้วพาลสำราญกาย เป็นยามดี หนีรอดปลอดภัย

วันเสาร์ ยามที่ 6 ยามนคร ยามพุธะ (13:30-15:00) พุธะ นางยักษ์ประจักษ์เหตุ ชลเนตรคลอคลองลงนองสาย ไปตามลูกกับผัวแทบตัวตาย เป็นยามร้ายหมายจำเอาทำนอง เป็นยามไม่ดี ข้าวของเสียหาย ไม่ได้คืน ระวังจะสูญเสียของรัก มีความเศร้าโศก

วันเสาร์ ยามที่ 7 ยามนคร ยามจันเทา (15:00-16:30) จันเทา นางก็ถึงซึ่งพินาศ โอรสราชทดแทนพระคุณสนอง ไม่สู้ดียามนี้มักขัดข้อง นางจึงต้องมรณาชีวาวาย เป็นยามตาย ระวังอันตรายถึงชีวิต

วันเสาร์ ยามที่ 8 ยามเสารี (16:30-18:00) เสารี ได้เมื่อลูกรัก เจริญศักดิ์โสภาจะหาไหน ได้ครอบครองธานีไม่มีภัย สำราญใจทุกวันนิรันดร เป็นยามดี จะมีโชค ไม่มีอันตราย

คืนวันเสาร์ ยามที่ 1 ยามนคร ยามโสโร (18:00-19:30) โสโร หนุมาณอันหาญกล้า รับอาสาทรงฤทธิ์อดิศร พบฤาษีเข้ากราบก้มประนมกร อาศัยนอนที่ศาลาในราตรี เป็นยามดี จะมีคนช่วยเหลือ อุปถัมภ์

คืนวันเสาร์ ยามที่ 2 ยามนคร ยามพุโธ (19:30-21:00) พุโธ หนุมาณทะยานเหาะ หมายเอาเกาะลงกาอันเรืองศรี ก็เหาะตรงลงการาชธานี เป็นยามดีได้สมอารมณ์ลิง เป็นยามดี เดินทางไป จะประสบผลสำเร็จ

คืนวันเสาร์ ยามที่ 3 ยามยายี ยามรวิ (21:00-22:30) ยามรวิ ตริตรองมองเขม้น ก็แลเห็นธิดาพระยาหญิง สังเกตดูยลแยบน่าแอบอิง เห็นความจริงซื่อสัตย์ต่อภัสดา เป็นยามดี จะได้พบคู่แท้ หรือ พบเพื่อนที่จริงใจต่อกัน คืนวันเสาร์ ยามที่ 4 ยามนคร ยามชีโว (22:30-24:00) ชีโว ยอบกายถวายแหวน สีดาแสนเศร้าสร้อยละห้อยหา ชลไนยไหลหลั่งดั่งธารา นางโศกาฟูมฟายแทบวายปราณ เป็นยามไม่ดี จะประสบความเสียใจ เศร้าโศก

คืนวันเสาร์ ยามที่ 5 ยามนคร ยามศะศิ (00:00-01:30) ศะศิ บุตรพระพายถวายแล้ว เห็นนางแก้วโศกาน่าสงสาร แล้วลีลามาจากเยาวมาลย์ เข้ารุกรานหักสวนอสุรี เป็นยามไม่ดี ข้าวของเสียหาย ไม่ได้คืน

คืนวันเสาร์ ยามที่ 6 ยามยายี ยามศุกโกร (01:30-03:00) ศุกโกร ฆ่ายักษ์ลงม้วยมรณ์ ข่าวขจรทราบข่าวถึงยักษี อึกกะทึกกึกก้อง เป็นยามไม่ดี จะโดนปองร้ายจากศัตรู

คืนวันเสาร์ ยามที่ 7 ยามนคร ยามภุมโม (03:00-04:30) ภุมโม อินทรชิตรับอาสา ก็รีบมาสวนขวัญปะลิงใหญ่ จึงแผลงศรจับตัววานรได้ แล้วนำไปถวายพระบิดา เป็นยามไม่ดี จะแพ้ภัย

คืนวันเสาร์ ยามที่ 8 ยามโสโร (04:30-06:00) โสโร เกือบใกล้อรุณรุ่ง หนุมาณเผากรุงท้าวยักษา อัฏฐกาลสองสถานรำพันมา แม้นยาตราเลือกเดินดำเนินเอย เป็นยามไม่ดี ระวังไฟไหม้ จะสูญเสียทรัพย์สิน บ้านช่อง

 

 

“ดวงยอดขุนพล” “สูรย์จันทร์คุมเมษแล้ว ลัคน์สถิตย์ กุมภา ภุมพุธมังกรชิด ร่วมห้อง กรกฎพฤหัสติด ศุกร์คู่ ดวงแฮ เจ็ดแปดร่วมตุลย์พ้อง ยอดแท้ขุนทหาร.”

ยามอัฐกาลชั้นฉาย 1 ยามใช้เวลา 1 ชม.30 นาที วันศุกร์ ยามที่ 1 ยามยายี ยามศุกระ

วันศุกร์

วันศุกร์ ยามที่ 1 ยามยายี ยามศุกระ (06:00-07:30) ศุกระ ยามมหาสถาผล พระสุธนมากำเนิดสนอง เป็นกษัตริย์ฟุ้งเฟื่องอันเรืองรอง ได้ครอบครองสมบัติสวัสดี เป็นยามดีมาก

วันศุกร์ ยามที่ 2 ยามนคร ยามพุธะ (07:30-09:00) พุธะ พระได้มโนเรศ เป็นปิ่นเกษไกรราชบุรีศรี โฉมสำอางนางฟ้ากุมารี พระภูมีชื่นชมภิรมย์ทรวง เป็นยามดี จะประสบความสำเร็จ

วันศุกร์ ยามที่ 3 ยามยายี ยามจันเทา (09:00-10:30) จันเทา เยาวเรศเมื่อเหตุมี พบฤาษีนางสั่งถึงวังหลวง ว่าเศร้าโศกโศกาน้ำตาร่วง ดุจดวงหทัยจะใหลหลง เป็นยามไม่ดี จะมีทุกข์

