ดูดวงทางโทรศัพท์ ดูดวงทาง Line โหราศาสตร์ไทย ดูดวง โหราศาสตร์ไทย 10 ลัคนา
ดูดวงทางโทรศัพท์ ดูดวงทาง Line โหราศาสตร์ไทย ดูดวง โหราศาสตร์ไทย 10 ลัคนา

ดูดวงทางโทรศัพท์ ดูดวงทาง Line โหราศาสตร์ไทย ดูดวง โหราศาสตร์ไทย 10 ลัคนา

| img-112203611
หนังสืออนุสรณ์งาน ฌาปนกิจ อาจารย์สอ้าน นาคเพชรพูล อาจารย์ผู้สอนโหราศาสตร์ไทย 10 ลัคนา
ดวง 10 ลัคนา โหราศาสตร์ 10 ลัคนา หรือที่เรียกกันโดยย่อว่าดวง 10 ลัคน์ เป็นวิชาการพยากรณ์วิชาหนึ่งที่ยึดหลักการทายมาจากดวงทั่วไปหรือลัคนาเดียว คือยังใช้ดวงเกษตรเป็นหลักของดาวเจ้าเรือนใน 12 เรือน การวัดความเข้มข้นของดาวที่จะให้คุณหรือให้โทษ โดยการใช้ดวงมาตรฐาน มหาอุจจ์ มหจักร ราชาโชค นิจ ปรป็นเครื่องวัด สำหรับเรื่องของดวงทักษา 10 ลัคน์ไม่ใช้มหาทักษาการเสวยอายุ แต่ใช้ทักษาจรปีไปภูมิละ 1 ปี เมื่ออายุจรถึงภูมิอาทิตย์ ๑ ต้องนับปีถัดไปเข้าตากลาง และมี พฤหัสบดี ๕ เป็บริวาร พอปีต่อไปให้นับอายุย่างที่ภูมิจันทร์ ๒ จากนั้นก็นับไปตามปกดิ เน้นการหาดาวกาลกิณี เดช มนตรี ศรี ทั้งเดิมและจรมาประกอบทายควบไปกับดวงเดิมและดาวดาวจร นอกจากนี้ก็ยังใช้คู่มิตร คู่ศัตรู คู่ธาติ คู่สมพล และยังใช้เกณฑ์ ปัศวะ นระ กีรฏะ อัมพุ ตรีวัยเช่นเดียวกับดวงราศีจักรทั่วไป ต่างกันอย่างเดียวคือให้เอาราศี-องศา-ลิปดา ของดาวประจำวันเกิดมาหาลัคนาทั้งหมดตามเวลาเกิดหรือเวลาตกฟาก โดยไม่เว้น ในขณะที่การผูกดวงทั่วไปหรือลัคนาเดียวใช้ดาวในปฏิทินดาราศาสตร์ คือ ๑๒๓๔๕๖๗๘๙๐ มา ลด-เพิ่ม องศา-ลิปดาตามเวลาเกิดหรือเวลาตกฟาก ที่เรียกตามภาษาโหรว่า “ตัดสมผุส ณ เวลาเกิด” ซึ่งส่วนมากก็ยังเป็นตำแหน่งดาวในท้องฟ้าเหมือนเดิม ทำไมจึงต้องมีดวง 10 ลัคนา? ตามความคิดของผม คิดว่า น่าจะเป็นส่วนหนึ่ง หรืออีกเส้นทางหนึ่งต่อการพัฒนาวิชาโหราศาสตร์ เพื่อผลของการพยากรณ์ที่ง่ายและกระชับ ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อมหรือไม่มีข้อแม้มากจนสับสน ผมเคยพบกับโหรอาวุโสท่านหนึ่ง ก่อนที่ผมจะตัดสินใจมาเรียนโหราศาสตร์ ตาของท่านพิการ เป็นลุงของเพื่อนที่ทำงานอยู่แผนกเดียวกันกับผม คือแผนกนำเข้าและส่งออกสินค้ายาและเคมีภัณฑ์ของบริษัทชาวเยอรมันนี โหรอาวุโสดังกล่าว ท่านเคยทายดวงให้ผม เวลาท่านทาย ท่านจะถามย้ำถึงองศาลิปดาของดาวเสมอ และท่านทายแม่นยำดี โดยมีเพื่อนผมเป็นคนผูกดวงราศีจักร์ทั่วไปให้ ก่อนทายท่านจะถามถึงลัคนากี่องศา การถามถึงองศาของลัคนา นั่นน่าจะหมายถึงท่านต้องการทราบว่า ลัคนาเกาะนวางค์อะไร เพราะคนเราแม้จะมีลัคนาสถิตราศีเดียวกันก็จริง แต่เมื่อองศาต่างกัน นั่นย่อมหมายถึงลัคนาเกาะนวางค์ที่ต่างกัน การต่างกันของนวางค์ของลัคนานี่แหละ ที่ทำให้ผลออกมาว่าเจ้าชะตานิสัยต่างกันไป ยิ่งถ้ารู้องศาลิปดาของดาวอื่น ๆ ด้วยยิ่งเป็นการดี เพราะเราสามารถเอาองศาลิปดา ของดาวแต่ละดวงเข้าดวงนวางค์ได้ง่าย หรือหากจะพัฒนาเป็นดวง 10 ลัคน์ด้วยการคำณวนในใจไปตามอันโตนาทีของแต่ละราศีก็ย่อมทำได้ไม่ยาก ตรงนี้แหละที่ผมเริ่มสนใจ และอยากจะเรียนรู้บ้าง ก็พอดีที่ท่านถึงกรรม ก่อนที่ผมตัดสินใจเป็นศิษย์เพียงไม่กี่วัน ! จึงในวันที่รอเวลาฌาปนกิจศพ ผมจึงได้ปลีกตัวไปพบกับ อ. อรุณ เทศถมทรัพย์ ปรมาจารย์ทาง 10 ลัคน์ตัวจริงซอยบางยี่ขัน แล้วลงมือศึกษา 10 ลัคนาเรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้ การผูกดวง 10 ลัคนา ทำอย่างไร ? ความจริงการผูกดวง 10 ลัคนา เข้าใจว่าหลายคนทำได้ ที่ผมกล่าวเช่นนี้ เพราะเมื่อใครก็ตามสามารถผูกดวงราศีจักรธรรมดา หรือที่ผมนิยมเรียกว่า ดวงลัคนาเดียวได้ โดยการนำเอาราศี-องศา-ลิปดาของอาทิตย์ในวันที่เจ้าชะตาเกิดมาผูกดวงหาลัคนาได้ ราศี-องศา-ลิปดาของดาวอื่น ๆ เช่นดาว ๒๓๔๕๖๗๘๙๐ ก็นำมาหาลัคนาได้เช่นเดียวกัน และกรรมวิธีการทำก็ทำแบบเดียวกัน ยกเว้น ๘ และเกตุ ๙ ที่ต้องย้อนกลับ เพราะเดินสวนทางกับดาวอื่น แต่ลัคนาจะของดาวอะไรก็ตามเมื่อหาได้แล้วไม่ต้องใส่ ส หรือ ล แทน ใช้ดาวแต่ละดาวไปเลย ด้วยเหตุนี้ดวง 10 ลัคน์จึงเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าดวงไม่มีลัคน์ เพราะไม่มี ส และ ล นั่นเอง แต่ที่จริงแล้วเห็น อาทิตย์ (๑) สถิตราศีใด นั่นแหละเป็นลัคนาของคน ๆ นั้น ๑ จะเป็นลัคนาประธานที่สำคัญที่สุด ลัคนาของดาวอื่นเป็นลัคนาประกอบ หรือเป็นลัคนาบริวาร เพราะตามหลักดาราศาสตร์แล้วดาว ๒๓๔๕๖๗๘๙๐ เป็นดาวบริวารของอาทิตย์ ไม่มีแสงสว่างของตนเอง ทว่าดาวดังกล่าวล้วนมีความสำคัญ ไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน คนมาจากดาวหรือดาวมาจากคน? ในคน ๆ หนึ่งจะขาดดาวใดดาวหนึ่งไม่ได้เลย ทุกดาวมีเอกลักษณ์เกี่ยวข้องกับตัวเรา โดดเด่นไปคนละทิศทาง ดังผมจะนำมากล่าวให้เห็นชัดดังนี้ ๑ อาทิตย์ เป็นดาวขนาดใหญ่ เป็นขุมกำลังของพลังงาน ความร้อน และแสงสว่างที่ก่อให้เกิดมวลมนุษย์และสรรพสิ่งมีชีวิตทั้งปวง อาทิตย์โคจรไป ณ ที่ใดของโลก (โลกหมุนเอาด้านใดไปหาพระอาทิตย์)ที่นั่นจะสว่างไสว อบอุ่น ในความสว่างไสวยังได้แฝงเร้นพลังงานไปสู่มวลสัตว์โลก ตลอดจนพืชผักผลไม้ เมื่อเราบริโภคสิ่งดังกล่าว จึงมีพลังงาน สามารถทำอะไรได้อย่างเข้มแข็ง ถ้าเราขาดการบริโภคพืชผักผลไม้ก็ย่อมไม่สามารถมีชีวิตอยู่รอดได้ เมื่อเป็นดังนี้ก็เท่ากับว่า เพราะมีอาทิตย์เราจึงเกิดและมีชีวิตอยู่รอดได้ พืชพันธุ์ธัญญาหารก็เจริญเติบโต ขาดพระอาทิตย์โลกเราคงหนาวเหน็บจนไม่มีสิ่งมีชีวิตอย่างแน่นอน ในทางโหราศาสตร์กำหนดเอาอาทิตย์ไว้ทาย เกียรติยศ ชื่อเสียง ศักดิ์ศรี การยึดมั่นถือมั่นในตนเอง ท่านบุรพาจารย์ได้รจนาไว้ว่า ทายยศศักดิ์ ทายอาทิตย์ ๒ จันทร์ ดาวดวงนี้แม้จะเป็นดาวเล็กแต่ก็เป็นดาวที่มีอิทธพลมาก และอยู่ใกล้โลก สามารถมองเห็นชัดเจนในข้างขึ้นดาวจันทร์ ๒ ในหลักของโหราศาสตร์ ใช้ทายโชคลาภประจำวัน