Category Archives: ความรู้โหราศาสตร์

ดูดวง ฤกษ์แต่งาน

ดูดวง ฤกษ์แต่งาน

ชาวบ้านทั่วไปยังไม่ค่อยเข้าใจว่าคืออะไร เอาจุดไหนมาเรียกว่าฤกษ์แต่งงาน ตามประเพณีนิยม เขาวางระเบียบไว้ดังนี้

๑. ขบวนแห่ขันหมากออกจากบ้านเจ้าบ่าว หรือเข้าบ้านเจ้าสาว
๒. สู่ขอ
๓. สรวมแหวน
๔. รดน้ำ
๕. งานเลี้ยง
๖. ส่งตัวเข้าหอ หรือปูที่นอน
๗. จดทะเบียน

นี่คือฤกษ์แต่งงาน ใครจะเลือกเอาอย่างไรสุดแต่ ทว่าต้องทำในวันเดียว มีจดทะเบียนเท่านั้นที่แยกจดวันหลังได้

ที่สำคัญมากคือต้องส่งตัวเจ้าสาวให้เจ้าบ่าวในวันนั้น มิฉะนั้นบ้านแตกครับ ผมเคยพบมางานหนึ่ง เจ้าบ่าวต้องนอนเฝ้าหอสามวัน

ดูดวง พยากรณ์ ด้วยวิชาโหราศาสตร์ 10 ลัคนา จากตำราต้นฉบับดั้งเดิม
ดูดวง พยากรณ์ ด้วยวิชาโหราศาสตร์ 10 ลัคนา จากตำราต้นฉบับดั้งเดิม

ดูดวง ลัคนาในราศีเกณฑ์ ท่านอายัณโฆษ

ดูดวง ลัคนาในราศีเกณฑ์

    ดวงชะตาบุคคลเป็นส่วนมากที่เดียว เมื่อได้พิจารณาพระเคราะห์ในเรือนราศีต่าง ๆ  ตลอดจนที่สถิตของลัคนาแล้ว ไม่มีลักษณะแสดงดีแสดงร้าย แต่เจ้าของดวงชะตาผู้นั้น ก็บังเกิดผลดีผลร้ายอย่างสูงเป็นที่น่าประหลาด และลางดวงชะตาแสดงว่าจะวิบัติเห็นได้ชัด ๆ  แต่เจ้าของดวงชะตาผู้นั้นกลับบังเกิดความวิวัฒน์ และพร้อมกันลางดวงชะตากำลังแสดงว่า จะประสบโชคมหาศาล แต่แล้วเจ้าของดวงชะตากลับได้รับความวิปโยคทุกข์ร้อนอย่างแสนสาหัส ก็มีดังนี้ ตามโบราณท่านว่าดวงชะตาทั้งสามลักษณะนี้ ให้พิจารณาลัคนาในราศีเกณฑ์เสียก่อนคือ

  • ลัคนาในราศ๊นระ มีพระเสาร์ ๗ เป็นประจำ
  • ลัคนาในราศ๊อัมพุ มีพระอังคาร ๓ เป็นประจำ
  • ลัคนาในราศีกีรฏะ มีพระราหู ๘ เป็นประจำ
  • ลัคนาในราศีปัศวะ มีพาระพฤหัสบดี ๕ เป็นประจำ

                พระเคราะห์ในลักษณะ นระ อัมพุ กีรฏะ ปัศวะ ทั้ 4 ตัวนี้ ถ้าปีใดทักษาจรมาเป็นศรีหรือกาลกิณีต้องลัคนา ในราศีเกณฑ์นั้น ๆ แล้ว ย่อมแสดงผลดีร้ายอย่างสูงและหนักมาก

ความคิดเห็น

                หมายถึงว่า  ๗-๓-๘-๕ เป็นกาลีหรือเป็นศรี ตามทักษาจร ต้อง(ทับ)ลัคนา น่าจะหมายรวมถึง เล็ง ร่วมธาตุ โยกหน้า โยกหลังด้วย เพียงแต่การให้คุณหรือให้โทษลดตามส่วนแห่งความสัมพันธ์ถึง

แต่ก็ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะให้ดาว ๓-๗-๘ อันเป็นดาวบาปเคราะห์มาแต่เดิม เมื่อจรมาเป็นศรี ให้คุณแก่เจ้าชะตา

