ดูดวง ราศีกรกฎ
…..ราศีกรกฎหมดราคีแม้มีเกตุ………….จะมีคุณวิเศษแข็งขยัน
จะเรียนรู้วิชาสารพัน……………………….มีความหมั่นพากเพียรเล่าเรียนดี

ดูดวง พยากรณ์ ด้วยวิชาโหราศาสตร์ 10 ลัคนา จากตำราต้นฉบับดั้งเดิม
ดูดวง ราศีพฤษภ
…..แม้ราศีพฤษภ พบพระเกตุ…………..มหาอุจจ์อันวิเศษกว่าผู้คน
มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่วิชัยชู……………….จะสมบูรณะลาภท้าวพระยา
จะได้เป็นขุนคลังแห่งกษัตริย์…………..รักษาทรัพย์สมบัติมากหนักหนา
เกียรติยศเกียรติคุณและบุญญา…………วาสนาสูงหนัก สูงศักดิ์ดี

ดูดวง เกตุประจำราศีแบบ 10 ลัคน์
ราศีเมษ
…..ราศีเมษ พระเกตุประจำธาตุ………เป็นอุจจาวิลาสกำเนิดหมาย
พระครูโหราจารย์ท่านทำนาย………..ผู้นั้นจะได้ถึงที่พึ่งดี
มีผู้ช่วย ชูชุบอุปถัมภ์…………………….จะจุนคล้ำยศศักดิ์ให้สูงศรี
จะเป็นปราชญ์ในชาตาปัญญาดี………เสียแต่มีใจหลอกกลับกลอกจริง
เจ้าเล่ห์กลมายาหนักหนานัก………….ทำเป็นรักทำเป็นห่วงล่อลวงหญิง
คุณและโทษแห่งพระเกตุเหตุมีจริง…อย่างประวิงจงจำถ้อยคำครู

วัตถุประสงค์หลักของ ๑๐ ลัคนา
๑. พื่อให้ทราบว่า ๑๐ ลัคนาคือโหราศาสตร์แขนงหนึ่ง ที่แตกแยกออกมาจากดวงราศีจักรทั่วไป
๒.โหราศาสตร์ทั่วไปหาลัคนาจากดาวอาทิตย์เพียงดาวเดียว ในขณะที่ ๑๐ ลัคนาเอาดาวทั้งหมด ๑๐ ดาวมาหาลัคนา ตามเวลาเกิดหรือเวลาตกฟากเดียวกัน
๓.โหราศาสตร์ ๑๐ ลัคนา ใช้ดวงทักษาเดิมและทักษาจรมาประกอบการทาย คือ บริวาร เดช ศรี มูลละ อุตสาหะ มนตรี กาลกิณี
๔. ดวง ๑๐ ลัคนา เอาดาวเจ้าเรือนทั้งของตนุเศษและดาวเจ้าเรือนลัคนามาทาย ทายตามความหมายของเจ้าเรือนนั้น ๆ เช่นปัตนิ ทายเรื่องคู่ อริ ทายเรื่องศัตรู ปุตตะทายเรื่องบุตรหลาน สหัชชะ ทายเรื่องเพื่อน ฯลฯ
๕.ใช้ดาวมาตรฐานเช่น มหาอุจ มหาจักร ราชาโชค เกษตร นิจ ประ เช่นเดียวกบดวงทั่วไป
๖. ใช้ดาวที่เป็น คู่มิตร คู่สมพล คู่ศัตรู คู่ธาตุ และความเกี่ยวพันของแต่ละดาวในตำนานโลกธาตุ(ชาติเวร)
๗.ใช้ดาวตรีวัยมาวัดการขึ้นลงของชะตา ในแต่ละรอบ ๘ ปี ๔ เดือน
๘. การทายในระดับสูงใช้ นวางค์ ตรียางค์ เข้ามาประกอบเป็นหลัก
๙. สำหรับคนที่เวลาเกิดไม่แน่นอนสามารถตรวจเช็คและหาเวลาเกิดได้เป็นนาที

ดูดวง ฤกษ์แต่งาน
ชาวบ้านทั่วไปยังไม่ค่อยเข้าใจว่าคืออะไร เอาจุดไหนมาเรียกว่าฤกษ์แต่งงาน ตามประเพณีนิยม เขาวางระเบียบไว้ดังนี้
๑. ขบวนแห่ขันหมากออกจากบ้านเจ้าบ่าว หรือเข้าบ้านเจ้าสาว
๒. สู่ขอ
๓. สรวมแหวน
๔. รดน้ำ
๕. งานเลี้ยง
๖. ส่งตัวเข้าหอ หรือปูที่นอน
๗. จดทะเบียน
นี่คือฤกษ์แต่งงาน ใครจะเลือกเอาอย่างไรสุดแต่ ทว่าต้องทำในวันเดียว มีจดทะเบียนเท่านั้นที่แยกจดวันหลังได้
ที่สำคัญมากคือต้องส่งตัวเจ้าสาวให้เจ้าบ่าวในวันนั้น มิฉะนั้นบ้านแตกครับ ผมเคยพบมางานหนึ่ง เจ้าบ่าวต้องนอนเฝ้าหอสามวัน