เป็นดาวที่บ่งบอกถึงความสวยงาม ไม่ว่าของคนและสัตว์ถ้าจันทร์ ๒ในดวงชะตาของใครได้ตำแหน่งดี จะเป็นคนมีรูปร่างสวย มีเสน่ห์น่ารัก ตามตำนานกล่าวว่าทายจริตให้ทายจันทร์ ๒ ซึ่งเกี่ยวข้องกับคนเราโดยตรง เมื่ออาทิตย์ ๑ ทำให้เราเกิดและมีชีวิต ดาวจันทร์ ๒ จะเข้ารับหน้าที่ความน่ารัก จะห็นได้ว่าเด็กหรือสัตว์เลี้ยงที่เกิดใหม่ อายุอยู่ในระหว่าง 8 เดือนถึง 1 ขวบจะน่ารัก ๓ อังคาร โดยพื้นฐานแล้วเอามาทายเรื่องความขยันขันแข็ง เอาจริง มีความพยามยามดี ค่อนข้างตรงไปตรงมา โผงผางแบบนักเลง เทียบกับเด็กในระยะ 1-2 ขวบที่จะซุกซน ไม่เคยหยุดนิ่ง นอกจากนอนหลับ ตามตำราโหรเอามาทาย กล้าแข็งขยัน ๔ พุธ ดาวดวงนี้เป็นดาวที่ทำหน้าที่เรื่องการหัดพูด จะพูดเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับดาวในดวงชะตา เด็กที่มีดาวดวงนี้กุมลัคนาจะพูดได้เร็ว เด็กจะพูดชัดเจน หรือคล่อง อายุจะอยู่ในช่วง 3-4 ขวบ ดาวพุธ ๔ ตามตำนานเอามาทายเรื่องการพูดคือ พูดจาอ่อนหวานให้ทายพุธ ๔ ๕ พฤหัสบดี ดาวดวงนี้เน้นเรื่องวิชาการ ความรู้ คุณธรรม ความรับผิดชอบ เด็กเมื่อพูดชัด พูดคล่อง ก็จะถูกส่งตัวเข้าโรงเรียน เพื่อการเรียนรู้วิชาการต่าง ๆ ช่วงการที่ต้องอยู่ในสถานการศึกษา เป็นช่วงยาวนาน จนเติบโตเป็นหนุ่มเป็นสาว เฉพาะดาวพฤหัสบดี ๕ ทางโหรเอาทายเรื่องปัญญาบริสุทธิ์ ต้องทายพฤหัส ๖ ศุกร์ เอามาทายกามกิเลสกำดัด คือทายการลุ่มหลงมัวเมาในรูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัสอันนุ่มนวล คนหนุ่มสาวทุกคนต้องผ่านตรงนี้ ไม่มีใครไม่อยากมีรูปสวย รสดีชอบกันทุกคน กลื่นหอมก็ชอบ เสียงเพราะก็ชอบ สัมผัสที่นุ่มนวล มีใครบ้างที่ไม่ชอบ? นอกจากนั้นดาวดวงนี้ยังหมายถึงการเงิน ดาวดี การเงินดี เมื่อมีเงินรูปก็ต้องสวยตาม รสก็ต้องเลือกแต่ที่เป็นเลิศ ฯลฯ และสุดท้ายความรักก็จะดีตามไปด้วยอย่างไม่ต้องสงสัย ไม่เคยเห็นใครที่มีเงินแล้วผิดหวังเรื่องความรัก จะมีบ้างเป็นส่วนน้อย ๗ เสาร์ เป็นดาวโทษทุกข์ ตามตำนานกล่าวไว้ว่าทายโทษทุกข์ให้ทายเสาร์ คนเราเมื่อมีรักก็มีทุกข์เป็นของคู่กัน รักถ้าสมหวังเป็นสุข ๆ ทั้งกายทั้งใจ แต่ถ้าผิดหวัง จะเป็นทุกข์ รักเขาข้างเดียวเป็นทุกข์ ของรักถูกพรากหรือคนอื่นช่วงชิงไป เป็นทุกข์ จะมากหรือน้อยขึ้นกับดาวดวงนี้ ๘ ราหู ดาวดวงนี้เขาว่าไม่ใช่ดาว เป็นเพียงเงา ผมว่าช่างมันเถอะจะเป็นอะไรก็ช่าง แต่เท่าที่สังเกต เวลามันจรมาเล็งลัคน์ทีหนึ่งหรือทับลัคน์ทีหนึ่ง ก็มีแต่เรื่องวุ่นวาย ทั้งด้านการงานการเงิน ปั่นป่วนไปหมด ตามตำนานเขาเอามาทายเรื่องมัวเมา ก็ต้องมัวเมาล่ะครับ เพราะมันเจอหลายปัญหาเหลือเกิน งานก็ไม่มีทำ เจ้าหนี้ก็ทวง ความรักเริ่มขม แบบนี้ก็ต้องเมากันหน่อย เพราะพอเมาได้ที่แล้วมันลืมไปชั่วคราว หายเมาก็กลุ้มใหม่ เลยต้องดื่มระงับอีก กลายเป็นมัวเมาไปตลอดชาติ แต่มันก็มีดีเหมือนกันนะครับ ถ้ามันเกิดได้ตำแหน่งดีขึ้นมา ๙ เกตุ นี่เขาก็ว่าไม่ใช่ดาวเหมือนกัน ทางโหรเขาเอามาทายเรื่องอายุยืน ความจริงเรื่องอายุยืนนี่ เอาดาวอายุในดวงชะตามาทาย ชัดเจนกว่า แต่เมื่อตำนานเขาว่าอย่างนั้นก็ว่ากันไปตามตำนาน ไปขัดเขามากเดี๋ยวจะมีปัญหา แต่ก็ขอบอกให้คิดนะครับ….ไม่ต้องตอบหรอกว่า คนมันเมาทุกวัน…จะอายุยืนได้อย่างไร? ๐ มฤตยู เทพเจ้าแห่งความตาย ตามตำราโลกธาตุว่าทายอาเพทให้ทาย ๐ มฤตยู ดาวดวงนี้เป็นอย่างนั้นจริง ๆ ถ้าเล็งลัคน์ใครก็ทำลายคู่ แต่ก็เรียนโหราศาสตร์ได้ดี กุมลัคน์ก็เช่นเดียวกัน ขอเพียงในพื้นที่ที่มันอยู่อย่ามีอย่างอื่นอยู่ด้วยก็แล้วกัน มันจะทำลายทันที เช่นคนที่ดาวอายุกุมลัคน์แล้วมี มฤตยุ ๐ เล็งหรือทับลัคน์ จะเป็นคนขี้โรค แต่อายุยืน ดังนี้เป็นต้น อาจารย์ผมก็ถึงแก่มณะกรรมด้วยดาวดวงนี้ เพราะมันถอยหลังกลับเข้ามาในราศีที่ลัคนาอาจารย์ผมสถิต ผมจึงไม่ค่อยถูกกับมันสักเท่าใร คือสรุปแล้วคนโบราณหรือโบราณาจารย์ท่านเป็นคนฉลาดชนิดที่คนสมัยนี้คิดไม่ถึง ที่เอาดาวทั้ง 10 ดวง คือ ๑๒๓๔๕๖๗๘๙๐ มาแทนเรื่องราวที่เกี่ยวกับคนได้อย่างเหมาะเจาะในแต่ละวัย ดังนั้นจึงการจะสังเกตุความเป็นไปของชีวิตว่าดีหรือร้าย สังเกตุได้จากดาวเหล่านี้ เพราะท่านโบราณาจารย์ได้ทดสอบเก็บสถิติมาหลายรอบจนเชื่อถือได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งถ้าเราจะนำมาเปรียบเทียบกับสถิติศาสตร์ก็ไม่น่าจะแตกต่างกัน |
ดาวพฤหัส ๕ ที่ใคร ๆ เรียนมา ต่างก็รู้กันว่าเป็นดาวที่ถูกรวมเอาไว้ในจำพวกดาวศุภเคราะห์ คือเป็นดาวให้คุณทุกคน ไม่ว่าจะเกิดวันอะไร พฤหัส ๕ จะให้คุณเท่าเทียมกัน ไม่มีลำเอียงว่านี่ใครลูกท่านหลานเธอ ลูกนายพันหลานนายพลหรือน้องนายกฯ รองนายกฯ ถ้าพอมาทับลัคนาเล็งลัคนาจะได้รับโชคเหมือน ไม่มีมากไม่มีน้อย
บางท่านอาจจะเถียงผมว่า อ.สอ้านนี่พูดเท็จ ต้องปรับอาบัติ เพราะบางทีคนเกิดวันอังคารจะได้มากกว่าคนอื่นก็มี
ขอกราบเรียนมาด้วยความเคารพว่า ถ้าเราจะดูเหรียญเพียงด้านเดียว ก็จะว่าอย่างนั้น หากดูให้ครบสองด้านพฤหัส ๕ เมื่อเป็นศรีเดิมหรือศรีกำเนิด อาจให้คุณมากก็จริง แต่พอรอบอายุไปตกที่ภูมิอังคาร ๓ อีก พฤหัสที่เป็นศรีเดิมหรือศรีกำเนิด จะเป็นศรีจรทันที นั่นเท่ากับศรีเดิมมาผสมกับศรีจรกลายเป็นสองศรี จรทับลัคนา ตายนะครับ เพราะมันดีเกินกว่าจะอยู่เป็นคน
ดังนั้นใครอยากเกิดวันอังคาร ๓ ก็เชิญเถิด ผมไม่ห้ามดอก แล้วเวลาจะเป็นจะตายอย่ามาชวนผมก็แล้วกัน ผมอยากตายคนเดียวเดี่ยว ๆ ไม่อยากตายเป็นเพื่อนใคร
ทีนี้อาจมีบางคนเอาดวงทักษามาอ้างว่าคนเกิดกลางคืนวันพุธ ๔ ต้องใช้วันราหู ๘ ด้วยเหตุผลตื้นแค่ตาตุ่มว่า ทั้งนี้เพื่อจะได้มีพฤหัส ๕ เป็นกาลีกำเนิดเท่าเทียมกับดาวอื่น ๆ ปล่อยให้เป็นศรีข้างเดียวไม่ได้เป็นการเอารัดเอาเปรียบดาวอื่น แม้ผมจะอ้างว่าพฤหัส ๕ น่ะเป็นพระ เป็นสมณะ ถ้าเทียบตำแหน่งคือนายกฯ ปลัดกระทรวง อธิบดี รัฐมนตรี ผู้เป็นใหญ่ของปวงชนทั้งหลาย จะให้เป็นกาลีได้ไง