                ควรระวังด้านที่จะเสียเอาไว้เพื่อความไม่ประมาท ไม่เคยเห็นคนที่ดาว ๗-๓-๘ จรเป็นศรีมาตองลัคนาแล้วมีโชค มีอยู่รายเดียว คือ ๗ จรทับลัคนา มีโชค เพราะการเสียชีวิตของบิดาและมารดาในเวลาใกล้ ๆ กัน ถ้าการต้องเสียบิดามารตาแล้วได้มรดกร่ำรวยเป็นโชค ผมยังไม่เห็นด้วย

                ท่านอายัณโฆษได้กล่าวต่อไปว่าผู้ที่จะได้รับผลดีร้ายมากที่สุด เป็นคนราศีเกณฑ์อัมพุ ทั้งนี้เพราะมีดาวอังคาร ๓ เป็นดาวแสดงบทแห่งเกณฑ์นี้ และอังคาร ๓ เป็นดาวที่มีการโคจรเร็วกว่าดาวอื่น ดังนั้นจึงต้องมาถึงลัคนาอย่างแน่นอน ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง คือทับ เล็ง ตรีโกณ โยคหน้าหลัง โดยหลักวิชาแล้ว ทับหรือเล็งจะมีผลมากที่สุด สัมพันธ์อย่างอื่นดีร้ายลดหลั่นกันไป ยิ่งถ้าดาวพฤหัสบดี ๕ จรมาปกป้องลัคนาเอาไว้ ก็ไม่ร้ายแรงเท่าที่ควรจะเป็น เพราะเราถือกันว่าดาวพฤหัสบดี ๕ เป็นดาวคุ้มโทษ เป็นดาวใหญ่ที่มีกำลังมาก แม้จะอยู่ไกล

                ในความเป็นจริงพระเคราะห์อื่นคือ ๗-๘-๕ เป็นกาลีจรมาเมื่อใดเข้าทับ เล็ง ตรีโกณ โยกหน้าหลัง จะได้รับโทษหนักมาก เพราะอยู่นานกว่าอังคาร ๓ บางรายถึงกับต้องเข้าโรงพยาบาลบ้า บางคนฆ่าตัวตาย ทรัพย์สินเงินทองหมด เห็นอยู๋รายหนึ่ง มีเงินอยู่ 4 ล้าน หมดตัวต้องขายข้าวแกงเลี้ยงลูก

                จากข้อสังเกตุฯ หน้า 5 ท่านอายัณโฆษ กล่าวว่าท่านได้ค้นคว้าพบว่า เรื่องของราศีเกณฑ์นั้น แท้จริงเป็นเพียงการแสดงสัณฐานของดวงชะตาเฉพาะเมื่อเวลาตกฟากเท่านั้น มิได้มุ่งหมายล่วงเลยไปถึงการพยากรณ์ในปีปัจจุบัน (ความเห็น- คือไม่เกี่ยวกับการทายจรนั่นเอง) ท่านบอกต่อไปว่า จริงอยู่กฏเกณฑ์ของราศี นระ อัมพุ กีรฏะ ปัศวะ ที่มีพระเคราะห์เสาร์ ๗ อังคาร ๓ ราหู ๘ พฤหัสบดี ๕ สถิตเสถียรมาแต่วันตกฟากโดยถูกต้องนั้น ยอมรับว่า 80% ของดวงชะตาที่มีโชคดีเหล่านั้นจ่างพากันดีเด่นในลักษณะต่าง ๆ กัน

