โ ห ร า ส า ด (ฉบับเรียนรู้โดยไม่ต้องถาม) สอ้าน นาคเพชรพูล (สีดิน) บทที่ 30 สรุปขั้นตอนการพยากรณ์

หลังจากผูกดวงชะตาแล้ว สิ่งที่สำคัญที่ละเว้นเสียมิได้ คือการตั้งดวงทักษา และดาวตรีวัยทั้ง 3 วัยเอาไว้ จากนั้นสิ่งแรก คือการคิดอายุของเจ้าชะตาว่าขณะนั้นอายุย่างกี่ปี โดยการเอา พ.ศ.ปีปัจจุบันตั้ง ลบด้วยปี พ.ศ. เกิดของเจ้าชะตา ได้เท่าใด ให้ดูวันที่และเดือนเกิด อายุจะเต็มเมื่อตรงกับวันเดือนปีเกิด

 

จากนั้นให้นับจากวันเกิด ไปเท่าอายุ การนับอายุจรเมื่อถึงภูมิอาทิตย์ต้องเข้าตากลางก่อนเสมอ ถ้าอายุตกตา กลางให้ใช้ พฤหัสบดี (๕) เป็นบริวาร ราหู (๘) เป็นอายุ ศุกร์ (๖) เป็นเดชจร และในปีต่อไปนับขึ้นภูมิจันทร์ (๒) อายุย่างตกภูมิอะไร ให้ลงจำนวนอายุไว้ตรงนั้น ก็จะได้ดาวทักษาจร ดาวใดเป็นศรีจร ดาวใดเป็นกาลกิณีจร เอา 2 ดาวนี้มาทายก่อนเป็นการนำร่อง

 

ที่ต้องทำดังนี้ก็เพราะว่าคนที่มาให้เราพยากรณ์แทบทุกคน เขาไม่ต้องการมานั่งฟังเราร่ายยาวเรื่องพื้น ๆ ในดวงดวงเดิม เป็นต้นว่า ลัคนาของท่านสถิตราศีนั้น ฤกษ์นั้นฤกษ์นี้ จะเป็นคนมีบุญวาสนา จะมีฐานะมั่นคงเป็นเศรษฐี มีข้าทาษบริวารมากดังนี้เป็นต้น

 

เขาต้องการรู้กันว่าต่อไปข้างหน้าสักปี 2 ปี อนาคตการงานการเงินจะเป็นอย่างไรบ้าง ครอบครัวจะเป็นอย่างไร มีอะไรบ้างที่ควรระวังแก้ไขหรือไม่ เดือนนี้จะมีกินหรือไม่ หนี้สินจะคลี่คลายหรือจะล้มละลาย ความรักจะก้าวหน้าหรือถอยหลัง ถ้าทายเจาะเรื่องใกล้ตัวได้ประทับใจ เราก็มีสิทธิ์จะได้ทั้งเงินและความศรัทธาทันที

 

แต่การจะทายไปข้างหน้าก็ไม่ควรละเลยการทายย้อนหลังสัก ปี 2 ปีเช่นกัน คือทายตอนที่เสาร์ (๗) หรือราหู (๘) ทับลัคน์เล็งลัคน์ หรือตอนที่ดาวพฤหัสบดี (๕) เป็นกาลกิณีจรเข้าสัมพันธ์ดีกับลัคนา ยิ่งถ้าเขามีดาวคู่ในพื้นดวงเดิมไม่ค่อยดีนัก เราก็จับเอาตอนที่ดาวเจ้าเรือนปัตนิเป็นกาลกิณีจรมาทายเรืองครอบครัว เรื่องความรัก เป็นการสร้างศรัทธาเสียก่อน ถ้าทายถูกเขายอมรับ เรื่องต่อไปก็ง่าย

 