ดูดวง ลัคนาในราศีเกณฑ์
ดวงชะตาบุคคลเป็นส่วนมากที่เดียว เมื่อได้พิจารณาพระเคราะห์ในเรือนราศีต่าง ๆ ตลอดจนที่สถิตของลัคนาแล้ว ไม่มีลักษณะแสดงดีแสดงร้าย แต่เจ้าของดวงชะตาผู้นั้น ก็บังเกิดผลดีผลร้ายอย่างสูงเป็นที่น่าประหลาด และลางดวงชะตาแสดงว่าจะวิบัติเห็นได้ชัด ๆ แต่เจ้าของดวงชะตาผู้นั้นกลับบังเกิดความวิวัฒน์ และพร้อมกันลางดวงชะตากำลังแสดงว่า จะประสบโชคมหาศาล แต่แล้วเจ้าของดวงชะตากลับได้รับความวิปโยคทุกข์ร้อนอย่างแสนสาหัส ก็มีดังนี้ ตามโบราณท่านว่าดวงชะตาทั้งสามลักษณะนี้ ให้พิจารณาลัคนาในราศีเกณฑ์เสียก่อนคือ
พระเคราะห์ในลักษณะ นระ อัมพุ กีรฏะ ปัศวะ ทั้ 4 ตัวนี้ ถ้าปีใดทักษาจรมาเป็นศรีหรือกาลกิณีต้องลัคนา ในราศีเกณฑ์นั้น ๆ แล้ว ย่อมแสดงผลดีร้ายอย่างสูงและหนักมาก
ความคิดเห็น
หมายถึงว่า ๗-๓-๘-๕ เป็นกาลีหรือเป็นศรี ตามทักษาจร ต้อง(ทับ)ลัคนา น่าจะหมายรวมถึง เล็ง ร่วมธาตุ โยกหน้า โยกหลังด้วย เพียงแต่การให้คุณหรือให้โทษลดตามส่วนแห่งความสัมพันธ์ถึง
แต่ก็ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะให้ดาว ๓-๗-๘ อันเป็นดาวบาปเคราะห์มาแต่เดิม เมื่อจรมาเป็นศรี ให้คุณแก่เจ้าชะตา
ควรระวังด้านที่จะเสียเอาไว้เพื่อความไม่ประมาท ไม่เคยเห็นคนที่ดาว ๗-๓-๘ จรเป็นศรีมาตองลัคนาแล้วมีโชค มีอยู่รายเดียว คือ ๗ จรทับลัคนา มีโชค เพราะการเสียชีวิตของบิดาและมารดาในเวลาใกล้ ๆ กัน ถ้าการต้องเสียบิดามารตาแล้วได้มรดกร่ำรวยเป็นโชค ผมยังไม่เห็นด้วย
ท่านอายัณโฆษได้กล่าวต่อไปว่าผู้ที่จะได้รับผลดีร้ายมากที่สุด เป็นคนราศีเกณฑ์อัมพุ ทั้งนี้เพราะมีดาวอังคาร ๓ เป็นดาวแสดงบทแห่งเกณฑ์นี้ และอังคาร ๓ เป็นดาวที่มีการโคจรเร็วกว่าดาวอื่น ดังนั้นจึงต้องมาถึงลัคนาอย่างแน่นอน ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง คือทับ เล็ง ตรีโกณ โยคหน้าหลัง โดยหลักวิชาแล้ว ทับหรือเล็งจะมีผลมากที่สุด สัมพันธ์อย่างอื่นดีร้ายลดหลั่นกันไป ยิ่งถ้าดาวพฤหัสบดี ๕ จรมาปกป้องลัคนาเอาไว้ ก็ไม่ร้ายแรงเท่าที่ควรจะเป็น เพราะเราถือกันว่าดาวพฤหัสบดี ๕ เป็นดาวคุ้มโทษ เป็นดาวใหญ่ที่มีกำลังมาก แม้จะอยู่ไกล
ในความเป็นจริงพระเคราะห์อื่นคือ ๗-๘-๕ เป็นกาลีจรมาเมื่อใดเข้าทับ เล็ง ตรีโกณ โยกหน้าหลัง จะได้รับโทษหนักมาก เพราะอยู่นานกว่าอังคาร ๓ บางรายถึงกับต้องเข้าโรงพยาบาลบ้า บางคนฆ่าตัวตาย ทรัพย์สินเงินทองหมด เห็นอยู๋รายหนึ่ง มีเงินอยู่ 4 ล้าน หมดตัวต้องขายข้าวแกงเลี้ยงลูก
จากข้อสังเกตุฯ หน้า 5 ท่านอายัณโฆษ กล่าวว่าท่านได้ค้นคว้าพบว่า เรื่องของราศีเกณฑ์นั้น แท้จริงเป็นเพียงการแสดงสัณฐานของดวงชะตาเฉพาะเมื่อเวลาตกฟากเท่านั้น มิได้มุ่งหมายล่วงเลยไปถึงการพยากรณ์ในปีปัจจุบัน (ความเห็น- คือไม่เกี่ยวกับการทายจรนั่นเอง) ท่านบอกต่อไปว่า จริงอยู่กฏเกณฑ์ของราศี นระ อัมพุ กีรฏะ ปัศวะ ที่มีพระเคราะห์เสาร์ ๗ อังคาร ๓ ราหู ๘ พฤหัสบดี ๕ สถิตเสถียรมาแต่วันตกฟากโดยถูกต้องนั้น ยอมรับว่า 80% ของดวงชะตาที่มีโชคดีเหล่านั้นจ่างพากันดีเด่นในลักษณะต่าง ๆ กัน
ท่านกล่าวต่อในหน้าที่ 7 ถึงเรื่องเดียวกันว่า ท่านขอแนะนำเคล็ดลับ เพื่อผลในการพยากรณ์ปัจจุบันว่า ท่านใดก็ตามเมื่อทักษาอายุ ทำให้พระเคราะห์ ๗-๓-๘-๕ ตัวใดตัวหนึ่งเป็นศรีจรหรือกาลีจร ไม่ว่าลัคนาจะสถิตอยู่ราศีใดให้ทายดังนี้ ถ้าทับลัคนา ให้ทายดุจลัคนาราศ๊นระ ถ้าห่างจากลัคนาไปสี่ราศีให้ทายดุจลัคนาราศีอัมพุ ถ้าเล็งลัคนาหรืออยูในเรือนที่ 7 เมื่อนับจากลัคนาไป ให้ทายดุจลัคนาราศีกีรฏะ ถ้าห่างจากลัคนาไป 10 ราศีให้ทายดุจลัคนาราศีปัศวะ (ความเห็น-ทั้ง 4 ดาว คือ ๗-๓-๘-๕ เมื่อต้องโคจรไปเป็น 1 – 4 – 7 – 10 แก่ลัคนา ให้โทษให้คุณอยู่แล้ว ต่างกันตรงที่มากหรือน้อย เป็น 1 และ 7 คุณและโทษมากเป็นพิเศษ เพราะทับลัคนาเล็งลัคนานั่นเอง)