                 ท่านกล่าวต่อในหน้าที่ 7 ถึงเรื่องเดียวกันว่า ท่านขอแนะนำเคล็ดลับ เพื่อผลในการพยากรณ์ปัจจุบันว่า ท่านใดก็ตามเมื่อทักษาอายุ ทำให้พระเคราะห์ ๗-๓-๘-๕ ตัวใดตัวหนึ่งเป็นศรีจรหรือกาลีจร ไม่ว่าลัคนาจะสถิตอยู่ราศีใดให้ทายดังนี้ ถ้าทับลัคนา ให้ทายดุจลัคนาราศ๊นระ ถ้าห่างจากลัคนาไปสี่ราศีให้ทายดุจลัคนาราศีอัมพุ ถ้าเล็งลัคนาหรืออยูในเรือนที่ 7 เมื่อนับจากลัคนาไป ให้ทายดุจลัคนาราศีกีรฏะ ถ้าห่างจากลัคนาไป 10 ราศีให้ทายดุจลัคนาราศีปัศวะ (ความเห็น-ทั้ง 4 ดาว คือ ๗-๓-๘-๕  เมื่อต้องโคจรไปเป็น 1 – 4 – 7 – 10 แก่ลัคนา ให้โทษให้คุณอยู่แล้ว ต่างกันตรงที่มากหรือน้อย เป็น 1 และ 7 คุณและโทษมากเป็นพิเศษ เพราะทับลัคนาเล็งลัคนานั่นเอง)

ดูดวง พยากรณ์ ด้วยวิชาโหราศาสตร์ 10 ลัคนา จากตำราต้นฉบับดั้งเดิม
ดูดวง พยากรณ์ ด้วยวิชาโหราศาสตร์ 10 ลัคนา จากตำราต้นฉบับดั้งเดิม

ดูดวง คัมภีร์อรรถสาลินี ซึ่งแต่งโดยพระพุทธโฆษาจารย์ พระเคราะห์มนท์เสริดพักรนานา ทำนายว่าการต่างๆ

ดูดวง

จะกล่าวถึงพระเคราะห์จรมาในราศี

อันอาจารย์แจ้งจัดอรรถสาลินี พระอภิธรรมโดยมีฎีกามา

พระอาจารย์จารึกบรรทึกไว้ คัมภีร์ไสย์ตามพระพุทธโฆษา

พระเคราะห์มนท์เสริดพักรนานา ทำนายว่าการต่างๆ จะเกิดเป็น

อังคารพักรมีศึกต่างเมืองมา อังคารเสริดนั้นว่าจะเกิดยุคเข็ญ

อังคารมนท์จะวิกลบังเกิดเป็น มหาชนจะเกิดเข็ญเป็นฝีตาย

จะเจ็บท้องลงแดงตายเสียมาก ความทุกข์ยากในมนุษย์สิ้นทั้งหลาย

พระเสาร์และอังคารท่านภิปราย ในสี่ราศีร้ายจำเพาะมี

คือพฤษภ สิงห์ มีน ธนู พักร ว่าร้ายนักทำนายไว้สี่ราศี

จะเกิดความฉิบหายวายชีวี พระธรณีจะดูดกินซึ่งเลือดคน

พระอังคารพักรณราศีเมษ พระมหากษัตริย์เป็นเหตุแสดงผล

ในเดือนเก้าเจ็ดค่ำแรมพึ่งยล จะม้วยชนม์สิ้นชีพสังขารา

พระพุธพักรในกุมภราศี พระบุรีร้อนทั่วทิศา

ราชบุตรจะต่อยุทธกษัตรา ในเดือนแปดทุติยาเป็นมั่นคง

พระพุทธมนท์ว่าน้ำฝนนั้นจะน้อย ข้าวกล้าตายฝอยดินแห้งผง

พระศุกร์ข้าวแพงทำนายตรง บูรพาษาฒมั่นคงทำนายมา

พระอังคารพักรในเมษในราศี ธนูสิงห์สามนี้ร้ายหนักหนา

เป็นนิมิตแก่แผ่นพสุธา จะแยกเป็นสองว่าอัศจรรย์

อีกจะมีลมพายุวิปริต จะเกิดไข้ทรพิษเป็นมหันต์

มหาชนจะพินาศลงดาษครั้น อังคารนั้นเกิดไข้ตาย

พฤหัสบดีมนท์แพ้สมณพราหมณา พระศุกร์มนท์ทายว่าฝนจะแห้งหาย

ข้าวแพงฝนจะแล้งข้าวกล้าตาย พระเสาร์มนท์นั้นทายว่าศึกมี

เป็นอันตรายวัวควายจะตายห่า จะร้อนราษฎร์ประชาทั่วกรุงศรี

ดูคำทำนายตามพระบาลี ดังกล่าวนี้เป็นฉบับโบราณเอย”