และที่สำคัญอีกประการหนึ่ง การทายย้อนหลัง เท่ากับเป็นการตรวจเช็คดวงไปในตัว ถ้าเราทายจรอดีตถูกต้องเรื่อง 2 เรื่อง การจะทายอนาคตก็จะง่ายเหมือนการหยิบอาหารโปรดใส่ปาก

ทีนี้สมมุติว่าเจ้าชะตาคนหนึ่งเกิดตรงกับวันศุกร์ เมื่อนับอายุย่าง เพื่อจะทายดวงทักษาจร ได้ 38 ปี ตกที่ภูมิอาทิตย์ (๑) นับบริวารจากอาทิตย์ (๑) อายุไปที่จันทร์ (๒) เดชไปที่อังคาร (๓) ฯลฯ จะพบว่าดาวศุกร์ (๖) บริวารเดิมเป็นกาลกิณีจร ต้องทายว่าในปีนั้นบริวารจะทำเรื่องเดือดร้อนให้ นอกจากนั้นก็ต้องดูด้วยว่า ดาวศุกร์ (๖) เป็นดาวเจ้าเรือนอะไร สมมุติว่าเป็นดาวเจ้าเรือนปุตตะ ก็ต้องทายควบกันไปว่า ทั้งบริวารและบุตรจะนำความเดือดร้อนใจมาให้ และเมื่อดาวศุกร์ (๖) โดยปกติแล้วก็คือดาวที่หมายถึงการเงินด้วย ก็คือต้องเสียเงินอันสืบเนื่องมาจากบริวารหรือบุตรแน่นอน ดังนี้เป็นต้น

 

ตรงนี้เป็นการยกตัวอย่างการทายจรอันยึดหลักทักษาจรเพียงอย่างเดียว แต่ความจริงแล้วการทายต้องใช้ควบกันทั้งหมด คือทั้งดาวจรปี จรเดือน ดังนั้นเราต้องจำได้อย่างแม่นยำถึงระยะเวลาการโคจรของดาวต่าง ๆ ในรอบปี รอบเดือน รวมทั้งต้องจดจำดาวที่เดินหรือโคจรผิดปกติด้วย เพราะตรงนี้สามารถเปลี่ยนทำให้คำพยากรณ์กลับจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ อย่างเช่น ดาวพฤหัสบดี (๕) กำลังโคจรไปข้างหน้า และกำลังให้คุณ พอเดินถอยหลังกลับให้โทษ ต้องเสียบิดา หรือมีปัญหาด้านการงาน ดังนี้เป็นต้น ระยะเวลาการโคจรของดาวต่าง ๆ มีดังนี้

 

ดาวจรปี คือพฤหัสบดี (๕) ดาวดวงนี้จรย้อนเข็มนาฬิการาศีละประมาณ 1 ปี

ดาวเสาร์ (๗) จรเหมือนพฤหัสบดี ประมาณราศีละ 2 ปี ครึ่ง

ราหู (๘) จรตามเข็มนาฬิกา ประมาณราศีละ 1 ปีครึ่ง

ดาวจรเดือนที่โคจรย้อมเข็มนาฬิกาก็มี อาทิตย์ (๑) อังคาร (๓) พุธ (๔) ศุกร์ (๖)

ส่วนดาวจรประจำวันคือ จันทร์ (๒) ซึ่งโคจรราศีละประมาณ 2 วันครึ่ง

 

การจะทายดวงจรให้คล่องต้องจำดาวได้แม่นยำ ว่าในขณะที่จะทายหรือพยากรณ์นั้น ดาวใดอยู่ในราศีอะไร แรก ๆ จำเฉพาะ พฤหัสบดี (๕) เสาร์ (๗) ราหู (๘) ให้ได้ก่อน เพราะดาว สามดวงนี้จรเข้าทับหรือเล็งลัคนาทีไรจะมีเหตุการณ์ที่ประทับใจอย่างไม่มีวันลืมเสมอ ยิ่งถ้าปีที่ทับหรือเล็ง เป็นกาลกิณีจร