ดูดวง
จะกล่าวถึงพระเคราะห์จรมาในราศี
อันอาจารย์แจ้งจัดอรรถสาลินี พระอภิธรรมโดยมีฎีกามา
พระอาจารย์จารึกบรรทึกไว้ คัมภีร์ไสย์ตามพระพุทธโฆษา
พระเคราะห์มนท์เสริดพักรนานา ทำนายว่าการต่างๆ จะเกิดเป็น
อังคารพักรมีศึกต่างเมืองมา อังคารเสริดนั้นว่าจะเกิดยุคเข็ญ
อังคารมนท์จะวิกลบังเกิดเป็น มหาชนจะเกิดเข็ญเป็นฝีตาย
จะเจ็บท้องลงแดงตายเสียมาก ความทุกข์ยากในมนุษย์สิ้นทั้งหลาย
พระเสาร์และอังคารท่านภิปราย ในสี่ราศีร้ายจำเพาะมี
คือพฤษภ สิงห์ มีน ธนู พักร ว่าร้ายนักทำนายไว้สี่ราศี
จะเกิดความฉิบหายวายชีวี พระธรณีจะดูดกินซึ่งเลือดคน
พระอังคารพักรณราศีเมษ พระมหากษัตริย์เป็นเหตุแสดงผล
ในเดือนเก้าเจ็ดค่ำแรมพึ่งยล จะม้วยชนม์สิ้นชีพสังขารา
พระพุธพักรในกุมภราศี พระบุรีร้อนทั่วทิศา
ราชบุตรจะต่อยุทธกษัตรา ในเดือนแปดทุติยาเป็นมั่นคง
พระพุทธมนท์ว่าน้ำฝนนั้นจะน้อย ข้าวกล้าตายฝอยดินแห้งผง
พระศุกร์ข้าวแพงทำนายตรง บูรพาษาฒมั่นคงทำนายมา
พระอังคารพักรในเมษในราศี ธนูสิงห์สามนี้ร้ายหนักหนา
เป็นนิมิตแก่แผ่นพสุธา จะแยกเป็นสองว่าอัศจรรย์
อีกจะมีลมพายุวิปริต จะเกิดไข้ทรพิษเป็นมหันต์
มหาชนจะพินาศลงดาษครั้น อังคารนั้นเกิดไข้ตาย
พฤหัสบดีมนท์แพ้สมณพราหมณา พระศุกร์มนท์ทายว่าฝนจะแห้งหาย
ข้าวแพงฝนจะแล้งข้าวกล้าตาย พระเสาร์มนท์นั้นทายว่าศึกมี
เป็นอันตรายวัวควายจะตายห่า จะร้อนราษฎร์ประชาทั่วกรุงศรี
ดูคำทำนายตามพระบาลี ดังกล่าวนี้เป็นฉบับโบราณเอย”
จาก คัมภีร์อรรถสาลินี ซึ่งแต่งโดยพระพุทธโฆษาจารย์