เขาอ้างว่าคนที่เป็นใหญ่เป็นโตเป็นกาลีบ้านกาลีเมืองก็เยอะไม่เห็นหรือ? บางรายเป็นถึงนายกฯ ที่เป็นพระ เป็นสมณะ กลายเป็นกาลงกาลีก็มี เสพกามบ้าง ค้ายาบ้าง อย่าให้เอ่ยชื่อเลย
ผมก็ไม่ลดละเถียงว่า ที่ว่ามาก็จริง แต่ก็จริงเป็นส่วนน้อยนิด นายกฯเลวก็มีพระเลวก็มี แต่ถึงขั้นจะมาตัดจำนวนชั่วโมงของวันพุธกลางคืนไปยกให้เป็นวันราหู ๘ มันจะมากไปหน่อย พุธ ๔ คงไม่ยอมดอก มันเกลียดราหู ๘ มาตั้งเกิดวิชาโหร อีกอย่างจะทำให้วันพุธ ๔กับวันราหู ๘ มีเพียงคนละ 12 ชั่วโมง บางทีเขาทำอะไรกันกลางคืนดึกดื่นไม่ทันเสร็จงานสว่างอีกแล้ว ทั้งเมื่อเป็นอย่างนั้นอาทิตย์ละ 7 วันก็ต้องเพิ่มเป็นอาทิตย์ละ 8 วัน เดือนหนึ่งก็จะมี 31-32 วัน โอย…ยุ่งตายห่า
อันที่จริงนั้นราหู ๘ เป็นดาวร้าย คืออยู่ในกลุ่มดาวให้โทษ ลุ่มหลงมัวเมา ถ้าไปร่วมงานกับอังคาร ๓ เมื่อใดจะลุ่มหลงมัวเมาได้อย่างสุดลิ่มทิ่มประตูทีเดียว แบบที่โบราณว่าจะเห็นช้างเท่าหมูทีเดียว
ถ้าคุณผู้อ่านที่รักของผมยอมเชื่อผมสักครั้ง เอาดวงทักษามากางดูแล้วอ่านวนไปทางขวามือตามเข็มนาฬิกา เพราะคำว่าทักษามาจากทักษิณหมายถึงทิศใต้ คนใต้ก็ได้ จะเห็นเลขที่เอาแทนดาว ๑ ๒ ๓ ๔ ๗ ๕ ๘ ๖ จะเริ่มที่อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ เสาร์ พฤหัสบดี ราหู ศุกร์ จะเห็นได้ว่าเขาวางดาวบาปเคราะห์สลับดาวศุภเคราะห์ ถ้ายังไม่ชัด จะเห็นอาทิตย์ ๑ และเสาร์ ๗ อังคาร ๓ ราหู ๘ คู่ธาตุไฟและคู่ธาตุลม อยู่ในทิศเฉียงเป็นคู่
ส่วนจันทร์ ๒ พฤหัสบดี ๕ พุธ ๔ และศุกร์ ๖ อีกสองคู่อยู่ทิศตรง ถ้าลากเส้นตรงจากอาทิตย์ ๑ ไปหาศุกร์ ๖ จากจันทร์ ๒ ไปหาราหู ๘ จากอังคาร ๓ ไปหาพฤหัส ๕ จากพุธ ๔ ไปหาเสาร์ ๗ แล้วเอากำลังของแต่ละคู่มารวมกันจะได้ 27 ทุกคู่ นั่นคือการเป็นคู่สมพลต่อกัน คือมีกำลังเสริมกัน
จึงสรุปว่าดวงทักษา คือดวงคู่ธาตุคู่สมพล เวลาทายเขามีคาถากำกับคือ บริวาร อายุ เดช ศรีมูลละ อุตสาหะ มนตรี กาลี สรุปแล้วดาวพฤหัสบดี ๕ เป็นศรีให้คุณมาก ไม่เป็นอะไรก็ให้คุณ แต่เป็นกาลีจรเมื่อใดทุกคนสามารถกระอักเลือดได้ ยิ่งเป็นลูกจ้างยิ่งหนัก ตอนจรเข้าเรือนอริและมรณะอีกอย่างควรระวังตัวไว้ทุกคน
ดาวดี คนไม่ดี มีที่ไหน?
เขียนโดย…สีดิน
ดวงนี้เป็นดวงการบ้านของศิษย์คนหนึ่งส่งมาให้ผมตรวจสอบ ว่าเขาสมควรที่เลื่อนชั้นขึ้นไปเรียนในระดับสูงหรือยัง ? ผมเห็นเป็นดวงที่ค่อนข้างจะหายาก นาน ๆ จะพบทีหนึ่งจึงจัดเข้าไว้ในประเภทดวงพิเศษ ๆ ที่ว่าพิเศษ ๆ ในสายตาของผมคือ มีดาวในดวงชะตาได้ตำแหน่งดีมาก ๆ หรือเลวมาก ๆ จนหาดีไม่ได้ ดวง 2 สองแบบที่ว่านี้ถ้าได้มาบ่อย ๆ จะช่วยให้เราสามารถเห็นอะไร ๆ ของเจ้าชะตาจัดเจน ดีกว่าดวงที่เลวก็ไม่ใช่ ดีก็ไม่เชิง ดวง 2 ประเภทที่ดีมาก ๆ หรือเลวมาก ๆ เป็นดวงทายง่าย ไม่ค่อยมีโอกาสหน้าแตก แต่ยังมีดวงอยู่อีกประเภทหนึ่ง ที่จัดว่าทายยากเช่นกัน คือดวงของแม่บ้านที่ไม่ค่อยได้ทำอะไร ดูแลบ้าน ทำงานบ้านสารพัด ซักผ้า รีดผ้า ถูกบ้าน หรือบางคนก็แถมเลี้ยงบุตรหลาน ดวงของคนเหล่านี้จะดีดหรือเลวมักขึ้นอยู่กับดวงของคนอื่น เช่นดวงของหญิงที่มีสามีเลี้ยงดู ถ้าสามีดวงดี ก็พลอยดีตามไปด้วย ถ้าสามีตกต่ำหรือตกงาน คุณเธอทั้งหลายก็จะพลอยลำบากอย่างไม่มีทางจะหลีกเลี่ยง นอกจากคนที่มีเงินถุงเงินถังไว้กินใช้มาแต่เดิม เรียกว่าโชคลาภหรือเคราะห์กรรมใดของตนเอง แขวนไว้กับดวงของสามีคนเดียว คิดดูแล้วหญิงที่พอได้สามี ๆ เลี้ยงดู ไม่พยายามที่จะทำมาหากินอะไร คอยผลิตลูกให้สามี ซักเสื้อซักผ้า หากับข้าวให้กิน มีความเสี่ยงสูง ที่ว่าเสี่ยงนั้นผมหมายถึงว่าหากวันใดวันหนึ่ง ความรักที่แสนจะหวานชื่นจืดจางลง สามีทอดทิ้ง หรือไม่ได้ทอด แต่ทิ้งไปเฉย ๆ ไปมีคนใหม่ เงินทองที่เคยส่งให้ก็หดหายไปตามความหลงใหลมากน้อยต่อคนใหม่ ถึงตรงนี้คุณเธอทั้งหลายจะมีทางออกอย่างไร ? จะออกหางานทำก็สายไปเสียแล้ว จะแก้เคล็ดด้วยการมีใหม่บ้าง วัยก็ล่วงเลยไปมาก บางสิ่งบางอย่างก็สึกหรอไม่เต่งตึงเหมือนเดิม ถึงเวลานั้นมีอยู่ทางเดียวคือต้องนั่งน้ำตาเช็ดหัวเข่า บางคนไปหาผม ๆ ก็ได้แต่ปลอบใจ ช่วยอะไรไม่ได้ เพราะผมก็อยู่ในวัยร่วงโรยเหมือนกัน ! เว้นแต่ว่าคุณเธอคนนั้น มีดาวเจ้าเรือนปัตนิเป็นศรี มนตรี เดชแถมได้ตำแหน่งมหาอุจจ์ มหาจักร ราชากุมลัคนา หรืออยู่ในเรือนที่เป็นลาภ นั่นก็ว่าไปอย่างหนึ่ง ท่านเหล่านี้ถือว่าเป็นผู้มีวาสนาบารมีสูงส่งถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ ไม่มีวันที่จะบิดเบี้ยวเป็นอย่างอื่นแถมยังต้องอยู่ในโอวาท สมกับตำแหน่ง “เจ้าบ่าว” (เธอ-ผู้รับใช้) ที่น้อมรับด้วยความเต็มใจในวันแรกที่แต่งงาน ดังนั้นผมจึงอยากจะเรียนมาด้วยความรักและนับถืออย่างสูง ว่าจะมีคู่ก็มีกันไปเถอะผมไม่ว่า ซึ่งความจริงผมก็ว่าใครไม่ได้อยู่แล้ว ขอแต่ควรต้องทำมาหากิน หรือทำงานไปด้วย เพราะนอกจากเป็นการค้ำประกันให้กับอนาคตของตนเองมั่นคงแล้ว ยังเท่ากับเป็นการช่วยสร้างความเป็นปึกแผ่นให้กับครอบครัวอีกแรงหนึ่ง คือจะมีแต่ได้ไม่มีเสียครับ ที่นี้เราขอวกกลับมาหาเรื่องดี ๆ กันดีกว่า แต่ก่อนอื่นผมขอขอบคุณเป็นอย่างสูง ที่ทนอ่านการนอกเรื่องของผมมาเสียยืดยาว เจ้าชะตาคนนี้เป็นชายไทยครับ เกิดที่กรุงเทพฯ เกิดหลังผม 10 ปีเศษ คือท่านเกิด พ.ศ. 2490 ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 23 มกราคม เวลาประมาณ 20.00 เศษ รูปดวงของท่านผู้มีบุญวาสนาท่านนี้ ก็ดังที่ท่านเห็น แต่เป็นดวงในระบบอีกระบบหนึ่งที่ผมร่ำเรียนมากโดยตรง ดวงแบบนี้มีดาวทุกดวงเป็นลัคนา ไม่ใช่ดาวที่ลอกมากจาก ป.ดาราศาสตร์ อาทิตย์ ๑ คือลัคนาประธาน หรือเรียกกันวาแม่ทัพก็ได้ ถ้าใครจะใส่ ส หรือ ล กำกับลงไปที่ดาวแต่ละดวงผมก็ไม่ห้าม แต่ว่ามันจะทำให้ดูรกรุงรัง สำหรับดวงนี้เขาอ่านดวงว่า ลัคนาสถิตราศีกันย์ ๑๒๓๔ กุมลัคน์มี ๑ เป็นตนุเศษ ๘ นำหน้าลัคน์ ๕๖ โยกหลัง ๐ เป็น 4 แก่ลัคน์ ๗ ตรีโกณลัคน์ ๙ เป็นอริแก่ลัคน์ เริ่มต้นการทายที่ดาวอาทิตย์ ๑ แม้จะไม่ได้ตำแหน่งใด ๆ คือไม่เป็นมหาอุจจ์ มหาจักรราชา หรือเกษตร แต่มันก็เป็นดาวศรีประจำวันเกิด เมื่อเป็นลัคน์และเป็นตนุเศษด้วยเขาก็จะรู้ทันทีว่าคนนี้ศรีกุมลัคนา และศรีเป็นตนุเศษ จึงทำให้เขาเป็นคนที่มีคนรักทั้งเมือง เป็นคนมีเสน่ห์น่าคบน่าสมาคมด้วย ซึ่งจะตรงกันข้ามกับคนที่กาลีกุมลัคนาหรือกาลีเป็นตนเศษ จะมีคนไม่ชอบหน้าแม้เพียงเห็น ยังไม่ได้รู้จักหรือคบหา