 

ถ้าจะแยกออกเป็นลำดับความสำคัญก่อนหลังจะเป็นดังนี้

 

1. ต้องทายจรอดีตก่อน การทายจรอดีตที่สามารถป้องกันความผิดพลาดได้ดี ต้องมีความรอบคอบ เมื่อผูกดวงเสร็จ ถ้ายังจำดาวจรไม่ได้ก็ควรลงกำกับไว้ เช่นในขณะที่เขียนวันนี้ (6 กันยายน 2548) ราหู (๘) สถิตอยู่ในราศีมีน 20 องศา เสาร์ (๗) สถิตราศีกรกฏ 9 องศา พฤหัสบดี (๕) ราศีกันย์ 26 องศา ถ้าเจ้าชะตาลัคนาสถิตราศี มังกรหรือกรกฏ ทายไม่ดีได้ทันที หรือถ้าลัคนาสถิตราศี เมษ ตุลย์ หรือกุมภ์ พฤหัสบดี (๕) อยู่ในมุมไม่ดี ทายได้เช่นเดียวกัน

 

2. ตรวจดวงทักษา ว่าทักษาเดิมมีดาวอะไรเป็นบริวาร อายุ เดช ศรี และกาลกิณีฯลฯ และตอนนี้จรมาดาวอะไรเป็นบริวาร อายุ เดช ศรี กาลกิณี ดาวอะไรเสียก็ทายเรื่องนั้นในทักษาก่อน เช่นคนเกิดวันศุกร์ ลัคนาสถิตราศีเมษ และขณะมาให้พยากรณ์ อายุจรตกภูมิอาทิตย์ (๑) เท่ากับดาวบริวารเดิมเป็นกาลกิณีจร ก็ทายเรื่องบริวารไม่ดีก่อน จากนั้นก็ทายเรื่องการเงินด้วย เพราะดาวศุกร์คือดาวเจ้าเรือนกะดุมพะ ทายเรื่องความรักไม่ดีด้วย เพราะดาวศุกร์ในราศีตุลย์เป็นดาวเจ้าเรือนปัตนิ

 

3. เมื่อผลการทายออกมาดีคือไม่ผิดพลาด ทีนี้เราจะว่าเรื่องอะไรก็ได้ที่เห็นชัด เช่นเห็นดาวเจ้าเรือนกะดุมพะดี ได้ตำแหน่งเป็นมหาอุจจ์ มหาจักร ราชาโชค เกษตร หรือเป็นศรี มนตรี เดช และสัมพันธ์แก่ลัคน์ ก็เอามาทายเรื่องฐานะทางการเงิน

 

4. จะทายเรื่องเพื่อนก็จับเอาดาวเจ้าเรือนสหัชชะมาพิจารณา ถ้าดาวดีเพื่อนก็ต้องดีตาม ถ้าดาวเจ้าเรือนสหัชชะเป็นกาลกิณีสัมพันธ์ดีกับลัคนาแล้วเพื่อนดีวิเศษ มันย่อมเป็นไปไม่ได้ ถ้าดาวดีเพื่อนต้องดี ถ้าได้ตำแหน่งเป็นมหาอุจจ์ มหาจักร ราชา เกษตร เพื่อนจะมีฐานะการเงินหรือการงานดี

 

5. เรื่องญาติพี่น้องบิดามารดา ก็มาจากดาวเจ้าเรือนพันธุ ถ้าดาวเจ้าเรือนดี แถมมีตำแหน่งเป็นศรี มนตรี เดช มหาอุจจ์มาจักร ราชา เกษตร ญาติพี่น้องดี มีฐานะการเงินดี บิดามารดามีฐานะมั่นคง คือมาจากตระ***ลที่ดีนั่นเอง เรื่องจะทายว่ามาจากเชื้อสายชั้นโน้นชั้นนี้ ยุคนี้อย่าไปทายมันเลยครับ เรื่องของศักดินาสักดิไร่เขาเลิกกันตั้งนานแล้ว มีอยู่บ้างก็เพียงบางกลุ่ม ไม่มากนัก