วันศุกร์ ยามที่ 4 ยามนคร ยามเสารี (10:30-12:00) เสารี สามีเที่ยวตามหา แสนโศกามาในไพรระหง ถึงอาศรมฤาษีที่กลางดง พระโฉมยงไต่ถามพระสิทธา เป็นยามไม่ดี มีความทุกข์ ถ้าของหายไป ยังไม่ได้คืน

วันศุกร์ ยามที่ 5 ยามยายี ยามครู (12:00-13:30) ครู บาตาฤาษีก็ชี้ช่อง ดังทำนองนางสั่งไม่กังขา พระจดจำถ้อยคำแล้วอำลา ยามนี้หนาลำบากต้องจากกัน ได้ข่าว แต่ได้รับข่าวด้วยความยากลำบาก

วันศุกร์ ยามที่ 6 ยามนคร ยามภุมมะ (13:30-15:00) ภุมมะ พระรีบไปดังใจหวัง ขึ้นขี่หลังนกใหญ่ข้ามไพรสณฑ์ ถึงไกรลาศยาตรเยื้องจรจรัล ข้ามเขตขัณฑสีมายังธานี เป็นยามดี เดินทางสะดวกปลอดภัย

วันศุกร์ ยามที่ 7 ยามนคร ยามสุริชะ (15:00-16:30) สุริชะ มาปะเมื่อนางสรง จึงให้ธำมรงค์อันเรืองศรี นางเห็นองค์บดินทร์ก็ยินดี กินรีสอดดูพระกุมาร เป็นยามดี เหมาะกับความรัก

วันศุกร์ ยามที่ 8 ยามศุกระ (16:30-18:00) ศุกระ พระได้เสวยสุข นิราศทุกข์สุขโขสโมสร ได้นางคืนชื่นจิตสนิทนอน สถาพรพูนสวัสดิ์อยู่อัตรา เป็นยามดี ได้ทุกอย่างตามที่ต้องการ

คืนวันศุกร์ ยามที่ 1 ยามยายี ยามศุกโกร (18:00-19:30) ศุกโกร โอฬารมหาวิเศษ เมื่อพระเวสสันดรอนาถา ได้ครอบครองธานีแสนปรีดา ฝูงประชาชมชื่นทุกคืนวัน เป็นยามดี จะได้ดีมีความสุข

คืนวันศุกร์ ยามที่ 2 ยามยายี ยามภุมโม (19:30-21:00) ภุมโม ยามนี้ร้ายให้ขัดขวาง ให้ทานช้างเผือกผู้ตัวขยัน พลเมืองเคืององค์พระทรงธรรม์ ก็ชวนกันครหาว่าไม่ดี เป็นยามร้าย จะมีคนนินทาให้ร้าย

คืนวันศุกร์ ยามที่ 3 ยามนคร ยามโสโร (21:00-22:30) โสโร ร้ายได้เมื่อบิดาโกรธ พิฆาตโทษสำทับต้องขับหนี ไม่เอาไว้ไล่พรากจากบุรี ด้วยทำผิดประเวณีแต่โบราณ เป็นยามไม่ดี ถ้ามีคดีความจะแพ้ จะถูกขับไล่ พลัดพรากจากกัน

คืนวันศุกร์ ยามที่ 4 ยามยายี ยามพุโธ (22:30-24:00) พุโธ โอ้นางมัทรีมิห่างผัว ยอมเอาตัวติดตามยามยุคเข็ญ สนองบาทบริกาคราจำเป็น ยามนี้เป็นเรื่องเศร้าอย่าเบาความ เป็นยามไม่ดี จะประสบความลำบาก มีความทุกข์

คืนวันศุกร์ ยามที่ 5 ยามยายี ยามรวิ (00:00-01:30) ยามรวิ ชีชูชกไปทูลขอ สองพระหน่อวรนารถดังมาตรหมาย ได้แล้วพามาเมืองอันเรืองพราย ฝูงอำมาตย์ทั้งหลายก็จับพลัน เป็นยามดี สู่ขอได้จะมีลาภ ต้นดีปลายร้าย

คืนวันศุกร์ ยามที่ 6 ยามนคร ยามชีโว (01:30-03:00) ชีโว ชูชกขึ้นปราสาท ไทยธิราชเลี้ยงอิ่มไม่เดียดฉันท์ ท้องแตกตายวายชีพชีวัน ในยามนั้นว่าร้ายทำนายดู เป็นยามก้ำกึ่ง ต้นดีปลายร้าย อาจจะถึงฆาตได้ หากหลงไปกับความสุขเฉพาะหน้า

คืนวันศุกร์ ยามที่ 7 ยามนคร ยามศะศิ (03:00-04:30) ศะศิ เกณฑ์ช้างม้าโยธาทัพ ออกไปรับเวสสันดรที่บวชอยู่ ทั้งไพร่พลแห่ห้อมล้อมพรั่งพรู เสด็จสู่กรุงศรีบุรีรมย์ เป็นยามดี คนที่จากไปจะกลับมา มีโชคดี

คืนวันศุกร์ ยามที่ 8 ยามศุกโกร (04:30-06:00) ศุกโกร พระบิดาราชาภิเษก เป็นจอมเอกองค์กษัตริย์อันสูงสม เฉลิมมิ่งมงกุฎอันอุดม เป็นบรมสุโขภิญโญยศ เป็นยามดีมาก
 

 

“ดวงพระยาเทครัว” “ดวงชตาของพระยาเทครัวนี้ ลัคน์อยู่มีนาคมมาสมสู่ ในราศีกันยาพุธราหู เข้าคุมอยู่แต่กำเนิดพอเกิดมา หรือไม่ก็ลัคน์มีนาแต่ราหู กับพุธอยู่เมถุนนังระวังหนา อีกอนึ่งพึงพินิจพิจารณา ลัคน์กันยาห้าแปดอยู่ธนูมีน ดวงเช่นนี้อาจารย์ท่านขานไข อย่าไว้ใจแม่ของเมียยังเสียสิ้น เรื่องเข้าหอล่อกามาเป็นอาจินต์ ทั้งทาสินทาสีป่นปี้เอย.”