ดวงจันทร์ ๒ มีตำแหน่งราชาโชค ทำให้เป็นคนหน้าตาดีมีเสน่ห์ จะเป็นคนมีโชคลาภง่าย และจะมีครั้งละมาก ๆ เพราะท่านมาจากเรือนลาภ มรดก บ้านหรือที่ดินก็มีไม่น้อยเพราะเป็นดาวเจ้าเรือนมูลละในดวงทักษาเดิม
ดาวอังคาร ๓ เป็นดาวมหาจักรกุมลัคน์เป็นคนขยันขันแข็งในหน้าที่การงาน ในฐานะที่มาจากเรือนอุตสาหะของดวงทักษา และค่อนข้างนักเลง แต่ก็ล้วนมีเพื่อนดี ๆ มากมายคอยให้ความช่วยเหลือ ทั้งนี้เพราะอังคาร ๓ ตัวนี้เป็นดาวมาจากเรือนสหัชชะด้วย
มาถึงตรงนี้ผมขออนุญาตแทรกหลักการทายเอาไว้หน่อยนะครับ เผื่อศิษย์ 10 ลัคนาของผมมาอ่านเข้า จะได้เพิ่มสติปัญญาหรือทักษะการพยากรณ์ให้หลากหลายมากขึ้น ให้สมกับที่ผมเคยพร่ำสอนว่า ถ้าทายหรือพยากรณ์เอาเงินเขามากินมาใช้ ต้องทายให้เป็นเรื่องเป็นราว ให้คุ้มกับเงินที่เขาหยิบยื่นให้ อย่างัดเอาแต่พื้น ๆ มาทาย บางรายแถมยกเอาการตระเวนเที่ยวไหว้พระไหว้เจ้า ทำบุญให้ทานมาผสมผสานก็มี เพราะดาวตัวหนึ่งมีเรื่องราวให้หยิบมาทายได้มากมายหลายมุม อย่างเลวต้องทายให้ได้ 3 อย่างต่อ 1 ดาว พอว่ามาถึงตรงนี้ หลายท่านอาจจะนึกถึงการโฆษณากาแฟสำเร็จรูปที่เราเอามาละลายน้ำร้อนกินกัน เอาอย่างนี้นะครับเพื่อให้ท่านไม่ต้องเปลืองสมองและเวลาทำความเข้าใจ ผมขอยกตัวอย่างดังนี้ สมมุติว่ามีคนอยู่คนหนึ่งหรือหลายคนก็ได้ เกิดวันเสาร์ ลัคนาราศีตุลย์ มีดาว ๓๔๖ กุมลัคนา ในดวงนี้ผมจะเอาอังคาร ๓ มาทายให้เห็นกันชัด ๆ ตามสูตร Three in one ตามพื้นเพเดิมดาวอังคาร ๓ เอาไว้ทายกล้าแข็งขยัน ความกล้าหาญชาญชัยแบบนักเลง ๆ ดังนั้นเมื่อมากุมลัคนา เราก็เอามาทายเรื่องนักเลงหรือการกล้าได้กล้าเสียของคนนี้ได้ และคนนี้มักจะได้คู่ที่เป็นของเก่าใช้แล้ว ตามลักษณะของดาวเจ้าเรือนปัตนิเป็นประ ฐานะการเงินก็ไม่ดีเด่นมากนัก พอมีพอกินหรือพอสร้างตัวเองได้ในระดับหนึ่ง ไม่ร่ำรวยแต่ก็ไม่จน ๆ เกินไปเพราะดาวเจ้าเรือนกะดุมพะก็เป็นอังคาร ๓ ดาวเดียวกัน แต่ก็มีดาวศุกร์ ๖ กุมลัคน์และเป็นคู่มิตรกับอังคาร ๓ หรือหากจะนำเอาดวงทักษาเดิมเข้ามาเกี่ยวข้องก็ทายเกี่ยวกับผู้อุปถัมภ์ค้ำจุนได้อีกเรื่องหนึ่ง สรุปแล้ว 1. เอาเอกลักษณ์ประจำตัวของแต่ละดาวมาทาย 2. ทายในความเป็นดาวเจ้าเรือนทักษา 3. ทานในฐานะดาวเจ้าเรือนต่าง ๆ ในดวง 12 ราศีจักร การทายแบบนี้ผมใช้มานานแล้วเห็นได้ผลดี พอเอามาหากินได้ ไม่ค่อยจะหน้าแตกสักเท่าไหร่ หรือหากจะเอามาทายจรก็ได้ผลไม่เคยผิดหวัง เช่นยามที่อายุจรตกภูมิพุธ ๔ แล้วอังคาร ๓ จรเข้าราศีเมษ เราก็ทานได้ว่ายามนั้นหากต้องการใครสักคนหนึ่งมาช่วยเหลือไม่ว่าด้านใดด้านหนึ่ง การงานหรือการเงิน ย่อมยาก เพราะอังคาร ๓ มาจากดาวมนตรีเดิมในดวงทักษา ตอนนี้มาเป็นกาลีจร ใครหน้าไหนจะช่วย ดีไม่ดีบางรายร่มโพธิ์ร่มไทร ที่เคยพักพิงยามพายุร้อนโหมกระหน่ำชีวิต หักโค่น ต้องมาสูญเสียบิดามารดา ในยามที่ดาวมนตรีเป็นกาลีจร นอกจากดังกล่าวแล้วเมื่ออังคาร ๓ กาลีจร ๆ เข้าเล็งลัคน์เล็งอังอาคาร ๓ ย่อมต้องเลือดตกยางออก คือเกิดอุบัติเหตุ รถชนบ้าง ขับรถชนคนตายบ้าง ต้องเสียเงินซ่อมรถหรือไม่ก็ถูกโกงเงิน เพราะเป็นดาวที่มาจากเรือนการเงิน เมื่อต้องเสียเงินมากจนหมด หรือเหลือติดก้นบัญชีแค่พอกินข้าวผัดได้จานเดียว คู่ครองที่เคยหวานชื่นก็พาลชวนทะเลาะท้าหย่า แยกทางกันเดิน เข้าสูตรเงินจางนางจากเข้าพอพีจริงไหมครับ ? ที่เป็นดังนี้เพราะอังคาร ๓ มาจากเรือนปัตนิ บางคนเครียดจนป่วยก็มีเป็นเรื่องจริงนะครับ ไม่ใช่ผมเอามาพูดเล่น นี่เห็นไหมครับ แค่ผมเอาดาวอังคาร ๓ เพียงดาวเดียวมาหากิน ก็สามารถหลอกเอาเงินได้ไม่ยาก เอาล่ะเมื่อท่านผู้อ่านพอเข้าใจแนวแล้ว ขอกลับไปที่ดวงชะตานี้อีกที ที่ผ่านมาผมหยุดเอาไว้ที่ดาวอังคาร ๓ ทีนี้เรามาต่อกันที่ดาวพุธ ๔ ดาวดวงนี้ได้ตำแหน่งมหาอุจจ์และเกษตร ถือว่าดีมาก ให้คุณทางด้านการพูดดี มีมนุษย์สัมพันธ์กับคนทั่วไปดี เมื่อมาจากเรือนกรรมะ ก็ทายเรื่องงานว่าต้องทำงานในระดับดี คือต้องมีตำแหน่งสูงขั้นผู้บริหาร หรือเจ้าของกิจการ ไม่ด้านการสื่อสารก็เป็นเจ้าของร้านขายเครื่องประดับ เพราะทั้งพุธ ๔ และ ศุกร์ ๖ ดีหมด และก็จะประสบความสำเร็จทางด้านการงานทุกอย่าง หากจะมองหาผู้อุปถัมภ์ที่เต็มใจช่วยเหลือ มีเหลือเฟือ เพราะดาวพุธ ๔ มาจากดาวเจ้าเรือนมนตรีในดวงทักษา กุมลัคน์ก็เลยให้คุณมากเป็นพิเศษ ถ้ามองด้านคู่ครองของเจ้าชะตา ดาวเจ้าเรือนปัตนิ ซึ่งหมายถึงคู่ครองหรือหุ้นส่วนชีวิตของคนนี้คือดาวพฤหัสบดี ๕ เป็นดาวที่ได้ตำแหน่งมหาอุจจ์ ดังนั้นต้องได้คู่ที่ดีมาก และรวยมากด้วย เพราะอยู่ในเรือนลาภ เมื่อได้คู่ดีและรวย ญาติก็ต้องดีและรวยไปด้วย เพราะเป็นดาวดวงเดียวกัน เหลือบริวารอีกอย่างหนึ่งที่แน่นอนว่าดีเช่นกัน เพราะเจ้าชะตาเกิดวันพฤหัสบดี ดาวพฤหัสบดี ๕ เป็นดาวที่หมายถึงบริวาร คนในบ้านหรือลูกน้องที่ทำงาน ดาวศุกร์ ๖ เป็นดาวที่หมายถึงการเงินหรือเงินสด หรือดาวขุนคลัง อยู่ในเรือนลาภ ได้ตำแหน่งราชาโชค และเป็นดาวเจ้าเรือนกะดุมพะ เป็นดาวเจ้าเรือนศุภะ เป็นดาวเดชตามทักษา นั่นคือการเงินระดับดีมาก ๆ เดชอำนาจก็เต็มเปี่ยมต้องมีคนเกรงขามไม่น้อย ถ้าค้าเพชรพลอยหรือเครื่องประดับอย่างอื่น หรือทำงานด้านการสื่อ เป็นเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ ยอดเยี่ยมสุด ๆ ถ้าจะให้ผมทายแบบฟันธนเหมือนหมอคนดัง ผมต้องทายว่าคน ๆ นี้ ถ้าเป็นคนรวยยากอย่างผม ๆ จะเลิกเป็นหมอดูตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ขอเข้าป่าไปนั่งหลับตาอยู่ตามโคนไม้ น่าจะดีกว่าอยู่อย่างนี้เป็นไหน ๆ