 

6. มาเรื่องบุตรหลาน ก็ให้เอาดาวเจ้าเรือนปุตตะนั่นแหละมาทาย ถ้าดาวเจ้าเรือนปุตตะดี เช่นปุตตะเป็นศรีเป็นมหาอุจจ์ มหาจักร ราชา ฯลฯ และสัมพันธ์ดีกับลัคนา ก็จะมีบุตรเป็นที่พึ่ง บุตรจะมีฐานะหน้าที่การงาน การเงินดี และจะมีชื่อเสียงดี เป็นอภิชาติบุตร คือจะดีกว่าบิดามารดา 10 เท่า

7. ถ้าจะดูเรื่องศัตรูหรืออุปสรรค ต้องดูกันที่ดาวเจ้าเรือน อริ ถ้าดาวเจ้าเรือนอริ ได้ตำแหน่งดี เท่ากับมีศัตรูเข้มแข็ง สามารถต่อต้านหรือขัดขวางเราได้ ยิ่งกุมลัคน์ด้วย ไปไหนจะมีศัตรูง่าย ต้องระวัง แต่ถ้าดาวเจ้าเรือนอริ อยู่ในเรือนอับเป็น อริ มรณะ วินาศ จะดี คือศัตรูแม้มี ก็พอเอาตัวรอดได้ ศัตรูทำอะไรได้ไม่มาก แค่พอแสบ ๆ คัน ๆ

 

8. ดาวเจ้าเรือนที่ 7 คือดาวเจ้าเรือนปัตนิเอาไว้ทายเรื่องคู่หรือหุ้นส่วนทางธุรกิจ ถ้าดาวอยู่ในตำแหน่งที่ดีกับลัคน์เช่นกุม โยกหน้า โยกหลัง ตรีโกณ เล็ง ได้องค์เกณฑ์ ไม่เป็นดาวกาลกิณี ไม่เป็นนิจเป็นประ ไม่มีดาวมฤตยู (๐) และราหู (๘) หรือดาวกาลกิณีมารบกวน ก็ทายชีวิตรักราบรื่น ถ้าดาวคู่เป็นมหาอุจจ์ มหาจักร ราชา เกษตร คู่มีฐานะหน้าที่การงานการเงินดี

 

9. ดาวเจ้าเรือนมรณะ บางคนเอาดาวเจ้าเรือนนี้มาทายเรื่องความตาย ถ้าดาวเจ้าเรือนมรณะมากุมลัคน์ จะตีโพยตีพาย โอ๊ย..!!! ตายแน่ ๆ คนมันถึงคราวจะตาย มันก็ต้องตายอยู่ดีแหละครับ ต่อให้ดาวเจ้าเรือนอีก 11 เรือนมากุมลัคน์มันก็ตาย เกิดมาเท่าไรมันก็ตายเท่านั้น ความจริงเรือนมรณะนี่เป็นจุดที่ตัดกำลังของดาว คือตัดความดีความร้ายของดาวลงไปส่วนหนึ่ง ทำให้ความดีความร้ายไม่เต็มร้อยนั่นเอง เช่นเดียวกับดาวประจำตรีวัย คือวัยที่เลย 75 ปี ตรงนี้เขาเรียกว่าวัยเทียบ วัยเทียบแรกคือดาวเจ้าเรือนอริ มรณะ วินาศตามลำดับ มีโหรหลายโหรเหมือนกันที่ไม่รู้ว่าเขามีเอาไว้ทำอะไร รู้แต่เพียงว่าก็มีให้ครบ 12 เรือนเท่านั้น ผมขอกราบเรียนว่า เขาเอาไว้เทียบดาวประจำวัยต้น วัยกลาง วัยปลาย ถ้าดาวเจ้าวัย ๆ ใด วัยหนึ่ง มาตรงกับวัยเทียบ อริ มรณะ วินาศ แทนที่จะให้คุณหรือให้โทษเต็มร้อยก็ลดส่วนลงนั่นเอง