ยามอัฐกาลชั้นฉาย 1 ยามใช้เวลา 1 ชม.30 นาที” วันพฤหัส ยามที่ 1 ยามนคร ยามครู

วันพฤหัสบดี

วันพฤหัส ยามที่ 1 ยามนคร ยามครู (06:00-07:30) ครู ยามรุ่งอรุณอบอุ่นจิต เป็นนิมิตยามดีมหาศาล เป็นยามของบัณฑิตใช่จิตพาล ดุลวิกาลจากไปไสวมา เป็นยามดี เป็นยามของผู้มีความรู้

วันพฤหัส ยามที่ 2 ยามยายี ยามภุมมะ (07:30-09:00) ภุมมะ พระได้เสวยราชย์ เอกราชฦาเลื่องเรื่องสนาม แต่รูปทรงของพระองค์ไม่สู้งาม ตำรายามนี้ว่าดีดังมีมา เป็นยามดี จะได้ลาภยศบรรดาศักดิ์

วันพฤหัส ยามที่ 3 ยามนคร ยามสุริชะ (09:00-10:30) สุริชะ พระมเหษี ชื่อประภาวดีเสน่หา ประคองเคียงเพียงดวงนัยนา ครองพาราเป็นสุขสนุกสบาย เป็นยามดี จะมีลาภ

วันพฤหัส ยามที่ 4 ยามยายี ยามศุกระ (10:30-12:00) ศุกระ ประภาวดีเธอหนีหาย ไปบุรีบิตุเรศอันเรืองฉาย กุศราชร้อนใจไม่สบาย เป็นยามร้ายร้อนรนพ้นประมาณ เป็นยามร้าย ถ้าของหายจะไม่ได้ข่าว

วันพฤหัส ยามที่ 5 ยามนคร ยามพุธะ (12:00-13:30) พุธะ ยามพุธพระกุศราช ไปตามนาฎถึงประเทศเขตสถาน ได้พบองค์นงเยาว์ลำเภาพาล แต่ภูบาลมิได้เข้าใกล้นาง เป็นยามดี หากของหาย จะได้ข่าว แต่ยังไม่ได้คืน

วันพฤหัส ยามที่ 6 ยามยายี ยามจันเทา (13:30-15:00) จันเทา ท้าวไทยพิไรร่ำ ทุกคืนค่ำศรดสลดหมาง ไม่สู้ดียามนี้เป็นปานกลาง มักจักร้างแรมรักประจักษ์ใจ เป็นยามปานกลาง จะพลัดพราก

วันพฤหัส ยามที่ 7 ยามยายี ยามเสารี (15:00-16:30) เสารี กุศราชชนะศึก ก็สมนึกยินดีจะมีไหน ทำสงครามยามนี้ต้องมีชัย จงจำไว้เป็นอย่างอย่าคลางแคลง เป็นยามดีมาก ถ้ามีคดีความ จะชนะความ หากแข่งขันจะชนะ

วันพฤหัส ยามที่ 8 ยามครู (16:30-18:00) ยามครูนี้ดีสุดกุศราช เสวยราชย์ดีทั่วกลัวทุกแห่ง สมดังจิตคิดไว้มิได้แคลง กุศลแต่งให้ได้ดีมีบุญญา เป็นยามดีมาก ทำอะไรก็จะประสบความสำเร็จ

คืนวันพฤหัส ยามที่ 1 ยามยายี ยามชีโว (18:00-19:30) ชีโว อุตโมโอฬารล้ำ เวลาค่ำยามนี้ดีหนักหนา ได้เมื่อพระสัชนูกุมารา อาชาพาลดเลี้ยวเที่ยวหาเมีย เป็นยามดี เดินทางดี

คืนวันพฤหัส ยามที่ 2 ยามนคร ยามศะศิ (19:30-21:00) ศะศิ ได้พานพบประสบพักตร์ อารีรักร่วมใจจนได้เสีย ไม่อิ่มหนำค่ำเช้าเฝ้าคลอเคลีย หาลูกเมียยามนี้ดีสุดใจ เป็นยามดี จะได้ลาภ ได้คู่

คืนวันพฤหัส ยามที่ 3 ยามนคร ยามศุกโกร (21:00-22:30) ศุกโกร สัชนูพคู่ชื่น เสด็จคืนภาราอันผ่องใส อยู่ด้วยนุชประภาผู้ยาใจ ครองเวียงไชยชื่นชมภิรมยา เป็นยามดี จะได้คู่

คืนวันพฤหัส ยามที่ 4 ยามยายี ยามภุมโม (22:30-24:00) ภุมโม ชมชิดพิศวาส ด้วยนงนารถแน่งน้อยเสน่หา เสวยรมย์ชมสาวสวรรคยา ทั้งสองรารื่นเริงบันเทิงใจ เป็นยามดี จะมีความสุข

คืนวันพฤหัส ยามที่ 5 ยามนคร ยามโสโร (00:00-01:30) โสโร เมื่อม้าอาชาชาติ พานงนารถข้ามเขินเนินไศล ไปหาพระมารดาผู้ยาใจ แต่ยังไปไม่ถึงพอครึ่งทาง ถามถึงคนจากไป ออกเดินทางมาแล้ว แต่ยังมาไม่ถึง

คืนวันพฤหัส ยามที่ 6 ยามนคร ยามพุโธ (01:30-03:00) พุโธ มาอาศัยอยู่ในป่า พลัดกับม้านุชน้องยิ่งหมองหมาง มีโจรไพรใจกล้ามาพานาง อย่าเดินทางอันตรายจะราวี เป็นยามร้าย ถ้าออกเดินทางไป จะมีอันตราย

คืนวันพฤหัส ยามที่ 7 ยามยายี ยามรวิ (03:00-04:30) รวิ นางนงเยาว์สำเภาแตก ลำบากกายว่ายแหวกวารีศรี ห้ามมิให้เดินทางกลางนที เหตุจะมีเหมือนกันดังพรรณนา เป็นยามร้าย ห้ามเดินทางทางเรือ ไปแล้วจะมีเคราะห์