ดูดวง การเกิดของราหูนั้น โบราณท่านเขียนคำทำนายที่ให้ผลร้ายไว้ ดังนี้
“อสุรินทร์เสาราฤทธิกล้าหาญ ทั้งสององค์ท่านเป็นมิตรสนิทกัน
แต่โคจรห่อนได้ร่วมมรรควิถี ต่างโคจรจรลีคนละทางร่วมจักรผัน
แม้นเกิดในสถานทวารนั้น คือราศีเมษมั่น กรกฎ ตุล มังกร
ครั้งนั้นในชั้นพรหมสถานทั่ว จะเกิดรัศมีมิดมืดมัวกว่าแต่ก่อน
มนุษย์ทั้งโลกจะเดือดร้อน เพราะเหตุทุกนครกลียุค
ชาวประชามหาชนไม่เป็นสุข โทษทับทุกร้อนแรงกล้ากว่าอัคคี
แม้นทับลัคนจันทร์ท่านผู้ใดในราศี ดังที่ว่ามานี้มิได้การ
ถึงจะมีปัญญายศฐาศักดิ์ ไม่ต้องผลักนอนแผ่น่าสงสาร
ทั้งสุพรรณหิรัญรัตน์บุตรรักลูกเมียจักเกิดการ ทั้งสังขารโรคร้ายมาครอบงำ
แม้ผู้ในใดใครเป็นเหมือนเช่นว่า พระศาสดาตรัสไว้ว่าถึงคราวกรรม
พวกโหราว่าเคราะห์ร้ายตรงกับธรรม กลับทายซ้ำว่าเห็นมาหลายคน
คงไม่พ้นเหตุร้ายอันใหญ่หลวง จึงยึดหน่วงเอาไว้ในกุศล
พระไตรลักษณะญาณเจริญบน คงให้ผลถึงที่สุขีเอย”
บทกลอนนี้มีชื่อว่า “เมธาโหราแสดงสาร” ที่จดจำลอกเลียนกันมา
“สุรินทรราหู จรจักรากร
กุมเล็งระวีวร จะประทุษฐลาภา
สัตรูจะเมียงมาตร จะวิวาทวิวาทา
จากบุตร์ภิริยา จะตะโกรงกระโทงกาย”
“ราหูทับราหู ปะทะกันและกันกล
นั้นห้ามจรัญหน บรรเทศจะอันตราย
สินทรัพย์จะร่อยริน ธิบดีนนทร์จะหมองหมาย
โทษตนระมัดกาย จะเกิดพระเพลิงกาฬ
ศัตรูจะแกล้งกล่าว พจน์ล่อและลวงผลาญ
พยาธิใหญ่จะประหาร บมิญาติจะม้วยมรณ์”
“ผิวพระเคราะห์จำเพาะต้องกันเล่า อังคารเข้าต้องพระสุริยศรี
จะได้ข่าวโจรร้ายราญราวี อุดรทิศที่นั้นที่บูรพา
พระอาทิตย์ถึงเสาร์มีข่าวไกล ศัตรูภัยทิศพายัพนั้นแกล้วกล้า
อาคเนย์ทิศนั้นจะพลันมา พระเสาร์ถึงสุริยานั้นภัยมี
จะเกิดก่อต่อยุทธเรามีชัย เผด็จศัตรูได้ถึงเริดหนี
อาทิตย์ถึงอสุรินทร์นั้นเหตุมี จักลงโทษมนตรีพิกลไป
อสุรินทร่วมอาทิตย์นั้นพวกพาล จะทำการทุจริตผิดวิสัย”
