ดูดวง ลัคนาในราศีเกณฑ์
ดวงชะตาบุคคลเป็นส่วนมากที่เดียว เมื่อได้พิจารณาพระเคราะห์ในเรือนราศีต่าง ๆ ตลอดจนที่สถิตของลัคนาแล้ว ไม่มีลักษณะแสดงดีแสดงร้าย แต่เจ้าของดวงชะตาผู้นั้น ก็บังเกิดผลดีผลร้ายอย่างสูงเป็นที่น่าประหลาด และลางดวงชะตาแสดงว่าจะวิบัติเห็นได้ชัด ๆ แต่เจ้าของดวงชะตาผู้นั้นกลับบังเกิดความวิวัฒน์ และพร้อมกันลางดวงชะตากำลังแสดงว่า จะประสบโชคมหาศาล แต่แล้วเจ้าของดวงชะตากลับได้รับความวิปโยคทุกข์ร้อนอย่างแสนสาหัส ก็มีดังนี้ ตามโบราณท่านว่าดวงชะตาทั้งสามลักษณะนี้ ให้พิจารณาลัคนาในราศีเกณฑ์เสียก่อนคือ
- ลัคนาในราศ๊นระ มีพระเสาร์ ๗ เป็นประจำ
- ลัคนาในราศ๊อัมพุ มีพระอังคาร ๓ เป็นประจำ
- ลัคนาในราศีกีรฏะ มีพระราหู ๘ เป็นประจำ
- ลัคนาในราศีปัศวะ มีพาระพฤหัสบดี ๕ เป็นประจำ
พระเคราะห์ในลักษณะ นระ อัมพุ กีรฏะ ปัศวะ ทั้ 4 ตัวนี้ ถ้าปีใดทักษาจรมาเป็นศรีหรือกาลกิณีต้องลัคนา ในราศีเกณฑ์นั้น ๆ แล้ว ย่อมแสดงผลดีร้ายอย่างสูงและหนักมาก
ความคิดเห็น
หมายถึงว่า ๗-๓-๘-๕ เป็นกาลีหรือเป็นศรี ตามทักษาจร ต้อง(ทับ)ลัคนา น่าจะหมายรวมถึง เล็ง ร่วมธาตุ โยกหน้า โยกหลังด้วย เพียงแต่การให้คุณหรือให้โทษลดตามส่วนแห่งความสัมพันธ์ถึง
แต่ก็ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะให้ดาว ๓-๗-๘ อันเป็นดาวบาปเคราะห์มาแต่เดิม เมื่อจรมาเป็นศรี ให้คุณแก่เจ้าชะตา
ควรระวังด้านที่จะเสียเอาไว้เพื่อความไม่ประมาท ไม่เคยเห็นคนที่ดาว ๗-๓-๘ จรเป็นศรีมาตองลัคนาแล้วมีโชค มีอยู่รายเดียว คือ ๗ จรทับลัคนา มีโชค เพราะการเสียชีวิตของบิดาและมารดาในเวลาใกล้ ๆ กัน ถ้าการต้องเสียบิดามารตาแล้วได้มรดกร่ำรวยเป็นโชค ผมยังไม่เห็นด้วย
ท่านอายัณโฆษได้กล่าวต่อไปว่าผู้ที่จะได้รับผลดีร้ายมากที่สุด เป็นคนราศีเกณฑ์อัมพุ ทั้งนี้เพราะมีดาวอังคาร ๓ เป็นดาวแสดงบทแห่งเกณฑ์นี้ และอังคาร ๓ เป็นดาวที่มีการโคจรเร็วกว่าดาวอื่น ดังนั้นจึงต้องมาถึงลัคนาอย่างแน่นอน ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง คือทับ เล็ง ตรีโกณ โยคหน้าหลัง โดยหลักวิชาแล้ว ทับหรือเล็งจะมีผลมากที่สุด สัมพันธ์อย่างอื่นดีร้ายลดหลั่นกันไป ยิ่งถ้าดาวพฤหัสบดี ๕ จรมาปกป้องลัคนาเอาไว้ ก็ไม่ร้ายแรงเท่าที่ควรจะเป็น เพราะเราถือกันว่าดาวพฤหัสบดี ๕ เป็นดาวคุ้มโทษ เป็นดาวใหญ่ที่มีกำลังมาก แม้จะอยู่ไกล
ในความเป็นจริงพระเคราะห์อื่นคือ ๗-๘-๕ เป็นกาลีจรมาเมื่อใดเข้าทับ เล็ง ตรีโกณ โยกหน้าหลัง จะได้รับโทษหนักมาก เพราะอยู่นานกว่าอังคาร ๓ บางรายถึงกับต้องเข้าโรงพยาบาลบ้า บางคนฆ่าตัวตาย ทรัพย์สินเงินทองหมด เห็นอยู๋รายหนึ่ง มีเงินอยู่ 4 ล้าน หมดตัวต้องขายข้าวแกงเลี้ยงลูก
จากข้อสังเกตุฯ หน้า 5 ท่านอายัณโฆษ กล่าวว่าท่านได้ค้นคว้าพบว่า เรื่องของราศีเกณฑ์นั้น แท้จริงเป็นเพียงการแสดงสัณฐานของดวงชะตาเฉพาะเมื่อเวลาตกฟากเท่านั้น มิได้มุ่งหมายล่วงเลยไปถึงการพยากรณ์ในปีปัจจุบัน (ความเห็น- คือไม่เกี่ยวกับการทายจรนั่นเอง) ท่านบอกต่อไปว่า จริงอยู่กฏเกณฑ์ของราศี นระ อัมพุ กีรฏะ ปัศวะ ที่มีพระเคราะห์เสาร์ ๗ อังคาร ๓ ราหู ๘ พฤหัสบดี ๕ สถิตเสถียรมาแต่วันตกฟากโดยถูกต้องนั้น ยอมรับว่า 80% ของดวงชะตาที่มีโชคดีเหล่านั้นจ่างพากันดีเด่นในลักษณะต่าง ๆ กัน
ท่านกล่าวต่อในหน้าที่ 7 ถึงเรื่องเดียวกันว่า ท่านขอแนะนำเคล็ดลับ เพื่อผลในการพยากรณ์ปัจจุบันว่า ท่านใดก็ตามเมื่อทักษาอายุ ทำให้พระเคราะห์ ๗-๓-๘-๕ ตัวใดตัวหนึ่งเป็นศรีจรหรือกาลีจร ไม่ว่าลัคนาจะสถิตอยู่ราศีใดให้ทายดังนี้ ถ้าทับลัคนา ให้ทายดุจลัคนาราศ๊นระ ถ้าห่างจากลัคนาไปสี่ราศีให้ทายดุจลัคนาราศีอัมพุ ถ้าเล็งลัคนาหรืออยูในเรือนที่ 7 เมื่อนับจากลัคนาไป ให้ทายดุจลัคนาราศีกีรฏะ ถ้าห่างจากลัคนาไป 10 ราศีให้ทายดุจลัคนาราศีปัศวะ (ความเห็น-ทั้ง 4 ดาว คือ ๗-๓-๘-๕ เมื่อต้องโคจรไปเป็น 1 – 4 – 7 – 10 แก่ลัคนา ให้โทษให้คุณอยู่แล้ว ต่างกันตรงที่มากหรือน้อย เป็น 1 และ 7 คุณและโทษมากเป็นพิเศษ เพราะทับลัคนาเล็งลัคนานั่นเอง)