คืนวันพฤหัส ยามที่ 8 ยามชีโว (04:30-06:00) ชีโว สุริโยวโรภาส อนงค์นารถเดินไพรไกลหนักหนา ได้พบกับพาชีแสนปรีดา ก็ชักพากันไปดังใจปอง เป็นยามดี จะได้ลาภสมปรารถนา
 

 

 

“ลัคนาปฏิสนธิ” “พระจันทร์กุมลัคนาราชันโชค หรือเป็นโยคสามหน้าหรือสามหลัง ถ้าเป็นหกตกฤทธีมีพลัง เป็นสิบทั้งสิบเอ็ดเด็ดอุดม จะคุ้มครองป้องปัดพิบัติแบ่ง บาปเคราะห์แข็งหักโหดโทษทุกข์ถม จักแก้ไขให้อ่อนหย่อนระทม ดวงนิยมปฏิสนธ์ผ่อนปรนเอย.”

ยามอัฐกาลชั้นฉาย 1 ยามใช้เวลา 1 ชม.30 นาที วันพุธ ยามที่ 1 ยามยายี ยามพุธะ

วันพุธ

วันพุธ ยามที่ 1 ยามยายี ยามพุธะ (06:00-07:30) พุธะ ได้เมื่อพระฉัตทันต์ จากสวรรค์มาเกิดในไพรระหง เป็นใหญ่กว่าฝูงช้างในกลางดง พระองค์ทรงศิลาบารมี เป็นยามดี ต่อไปจะมีอำนาจ บารมี

วันพุธ ยามที่ 2 ยามนคร ยามจันเทา (07:30-09:00) จันเทา นางเช้าก็แวดล้อม สะพรั่งพร้อมเป็นขนัดล้วนหัตถี อยู่เป็นสุขทุกทิวาและราตรี มิได้มีภยันอันตราย เป็นยามดี ได้บริวารดี เดินทางสะดวกปลอดภัย

วันพุธ ยามที่ 3 ยามยายี ยามเสารี (09:00-10:30) เสารี นี้ได้จุลสุพัตรา ผูกเวลาอาฆาตดังมาดหมาย ปองจะฆ่าพระยาฉัตทันต์ตาย เป็นยามร้ายศัตรูมักดูแคลน เป็นยามร้าย จะถูกศัตรูทำร้าย

วันพุธ ยามที่ 4 ยามนคร ยามครู (10:30-12:00) ครู นางผู้มเหสีไม่สร่างโศก บังเกิดโรคในทรวงเพราะหวงแหน อกแตกตายวายชีวงในดงแดน ยามนี้แสนสุดร้ายไม่อุดม เป็นยามร้าย หากถามถึงการเจ็บป่วย จะถึงตาย วันพุธ ยามที่ 5 ยามยายี ยามภุมมะ (12:00-13:30) ภุมมะ จุลสุพัตรวิบัติแล้ว เป็นนางแก้วบุตรหม่อมจอมสนม มีสมบัติพัสถานสำราญรมย์ นางก็ชมเชยชื่นทุกคืนวัน เป็นยามดี จะได้ลาภทรัพย์สมบัติ

วันพุธ ยามที่ 6 ยามยายี ยามสุริชะ (13:30-15:00) สุริชะ นางกษัตริย์จึงตรัสถาม จงใคร่นอนทแท่นงานอันเฉิดฉัน ชะอ้อนวอนบิดาแล้วจาบัลย์ ด้วยเวลามาทันให้บันดาล เป็นยามไม่ดี

วันพุธ ยามที่ 7 ยามนคร ยามศุกระ (15:00-16:30) ศุกระ พรานไพรน้ำใจกล้า รับอาสาท้าวไทยเข้าไพรสาณฑ์ เป็นยามดีได้สมอารมณ์พราน ไปพบพานโพธิสัตว์พระฉัตทันต์ เป็นยามดี เดินทางไปจะได้ลาภ ประสบความสำเร็จในการงาน

วันพุธยามที่ 8 ยามพุธะ (16:30-18:00) พุธะ โพธิสัตว์ก็เลื่อยงา ประทานมาให้พรานขมีขมัน แล้วพระองค์มรณะในป่าวัน ในยามนั้นต้องห้ามเป็นยามตาย เป็นยามร้าย ต้องห้าม

คืนวันพุธ ยามที่ 1 ยามนคร ยามพุโธ (18:00-19:30) พุโธ โพล้เพล้จะพลบค่ำ พระลอล้ำงามเลิศดูเฉิดฉาย จากนครจรมาเอกากาย ค่อยผันผายตามเกาะละเมาะดง เป็นยามไม่ดี ห้ามเดินทางจะมีอันตรายรออยู่ข้างหน้า

คืนวันพุธ ยามที่ 2 ยามยายี ยามรวิ (19:30-21:00) รวิ รอนแรมมาในป่ากว้าง ได้พบนางพี่เลี้ยงนวลระหง เจรจาพาทีไมตรีตรง ให้พระองค์อาศัยในอุทยาน เป็นยามดี จะได้ที่อยู่อาศัย

คืนวันพุธ ยามที่ 3 ยามยายี ยามชีโว (21:00-22:30) ชีโว ยามดีไม่มีแหนง ได้เพื่อนแพงโฉมงามทรามสงสาร ประคองเคียงเลี้ยงดูพระกุมาร แสนสำราญบานพระทัยไม่ไคลคลา เป็นยามดี จะได้เจอคู่ มีความสุข

คืนวันพุธ ยามที่ 4 ยามนคร ยามศะศิ (22:30-24:00) ศะศิ ตริตรึกไม่นึกแหนง อยู่ด้วยเพื่อนกับแพงโดยหรรษา เกษมสรวลชวนชมภิรมยา ในมหาอุทยานสำราญพระทัย เป็นยามดี จะประสบความสำเร็จ