 

10. ดาวเจ้าเรือนศุภะ คือดาวเจ้าเรือนที่ 9 เอาไว้ทายความรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน การเงิน การสร้างตัว รวมทั้งงานที่เป็นงานในบ้านหรืองานที่รองลงมา งานอดิเรก บางคนหรืออาจจะเป็นส่วนมากก็ได้ ในชีวิตมักทำงานควบอยู่ 2 อย่าง งานหนึ่งคือหารายได้หลักเลี้ยงตัวและครอบครัว ซึ่งก็หมายถึงเรือนกรรมะ อีกงานหนึ่งเป็นหมอดูสมัครเล่น คือว่างจากงานหลักไปทำงานรอง ที่เขาเรียกว่าหารายได้เสริมนั่นเอง แต่พอทำนานเข้า งานรองกลับเป็นงานหลักและงานหลักกลับเป็นงานรองไป อย่างผม เดิมมีงานหลักทำธุรกิจบริการนำเข้าส่งออก ว่างก็เป็นหมอดู พอรายได้ดีก็พลิกเอางานหมอดูมาเป็นงานหลัก จนทุกวันนี้

 

11. ทีนี้มาถึงดาวเจ้าเรือนกรรมะ ซึ่งหมายถึงอาชีพหลัก ถ้าดาวเจ้าเรือนกรรมะดี งานก็จะเจริญก้าวหน้าดี ถ้าเป็นกาลกิณี เป็นนิจ เป็นประก็ก้าวหน้าอืดหน่อย แต่ความจริงดาวที่จะสามารถทำให้การงานเจริญรุ่งเรือง ไม่ใช่จะมีแต่ดาวเจ้าเรือนกรรมะดีดาวเดียว ต้องมีดาวอื่นประกอบ เช่นดาวอังคาร (๓) ซึ่งหมายถึงความขยัน อดทน ดาวพฤหัสบดี (๕) ผู้บังคับบัญชา ดาวบริวารดี ดาวมนตรีดี เหล่านี้เป็นต้น

 

12. ดาวเจ้าเรือนลาภะ ดาวเจ้าเรือนนี้มีความสำคัญมากในการเสริมสร้างฐานะทางการเงิน คนเราทุกคนถ้ามีลาภดีก็รวยเร็ว คือไม่ว่าทำอะไรก็ได้เงินได้ทอง บางครั้งมีลาภลอยง่าย แต่ถ้าดาวเจ้าเรือนลาภะเป็นกาลกิณี หรือมีดาวกาลกิณีและ ราหู (๘) หรือ มฤตยู (๐) เป็นดาวลอยอยู่ในเรือนลาภะ ก็ใช้เงินเก่ง มีเท่าไรใช้เรียบ ไม่มีเก็บสักบาท บางทีมี 100 ใช้ 200 คือใช้เกินตัว

 

13. ดาวเจ้าเรือนวินาศ เรือนนี้ก็เป็นเรือนที่สามารถลดความดีหรือความร้ายของดาวได้ แต่มีพิเศษ คือถ้าดาวเจ้าเรือนปัตนิมาอยู่ในเรือนนี้มักมีคู่แบบงุบงิบ ปกปิด อยู่ด้วยกันอย่างเปิดเผยแล้วมีปัญหาง่าย ยกเว้นดาวพฤหัสบดี (๕) กลับให้คุณด้านการเรียน ด้านการงานต้องช่วยตัวเอง ดาวเจ้าเรือนปุตตะมาอยู่ในเรือนนี้ จะไม่ได้ใกล้ชิดกับบุตรหลาน โดยเฉพาะตอนโตจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน คือพ่อแม่ไปทางหนึ่งลูกไปทางหนึ่ง นาน ๆ จะได้พบกันที