จาก คัมภีร์อรรถสาลินี ซึ่งแต่งโดยพระพุทธโฆษาจารย์

ดูดวง พยากรณ์ ด้วยวิชาโหราศาสตร์ 10 ลัคนา จากตำราต้นฉบับดั้งเดิม
ดูดวง พยากรณ์ ด้วยวิชาโหราศาสตร์ 10 ลัคนา จากตำราต้นฉบับดั้งเดิม
ดูดวงไพ่ยิปซีความรัก
ดูดวงไพ่ยิปซีความรัก

ดูดวง การเกิดของราหูนั้น โบราณท่านเขียนคำทำนายที่ให้ผลร้ายไว้ ดังนี้

ดูดวงไพ่ยิปซีความรัก
ดูดวงไพ่ยิปซีความรัก

ดูดวง การเกิดของราหูนั้น โบราณท่านเขียนคำทำนายที่ให้ผลร้ายไว้ ดังนี้

“อสุรินทร์เสาราฤทธิกล้าหาญ ทั้งสององค์ท่านเป็นมิตรสนิทกัน
แต่โคจรห่อนได้ร่วมมรรควิถี ต่างโคจรจรลีคนละทางร่วมจักรผัน
แม้นเกิดในสถานทวารนั้น คือราศีเมษมั่น กรกฎ ตุล มังกร
ครั้งนั้นในชั้นพรหมสถานทั่ว จะเกิดรัศมีมิดมืดมัวกว่าแต่ก่อน
มนุษย์ทั้งโลกจะเดือดร้อน เพราะเหตุทุกนครกลียุค
ชาวประชามหาชนไม่เป็นสุข โทษทับทุกร้อนแรงกล้ากว่าอัคคี
แม้นทับลัคนจันทร์ท่านผู้ใดในราศี ดังที่ว่ามานี้มิได้การ
ถึงจะมีปัญญายศฐาศักดิ์ ไม่ต้องผลักนอนแผ่น่าสงสาร
ทั้งสุพรรณหิรัญรัตน์บุตรรักลูกเมียจักเกิดการ ทั้งสังขารโรคร้ายมาครอบงำ
แม้ผู้ในใดใครเป็นเหมือนเช่นว่า พระศาสดาตรัสไว้ว่าถึงคราวกรรม
พวกโหราว่าเคราะห์ร้ายตรงกับธรรม กลับทายซ้ำว่าเห็นมาหลายคน
คงไม่พ้นเหตุร้ายอันใหญ่หลวง จึงยึดหน่วงเอาไว้ในกุศล
พระไตรลักษณะญาณเจริญบน คงให้ผลถึงที่สุขีเอย”
บทกลอนนี้มีชื่อว่า “เมธาโหราแสดงสาร” ที่จดจำลอกเลียนกันมา

“สุรินทรราหู จรจักรากร
กุมเล็งระวีวร จะประทุษฐลาภา
สัตรูจะเมียงมาตร จะวิวาทวิวาทา
จากบุตร์ภิริยา จะตะโกรงกระโทงกาย”

“ราหูทับราหู ปะทะกันและกันกล
นั้นห้ามจรัญหน บรรเทศจะอันตราย
สินทรัพย์จะร่อยริน ธิบดีนนทร์จะหมองหมาย
โทษตนระมัดกาย จะเกิดพระเพลิงกาฬ
ศัตรูจะแกล้งกล่าว พจน์ล่อและลวงผลาญ
พยาธิใหญ่จะประหาร บมิญาติจะม้วยมรณ์”

“ผิวพระเคราะห์จำเพาะต้องกันเล่า อังคารเข้าต้องพระสุริยศรี
จะได้ข่าวโจรร้ายราญราวี อุดรทิศที่นั้นที่บูรพา
พระอาทิตย์ถึงเสาร์มีข่าวไกล ศัตรูภัยทิศพายัพนั้นแกล้วกล้า
อาคเนย์ทิศนั้นจะพลันมา พระเสาร์ถึงสุริยานั้นภัยมี
จะเกิดก่อต่อยุทธเรามีชัย เผด็จศัตรูได้ถึงเริดหนี
อาทิตย์ถึงอสุรินทร์นั้นเหตุมี จักลงโทษมนตรีพิกลไป
อสุรินทร่วมอาทิตย์นั้นพวกพาล จะทำการทุจริตผิดวิสัย”

ดูดวง พยากรณ์ ด้วยวิชาโหราศาสตร์ 10 ลัคนา จากตำราต้นฉบับดั้งเดิม
ดูดวง พยากรณ์ ด้วยวิชาโหราศาสตร์ 10 ลัคนา จากตำราต้นฉบับดั้งเดิม

พระเคราะห์คู่ศัตรู

พระเคราะห์คู่ศัตรู

คือ พระเคราะห์ที่ถูกจัดว่าไม่ถูกกัน ตามตำนานพระเคราะห์ มีสำคัญๆ 5 คู่ด้วยกันที่ต้องจดจำ มีอิทธิพลต่อการทำลายให้ย่อยยับ เป็นอุปสรรคตัดทอน การขัดแย้ง ถูกใส่ร้ายถูกหลอกลวง

อาทิตย์หวาน                 อังคารร้าย                         1-3

จันทร์โฉมฉาย              ทะเลาะกับครู                   2-5

พุธนงเยาว์                     เกลียดเมาราหู                  4-8

ศุกร์กับเสาร์                   เป็นศัตรูต่อกัน                 6-7

เพิ่มอีก 1 คู่ คือ 3-7 เมื่ออังคารเกิดเป็นพญาครุฑไล่จิกกินพระเสาร์ที่เกิดเป็นพญานาค

 

นี่คือลักษณะของคู่ดาวแบบมาตรฐานที่มีใช้ทุกหลักโหราศาสตร์ ต้องจดจำให้ขึ้นใจ ลักษณะดาวคู่ศัตรูอาจมีมากกว่านี้ แต่เราจัดเพียงเท่านี้ บางตำราก็ว่าเป็นคู่ศัตรูใหญ่ๆ ที่สำคัญๆ

พระเคราะห์คู่สมพล

พระเคราะห์คู่สมพล

คือ พระเคราะห์ที่รวมกำลังกันแล้วมีจำนวนเท่ากับ 27 เท่ากับกำลังของดาวฤกษ์ มีอิทธิพลให้เกิดความยำเกรง มีผู้นับถือ โดยมากจะส่งผลในทางชีวิตสมรส เพศตรงข้ามนำลาภมาให้ สามีภรรยาเกิดความร่วมใจกัน มีด้วยกัน 4 คู่เช่นกัน

พระอาทิตย์คู่อิทธิพล   กับพระศุกร์                   1-6         6 + 21 = 27

พระจันทร์ ชอบซุก      กับพระราหู                   2-8         15 + 12 = 27

พระอังคารอ่อนข้อ       เพราะห้าบรมครู           3-5         8 + 19 = 27

พระพุธ                           กับพระเสาร์คู่สมพลกัน             4-7        17 + 10 = 27

เมื่อรวมกำลังพระเคราะห์ทั้งแปดพระเคราะห์ จะได้กำลังรวม 108 สายลูกประคำ 1 สายมีจำนวน 108 ลูก ผู้ที่เจริญภาวนาพระกัมมัฏฐาน ด้วยอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่ง จะชักลูกประคำ นับแต่ลูกที่ 1 ไปโดยลำดับครบ 1 สาย ได้อารมณ์พระกัมมัฏฐานจำนวน 108 แม้แต่การสวดมนต์คาถาให้ครบ 108 หรือการเจริญพิธีอื่นใดให้ครบ 108 ย่อมมาจากกำลังพระเคราะห์ 108 นี้ตามหลักแห่งมหาทักษา

พระเคราะห์คู่มิตร

 

พระเคราะห์คู่มิตร

คือพระเคราะห์ที่ให้ความเกื้อกูลช่วยเหลือกัน ทำให้เกิดความเป็นที่รักของบุคคล พร้อมด้วยมิตรสหาย มีอยู่ 4 คู่เช่นกัน ส่งเสริมให้คุณ เกิดความพร้อมใจร่วมไม้ร่วมมือกัน

อาทิตย์      เป็นมิตรกับครู                  คือ                    1-5

จันทร์โฉมตรู    พุธนงเยาว์               คือ                    2-4

ศุกร์ปากหวาน อังคารรับเอา           คือ                    6-3

เสาร์กับราหู      เป็นมิตรต่อกัน        คือ                    7-8

พระเคราะห์คู่ธาตุ

พระเคราะห์คู่ธาตุ

คือพระเคราะห์ที่มีธาตุชนิดเดียวกัน แสดงถึงความสัมพันธ์ของพระเคราะห์ที่เกื้อกูลให้เกิดความมั่นคง แข็งแกร่งแก่ธาตุแห่งพระเคราะห์นั้นๆ มีด้วยกัน 4 คู่ แสดงอิทธิพลในการส่งเสริม เลื่อนตำแหน่งหน้าที่ ได้ลาภทางทรัพย์สมบัติ อยากได้ชื่อเสียง

อาทิตย์เสาร์คู่นี้       อัคคี ธาตุเอย           เป็นคู่ธาตุไฟ  1-7

จันทร์ครุปฐวี           ว่าไว้                         เป็นคู่ธาตุดิน  2-5

ภุมมะอสุรี               เรียกธาตุ ลมแฮ      เป็นคู่ธาตุลม  3-8

พุธศุกร์คู่นี้ไซร้       ธาตุน้ำ อย่าฉงน    เป็นคู่ธาตุน้ำ  4-6

ตำนานนพเคราะห์

ตำนานนพเคราะห์

เรื่องของดวงดาวยังมีคัมภีร์อีกหลายเล่มที่โหราจารย์ผู้เรียนได้บันทึกไว้ เพื่อให้ผู้เรียนได้ทราบถึงความเป็นมาของแต่ละดวงดาว เราเรียกว่า ตำนานแห่งนพเคราะห์ ซึ่งเป็นที่มาของลักษณะความเป็นมิตรและศัตรูของดวงดาว ที่มีชาติเวรผูกพันกันมา ตามกรรมของแต่ละบุคคล ไม่ว่าจะเกิดภพใดชาติใด ก็ต้องโคจรมากระทำกรรมกันอย่างเดิม ผู้ที่เรียนโหราศาสตร์ จึงจำเป็นต้องเรียนรู้ เพื่อให้เกิดความเข้าใจได้ง่ายขึ้นในการจดจำ

เรื่องที่ 1

ในปฐมกัลป์อันเป็นอดีตภาคล่วงแล้วช้านาน พระอาทิตย์ พระอังคาร พระพฤหัสบดี พระเสาร์ ได้เกิดเป็นเทวบุตรสี่องค์ มีความดำริห์ ประกอบด้วยเมตตาจิต คิดจะสร้างดินและน้ำไว้ให้เป็นที่อาศัยแห่งสัตว์โลกทั้งหลาย และเห็นว่าพระราหูผู้ทรงฤทธิ์มาก ควรจะเป็นกำลังในการครั้งนี้ด้วย จึงไปปรึกษากับพระราหู พระราหูตอบว่าดูกรสหายทั้งสี่ ตัวเรานี้จะอยู่ในน้ำ หรือบนดินก็หาไม่ การสร้างน้ำแลดินไม่เป็นประโยชน์แก่เรา เมื่อผู้เรียนทั้งสี่ปรารถนาจะสร้าง ก็จงทำโดยลำพังเถิด เทวบุตรทั้งสี่จึงกลับมาประชุมกันสร้างตามความปรารถนา แลน้ำอมฤตก็เกิดขึ้นในครั้งนั้น ทั้งสี่จึงแบ่งหน้าที่กันรักษา พระพฤหัสบดีเป็นพระอินทร์ รักษาเขาพระสุเมรุราช พระอาทิตย์เป็นพญาครุฑ รักษาเขาสัตตปริพันธ์ทั้ง 7 พระอังคารเป็นพระยาราชสีห์ รักษาป่าหิมพานต์ พระเสาร์เป็นพระยานาค รักษาพระมหาสมุทร

ครั้นอยู่ต่อมาถึงกาลที่จะมีวิบากกรรมชาติเวรกันสืบไป พระยาครุฑเห็นพระยานาค ก็มีความปรารถนาจะจับกินเป็นอาหาร จึงรุกไล่พระยานาค พระยานาคหนีไปยังสำนักพระราหู พระราหูเห็นดังนั้น จึงตวาดว่าพระยาครุฑ มีจิตทุจริตคิดทำร้ายมิตรสหาย พระราหูไล่พิฆาตพระยาครุฑ พระยาครุฑบินหนีไปยังสำนักพระอินทร์ พระราหูไล่พระยาครุฑหาทันไม่ มีความกระหายน้ำเป็นกำลัง ก็ตรงไปดื่มน้ำอมฤต พระอินทร์ก็ทรงพิโรธ ว่าพระราหูบังอาจมาดื่มน้ำอมฤต ว่าแล้วก็ทรงจักรเพชรขว้างไปต้องพระราหูกายขาดสองท่อน แต่ด้วยน้ำอมฤตที่พระราหูดื่ม เมื่อกายขาดเป็นสองท่อนหาตายไม่ จึงหนีกลับยังสำนักตนได้

เรื่องที่ 2

ในกาลครั้งหนึ่ง พฤหัสบดีเกิดเป็นอาจารย์ทิศาปาโมกข์ อาทิตย์เกิดเป็นมาณพ ไปเรียนวิชาในสำนักพฤหัสบดี พฤหัสบดีมีลูกสาวอยู่นางหนึ่ง คือ จันทร์ จึงยกให้เป็นภรรยาของอาทิตย์ อาทิตย์เมื่อเชยชมนางแล้ว ก็เก็บไว้ในตลับทอง แล้วเข้าป่าไปหาผลไม้ อังคารเกิดเป็นเพทยาธร แอบเข้าไปสมจรกับนางจันทร์ในตลับ พฤหัสบดีได้เห็นเหตุนั้นโดยตลอด

ครั้นอาทิตย์กลับจากป่า จึงเข้าไปหาพฤหัสบดี และเห็นเชี่ยนหมากตั้งอยู่เป็น 3 ที่ ก็ถามว่า “ทุกวันมา เจ้ากูตั้งเพียง 2 ที่ วันนี้ไฉนจึงตั้ง 3 ที่” พฤหัสบดีจึงตอบว่า “ถ้าเธอใคร่จะรู้เหตุ จงไปเปิดฝาตลับทองดูเถิด” อาทิตย์เปิดดูเห็นอังคาร ก็ยกพระขรรค์ขึ้น จะฟันเพทยาธร เพทยาธรอังคารก็โผนเหาะขึ้นไปในอากาศ แล้วกลับเอาพระขรรค์สับศีรษะอาทิตย์แตก อาทิตย์จึงเอาจักรขว้างไปถูกขาเพทยาธรขาด ได้รับความลำบากสู้มิได้ จึงเหาะหนีไป

เรื่องที่ 3

ในกาลครั้งหนึ่ง อังคารถือกำเนิดเป็นกบ เสาร์เกิดมาเป็นงู ศุกร์เกิดเป็นรุกขเทวดา อยู่มาวันหนึ่งงูเห็นกบ ก็ไล่จะจับกินเป็นอาหาร กบจึงกระโดดหนีเข้าไปอยู่ในโพรงไม้ที่รุกขเทวดาอยู่ รุกขเทวดาเห็นงูไล่กบ ก็มีความสงสาร จึงร้องตวาดไล่งูไป งูตกใจกลัวรุกขเทวดา เลยมิอาจจะเอากบมากินได้ กบจึงรอดพ้นจากความตาย จึงกล่าวสรรเสริญคุณรุกขเทวดาเป็นอันมาก

เรื่องที่ 4

ในกาลครั้งหนึ่ง จันทร์เกิดเป็นคนเข็ญใจ ราหูเกิดเป็นเศรษฐี จันทร์ไปกู้เงินมาจากราหู แล้วหาเงินใช้ราหูมิได้ เลยต้องหลบหน้าหนีหนี้ไป ครั้งนั้นเสาร์เกิดเป็นพ่อค้า เป็นเพื่อนกับเศรษฐี เดินทางไปเที่ยวค้าขาย ไปพบที่ซ่อนของจันทร์เข้า จึงนำความมาบอกกับราหู ราหูจึงเดินทางไปจับจันทร์ ครั้งไปถึงที่ ที่จันทร์ซ่อนตัวอยู่ ก็ตรงเข้ายื้อยุดฉุดคร่า เผอิญพุธที่เกิดเป็นสุนัข อยู่ ณ ที่นั้น จึงโดดเข้าช่วยจันทร์ กัดราหู ราหูมัวแต่ปิดป้อง เป็นโอกาสให้จันทร์ได้หนีรอด

เรื่องที่ 5

ในกาลสมัยหนึ่ง อังคารเกิดเป็นนายพราน อาทิตย์เกิดเป็นวานร วันหนึ่งโคของอังคารหาย จึงออกเที่ยวติดตาม ไปถึงชายป่าแห่งหนึ่ง เห็นอาทิตย์ซึ่งเป็นวานรอยู่บนคาคบไม้ จึงเอาก้อนหินขว้างโดนหัววานรแตก

เรื่องที่ 6

ในกาลสมัยหนึ่ง อังคารเกิดเป็นพระยาราชสีห์ อาทิตย์เกิดเป็นนกกะไน วันหนึ่งราชสีห์กินเนื้อสัตว์เข้าไป กระดูกสัตว์ที่กินไปติดขวางลำคอ ได้รับความทรมานลำบาก จึงขอร้องให้นกกะไนช่วยเอากระดูกออกให้ นกกะไนจึงเอาปากเจาะคอราชสีห์ เอากระดูกออกมาได้

เรื่องที่ 7

ในกาลครั้งหนึ่ง จันทร์เกิดเป็นเหยี่ยว พฤหัสบดีเกิดเป็นนกอีลุ้ม วันหนึ่งเหยี่ยวเห็นนกอีลุ้มเข้า จึงไล่จิกตี นกอีลุ้มจึงบินเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในรอยเท้าโค เหยี่ยวก็บินตามลงไปโดยกำลังแรง อกกระแทกเข้ากับดินที่ข้างรอยเท้าโคเต็มแรง เหยี่ยวจึงอกแตกและถึงแก่ความตายอยู่ ณ ที่นั้น

เรื่องที่ 8

ในกาลครั้งหนึ่ง อังคารเกิดเป็นหมองู เสาร์เกิดเป็นงูใหญ่(นาค) หมองูได้ทำการจับงูไปเที่ยวเร่แสดงหากิน งูได้รับทุกข์ทรมานเป็นที่ยิ่งอย่างแสนสาหัส

เรื่องที่ 9

ในกาลครั้งหนึ่งเสาร์เกิดเป็นไม้ตะเคียน อังคารเกิดเป็นพระยาโปริสาต วันหนึ่งพระยาโปริสาตออกไปไล่เนื้อในป่า สะดุดตอไม้ตะเคียน เสี้ยนไม้ตำที่เท้า ได้รับความเจ็บปวดทรมานยิ่งนัก

เรื่องที่ 10

ในกาลครั้งหนึ่ง ราหูเกิดเป็นไฟ อังคารเกิดเป็นไม้เกตุ วันหนึ่งเกิดไฟไหม้ป่า ลุกลามมาไหม้ไม้เกตุเข้าด้วย

เรื่องที่ 11

ในกาลครั้งหนึ่ง อังคารเกิดเป็นพรานป่าชื่อโสณอุดร พุธเกิดเป็นพญาช้างฉัททันต์ โสณอุดรพรานได้พยายามขุดอุโมงค์หลบซ่อนตัวอยู่ เมื่อได้โอกาสก็ยิงพญาช้างถูกเข้าที่ท้อง แล้วเลื่อยเอางาไปได้ พระยาฉัททันต์ได้รับความเจ็บปวดมาก ก็ถึงแก่ความตาย

เมื่ออ่านจบแล้ว ให้ลองสรุปดูแต่ละดาว ว่าคู่ใดที่เป็นมิตร หรือศัตรู อย่างชัดเจน แล้วลองเปรียบเทียบตามตาราง หรือแนวดาวคู่มาตรฐานที่ให้ไว้ ก็จะพอเข้าใจได้ลึกซึ้งขึ้น อาจมีเกร็ดเล็กๆน้อยๆ แทรกอยู่ตามนิทาน เช่น อาทิตย์เจออังคาร ต้องเลือดตกยางออก โดยเฉพาะที่ศีรษะซะด้วย ลองค้นหากันดู