สำหรับดาวเสาร์ ๗ ที่เป็นดาวกาลีวันเกิดและเป็นดาวเข้าเรือนปุตตะ และได้ตำแหน่งเกษตร แสดงถึงการต้องมีบุตรหลานดีพอสมควรแม้จะค่อนข้างดื้อดึงตามตำแหน่งกาลีควรฝากตายาย หรือปู่ย่าเลี้ยง จะดีกว่า จะได้ลดความปวดหัวไปได้บ้าง
ราหู ๘ ในดวงชะตาได้ตำแหน่งราชาโชค เป็นดาวอายุตามดวงทักษา ต้องอายุยืน สุขภาพดี ถ้าหันไปทำกิจการงานที่ต้องเกี่ยวข้องกับต่างประเทศจะดีไม่น้อย แต่ในฐานะที่ราหู ๘ มาจากเรือนอริซึ่งหมายถึงศัตรู ก็ต้องระวังจะพบศัตรูที่เข้มแข็งเสมอ ถ้าไม่ทำลายตัวก็จะทำลายเงิน เพราะอยู่ในเรือนการเงิน และราหู ๘ ตัวนี้ก็ทำให้เจ้าชะตาเป็นคนใช้เงินเก่งด้วย เอาล่ะครับ วันนี้ผมขอเสนอมาให้อ่านกันแค่นี้ก่อน หากพบเห็นดวงใดที่น่าสนใจก็จะนำมาบอกกล่าวกันอีก แม้จะได้สาระไม่เต็มตามตำรา แต่อย่างน้อยก็พอเป็นแนวทางสำหรับคนใหม่คนละเล็กละน้อย แต่ก่อนจะถึงอักษรตัวสุดท้าย WWW.10luckastro.com
T089-6706019
ดูดวงสิบลัคนา ดูดวง ไพ่ยิปซี จิตสัมผัส ดูดวงทางโทรศัพท์ ดูดวงทาง Line โหราศาสตร์ไทย 10 ลัคนา ศิษย์อาจารย์ สอ้าน นาคเพชรพูล (สีดิน) ดูดวง ไพ่ยิปซี ดูดวงจิตสัมผัส ดูดวงทางโทรศัพท์ ทาง Line ดูดวง เรื่องในอนาคตที่คุณอยากรู้คำตอบ ก่อนตัดสินใจ ดูดวงเนื้อคู่ อาชีพการงาน การเงิน ความรัก คู่ครอง เรื่องที่ต้องระวัง โชคลาภ ข้อเสียข้อดีในดวงชะตา ภาพรวมดวง ตั้งชื่อมงคล เปลี่ยนชื่อมงคล ตามหลักโหราศาสตร์ 10 ลัคนา

ได้รับเกียรติจากสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ มาเป็นนักพยากรณ์โหราศาสตร์ ๑๐ ลัคนากราบขอบพระคุณอาจารย์ทุกท่านที่ให้ความรักความเมตตา วันนักโหราศาสตร์ ครั้งที่ 5หมอดู บริการดูดวงทางโทรศัพท์
ดูดวง ทางโทรศัพท์ โหราศาสตร์ 10 ลัคนา ไพ่ยิปซี




หมอดูอาชีพ มีเรื่องที่ต้องทาย 2 เรื่อง คือเรื่องดีกับเรื่องไม่ดี
| ๒๐ บทที่ผ่านมา ผมได้นำเอาหลักต่าง ๆ ที่เป็นพื้นฐานหรือหัวใจด้านการพยากรณ์มาเล่าสู่กันฟัง ซึ่งถ้าท่านจำได้หมด เวลาจะทาย หรือพยากรณ์ดวงของใครก็ตาม แล้วนำหลักวิชาที่ผมว่าไว้นี้มาใช้ รับรองว่าคุณจะไม่มีวันทายผิดจนต้องหงายหลังแน่ เพราะผมเองทุกวันนี้ก็สามารถมั่วเอาตัวรอดได้ด้วยหลักเหล่านี้
แต่ถ้าท่านหวังว่าจะเป็นนักพยากรณ์ที่อย่างแย่ แต่ดีกว่าผมท่านต้องรอบคอบเพิ่มขึ้น คือต้องไม่มองข้ามจุดใดจุดหนึ่ง โดยเฉพาะการวิเคราะห์พื้นดวงชะตา เพื่อหาจุดเด่นหรือจุดด้อย ซึ่งควรต้องทำกันเป็นอันดับแรก หลังจากผูกดวงเสร็จแล้ว อีกอย่างหนึ่งคือพิจารณาดาวทุกดวงในดวงชะตาว่าดาวใดมีตำแหน่งใดในดวงทักษา ภาคที่กล่าวว่าดีหรือเลว คือต้องจำได้ ว่าดาวใดคือดาวกาลกิณี ดาวใดคือดาวศรี ดาวใดได้ตำแหน่งดี เช่นเป็นมหาอุจจ์ มหาจักร ราชาโชค เกษตร นิจ ประ สำหรับดาวที่เป็นกลาง ๆ คือไม่ดีมากหรือร้ายมาก ก็ต้องดูเกี่ยวกับการเป็นมิตร เป็นศัตรู เป็นคู่ธาตุ ถ้าเป็นคู่มิตรหรือคู่ธาตุ ดาวจะเสริมกำลังกันและกัน ในทำนองกลับกันถ้าดาวต้องเป็นคู่ศัตรู ก็จะหักล้างกำลังให้คุณให้โทษของกันและกัน เฉพาะการนำเอาดวงทักษาเข้ามาตอกย้ำคุณภาพของดาว ควรอย่างยิ่งที่ต้องนำมาใช้ให้คล่องทั้งดวงทักษาเดิมและทักษาจร เพราะคุณภาพของดาวที่เกิดจากดวงเดิมหรือดวงกำเนิด ย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามอายุของแต่ละคน การจะดีตลอดหรือร้ายตลอดย่อมเป็นไปไม่ได้ ตามดวงที่สมมุติในบทที่ ๑๘ เมื่อทำดวงชะตาขึ้นมาแล้วจะเป็นดังที่เห็นนี้คือ ดาวอาทิตย์ (๑) พุธ (๔) เกตุ (๙) สถิตราศีกรกฎ ดาวศุกร์ (๖) และราหู (๘) สถิตราศีสิงห์ จันทร์ (๒) มฤตยู (๐) สถิตราศีตุลย์ อังคาร (๓) สถิตราศีพิจิก เสาร์ (๗) สถิตราศีกุมภ์ พฤหัสบดี (๕) สถิตราศีมิถุนหรือเมถุน เป็นตนุเศษด้วย เนื่องจากดวงนี้เป็นดวงในระบบ ๑๐ ลัคนา เมื่ออาทิตย์ (๑) อันเป็นดาวประธานของดาวทั้งหลายสถิตราศีกรกฎ จึงเท่ากับลัคนาก็สถิตราศีกรกฎด้วย สำหรับลัคนาของดาวอื่นก็กระจายกันดังที่เห็น การวิเคราะห์ การวิเคราะห์เริ่มกันที่ เจ้าชะตารายนี้เกิดตรงกับวันอาทิตย์ ดังนั้นดาวศรีวันเกิดคือดาว พุธ (๔) ดาวกาลกิณีกำเนิดคือดาว ศุกร์ (๖) ดาวอาทิตย์ (๑) บริวารในดวงทักษา ได้ตำแหน่งมหาจักร ดาวจันทร์ (๒) เป็นดาวอายุ ไม่ได้ตำแหน่งเด่นมาก ดาวอังคาร (๓) เป็นดาวเดชได้ตำแหน่งเป็นเกษตร ดาวพุธ (๔) เป็นดาวศรีกุมลัคนา และอยู่ในเรือนของดาวจันทร์ (๒) ซึ่งเป็นดาวคู่มิตร ดาวพฤหัสบดี (๕) เป็นประ แต่อยู่ในเรือนพุธ (๔) ซึ่งเป็นดาวศรี ดาวศุกร์ (๖) เป็นดาวกาลกิณี อยู่กับราหู (๘) มนตรีเดิม ดาวเสาร์ (๗) เป็นดาวมูลละอยู่ในเรือนเกษตรของราหู (๘) คู่มิตร ซึ่งเหมือนบ้านเก่าของตนเอง ราหู (๘) เป็นดาวมนตรีอยู่กับดาวศุกร์ (๖) ราศีสิงห์เป็นของอาทิตย์ (๑) เท่ากับราหู (๘) ต้องมาอยู่ในเรือนที่ไม่ถูกชะตากัน เกตุ (๐) ครองราศีตุลย์และอยู่กับจันทร์ (๒) เหล่านี้เป็นการมองพื้นฐานของดาวในเบื้องต้น เพื่อนำมาประเมินอีกทีหนึ่งว่ามีดาวอะไรให้โทษ ดาวอะไรให้คุณ กับเจ้าชะตา ให้โทษหรือให้คุณเรื่องอะไรบ้าง ตามดวงที่สมมุติ ดาวศุกร์ (๖) เป็นดาวกาลกิณี ดาวดวงนี้โดยย่อแล้วหมายถึงการเงินและความรัก ความสวยงาม ศิลปะ และเป็นดาวเจ้าเรือนหรือราศีพฤษภ อันเป็นเรือลาภะของลัคนา มาอยู่กับราหู (๘) ในเรือนกะดุมพะของลัคน์ และอีกเรือนหนึ่งคือเรือนพันธุราศีตุลย์ ในราศีตุลย์ก็มีมฤตยู (๐) นั่นหมายถึงลาภใด ๆ ที่ได้มา โดยเฉพาะการเงินย่อมไม่ดีคือเก็บไม่อยู่ ได้มาก็จ่ายไป ได้มากก็ต้องจ่ายมากเป็นเงาตามตัว ทั้งญาติพี่น้องก็เข้ากันไม่ค่อยสนิทนัก มีญาติน้อย มีโอกาสจะเดือนร้อนเพราะญาติ เมื่อมารวมกับราหู (๘) ซึ่งเป็นเหมือนมอดด้วยแล้ว ยิ่งทำให้กระแสการเงิน หรือการสร้างฐานะทางการเงินของตนเองต้องยาวนาน กว่าจะเห็นหน้าเห็นหลังเหมือนคนอื่น และอาจจะถึงขั้นหาลาภผลการเงินโดยมิชอบด้วยเพราะศุกร์ (๖) เป็นดาวกาลี แต่ก็สามารถสร้างตนเองได้ดีในบั้นปลาย เพราะดาวเจ้าเรือนกะดุมพะของลัคนาคืออาทิตย์ (๑)ได้ตำแหน่งคือเป็นมหาจักร และกุมลัคนา ทั้งลัคนาก็สถิตอยู่ในเรือนการเงินหรือเรือนกะดุมพะของตนุเศษ นี่ผมหยิบยกเอามาพูดเพียงดาวศุกร์ (๖) เพื่อเป็นแนวทางให้ท่านเห็นชัดว่าหลักของการพยากรณ์มันมีการโยงใยกันตามขั้นตอนคือ เรื่องของดาวแต่ละดาวที่บ่งบอกคุณภาพในตอนต้นอย่างหนึ่งที่ทิ้งไม่ได้ ทักษาอีกประหนึ่ง และที่สำคัญคือดาวเจ้าเรือน นอกนั้นก็เป็นเรื่องดาวผสมดาว ซึ่งจะยากขึ้นมาอีกนิดแต่ก็ไม่ยากเกินสมองท่านผู้อ่านแน่นอน เอาไว้ถึงตอนพยากรณ์ระดับสูงผมจะแจกแจงออกมาให้เห็นกันถนัด ๆ ในตอนนี้กล่าวแต่พอเป็นพื้นฐานไปก่อน ทีนี้ผมจะนำเอาดาวอาทิตย์ (๑) มาพูดบ้าง เพราะดาวอาทิตย์ (๑) คือลัคนา เป็นดาวประธานที่สำคัญมากกว่าทุกดาว และในรูปแบบของ 10 ลัคน์ทุกคนอาทิตย์ (๑) กุมลัคน์ อาทิตย์ (๑) เป็นดาวเกียรติยศและชื่อเสียง ตำแหน่งหน้าที่การงาน และศักดิ์ศรี คนที่อาทิตย์ (๑) เด่น คือได้ตำแหน่งดี เช่นเป็นมหาอุจ มหาจักร ราชาโชค หรือเกษตร หรือเป็นเดช ศรี มนตรี จะรักศักดิ์ศรียิ่งชีวิต เป็นคนไม่ยอมคน ทำตนอย่างราชสีห์ ไม่นิยมการเดินตามหลังหรือประจบประแจงใคร ชอบการเป็นหัวหมามากกว่าเป็นหางราชสีห์ ชอบงานอิสสระ ชอบสั่งงานไม่ชอบทำตามคำสั่งใคร จึงไม่เหมาะกับงานเป็นลูกจ้าง ตามดวงนี้อาทิตย์ (๑) เป็นดาวบริวาร ได้ตำแหน่งมหาจักรกุมลัคน์ และมาจากเรือนกะดุมพะ บริวารจึงดีและหาเงินเก่ง ชื่อเสียงดี มีดาวพุธ (๔) ซึ่งเป็นดาวศรีกุม ทำให้พูดดีมีเสน่ห์ มีมนุษย์สัมพันธ์กับคนทั่วไปดี เกตุ (๙) กุมลัคน์ปฏิภานไหวพริบดี จันทร์ (๒) เป็นดาวอายุ อยู่ในเรือนหรือราศีที่เป็นกาลกิณี มีมฤตยู (๐) สุขภาพไม่ดีมีโรคประจำตัว ป่วยง่าย ความต้านทานไม่ดี ทั้งเป็นดาวเจ้าเรือนลัคนา จึงมักมีทุกข์อยู่เนือง ๆ อังคาร (๓) เป็นดาวเดชตามทักษา เป็นดาวเจ้าเรือนกรรมะของลัคนา และเป็นดาวเจ้าเรือนลาภะของตนุเศษ ได้ตำแหน่งเกษตร เรียกว่าด้านการงานและลาภผลดี งานก้าวหน้าไปตามเป้าหมาย การลงทุนมักไม่เสียเปล่า ได้ผลตอบแทนคุ้มค่า เมื่อมาเป็นอริแก่ตนุเศษ หมายถึงลาภผลมีการรั่วไหลง่าย ต้องทำงานหนักกว่าปกติ สำหรับการวิเคราะห์เรื่องอื่น ๆ ก็จะเป็นไปในแนวนี้ คือพิจารณากันที่ดาว ที่เป็นดาวอะไร ครองตำแหน่งอะไรในดวงทักษา เป็นดาวเจ้าเรือนอะไรในดวง 12 ราศีจักร แล้วเป็นดาวลอยไปอยู่เป็นอะไรกับลัคนาหรือตนุเศษ มีคู่มิตร คู่ศัตรู คู่ธาตุ คู่สมพล มาเกี่ยวข้องด้วยหรือเปล่า ดูดวงทางโทรศัพท์ -ดูดวงทางไลท์- โหราศาตร์สิบลัคนา |
| ผมได้บอกท่านที่รักเรื่องทายหรือพยากรณ์ดวงพื้นฐานมาแล้วในบทก่อนหน้านี้ ต่อไปนี้จะเข้าเรื่องการทายจร ซึ่งก็จะเพิ่มความซับซ้อนมากขึ้น แต่ก็มั่นใจว่าท่านต้องสามารถทำความเข้าใจได้โดยไม่ยาก แต่ก่อนจะถึงตรงนั้น ขอท่านกรุณามาทำความเข้าใจเรื่องขององค์เกณฑ์กันเสียก่อน เพราะเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวข้องทั้งกับพื้นดวงเดิม และการทายจร
เรื่องนี้ตามตำนานโบราณท่านว่า ลัคนาของท่านใดก็ตามสถิตราศี เมษ พฤษภ สิงห์ เรียกว่า ปัศวะเกณฑ์ ลัคนาของท่านใดก็ตามสถิตราศี เมถุน กันย์ ตุลย์ ธนู กุมภ์. เรียกว่า นระเกณฑ์ ลัคนาของท่านใดก็ตามสถิตราศี กรกฎ มังกร มีน เรียกว่า อัมพุเกณฑ์ ลัคนาของท่านใดก็ตามสถิตราศี พิจิก เรียกว่ากีรฏะเกณฑ์ เรื่องนี้ถ้าท่านจำได้ก็จะสดวกในการทายจร หรือแม้แต่พื้นดวงก็มีความหมายมาก เพราะถือกันว่าดวงใดก็ตาม มีดาวได้ตำแหน่งองค์เกณฑ์ย่อมทำให้ดวงชะตานั้นแข็งแกร่งขึ้น สามารถทนทานต่อเคราะห์กรรมต่าง ๆ ได้ดีในระดับหนึ่ง การจะรู้ว่าดวงชะตาใดได้องค์เกณฑ์ ดูได้ดังนี้ ลัคนาในราศีประเภท ปัศวะ ถ้าในเรือนที่ 10 มีดาวใดสถิตอยู่ถือว่าดาวนั้นเป็นปัศวะเกณฑ์แก่ลัคน์ ลัคนาในราศีประเภท นระ ถ้าในเรือนที่ 1 หรือในเรือนที่ลัคน์สถิตมีดาวกุม ถือว่าดาวนั้นได้นระเกณฑ์ ลัคนาในราศีประเภท อัมพุ ถ้าในเรือนที่ 4 มีดาวอะไรสถิตอยู่ ถือว่าดาวนั้นได้อัมพุเกณฑ์ ลัคนาในราศีประเภทกีรฏะ ถ้าในเรือนที่ 7 มีดาวอะไรสถิตอยู่ ถือว่าดาวนั้นได้กีรฏะเกณฑ์ จะอย่างไรก็ตามเกณฑ์ที่นำมากล่าวนี้เป็นเพียงเกณฑ์พื้นฐานเท่านั้น คือเราสามารถดูว่าดวงใครมีดาวอะไรได้ตำแหน่งองค์เกณฑ์บ้าง ใน 4 เกณฑ์นี้ เช่นในราศีปัศวะมีบังคับว่า ดาว 1-2-3-5 อยู่ในเรือนที่ 10 จึงถือเป็นปัศวะเกณฑ์ ดังได้มีคำโคลงกำกับไว้ดังนี้ ปัศวะทะศะต้ององค์เกณฑ์ ชีวะจันทร์ภุมเมนทร์ผ่องแผ้ว อีกองค์พระสุริเยนทร์ทรงยศ สี่สถานเลิศแล้วยศนั้นพระยา ในราศีนระบังคับว่า ดาว 1-5-7 อยู่ในเรือนที่ 1 หรือกุมลัคน์ จึงจะถือเป็นนระเกณฑ์ ดังได้มีคำโคลงประกอบดังนี้ นระสุริยะเรื้องรังษี โสระชีวะมีถูกต้อง สามองค์ทรงโสภีกุมลัคนาแฮ ชาติใดได้ดั่งผ้องยศนั้นนาพัน ในราศีอัมพุบังคับว่า ดาว 2-4-5-6 อยู่ในเรือนที่ 4 ของลัคนาจึงจะถือว่าเป็นอัมพุเกณฑ์ ได้มีโคลงกล่าวไว้ว่า อัมพุผลจุ่งแจ้งสี่สถาน พุธศุกร์ชีวะวารส่งสร้อย จันทร์องค์ประไพพาลย์รุจิเรข แสดงคุณฤๅใช่น้อยยศนั้นถึงพระยา ในราศีกีรฏะบังคับว่า ดาว 3-8 อยู่ในเรือนที่ 7 ของลัคน์หรือเล็งลัคน์ จึงจะถือว่าได้กีรฏะเกณฑ์ มีโคลงกล่าวว่า กีฏะสัตตะต้องภุมเมนทร์ อสุรินทร์องค์เกณฑ์กล่าวไว้ ถึงแม้ชาติตัวเวรอัปลักษณ์ คุณก็แสดงให้ยศนั้นเสมอพงศ์ ถ้าจะทายเกณฑ์ต่าง ๆ ทั้ง 4 เกณฑ์ตามคำโคลง ก็จะออกมาเหมือน ๆ กัน คือดีทั้งหมด มีดวงที่ได้ กีรฏะเกณฑ์เท่านั้นที่บอกว่าแค่เสมอพงศ์ คือไม่ดีหรือเลวกว่าต้นตระ***ลเดิม นอกนั้นเป็นพระยาและมียศทั้งสิ้น อันนี้ผมว่าต้องค่อย ๆ พิจารณาดูกันนะครับว่าดาวอะไรเป็นองค์เกณฑ์บ้าง ก็ว่าเป็นดาว ๆ ไป น่าจะใกล้ความจริงกว่า เช่นดาวพฤหัสบดี (๕) เป็น 10 แก่ลัคน์ เข้าล๊อกปัศวะเกณฑ์ เป็นคนมีปัญญาดี ความรู้ดี หรือเสาร์ (๗) กุมลัคน์ได้นระเกณฑ์ หนักไปในทางฝันเฟื่อง วิตกจริตแก่กล้า บางรายก็เครียดจัดจนต้องเข้าไปนอนรักษาตัวศรีธัญญาฯ ก็มี เรื่องเสาร์ (๗) นี่ผมเห็นกับตามาหลายราย ผมว่าให้ท่านลองเอาคุณสมบัติของดาวนั่นแหละมาทาย จะดูดีกว่า เพราะที่ผ่านมาผมก็ใช้อย่างที่ผมว่าเห็นเข้าเป้าดี แต่ถ้าใครจะทายแบบเดิมเพื่อรักษาของเก่าเอาไว้ผมก็ไม่ว่า แต่ผมไม่ค่อยช่ำชองนัก อย่างเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมาบังเอิญผมเข้าไปทัวร์ในเว็บเกี่ยวกับการพยากรณ์เว็บหนึ่ง เห็นในกระทู้ว่าพอดาวเสาร์ (๗) ย้ายราศีจากราศีเมถุนเข้าทับลัคน์คนราศีกรกฏ คนราศีนี้ก็คงได้คู่กัน เพราะดาวเสาร์ (๗) มาจากเรือนปัตนิ ผมว่าอย่ามองกันมุมเดียวนะครับ โดยเฉพาะดาวเสาร์ (๗) ไม่ค่อยไว้ใจสักเท่าไร มันไม่น่าจะได้คู่อย่างเดียว น่าจะได้ความทุกข์ยากลำบากเรื่องการงาน การต้องเดือดร้อนเงินทอง ที่อยู่อาศัยด้วย ยิ่งถ้าคนเกิด วันพฤหัสบดีหรืออายุจรในทักษามาตกที่ภูมิพฤหัสบดี (๕) ด้วยยิ่งน่าเป็นห่วง ถ้ามันเกิดได้คู่อย่างที่ว่าแม้จะเก่าแก่สักหน่อยก็รับไว้เถอะครับ ดีกว่านอนกอดหมอนข้าง การพยากรณ์องค์เกณฑ์ทั้ง 4 เกณฑ์ แบบเดิมว่าไว้ดังนี้ ลัคนากำเนิดตกปัศวะเมื่อแรกจะเกิดโรค ทุกข์เดือดร้อน จะพลัดพรากจากที่อยู่ ผู้ใหญ่จะเบียดเบียนตน ลัคนากำเนิดตกนระ เมื่อแรกจะได้ช้าง ม้า ข้า คน ลูกเมียและยศศักดิ์ ท่าจะบูชา จะได้ลาภแต่สถานบ้านเมืองไกล ลัคนากำเนิดตกอัมพุ เมื่อแรกจะเจ็บไข้ แค้นเคืองด้วยลูกเมีย จะตายจากกัน จะเป็นความ ท่านจะกล่าวโทษ จะจากที่อยู่ไปไกล ให้ระวังจะเกิดไฟ โจรจะปล้น ข้า คน จะหนี วัวควายจะตาย ช้างม้าจะหาย จะเป็นทุกขลาภ ลัคนากำเนิดตกกีรฏะ ท่านผู้ใหญ่จะตกแต่งให้อลังการกว่านั้น ดุจจรตกนระ หากจะสรุปคำพยากรณ์จะเห็นว่าคนที่เกิดในราศีปัศวะ วัยเด็กจะมีโรคประจำตัว มีความเดือดร้อนต่าง ๆ ไม่ค่อยกินเส้นกับผู้ใหญ่ ถ้าเกิดในราศีนระจะได้ลาภทุกอย่างจากแดนไกล เช่นช้างม้าข้าคนบริวารยศศักดิ์ ถ้าเกิดในราศีอัมพุ จะเจ็บไข้ในวัยเด็ก ถ้าพอมีเมียก็ไม่ได้อย่างใจ ตรอมใจจนตายจากกัน จะมีคดีความ ผู้ใหญ่ไม่ส่งเสริม แถมให้โทษ จะต้องจากบ้าน ไฟไหม้บ้าน ข้าคนหนี วัวควายตาย ถ้าเกิดในราศีกีรฏะ จะได้รับความเมตตาจากผู้ใหญ่ในทุกด้าน ยิ่งกว่าราศีนระ ถ้าแยกออกมาโดยย่อจะเห็นว่าราศีปัศวะและอัมพุไม่ดี ในขณะที่ ราศีกีรฏะและราศีนระเลิศเลอทุกประการ ท่านสังเกตบ้างไหมครับว่าคำพยากรณ์ลัคนาได้ราศีเกณฑ์ในตอนนี้ ถ้าปัศวะและอัมพุ จะไม่ดีต่าง ๆ นา ๆ แต่นระกับกีรฏะดีมาก ซึ่งต่างกับตอนที่กล่าวถึงดาวต่าง ๆ ได้ตำแหน่งองค์เกณฑ์ ตอนนั้นจะดีเลิศหมด มีแต่เกณฑ์กีรฏะเท่านั้นที่เสมอพงศ์ เมื่อเป็นดังนี้ก็เท่ากับเกิดความขัดแย้งกันในหลักวิชาการ หรือท่านโบราณาจารย์ อาจจะมีข้อยกเว้นเป็นอย่างอื่นเอาไว้ แล้วผมไม่รู้ ก็ไม่ทราบได้ หรือจะถือเอาว่าลัคนากำเนิดในราศีองค์เกณฑ์ ถ้าไม่มีดาวที่กำหนดไว้ ได้องค์เกณฑ์ ก็จะไม่ดีต่าง ๆ ดังที่กล่าว แต่เฉพาะราศีนระและกีรฏะต้องดีอย่างเดียว จะมีดาวที่บังคับได้องค์เกณฑ์หรือไม่ก็ตาม จะอย่างไรก็ตามผมเพียงเสนอมาให้ท่านช่วยผมคิดเท่านั้นมิได้มีเจตนาอย่างอื่นแอบแฝง ดูดวงทางโทรศัพท์ -ดูดวงทางไลท์- โหราศาตร์สิบลัคนา |
| ด้วยข้ออ้างที่ว่าในโลกที่เราอาศัยอยู่นี้ ต่างก็ไม่มีอะไรเที่ยงแท้แน่นอน ย่อมต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา วันนี้อย่างหนึ่ง พรุ่งนี้อีกอย่างหนึ่ง เหมือนสรรพสิ่งทั้งหลายเมื่อมีเกิดก็มีดับ มีของใหม่เกิดขึ้น พอล่วงเลยไปก็กลายเป็นของเก่า ของเก่าบางอย่างมีคุณค่า แต่บางอย่างยิ่งเก่ายิ่งไร้ค่า สุดแท้แต่ว่าเป็นของอะไรและของนั้นเป็นของใคร?
ดวงชะตาของคนก็เช่นกันเมื่อมีดวงชะตากำเนิดหรือดวงเดิม ก็ย่อมต้องมีดวงจรหรือลัคน์จรได้ ดวงจรหรือลัคน์จรนี่จะต่างกับดาวจร หรืออายุจร ดาวจรนั่นคือดาวในท้องฟ้าหรือในจักรวาลอันไกลโพ้น เดินหรือโคจรไปในราศีต่าง ๆ โลกที่เราต่างอาศัยอยู่นี้ก็โคจรเช่นเดียวกัน เพราะมันก็คือดาวเหมือนกัน โลกเราโคจรรอบอาทิตย์ (๑) และโคจรรอบตัวเอง สำหรับอายุจร นั่นหมายถึงอายุจาก 1 ขวบ จรเป็น 2 ขวบ เป็น 3 ขวบ แล้วก็จรไปเรื่อย ๆ จนตายจากกันจึงหยุด จาก 1 ขวบถึง 50 นี่ผมกับท่านผู้อ่านทั้งหลายเขาเรียกว่าจรแก่ขึ้น พอจาก 50 ไปแล้วเขาเรียกว่าจรแก่ลง นี่ผมรู้สึกว่าลงไปมากแล้ว อีกไม่นานก็คงหยุดจร เอาล่ะนี่ผมคร่อมเลนไปนิดหนึ่งแล้ว ต้องขออภัยต่อท่านผู้อ่านเอาไว้ตรงนี้ด้วย ให้เราหันมาว่ากันถึงเรื่องกาลจักร-ลัคน์จรตามหัวข้อกันดีกว่า อันว่ากาลจักร-ลัคน์จร หมายถึงลัคนาที่เวียนไปตามเวลานั่นเอง คือเวียนไปตามจักรราศี ถ้าสมมุติว่าลัคนาสถิตราศีเมษ ซึ่งเข้าเกณฑ์ปัศวะ อายุเท่าใด ก็หมุนไปเท่าอายุ เช่นท่านมีลัคนาสถิตราศีเมษ อายุ 69 ปี ก็นับอายุเริ่มจากราศีเมษ ไปจนครบ 69 ปี ตกราศีใดนั่นเท่ากับลัคนาจรของท่านตกราศีนั้น ราศีเกณฑ์ประเภทอื่นเช่นนระ อัมพุ กีรฏะก็ทำเช่นเดียวกัน การนับอายุตามเกณฑ์ปัศวะมีดังนี้ คือเมษ-2ปี พฤษภ-2ปี เมถุน-3 ปี กรกฏ-5 ปี สิงห์-2 ปี กันย์-3ปี ตุลย์-3ปี พิจิก-8ปี ธนู-3ปี มังกร-5ปี กุมภ์-3ปี มีน-5ปี รวมแล้วรอบละ 44 ปี การนับอายุตามเกณฑ์นระมีดังนี้ คือ เมษ-4ปี พฤษภ-4ปี เมถุน-5ปี กรกฏ-7ปี สิงห์-4 กันย์-5ปี ตุลย์-5ปี พิจิก-10ปี ธนู-5ปี มังกร-7ปี กุมภ์-5ปี มีน-7ปี รวมแล้วรอบละ 68 ปี การนับอายุตามเกณฑ์อัมพุมีดังนี้ คือ เมษ-3ปี พฤษภ-3ปี เมถุน-4ปี กรกฎ-6ปี สิงห์-3ปี กันย์-4ปี ตุลย์-4 ปี พิจิก-9 ธนู-4ปี มังกร-6ปี กุมภ์-4ปี มีน-6ปี รวมแล้วรอบละ 56 ปี การนับอายุตามเกณฑ์กีรฏะ มีดังนี้คือ เมษ-5ปี พฤษภ-5ปี เมถุน-6ปี กรกฏ-8ปี สิงห์-5ปี กันย์-6ปี ตุลย์-6ปี พิจิก-11ปี ธนู-6ปี มังกร-8ปี กุมภ์-6ปี มีน-8ปี รวมแล้วรอบละ 80 ปี เรื่องเกณฑ์แต่ละเกณฑ์จะมีอายุแตกต่างกัน แต่ก็จำง่าย ท่านจำเพียงเกณฑ์ปัศวะก็เพียงพอ เพราะถ้าพอเอา 1 บวกเกณฑ์ปัศวะในแต่ละราศี ก็จะเป็นเกณฑ์อัมพุ เอา 2 บวกเกณฑ์ปัศวะจะได้เกณฑ์นระ เอา 3 บวกเกณฑ์ปัศวะจะได้เกณฑ์กีรฏะ คำพยากรณ์ลัคน์จรตามตำนานเดิมมีดังนี้ ถ้าลัคนาจรมาถึงราศีเมษ ประดุจนกปีกหัก จะคิดการสิ่งใดสมความปรารถนา แล้วจะวิบัติต่าง ๆ มีภัยสามประการและเกิดโรคด้วย ถ้าลัคนาจรมาถึงราศีพฤษภ เปรียบประดุจนกพิลาปอยู่บนปรางค์ปราสาท จะอดอาหารและลาภสักการทั้งปวง สารพัดจะคิดการไม่สมความปรารถนา แต่ทว่าศัตรูทำร้ายไม่ได้ ถ้าลัคนาจรมาถึงราศีเมถุน ได้เมื่อนกไสร้จะหมายฆ่าช้างสาร สารพัดลาภสักการทั้งปวง เห็นจะได้มากก็สูญหายกลับกลายเป็นน้อย แต่ศัตรูปองร้ายเป็นอันมาก ถ้าลัคนาจรมาถึงราศีกรกฏ เปรียบประดุจนกไสร้ฆ่าช้างสารตาย จะต้องปราศจากที่อยู่ แล้วจะเกิดความ จะเสียทรัพย์เพราะถ้อยคำของตนเอง และต้องจากยศศักดิ์ ต่อภายหลังตั้งความเพียร จึงจะได้ดีคืนดังเก่าแล ถ้าลัคนาจรมาถึงราศีสิงห์ เปรียบประดุจพระจันทร์เมื่อวันดับลับไปแล้วก็คืนมาอีก ทรัพย์และข้าวของทั้งปวงซึ่งเสียไปแต่ก่อนนั้นจะกลับคืนมา สารพัดสัตว์สี่เท้าสองเท้าหนีหายไปแต่ก่อนก็จะได้กลับมาเอง ถ้าลัคนาจรถึงราศีกันย์ เปรียบประดุจวานรได้ผลมะเดื่อ สารพัดจะคิดการสิ่งใดได้สมความปรารถนาแล ถ้าลัคนาจรถึงราศีตุลย์ เปรียบประดุจดั่งว่าไม้กาฝาก จะได้ลาภทั้งปวงบริบูรณ์ จะเกิดความสิ่งใดก็มีชัยชนะด้วยผลความเพียรตนแล ถ้าลัคนาจรถึงราศีพิจิก เปรียบประดุจไม้แห้งจะมาเปรียบไม้สดนั้นไม่ได้ จะว่าความสิ่งใดไม่สมปรารถนา จะต้องปราศจากที่อยู่ จะต้องภัยสามประการ แล้วต้องเสียทรัพย์ทั้งปวง ร้ายนักให้ระมัดจงดีเถิด ถ้าลัคนาจรถึงราศีธนู เปรียบประดุจนกพิลาป เขาเอาใส่ในเคหาท่าน สารพัดจะอดอาหารทั้งปวง ทำความเพียรสิ่งใด ๆ เป็นที่ดีแห่งท่านทั้งหลาย ถ้าลัคนาจรถึงราศีมังกร เปรียบอุปมาเหมือนหิรัญวดีไปเที่ยวหาคู่ คิดสิ่งใดได้สมความปรารถนา แล้วจะได้ลาภสัตว์สี่เท้าสองเท้า จะทำการสิ่งใดประสิทธิ์นักแล ถ้าลัคนาจรถึงราศีกุมภ์ ได้เมื่อพญาหงส์ทองต้องบ่วง ต้นมือเป็นทุกข์ ปลายมือดีมีลาภแล ลัคนาจรถึงราศีมีนได้เมื่อศุภมิตร ต้นมือนั้นร้าย ปลายมือดีมีลาภแล ทั้งหมดนี้ผมพยายามคัดมาจากตำนานเดิม คือโลกธาตุ และรักษาสำนวนเก่าไว้ก็ดูขลังดี สรุปแล้วขัดกันบ้างเหมือนกันบ้าง ขอให้ท่านหัดพิจารณาเอาเอง ผมไม่กล้าออกความเห็น เพราะไม่ค่อยได้นำมาใช้นัก เนื่องจากผมพยากรณ์อาชีพในราคาถูกเพียงไม่เกิน 500 บาท ก็ไม่อยากทำตัวเป็นคนขี่ช้างจับตั๊กแตน ความจริงเรื่องที่เกี่ยวกับ “ลัคน์จร” นี่ยังมีอยู่ในตำนานอีกอย่างหนึ่งคือ ลัคน์จรกับพระเคราะห์จร ท่านว่าไว้ดังนี้ ถ้าพระเคราะห์จร ๑-๓-๕-๗-๘ จรมาทับลัคน์จร ให้ทายดุจลัคน์กำเนิด ถ้าลัคน์จรตกที่ดีแล้ว ให้นับหาลัคน์กำเนิด ถ้าลัคน์กำเนิดเป็น 3-4-5-9-11 แก่ลัคน์จร จะเจริญยิ่งนัก ถ้าไม่เป็นดังกล่าวจะถอยทรัพย์แล ถ้าลัคน์จรตกราศีอันร้าย ให้นับหาลัคนากำเนิด ถ้าเป็น 2-3-5-7-11 แก่ลัคน์จร ผู้นั้นถ้าโทษร้ายเป็นทุกขลาภ ตรงนี้ต้องตีความให้แตกว่าลัคน์จรไปตกที่ร้าย เป็นอย่าง? ตกที่ดีเป็นอย่างไร ถ้าในความคิดเห็นของผมลัคน์จร จรไปเป็นอริ มรณะ วินาส ลัคน์เดิม หรือจรไปอยู่ในเรือนหรือราศีที่เป็นกาลกิณีเดิม หรือไปตกราศีเดียวกับดาว เสาร์ (๗) และราหู (๘) จร น่าจะถือเป็นตกที่ร้าย นอกนั้นน่าจะจรตกที่ดีทั้งหมด คือไม่เป็นอริ มรณะ วินาสกับลัคน์เดิม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็ต้องนำมาทดลองใช้หลาย ๆ รอบก่อนจึงจะปักใจเชื่อ ถ้านำมาทายแล้วผิดมากกว่าถูก ก็ควรจะวางเฉยเสีย เว้นแต่ทายแบบไม่เก็บเงิน ก็ว่ากันไปตามสบาย ดูดวงทางโทรศัพท์ -ดูดวงทางไลท์- โหราศาตร์สิบลัคนา |
| เรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญ และใช้ในการทายจรได้ผลมาแล้ว คำว่าตรีวัยหมายถึงวัยทั้ง 3 คือปฐมวัย วัยแรก เริ่มนับตั้งแต่อายุ 1 ปี ถึง 25 ปี
มัชฌิมวัย วัยกลาง เริ่มนับตั้งแต่อายุ 25 ปี ถึง 50 ปี ปัจฉิมวัย วัยปลาย เริ่มนับตั้งแต่อายุ 50 ปี ถึง 75 ปี ถ้าอายุยืนยาวมากกว่า 75 ปี ไปถึง 100 ปี เรียกว่าตกวัยเทียบ การจะรู้ว่าปัจจุบันตกวัยใดให้ดูจากอายุย่างเป็นเกณฑ์ในแต่ละวัย ถูกแบ่งซอยออกเป็นวัยย่อยวัยละ 3 ขั้น ๆ ละ 8 ปี 4 เดือน รวมแล้วก็คือ 25 ปี เช่น ปฐมวัย ดาวเจ้าวัย มาจากดาวเจ้าเรือน ตนุ-กะดุมพะ-กรรมะ มัชฌิมวัย ดาวเจ้าวัย มาจากดาวเจ้าเรือน สหัชชะ-ศุภะ-ลาภะ ปัจฉิมวัย ดาวเจ้าวัย มาจากดาวเจ้าเรือน พันธุ-ปุตตะ-ปัตตานิ วัยเทียบ ดาวเจ้าวัย มาจากดาวเจ้าเรือน อริ-มรณะ-วินาส และดาวเจ้าเรือนต่างๆ เป็นต้นว่า ตนุ-กะดุมพะ-กรรมะฯลฯ ต้องมาจากตนุเศษทั้งสิ้น ไม่ใช่มาจากลัคนา ตรงนี้ขอท่านอย่าได้เผลอนับจากลัคน์เป็นอันขาด จะทำให้ทายผิดได้ สำหรับการพยากรณ์ มีหลักว่าถ้าอายุตกวัยที่เป็นดาวศุภเคราะห์ ที่ไม่เป็นกาลกิณีในดวงทักษา ไม่เป็นนิจเป็นประ หรือได้ตำแหน่ง มหาอุจ ราชาโชค มหาจักร เกษตร ถือว่าในวัยนั้นดี ถ้าอายุตกวัยนิจ ประ กาลกิณี หรือเป็นดาวบาปเคราะห์ ถือว่าไม่ดีนัก แต่ถ้าดาวบาปเคราะห์ได้ตำแหน่งดีเป็นมหาอุจ ราชาโชค มหาจักร เกษตร ถือว่าดี และหากท่านเข้าใจแบบรู้แจ้งแทงตลอด ในกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่ผมนำมาเสนอ เพื่อประดับความรู้ถึง 24 บท แม้จะดูว่าน้อยนิด เมื่อเทียบกับศาสตร์อันยิ่งใหญ่ที่เรียนกันไม่รู้จบแล้ว ผมกล้ารับรองว่าท่านผู้อ่านที่รักของผมทุกท่านต้องก้าวหน้าหลุดพ้นจากคำว่า “โหน” มาเป็น “โหร” ได้อย่างพากพูมแน่นอน ดูดวงทางโทรศัพท์ -ดูดวงทางไลท์- โหราศาตร์สิบลัคนา |