 

14. การจะทายเรื่องบริวารดีหรือไม่ดี ต้องมาจากดวงทักษาเดิม ถ้าดาวบริวารกุมลัคน์ หรือสัมพันธ์ดีกับลัคน์ในลักษณะใดลักษณะหนึ่งเช่น เป็นโยกเป็นเกณฑ์ กุมลัคน์ เล็งลัคน์ ตรีโกณ บริวารดี มีคนช่วยงานดี มอบหมายหน้าที่การงานให้ทำไว้ใจได้ แต่ถ้าดาวบริวารไม่ดีเช่นอยู่กับดาวกาลกิณี อยู่ในเรือนกาลกิณี หรือเป็นนิจ เป็นประหรืออยู่ในเรือนที่เป็นอริ มรณะ วินาศก็แย่หน่อย คือต้องปวดหัวกับบริวาร

 

15. เรื่องสุขภาพ ส่วนหนึ่งพิจารณาจากดาวอายุ ถ้าดาวอายุดีก็สุขภาพดี อายุยืน ไม่ค่อยเจ็บป่วย ไม่มีโรคประจำตัว ถ้าดาวอายุไม่ดีเช่น เป็นนิจ เป็นประ หรืออยู่กับดาวราหู (๘) หรือ มฤตยู (๐) สุขภาพไม่ดี ประกบกับดาวกาลกิณีเดิมหรืออยู่ในเรือนกาลกิณีเดิม แต่จะเป็นอะไรขึ้นอยู่กับดาวอะไรเสีย เช่นคนเกิดวันพุธจะเกิดกลางวันหรือกลางคืนก็ตาม ลัคนาราศีสิงห์มีดาวเสาร์ (๗) กุมลัคน์ และมฤตยูก็กุมลัคน์ด้วย จะเป็นโรคเครียด ปวดศีรษะข้างเดียว ความดัน

 

16. ดาวเดชประจำดวงทักษาเป็นเรื่องของ ความน่าเกรงอกเกรงใจ บางคนดาวจันทร์ซึ่งเป็นดาวที่บ่งบอกความมีเสน่ห์น่าคบหา เป็นคนรูปงาม พอเป็นดาวเดชกลับเสีย คือเห็นแล้วไม่น่าคบหา จะกลายเป็นคนดูแล้วดุไป

 

17. สำหรับดาวศรีของใครก็ตาม ล้วนแต่หมายถึงสิ่งดี ๆ  เป็นการตอกย้ำความดีของดาวต่าง ๆ เช่นดาวเจ้าเรือนปัตนิเป็นศรี ได้คู่ดี การครองเรือนราบรื่น ดาวเจ้าเรือนสหัชชะเป็นศรี มีเพื่อนดีพึ่งพาอาศัยกันได้ ดาวเจ้าเรือนลาภะดีก็มีลาภง่าย

 

18. ดาวมูลละ หมายถึงที่อยู่อาศัย ทรัพย์สินเดิม มรดก ถ้าดาวดวงนี้กุมลัคน์หมายถึงการต้องมีมรดก มีทรัพย์สินมั่นคง จะได้มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับกำลังของดาว ถ้าเป็นมหาอุจจ์กุมลัคน์ จะได้มาก แต่ยามที่เป็นกาลกิณีจรก็ต้องขายของเก่า การต้องจากบ้าน เดินทาง หรือย้ายบ้านจากหลังเก่าไปอยู่หลังใหม่

 

19. อุตสาหะทายเรื่องความขยันขันแข็ง ความเพียรพยายาม ในการสร้างตัวสร้างฐานะ ดาวเจ้าเรือนทักษาดวงนี้ถ้าดีก็ดีไป คือถ้าได้ตำแหน่งเป็นอะไรสักอย่างหนึ่งเช่น มหาอุจจ์ มหาจักร ราชาโชคก็จะให้ผลคุ้มค่าความเพียรพยายาม แต่ถ้าเป็นนิจ เป็นประ ก็จะเสียมากกว่าได้