คืนวันพุธ ยามที่ 5 ยามยายี ยามศุกโกร (00:00-01:30) ศุกโกร โอ้ ท้าวเธอเศร้าจิต ระลึกคิดถึงมารดาน้ำตาไหล ไม่สู้ดียามนี้มักตรอมใจ อุประมัยเหมือนความตามนิทาน เป็นยามไม่ดี มีความทุกข์ พบอุปสรรค

คืนวันพุธ ยามที่ 6 ยามยายี ยามภุมโม (01:30-03:00) ภุมโม เมื่อพระลอเจ้าพลัดพราก กำจัดจากมารดามหาสถาน พระปู่เจ้าเข้าดลกมลมาร อย่าทำการยามนี้ผีคะนอง เป็นยามไม่ดี ห้ามทำการ

คืนวันพุธ ยามที่ 7 ยามยายี ยามโสโร (03:00-04:30) โสโร พระลอวรนาถ คิดถึงนุชสุดสวาทเจ้าทั้งสอง ก็จรจากมารดามาหาน้อง ยามนี้ต้องต้นร้ายข้างปลายดี เป็นยามก้ำกึ่ง ต้นร้าย แต่ปลายดี

คืนวันพุธ ยามที่ 8 ยามพุโธ (04:30-06:00) พุโธ เมื่อพระลอดิลกภพ มาประสพสมนางอยู่ปรางศรี สุขเกษมเปรมปราทุกราตรี เป็นยามดีจงจำซึ่งตำรา เป็นยามดี จะประสบความสำเร็จ ได้คู่
 

 

 

 

“ดวงหมัน” “อังคารคุมกุมลัคน์ในราศี ทั้งสามมีพฤศจิกาอย่าสงสัย กรกฎและเมถุนวุ่นวายใจ ทายว่าไม่มีบุตรสุดพืชพันธ์ อนึ่งองค์ภุมเมศเป็นเจ็ดชัด พฤหัสเป็นห้าชตาหมัน เสาร์อังคารทั้งคู่อยู่ด้วยกัน ในพฤศจิกกุมภะนั้นบุตรไม่มี.”

ยามอัฐกาลชั้นฉาย 1 ยามใช้เวลา 1 ชม.30 นาที วันจันทร์ ยามที่ 1 ยามนคร ยามจันเทา

วันจันทร์

วันจันทร์ ยามที่ 1 ยามนคร ยามจันเทา (06:00-07:30) จันเทา รุ่งสว่างกระจ่างแจ้ง สุริแสงส่องฟ้าสุธาสถาน ได้เมื่อเจ้าโฆษกกุมาร เกิดในครรภ์จัณฑาลทรพล เป็นยามก้ำกึ่ง ได้ของมาแต่เป็นของไม่ดี หรือ ทั้งได้และเสีย

วันจันทร์ ยามที่ 2 ยามนคร ยามเสารี (07:30-09:00) เสารี ว่าแม่แค่คลอดบุตร ก็แสนสุดยากไร้ไม่เป็นผล ร้อนรุ่มกลุ้มอกยกลูกตน ไปเสือกสนซ่อนไว้ในที่รก เป็นยามไม่ดี

วันจันทร์ ยามที่ 3 ยามนคร ยามครู (09:00-10:30) ครู ผู้เศรษฐีมาพบเข้า ก็อุ้มเอาอิงแอบไว้แนบอก เลี้ยงเป็นบุตรสุดสวาทในทารก ก็ยอมยกสมบัติให้ครอบครอง จะมีคนช่วยเหลือคอยอุปถัมภ์ จะได้ลาภไม่คาดฝัน

วันจันทร์ ยามที่ 4 ยามยายี ยามภุมมะ (10:30-12:00) ภุมมะ ฝ่ายเศรษฐีกลับพิโรธ กระทำโทษเฆี่ยนขับให้อับหมอง เป็นยามร้ายจงจำในทำนอง ท่านหมายปองทำร้ายเอาปลายมือ จะมีโทษ ถ้ามีคดีความจะแพ้คนพาล หรือบริวารให้โทษ

วันจันทร์ ยามที่ 5 ยามนคร ยามสุริชะ (12:00-13:30) สุริชะ ยามนี้เศรษฐีใช้ เป็นความในลึกลับกับหนังสือ หมายจะให้วายวางกลางไฟฮือ เจ้าโฆสกถือหนังสือวิ่งตื๋อพลัน มีผู้คิดไม่ซื่อ ลอบทำร้าย หรือ มีการวางแผนใส่ร้ายป้ายสี ห้ามเดินทาง จะเกิดอันตราย

วันจันทร์ ยามที่ 6 ยามยายี ยามศุกระ (13:30-15:00) ศุกระ วิ่งมาปะบุตรท่านเศรษฐี เป็นยามดีชีวาไม่อาสัญ บุตรเศรษฐีกลับตายวายชีวัน เจ้าโฆสกผันผายขึ้นเรือนตน เป็นยามดี จะมีผู้ช่วยเหลือให้พ้นภัยอันตราย แต่อย่าไปช่วยคนอื่น จะเกิดความเดือดร้อน

วันจันทร์ ยามที่ 7 ยามนคร ยามพุธะ (15:00-16:30) พุธะ เศรษฐีสิ้นชีวิต ถึงอนิจกรรมขัดวิบัติผล อีกสมบัติพัสถานทั้งข้าคน ไม่ชอบกลยาตราเป็นราคี หากเดินทางจากบ้าน จะเกิดความลำบากทุกข์ยาก จะสูญเสียของอันเป็นที่รัก

วันจันทร์ ยามที่ 8 ยามจันเทา (16:30-18:00) จันเทา เจ้ากุมารโฆสก ได้ป้องปกสมบัติแทนเศรษฐี มีเงินทองบ่าวไพร่ได้เป็นดี อยู่แทนที่เศรษฐีสำราญ จะได้ลาภลอย ไม่คาดฝัน หรือ ได้รับการอุปถัมภ์ค้ำจุน

คืนวันจันทร์ ยามที่ 1 ยามยายี ยามศะศิ (18:00-19:30) ศะศิ ยามค่ำพระสุรีย์ศรี เป็นยามดีมั่นคงไม่สงสัย พระเตมีย์มาเกิดกำเนิดใน ชื่นพระทัยชนนียินดีครัน เป็นยามดี ทำการงานอะไรได้รับความสะดวก

คืนวันจันทร์ ยามที่ 2 ยามนคร ยามศุกโกร (19:30-21:00) ศุกโกร เมื่อพระองค์ทรงผนวช เป็นยิ่งยวดยอดงามยามขยัน ทำสิ่งไรจะสำเร็จทุกสิ่งอัน จะรำพันกายเทียบเปรียบนิทาน เป็นยามดี ทำการสิ่งใด ก็จะประสบความสำเร็จ

คืนวันจันทร์ ยามที่ 3 ยามนคร ยามภุมโม (21:00-22:30) ภุมโม เตมีย์นั้นกลุ้มกลัด ไม่อยากตรัสพูดจาคำอาถรรพณ์ สู้นิ่งเสียเพลียกายาน่าจาบัลย์ ไม่ยอมหันเห็นใครให้อดสู เป็นยามไม่ดี ทำการงานจะเกิดอุปสรรค

คืนวันจันทร์ ยามที่ 4 ยามนคร ยามโสโร (22:30-24:00) เสาโร ปางพระโพธิสัตว์นั้น เธอหมายมั่นมัธยัสถ์ไม่ถอยหนี เมื่อคชสารหาญกล้ามาราวี ร้ายกับดีกึ่งกันจงผันตาม เป็นยามดีร้ายก้ำกึ่งกัน จะมีคนคิดร้าย แต่ไม่สามารถทำอันตรายได้

คืนวันจันทร์ ยามที่ 5 ยามยายี ยามพุโธ (00:00-01:30) พุโธ โพธิสัตว์ไม่ตรัสเหตุ พระบิตุเรศแค้นเคืองเพราะเรื่องถาม ให้ขุดหลุมฝังเสียจะเกลี่ยความ ด้วยเป็นยามร้ายแรงอย่าแคลงใจ เป็นยามไม่ดี จะถูกทำโทษ ถ้าเป็นความ จะแพ้คดี

คืนวันจันทร์ ยามที่ 6 ยามนคร ยามรวิ (01:30-03:00) ระวิ ยามงามเลิศประเสริฐศรี พระเตมีย์แผลงศักดาสุธาไหว จึงตรัสสอนสารถีที่พาไป ให้อยู่ในยุติธรรมเป็นสำคัญ เป็นยามดี จะมีบารมี มีอำนาจ

คืนวันจันทร์ ยามที่ 7 ยามนคร ยามชีโว (03:00-04:30) ชีโว โพธิสัตว์ตรัสรู้ ได้เป็นครูสิ้นสุดมนุษย์สวรรค์ ในยามนี้ดีเลิศประเสริฐครัน เป็นมหัสตะมหาโอฬาฬาร เป็นยามดี จะประสบความสำเร็จทุกประการ

คืนวันจันทร์ ยามที่ 8 ยามศะศิ (04:30-06:00) ศะศิ ค่อนรุ่งอร่ามศรี เป็นยามดีสารพรรณดังบรรหาร เมื่อพระองค์ทรงบำเพ็ญโพธิญาณ จงโปรดปรานสรรพสัตว์ในโลกา เป็นยามดีมาก
 

 

 

“ดวงการพนัน” “เจ้าเรือนเกษตรในภพกดุมภะ แต่กลับละไปเป็นอุจเรือนบสิบสอง คือนาสกับลัคน์ประจักร์ปอง เจ้าเรือนของวินาสเป็นนิจแทน ดวงเช่นนี้มีโชคฌโฉลกลั่น การพนันทุกสถานชำนาญแสน เสียสองส่วนได้สินหยิบทั่วแดน ไม่ขาดแคลนเงินตรามาเลี้ยงตน.

ยามอัฐกาลชั้นฉาย 1 ยามใช้เวลา 1 ชม.30 นาที วันอาทิตย์ ยามที่ 1 ยามนคร ยามสุริชะ

ยามอัฐกาลชั้นฉาย 1 ยามใช้เวลา 1 ชม.30 นาที วันอาทิตย์

วันอาทิตย์ ยามที่ 1 ยามนคร ยามสุริชะ (06:00-07:30) สุริชะ รุ่งอรุณแดดอุ่นอ่อน เมื่อวานรเนรคุณลิงรุ่นจิ๋ว เห็นรังนกกระจาบบนปลายงิ้ว ก็ไพล่พลิ้วเข้าอาศัยอยู่ในรัง ระวังคนแปลกหน้าเข้ามาไม่รู้จุดประสงค์

วันอาทิตย์ ยามที่ 2 ยามนคร ยามศุกระ (07:30-09:00) ศุกระ ไอ้ลิงไพรใจโกหก ลวงให้นกรักใคร่เหมือนใจหวัง จนปักษีมีไข่มิได้ระวัง เพราะเชื่อฟังลมลิงไม่กริ่งใจ จะมีคนมาพูดจาเล่นลิ้น หลอกลวง อย่าเชื่อ

วันอาทิตย์ ยามที่ 3 ยามยายี ยามพุธะ (09:00-10:30) พุธะ ไอ้ลิงป่าอุลามก เห็นไข่นกนึกหมายน้ำลายไหล เอาขึ้นจูบลูบคลำแล้วกำไว้ อยากจะใคร่ได้กินแลบลิ้นเลีย มีการลักลอบ สืบความลับ หรือ คิดไม่ซื่อ ให้ระวังทรัพย์สิน

วันอาทิตย์ ยามที่ 4 ยามนคร ยามจันเทา (10:30-12:00) จันเทา เอาไข่เข้าใส่ปาก กระโดดจากต้นงิ้วพลิ้วไปเสีย แล้วซ่อนตัวกลัววิหคนกตัวเมีย เอามือเกลี่ยกลบไข่ให้ลี้ลับ ระวังคนที่มาอาศัยอยู่ด้วยจะหักหลัง หรือ ขโมยข้าวของในบ้าน
วันอาทิตย์ ยามที่ 5 ยามยายี ยามเสารี (12:00-13:30) เสารีสกุณีไม่เห็นไข่ ก็สงสัยลิงจุ่นหมุนไปจับ พบลิงไพรถามไถ่ก็ไม่รับ ทุ่มเถียงกับนกกระจาบถึงหยาบคาย ของหายไป ได้แต่สงสัย ยังจับใครไม่ได้ และยังไม่เจอของกลาง

วันอาทิตย์ ยามที่ 6 ยามนคร ยามครู (13:30-15:00) ครู บาตาปะโสพิพากษา ว่ามืงมาอาศัยไข่เขาหาย บอกจริงๆลิงจุ่นอย่าวุ่นวาย ลิงผู้ร้ายกลับเถียงขึ้นเสียงดัง รู้ตัวคนทำผิด แต่ยังไม่พบของที่หายไป

วันอาทิตย์ ยามที่ 7 ยามยายี ยามภุมมะ (15:00-16:30) ภุมมะ พระสิทธาคว้าเชือกเถา มัดลิงเข้าศอกชิดติดสันหลัง จึงคืนไข่ให้กระจาบคาบไปรัง แต่ลิงยังไม่พ้นทรมาน หากของหาย จะเกิดการทุ่มเถียงเป็นความ แต่ทายว่าต่อไปจะได้คืน

วันอาทิตย์ ยามที่ 8 ยามสุริชะ (16:30-18:00) สุริชะ พระฤาษีจึงร้องว่า ทีนี้อย่าโว้เว้อ้ายเดรฉาน แล้วปล่อยลิงวิ่งโผนโจนทะยาน ไปสำราญอยู่ที่ลำเนาดง ถ้ามีเรื่องเป็นความ จะยอมความได้ และไม่มีโทษ

คืนวันอาทิตย์ ยามที่ 1 ยามนคร ยามรวิ (18:00-19:30) ระวิ ยามงามเลิศประเสริฐสรรพ ตามฉบับบอกไว้อย่าใหลหลง มโหสถคิดอ่านการณรงค์ ขุดอุโมงค์เข้าเมืองจุลนี มีการวางแผนการณ์ ที่คาดว่าจะสำเร็จ
คืนวันอาทิตย์ ยามที่ 2 ยามนคร ยามชีโว (19:30-21:00) ชีโว พลโห่กระหึ่มฮึก ออกสะอึกราญรบไม่หลบหนี ก็ยกทัพเคลื่อนคลาเข้าธานี พอถึงที่หยุดขยับตั้งทัพชัย ออกเดินทางไปแล้วดี หรือ คนที่จากไปจะกลับมา

คืนวันอาทิตย์ ยามที่ 3 ยามยายี ยามศะศิ (21:00-22:30) ศะศิ ตริกล่าวท้าววิเท่ห์ สมคะเนนึกพะวงให้หลงใหล ถึงนิเวศน์เวียงวังดังพระทัย ตามมโหสถไปไม่ช้าที จะดีร้าย ยังไม่แน่นอน

คืนวันอาทิตย์ ยามที่ 4 ยามยายี ยามศุกโกร (22:30-24:00) ศุกโกร โอ้ท้าวทุกข์เทวษ ทอดพระเนตรนกไม้ในไพรศรี คะนึงถึงลูกท้าวจุลนี จนถึงที่กองทัพพลับพลาไชย ไม่มีข่าวคราว ข้าวของหายไปยังไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ไหน

คืนวันอาทิตย์ ยามที่ 5 ยามนคร ยามภุมโม (00:00-01:30) ภุมโม โยธาสิบห้าแสน สะเทือนแผ่นโลกาสุธาไหว ทั้งแตรสังข์แซ่ซ้องกึกก้องไพร ก็แห่ห้อมล้อมไปถึงในเมือง หากเดินทางจะประสบความสำเร็จดี คนที่จากไปจะกลับมา

คืนวันอาทิตย์ ยามที่ 6 ยามนคร ยามโสโร (01:30-03:00) เสาโร รีบรุดมุดขึ้นได้ ก็จับชาวเวียงชัยมาแน่นเนือง ทั้งลูกสาวข้าวของก็นองเนือง ได้บ้านเมืองหมดทั่วทั้งรั้ววัง เป็นยามดี จะได้ลาภ จะประสบความสำเร็จ ของหายไปก็จะได้คืน

คืนวันอาทิตย์ ยามที่ 7 ยามยายี ยามพุโธ (03:00-04:30) พุโธ โอ้ท้าวจุลนีราช แพ้เจ้าปราชญ์คิดไว้ไม่สมหวัง เธอเสียลูกเสียเมียเสียเวียงวัง เสียทั้งไพร่ทั้งพลแลมนตรี เป็นยามไม่ดี หากมีคดีความจะแพ้ ข้าวของเสียหาย ไม่ได้คืน

คืนวันอาทิตย์ ยามที่ 8 ยามรวิ (04:30-06:00) รวิ งามยามสุดปัจจุสมัย จวนจะใกล้รุ่งสางสว่างศรี ได้เมื่อครั้งองค์ท้าวจุลนี เธอเสียทีย่อยยับอัปรา เป็นยามไม่ดี ไม่มีลาภ การงานยังไม่ประสบผล ทำอะไรไม่ประสบความสำเร็จ
“ดวงเศรษฐี” “เจ้าเรือนลัคน์ไปพักกุมกดุมภะ ไม่เป็นประเป็นนิจผิดพงษา เจ้าเรือนกดุมภ์กลับมากุมลัคนา เป็นโภคาเงินทองนองอนันต์ อีกอนึ่งพึงรู้เจ้าเรือนลัคน์ ถอยมาพักอยู่กดุมภ์กุมเหมาะมั่น เจ้าของภพหลบมาลาภะพลัน เป็นราชันแห่งทรัพย์นับมากมี อนึ่งโสดโปราดหาจันทราสถิตย์ อยู่ภพใดให้คิดเช่นลัคน์นี้ เจ้าของภพหลบไปในเรือนดี เหมือนดั่งที่กล่าวยุบลข้างต้นเอย.”

ดาวเจ้าเรือนราศีใดไปอยู่ในภพเสื่อม หรือมีตำแหน่งเป็นนิจ ประ และราศีนั้น ดาวนั้นเป็นธาตุใด ความบกพร่องของอวัยวะภายในของร่างกายนั้นคือที่ตั้งของความป่วยไข้ ของคน ๆ นั้น

ดาวเจ้าเรือนราศีใดไปอยู่ในภพเสื่อม หรือมีตำแหน่งเป็นนิจ ประ และราศีนั้น ดาวนั้นเป็นธาตุใด ความบกพร่องของอวัยวะภายในของร่างกายนั้นคือที่ตั้งของความป่วยไข้ ของคน ๆ นั้น
ดาวเจ้าเรือนราศีใดไปอยู่ในภพเสื่อม หรือมีตำแหน่งเป็นนิจ ประ และราศีนั้น ดาวนั้นเป็นธาตุใด ความบกพร่องของอวัยวะภายในของร่างกายนั้นคือที่ตั้งของความป่วยไข้ ของคน ๆ นั้น

ดาวเจ้าเรือนราศีใดไปอยู่ในภพเสื่อม หรือมีตำแหน่งเป็นนิจ ประ และราศีนั้น ดาวนั้นเป็นธาตุใด ความบกพร่องของอวัยวะภายในของร่างกายนั้นคือที่ตั้งของความป่วยไข้ ของคน ๆ นั้น
มีการกล่างถึงว่า จักรราศีประจำร่างกายของคน อย่างเช่น ราศีเมษประจำอยู่ที่บริเวณหน้าและศีรษะ ราศีพฤกษภประจำอยู่ที่บริเวณลำคอ ราศีเมถุนประจำอยู่ที่แขนหัวไหล่ ราศีกรกชประจำแอยู่ที่หน้าอกเต้านม ราศีสิงห์ประจำอยู่ที่หัวใจร เป็นต้น
แต่ในอดีตประเทศแถบยุโรปประมาณปี ค.ศ.1400 ถึง ค.ศ.1700 นักศึกษาวิชาแพทย์ศาสตร์ ต้องเรียนวิชาโหราศาสตร์กายวิภาคด้วยเป็นเวลา 3 ปี เพื่อใช้ร่วมในการวินิจฉัยโรค

หนังสือเล่มนี้เป็นผลงานของท่านพันเอก (พิเศษ) นายแพทย์ ช่วย ทองใบ ผู้ล่วงลับซึ่งได้อุทิศชีวิตให้แก่วงการแพทย์และโหราศาสตร์และได้เขียนเวชศาสตร์โหราศาสตร์ ขึ้นมา

ราศีกับอวัยวะ
ราศีเมษ – ศีรษะ , หน้า , แก้ม , ตา , หู , ปาก ฯลฯ
ราศีพฤษภ – คอ, ด้านนอก-ในของคอ, หลอดอาหาร
ราศีเมถุน – แขน,หัวไหล่,ระบบหายใจ
ราศีกรกฎ – เต้านม, ช่องท้องส่วนบน , ตับ, ถุงน้ำดี, ตับอ่อน, กระเพาะอาหาร, มะเร็ง
ราศีสิงห์ – หัวใจ
ราศีกันย์ – ลำไส้
ราศีตุลย์ – กะบังลม, หลังส่วนล่าง, ไต, รังไข่, ไส้ตรง, ไส้ใหญ่บางส่วน, ช่องคลอด
ราศีพิจิก – อวัยวะสืบพันธุ์, กระเพาะปัสสาวะ, ทวารหนัก
ราศีธนู – ตะโพก, ขาอ่อน
ราศีมังกร – หัวเข่า, กระดูก, ข้อต่อ, ผิวหนัง, ขน, ผม
ราศีกุมภ์ – ขาส่วนล่าง
ราศีมีน – เท้า

ดาวพฤหัส (๕) เป็นอริ มรณะ วินาสน์ ในชะตากำเนิด และเป็นมหาทักษากำเนิด

ดาวพฤหัส (๕) เป็นอริ มรณะ วินาสน์ ในชะตากำเนิด แสดงว่าเจ้าชะตาเป็นคนฉลาดเฉียบแหลมในนโยบายต่างๆดีนัก แต่ ๕ เป็น อริ มักได้รับความกระทบกระเทือนกับผู้ใหญ่บ้าง ๕ เป็นวินาศ เป็นผู้มีชื่อเสียงเด่นกว่าผู้อื่น แต่ผู้ใหญ่มักคอยกดโดยเกรงว่าจะไปได้ดีกว่า ๕ เป็น ๑๑ กับลัคนาในพื้นชะตาเดิม แสดงถึงการหาเงินคล่อง และเป็นดวงปัญญา แสวงหาศีลธรรมอย่างดีเยี่ยม ๕ เป็นบริวาร ดีทางหาคนใช้ได้คนดีๆ ๕ เป็นอายุ ดีทางครอบครัว และความสุขในครอบครัว ๕ เป็นเดช ดีทางหาชื่อเสียงและอำนาจ ๕ เป็นศรี ปัญญาดีทางแสวงหาสตรี ๕ เป็นมูล แสดงถึงเจ้าชะตามีปัญญาในทางหาเงินทองร่ำรวยบ้างพอควร แต่จะดียิ่งในทางเป็นสมณะมากกว่าฆราวาส ๕ เป็นอุตสาหะ ดีทางช่วยเหลือตนเองอย่างเก่งกล้าไม่ท้อถอย ๕ เป็นมนตรี ดีทางยศศักดิ์ทางวงการบ้านเมือง ถ้า ๕ เป็นกาลกิณีไม่ดี ดวงกำเนิด ๕ เป็นกรรมะ แสดงถึงเป็นคนอาภัพ ทำความดีเท่าใดผู้ใหญ่หรือคนทั่วไปเห็นน้อยกว่าที่ทำไว้มาก แม้จะได้รับความชมเชยก็เดี๋ยวเดียว และแสดงว่าไม่มีความทะเยอทะยานในยศศักดิ์