 

20. ดาวมนตรีเดิม ทายเรื่องคนช่วยเหลือ ผู้อุปถัมภ์ค้ำจุน ถ้าดาวอยู่ในตำแหน่งดีและสัมพันธ์ดีกับลัคนา จะทำอะไรมีผู้ช่วยเหลือดี ถ้ามนตรีครองเรือนอริ มรณะ วินาศ จะขาดคนช่วยเหลือ ต้องทำเองจึงจะถูกใจ

 

21. ดาวกาลกิณีในทักษา เป็นดาวที่ร้ายที่สุด ไปอยู่ที่ไหนตรงนั้นเสีย เช่นไปอยู่ในเรือนการเงิน ใช้เงินเก่ง ไปอยู่เรือนสหัชชะ เพื่อนเสีย เพื่อนทำให้เดือดร้อน บางทีไปครองเรือนหรือราศีของตนเอง ทำให้เรือนนั้นเสียไปทั้งเรือนดาวอะไรไปอยู่ก็พลอยเสียหายไปด้วย เช่นเกิดวันจันทร์ ลัคนาสถิตราศีสิงห์ ดาวจันทร์ (๒) และพุธ (๔) กุมลัคน์ ทำอะไรเพี้ยน ๆ เพื่อนตนเองได้ ถ้าเจอแบบนี้คบยากที่สุด

 

สรุปแล้วขั้นตอนที่ผมพยายามรวบรวมนำมาเสนอนี้  เป็นเพียงแนวทางหรือชี้ทางให้เดินอย่างหนึ่งเท่านั้น  ไม่ใช่ต้องนำมาทายกันหมดในคราวเดียว เพราะมันไม่คุ้มกับเงินที่ได้  มีเพื่อนนักพยากรณ์อาชีพคนหนึ่งในทีมเดียวกัน  พยากรณ์กันเป็นชั่วโมง  ซึ่งเป็นการเอาเปรียบกันเกินไป

 

ผมเองบางคราวเหนื่อยมาก ๆ  เข้าได้เงินเพียง 300 ผมก็เอาดาวเพียง 3 ดาวมาทาย นอกนั้นก็เติมฝอยเข้าไปนิด ๆ แต่พองาม ได้เงินมากจึงค่อยทายเพิ่ม  แต่แบบนี้ขอความกรุณาท่านอย่าเอาเป็นตัวอย่างนะครับ เพียงบอกให้ฟังกันเล่นเท่านั้น

 

อีกอย่างหนึ่งต้องไม่ลืมว่าการพยากรณ์ ไม่ว่าอาชีพหรือไม่อาชีพ  มิใช่พอผูกดวงเสร็จแล้ว เราหลับหูหลับตาทายอยู่ข้างเดียว เกือบจะทุกรายที่มาหาหมอดู เขาต้องมีเป้าหมาย ไม่เรื่องใดก็เรื่องหนึ่ง ตรงนี้เราต้องหัดสังเกตุ ***เรื่องการมาดูสะเปะสะปะแก้เซ็งพอมีบ้าง แต่ก็น้อย บางคนมาดูเพราะต้องการลองภูมิ  บางรายก็เพื่อหลอกเอาวิชา  บางรายนอนไม่หลับ คิดถึงหมอดูก็มาดูหมอ  บางคนยึดการตระเวนหาหมอดูเป็นอาชีพหลักไปเลยก็มี  ทว่าจะมาแบบไหนถ้าเราตั้งหลักดีก็สามารถเอาตัวรอดได้

 

ยังมีอยู่อีกพวกหนึ่ง น่ารังเกียจที่สุด คือพวกที่ไม่ทำอะไรเลย พวกนี้สมถะ มีน้อย ใช้น้อย  แถมมักน้อยด้วย ชอบเอาชีวิตหรืออนาคตทั้งหมดแขวนไว้บนกิ่งฟ้ารอดูว่าเมื่อไรวาสนาเข้ามาจับ  ลอยไปลอยมาวัน ๆ บางรายเพราะหางานทำไม่ได้  พวกนี้น่าสงสาร แต่บางรายพ่อแม่หาไว้ให้กินให้ใช้  อีกพวกหนึ่งคือพวกที่พอบอกวันเดือนปีเกิดและเวลาตกฟากแล้วจบ นั่งฟังอย่างเดียว ฟังแบบคนที่ได้ปล่อยวางทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตหมดแล้ว ไม่แสดงความยินดียินร้ายต่อคำพยากรณ์ ถูกก็ไม่รับว่าถูก ผิดก็ไม่บอกว่าผิด ไม่ส่ายหน้า ไม่พยักหน้าอะไรทั้งสิ้น พวกนี้ถ้าหมอคนไหนอ่อนหัดจะเครียดทันที

 

ผมเคยเจอมาสัก 10 รายเห็นจะได้  แก้ไม่ยาก  หลังจากเห็นว่าเขาเฉยชาต่อคำพยากรณ์จริง ๆ ให้รีบทาย  หยิบฉวยอะไรได้ทายเลย ถูกบ้างผิดบ้าง  แต่พยายามให้ผิดมากยิ่งดี เพราะคำพยากรณ์หรือคำทายผิด ๆ ข้าง ๆ คู ๆ นี่จะกลับไปกดดันเขาเอง แล้วรีบจบอย่าให้เกิน 5 นาที  จากนั้นเชิญให้ออกไปอย่างสุภาพ  พร้อมกับเรียกคนใหม่เข้ามา  หรือถ้าไม่มีคนรอคิว  ก็ทำทีทักทายกับคนที่เดินผ่านหลังเขาไป  รับรองได้เรื่องแน่ !!!

 

ดังนั้นการตั้งหลักให้ดีที่ผมกล่าวถึง  คือความพร้อม ที่จะรับสถานการณ์กับคนทุกจำพวก ไม่ว่ามาดีหรือมาร้าย ก่อนอื่น เมื่อผูกดวงเสร็จ – วางดวงทักษา – ตรีวัย – ดาวจร – และนับทักษาจร เรียบร้อยเสียก่อน  หลังจากนั้นพยายามหาจุดที่เสียที่สุดในดวงให้ได้สัก 1-2 จุด  เอาไว้โจมตีให้ตกใจเล่น  แต่ต้องกะเวลาว่าเรื่องนั้น ๆ ไม่ผ่านมานานเกินไป  เพราะจะทำให้เขาจำไม่ได้  เช่นถ้าในดวงเราเห็นชัดว่า ราหู (๘) หรือมฤตยู (๐) อยู่ในเรือนกะดุมพะ  เรือนลาภะ  หรือดาวเจ้าเรือนกะดุมพะ เจ้าเรือนลาภะเป็นกาลี  เราเห็นแล้วว่าเจ้าคนนี้ต้องเป็นคนใช้เงินเก่งแน่  แล้วช่วง ราหู (๘) เข้ามาในเรือนกะดุมพะอีกรอบ  ทายได้เลยว่าต้องเสียเงินก้อนใหญ่แน่  หรือเห็นว่าในดวงดาวเจ้าเรือนคู่ครองอยู่ในตำแหน่งอ่อนแอ  นับทักษาแล้วปีไหนดาวเจ้าเรือนปัตนิเป็นกาลกิณีจร หรือดาวเสาร์ (๗) จรเข้าเรือนปัตนิ  ปีนั้นนั้นต้องมีเหตุร้าย  ขัดแย้ง  เลิกรากัน ดังนี้เป็นต้น

 

ดูดวงทางโทรศัพท์ -ดูดวงทางไลท์- โหราศาตร์สิบลัคนา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *