All posts by admin

โ ห ร า ส า ด (ฉบับเรียนรู้โดยไม่ต้องถาม) สอ้าน นาคเพชรพูล (สีดิน) บทที่ 25 สูตรการพยากรณ์อาชีพ

บทนี้ผมตั้งใจจะนำแนวทางการพยากรณ์ พื้นๆ มาเสนอท่านผู้อ่านที่รักพอเป็นแนวทาง ส่วนความวิจิตรพิศดารใด ๆ ท่านต้องตบแต่งกันเอาเอง ตามความสามารถ เพราะแต่ละคนย่อมต้องมีความคิดอ่านที่เป็นเอกเทศ มีความละเอียดละออ และศิลปะที่เป็นของตนเอง ดังนั้นหากจะเอาแบบอย่างผมเสียทั้งหมด ซึ่งค่อนข้างมีความกระด้าง ตรงไปตรงมา ไม่อ่อนหวานอ่อนโยน จะทำให้ขาดรสชาดไป ไม่เป็นที่ประทับใจผู้มาใช้บริการ

แต่จะอย่างไรก็ตามผมจะขอกราบขอร้องมายังท่านสักข้อหนึ่งว่า เมื่อผูกดวงได้แล้วอย่าผลีผลามทายโดยขาดการไตร่ตรองให้รอบคอบ เพราะดวงชะตาในแต่ละดวงอาจมีปัญหาซ่อนเร้นอยู่ เช่นมีดาวคาบราศี มีองศาอ่อนมาก ๆ แก่มาก ๆ บางทีก็ลัคนา หรือดาวที่เกี่ยวกับการหาตนุเศษ คาบเกี่ยวอยู่ 2 ราศี ทำให้การหาตนุเศษไม่ชัดเจน หรือบางดวงไม่มีอะไรโดดเด่น เป็นดวงแบบพื้น ๆ ดีก็ไม่ดี เลวก็ไม่เห็น อย่างดวงแม่บ้าน ดวงคนที่ไม่ทำอะไรเลยตลอดชีวิต ถ้าไม่รอบคอบโอกาสผิดจะมีสูง

ถ้าท่านยังนึกไม่ออกว่าควรพิจารณาอย่างไร หลังจากวางดวงชะตาแล้ว ผมจะขอเรียบเรียงไว้ดังนี้ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องพิจารณาเรียงลำดับ 1-2-3 ตามที่ผมเขียน สลับกันได้ แต่ก็ให้อยู่ใน 9 ข้อนี้

ดูดาวในดวงชะตาว่าดาวอะไรมีทักษากำเนิดเป็นอะไรบ้าง? เช่นดาวอะไรเป็นกาลกิณี ดาวอะไรเป็นศรี มนตรี เดช ฯลฯ

และดาวเหล่านั้นไปอยู่สัมพันธ์ดีหรือไม่ดีกับลัคนาหรือตนุเศษบ้าง

ดูราศีใดหรือเรือนใดเป็นเรือนกาลกิณี

ดูดาวทั้งหมดมีดาวใดได้ตำแหน่งดี เช่นเป็นมหาอุจ มหาจักร ราชาโชค เกษตร นิจ ประ

ดูดาวใดอยู่ในฐานะคู่มิตร คู่ศัตรู คู่สมพล คู่ธาตุ

ดูในดวงชะตาดาวใดได้องค์เกณฑ์ เช่นเกณฑ์ ปัศวะ อัมพุ นระ กีรฏะ

ในขณะนั้น คือขณะที่เจ้าชะตามาให้ดูดวง อายุจรในดวงทักษาตกภูมิอะไร ดาวอะไรเป็นกาลกิณีจร เป็นศรี มนตรี เดช จร ฯลฯ

ดาวจรในขณะนั้นเช่น เสาร์ (๗) ราหู (๘) พฤหัสบดี (๕) ศุกร์ (๖) อังคาร (๓) ฯลฯ จรอยู่ในราศีใดเป็นอะไรกับลัคนา เช่น ทับ เล็ง อริ มรณะ วินาส ฯลฯ

อายุของเจ้าชะตามีดาวเจ้าวัยหรือดาวตรีวัยเป็นดาวอะไร เช่น อายุย่าง 40 ดาวเจ้าวัยตกดาวศุภะ อายุ 50 ตกตรีวัยลาภะ เป็นต้น

หลังจากดูรายละเอียดเหล่านี้แล้ว ให้มองหาจุดเสีย ที่เห็นชัดมากที่สุดในดวง หรือจุดดีที่สุด มาพูดก่อน แต่ใน 2 เรื่องนี้ถ้าจะให้น้ำหนักกันแล้ว ให้เอาเรื่องร้ายหรือไม่ดีมาว่ากันก่อน เช่นถ้าเห็นดาวเสาร์ (๗) จรเข้าเรือนปัตนิ ขณะที่มาดู หรือที่ผ่านมาไม่นาน ให้เอาเรื่องการไม่ลงรอยกับคู่ หรือชีวิตรักมีปัญหาขึ้นมาพูดก่อน ยิ่งคนที่เกิดวันพฤหัสบดี (5) หรืออายุจรตกภูมิพฤหัสบดี (5)จะยิ่งชัดมากขึ้น ถ้าดวงพื้นฐานชีวิตการครองคู่ไม่ดีเป็นทุนอยู่แล้ว รับรองผลได้ว่าไม่ผิด ส่วนเรื่องดีมีโชคเอาไว้

ทีหลัง เพราะโดยปกติ คนส่วนมากยังเต็มไปด้วยความโลภ ได้ลาภมาเท่าไรยังไม่พอ คือไม่รู้จักพอนั่นเองต้องการได้มากกว่านั้น จึงไม่ยอมรับคำพยากรณ์ จะทำให้เสียกำลังใจ

อย่างเช่นเราทายเรื่องเกี่ยวกับการมีลาภในปีที่ผ่าน ๆ มาความจริงก็ถูกต้องเพราะเขาได้เลื่อนตำแหน่งหน้าที่การงานดีขึ้นกว่าเดิม แต่กลับบอกว่าไม่เห็นได้ลาภอะไรเลยสักบาท พอเราเกิดความสงสัยคำพยากรณ์ ย้ำถามอีกครั้งในตอนท้าย เขาบอกว่าได้เลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งหน้าที่การงาน 2 ขั้น อย่างนี้เป็นต้น คือคนทั่วไปคิดว่าการมีลาภต้องได้เงินอย่างเดียว

แต่กับเรื่องร้ายหรือเคราะห์กรรม จะยอมรับกันง่าย เพราะหลายคนไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง เมื่อมีการโยกย้ายการงานจากที่เดิมไปที่ใหม่มักไม่สบอารมย์ ผมเคยมีเพื่อนคนหนึ่ง เป็นผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารใหญ่แห่งหนึ่ง สาขาเตาปูนอยู่มาเป็น 10 ปี พอถูกย้ายมาศรีย่าน ซึ่งก็ห่างจากที่เดิมราวกิโลเดียวกลับคร่ำครวญ ผมก็บอกไปว่านี่มันดีไม่ใช่หรือ ที่ไม่ถูกย้ายไปสาขาลาดกระบัง? เขาเลยเงียบ

และเรื่องร้ายหรือเคราะห์กรรมที่เอามาทายจะเรื่องใดก็ตาม ต้องกะแล้วว่าไม่ผิด เพราะถ้าท่านทายผิดเรื่องแรก ในวันนั้นควรจะเก็บข้าวของกลับบ้านไปฝึกซ้อมใหม่ ถือว่ายังไม่ประสบผลสำเร็จ

อีกอย่างหนึ่ง ท่านโปรดอย่าลืมว่าคนที่มาหาให้หมอดู ๆ ดวงนั้น เป็นจำนวนมากที่เขาต้องการมาลองวิชา ถ้าทายถูกเขาก็พอใจและศรัทธา อาจขอสมัครเรียนด้วย ที่ผ่านมาผมได้ศิษย์ประเภทนี้มาก ทำให้เราได้กำไรหลายต่อ แต่ถ้าทายผิดดีไม่ดีก็ถูกสอนมวย หรือพลอยเสียไปถึงครูบาอาจารย์ แล้วท่านก็จะท้อใจในภายหลัง บางรายแม้ไม่มาลอง เป็นการมาดูเพื่อต้องการคำชี้แนะจริง ๆ แต่ถ้าท่านทายผิดเสียแต่แรก คำชี้แนะก็จะเป็นหมัน เขาจะขาดศรัทธาที่อุตส่าห์บากหน้ามาหา

ที่ว่ามานี้เป็นคำเตือนด้วยความหวังดีจริงๆไม่ใช่ยกว่าตัวเองเก่ง ผมเคยมาแล้ว เมื่อเคยมาแล้วไม่นำมาบอกกล่าว ปล่อยให้ท่านที่รักผิดพลาด ท่านเจ็บผมก็เจ็บด้วย

ตอนนี้จะขอยกเอาดวงตัวอย่างที่เป็นดวงจริง ๆ ที่ผมพยากรณ์มาแล้ว และได้รวบรวมเอาไว้ เป็นดวงเพื่อการศึกษา ดังนั้นหากท่านจะมีความรู้สึกร่วมกับผมว่า ดวงที่ผมนำมาให้ท่านได้ชื่นชมเหล่านี้ สมควรแก่การจะได้รับเกียรติยกย่อง เสมอด้วยครูคนหนึ่ง ที่ให้ความรู้แก่เรา ๆ ท่าน ๆ ทั้งหลาย ผมจะดีใจและขอบคุณเป็นอย่างสูงเอาไว้ ณ ที่นี้ เพราะผมเองที่พอมีความรู้นำมาเสนอท่าน ก็อาศัยเก็บเล็กผสมน้อยจากดวงจริงที่มาให้ผมพยากรณ์ มากกว่าท่องจำมาจากตำรา

ดวงอันดับ 1

ที่ผมนำมาเสนอนี้เป็นดวงของสุภาพสตรีท่านหนึ่ง ซึ่งต่อมาเธอก็เรียนโหราศาสตร์และสามารถดูให้กับเพื่อนได้ดีระดับหนึ่ง

วันเกิดของเธอคือวันจันทร์ที่ 1 กรกฎาคม 2506 เวลาประมาณ 06.23 น. จังหวัดชุมพร

ดวงดาวในดวงชะตา 10 ลัคน์ของเธอเป็นดังนี้ ๑-๔-๘ สถิตราศีเมถุน ๖ ราศีพฤษภ ๕ ราศีมีน ๗ ราศีมังกร ๙ ราศีพิจิก ๒ ราศีตุลย์ ๓-๐ ราศีสิงห์ มีดาว อาทิตย์ (๑) เป็นดาวตนุเศษ สถิตราศีเดียวกับลัคนา

ดูดวงทางโทรศัพท์ -ดูดวงทางไลท์- โหราศาตร์สิบลัคนา

โ ห ร า ส า ด (ฉบับเรียนรู้โดยไม่ต้องถาม) สอ้าน นาคเพชรพูล (สีดิน) บทที่ 26 การทายจร

ในบทที่ผ่านมาผมพยากรณ์นำร่องพอให้ท่านทราบแนวทาง มีการเน้นหนักไปที่พื้นดวงเดิม เพราะการพยากรณ์ที่ดีและแม่นยำ ถ้ายังพยากรณ์ดวงเดิมไม่ถูกต้องจนทำให้เขายอมรับได้ ก็ป่วยการที่จะทายอนาคต ดังนั้นการได้เห็นดวงของใครสักคนหนึ่งอยู่ตรงหน้า ต้องพิจารณาให้รอบคอบ พยายามหาจุดใดจุดหนึ่งที่เห็นเด่นชัดขึ้นมาทายนำร่องไปก่อน การทายหรือการพยากรณ์ไม่จำเป็นว่าต้องเอาเรื่องนั้นเรื่องนี้ขึ้นมาพูดก่อนหลัง เอาเฉพาะเรื่องที่กะแล้วว่าทายไม่ผิดเป็นอันใช้ได้

บางทีเราก็ใช้พื้นดวงทาย เช่นเมื่อเห็นชัดว่าดาวเจ้าเรือนปัตนิเสียมาก ๆ อยู่ในเรือนปัตนิก็จริงและมีดาวราหู (๘) หรือ มฤตยู (๐) กุมอยู่ด้วย ทั้งมีดาวศุกร์ (๖) กุมลัคน์ ทายเรื่องมีคู่แล้วเลิกได้เลยไม่มีผิด แต่ถ้าดาวศุกร์ (๖) วินาศต้องทายเรื่องหาคู่ยาก แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูวัยของเจ้าชะตาด้วย ไม่ใช่แค่ 10-20 ขวบแล้วทายเรื่องคู่
บางรายดูดวงแล้วเป็นนักธุรกิจ ทำกิจการของตนเอง ถ้าเมื่อผูกดวงแล้วเห็นลัคนาสถิตราศีใดราศีหนึ่งที่ตรงกับดาวเสาร์ (๗) หรือราหู (๘) จร อยู่ในราศีนั้นด้วย หรือเล็งก็ทายเรื่องงานได้ คืองานมีปัญหาติดขัด การเงินติดขัด งานล้มเหลว เหล่านี้เป็นต้น

เรื่องของการทายจรถ้าจะแยกออกมาให้ชัด มีอยู่ 3 อย่าง คือการทายจรอดีต ทายจรปัจจุบัน และทายจรอนาคต

ควรเน้นที่อดีตมาก่อน ยิ่งทายอดีตถูกหลายเรื่องยิ่งดี นอกจากเป็นการสร้างศรัทธาหรือความเชื่อแล้ว ยังเป็นการตรวจสอบดวงชะตาไปด้วยในตัว

เพราะถ้าทายอดีตถูก ทายปัจจุบันก็ย่อมไม่ผิด การทายปัจจุบันก็คือการทายในปีที่เขามาหาเรา อาจจะทายเจาะเดือนลงไปด้วย เช่นเดือนใดที่ดาวอังคาร (๓) เข้าทับลัคนาเล็งลัคนา หรือทับหรือเล็งอังคาร (๓) เดิมในดวงชะตา ทายเกี่ยวกับอุบัติเหตุ เจ็บป่วย ดาวศุกร์ (๖) จรเดือนไม่ดี คือเป็นอริ มรณะ วินาศ ทายเรื่องการติดขัดด้านการเงิน หรือถ้าไม่เป็นอริ มรณะ วินาศ ทายเรื่องการมีโชคด้านการเงิน ดาวพุธ (๔) อาทิตย์ (๑) เหล่านี้นำมาทายได้หมด

ทว่าการทายหรือพยากรณ์ทุกขั้นตอนไม่ว่าดวงเดิมหรือจร อย่าลืมเรื่องทักษา ต้องนำทักษาเข้าเกี่ยวข้องเสมอ เพราะทักษาเป็นตัวสำคัญพื้นฐานของโหราสาด เป็นตัวตอกย้ำความดีเลวของดวงดาวแต่ละดวงในแต่ละปีแต่ละเดือนที่ชัดเจนที่สุด บางทีในบางรอบที่พฤหัสบดี (๕) เข้ามาดีกับลัคน์ ได้โชคลาภต่าง ๆ นา ๆ พอมาอีกเที่ยวเป็นกาลกิณีจร ต้องออกจากงาน ร่อนเร่พเนจรก็มี ผมเคยเจอมาจนเข็ด โดยเฉพาะเสาร์ (๗) กับราหู (๘) และพฤหัสบดี (๕) ที่เป็นกาลกิณีจร น่ากลัวที่สุด

และที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือการเก็บเอาความรู้จากนิทานชาติเวร ที่เป็นหลักของโลกธาตุ ต้นตำนานเดิมมาใช้ยิ่งจะรัดกุมมากขึ้น เพราะในแต่ละเรื่องเป็นการบ่งบอกความเป็นมิตรและศัตรูที่จำง่าย

สำหรับการทายหรือพยากรณ์จรอนาคต ที่สำคัญต้องจำการโจรของดาวแต่ละดาวได้แม่นยำ ว่าดาวอะไรสถิตราศีใด จากวันที่เท่าใด ไปถึงวันที่เท่าใด แม้ดาวเดินช้า เดินเร็ว หรือถอยหลัง ก็ควรจำได้ แต่ถ้าจำไม่ได้ก็ต้องมีคู่มือดาวจรหรือปฏิทินประจำปีติดตัว เพราะโหรทุกคนถือเป็นอุปกรณ์สำคัญ ขาดปฏิทินดาราศาสตร์ จะทายจรยาก เว้นแต่คนที่สามารถคำนวณดาวจรได้เอง

จะขอยกตัวอย่างการทายจรมาให้ดูสักราย เจ้าชะตารายนี้เป็นชาย เกิดวันศุกร์ที่ 11 มิถุนายน 2508 เวลาประมาณ 06.15 น. กรุงเทพ ฯ

ลัคนาแบบ 10 ลัคน์ อาทิตย์ (๑) สถิตราศีพฤษภ ราหู (๘) และพฤหัสบดี (๕) กุมลัคน์ ดาวพุธ (๔) และศุกร์ (๖) อยู่ราศีเมถุน มฤตยู (๐) อยู่ราศีสิงห์ อังคาร (๓) อยู่ราศีกันย์ จันทร์ (๒) และเกตุ (๙) อยู่ราศีตุลย์ เสาร์ (๗) อยู่ราศีมีน จันทร์ (๒) เป็นตนุเศษอยู่ราศีตุลย์

เรียนจบมาทางด้านการออกแบบตบแต่งภายใน แต่ต้องไปทำงานฝ่ายวิศวกรให้กับบริษัทผลิตส่วนประกอบยานยนต์บริษัทหนึ่ง

เมื่อเดือนพฤษภาคม 2548 อายุย่าง 40 ปี กำลังจะเต็มในเดือนมิถุนายน 2548 นั่นเอง อาทิตย์ (๑) เดิมจรเป็นกาลกิณี เข้าทับลัคน์ ถูกบริษัทส่งไปทำงานในโรงงานที่ประเทศอินเดียเกือบเดือน อาหารการกินแสนจะลำบาก แถมยังอากาศร้อนอีกต่างหาก

ดวงนี้มีคู่แบบไม่เปิดเผยมา สัก 10 ปีเห็นจะได้ ไม่มีใครในบ้านได้เห็นหน้าเห็นตาว่าเป็นอย่างไร เป็นคนเก็บเงินเก่ง ใจกว้างกับเพื่อน จะทำอะไรมีเพื่อนช่วยเยอะ

ถ้าท่านสังเกตุ จะเห็นว่าดาวราหู (๘) กาลกิณีเดิมกุมลัคน์ น่าจะเป็นคนมัวเมา แต่เมื่อมีพฤหัสบดี (๕) ซึ่งมีกำลังเหนือกว่ากุมด้วยจึงกลับเป็นดี มีฝีมือทางการช่างที่บริษัทยอมรับ เคยได้รับเกียรติบัตรชมเชยในฐานะพนักงานดีเด่นมาแล้ว

นอกจากนี้ยังเป็นคนเก็บเงินเก่งและขยันหาเงินด้วย สมัยเด็กทำท่าจะไม่เอาไหนอยู่พักหนึ่ง ตอนหลังเปลี่ยนชื่อวรรคมูละให้ราหู (๘) เป็นศรีจึงกลับเป็นดีได้

จะยกดวงตัวอย่างการทายจรมาให้ดูอีกดวงหนึ่ง ดวงนี้เจ้าชะตาเป็นหญิง เกิดวันพุธที่ 14 มกราคม 2502 เวลาประมาณ 21.40 น. จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ลัคนาอาทิตย์ (๑) พุธ (๔) ศุกร์ (๖) สถิตราศีกันย์ จันทร์ (๒) ราศีตุลย์ อังคาร (๓) ราศีพิจิก ราหู (๘) ราศีมังกร มฤตยู (๐) ราศีกุมภ์ พฤหัสบดี (๕) ราศีกรกฏ เสาร์ (๗) และเกตุ (๙) ราศีสิงห์ ตนุเศษคืออาทิตย์ (๑)

ดวงนี้ได้คู่ดีเป็นดาวพฤหัสบดี (๕) มหาอุจ บริวารก็ดีเป็นมหาอุจกุมลัคน์ ฐานะด้านการเงินก็ดี เพราะศุกร์ (๖) กุมลัคนา ในเรือนลาภะก็มีพฤหัสบดี (๕) มหาอุจเป็นดาวลอยเสริม ดาวเจ้าเรือนคือจันทร์ (๒) ไปอยู่ในเรือนกะดุมพะของลัคนาและตนุเศษ เรือนเพื่อนเป็นดาวกาลกิณีเพื่อนเอาเปรียบตลอด แต่งงานแล้วแต่ไม่มีบุตร เพราะดาวปุตตะคือเสาร์ (๗) วินาศและมีมฤตยูเล็ง

เมื่อตอนอายุจร 46 ตกภูมิเดิมดาวพุธ (๔) ดาวอังคาร (๓) เป็นกาลกิณีจร มีคดีขับรถชนคนตาย ไม่ได้ไปชนเขา แต่เขามาชนเรา ทำให้ต้องเสียเงินปิดคดี

ดูดวงทางโทรศัพท์ -ดูดวงทางไลท์- โหราศาตร์สิบลัคนา

โ ห ร า ส า ด (ฉบับเรียนรู้โดยไม่ต้องถาม) สอ้าน นาคเพชรพูล (สีดิน) บทที่ 27 การนำเอา ๗ – ๘ – ๕ มาทายจร

ดาวที่จะนำมาทายจรที่ทรงอานุภาพที่สุดคือ เสาร์ (๗) ราหู (๘) และพฤหัสบดี (๕) เพราะดาวใหญ่ทั้งสามดวงนี้ มีระบบการโคจรนานกว่าจะพ้นราศีหนึ่ง ๆ

เสาร์ (๗) จะใช้เวลาประมาณ 2 ปี กับอีก 6 เดือน

ราหู (๘) ใช้เวลาประมาณ 1 ปี กับอีก 6 เดือน

พฤหัสบดี (๕) ใช้เวลาประมาณ 1 ปี

เบื้องต้นของการที่จะนำดาวทั้ง 3 ดวงนี้มาทายจร เราต้องจำได้อย่างแม่นยำว่า จากวันที่เท่าใด ปีใดดาวดังกล่าวโคจรอยู่ในราศีใดบ้าง หรือถ้าไม่อยากจะจำให้เปลืองสมอง ก็ควรต้องมีแผ่นชาร์ต การเดินของดาวทั้งที่ผ่านมาแล้ว และล่วงหน้าอย่างน้อยอย่างละ 10 ปี ยิ่งถ้าลงรายละเอียดดาวเดินผิดปกเช่น พักร เสริด มนต์ เอาไว้ด้วยจะดีมาก

เพราะในบางคราวการให้โทษหรือให้คุณของแต่ละดาวเปลี่ยนกลับจากหน้ามือเป็นหลังมือก็มี อย่างเช่นดาวพฤหัสบดี (๕) ถ้าเดินหรือโคจรปกติจะให้คุณ แต่ถ้าเดินถอยหลังกลับเมื่อไรต้องระวัง บางรายพฤหัสบดี (๕) ทับลัคนาและไม่เป็นกาลกิณีจร การงานการเงินน่าจะต้องดี แต่ปรากฏว่ากิจการงานติดขัด หรือต้องออกจากงาน ลาภผลทางการเงินก็ไม่เป็นไปตามที่คิดไว้ ดังนี้เป็นต้น

เมื่อรู้แล้วว่าดาวอะไรโคจรอยู่ในราศีใด จากวันที่เท่าใดถึงวันที่เท่าใด และเจ้าชะตามีลัคนาสถิตอยู่ในราศีนั้น หรือราศีตรงกันข้าม เช่น ดาวเสาร์ (๗) หรือราหู (๘) โคจรอยู่ในราศีเมษ เจ้าชะตามีลัคนาสถิตราศีเมษ ก็ย่อมได้รับเคราะห์กรรมต่าง ๆ นา ๆ เช่นเจ็บป่วย ย้ายบ้าน หรือย้ายงาน เดินทางไกล หรือถ้าเป็นเจ้าของกิจการเอง ช่วงนั้นการธุรกิจติดขัด รายรับไม่พอกับรายจ่าย มีหนี้สินเพิ่มขึ้น แต่ถ้าเจ้าชะตาลัคนาสถิตราศีตุลย์ซึ่งเป็นราศีตรงกันข้าม นอกจากต้องเผชิญกับเคราะห์กรรมดังกล่าวมา ยังต้องมีปัญหากับหุ้นส่วนหรือคู่ครองเพิ่มขึ้นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะที่ราศีเมษ เป็นเรือนปัตนิของราศีตุลย์

ในทำนองที่กลับกัน ถ้าดาวพฤหัสบดี (๕) โคจรอยู่ในราศีเมษไม่เป็นกาลกิณี และเจ้าชะตามีลัคนาสถิตอยู่ในราศีเมษ ก็ย่อมมีโชคต่าง ๆ นา ๆ เช่นมีลาภทางการเงิน เดินทางไปเรียนต่อหรือทำงานต่างประเทศ ได้เลื่อนตำแหน่งหน้าที่การงาน คนตกงานก็จะได้งาน เหล่านี้เป็นต้น แต่สำหรับคนที่มีลัคนาสถิตราศีตุลย์ นอกจากมีเรื่องดี ๆ ดังกล่าวมาแล้ว ยังจะได้ลาภสัตว์ 2 เท้า ซึ่งหมายถึงคู่ด้วย

การนำเอา 3 ดาวดังกล่าวมาทายนำร่องเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนควรทำให้ได้ และให้ถูกต้องแม่นยำ จึงค่อยไปว่ากันด้วยเรื่องอื่น โดยเฉพาะการทายย้อนหลังหรือทายจรอดีตสัก 2-3 ปี เพราะถ้าย้อนหลังมากเกินไปเขาอาจจะจำเหตุการไม่ได้ จะเป็นการสูญเปล่า

ตัวอย่างเช่น ช่วง 2547-2548 เมื่อผูกดวงชะตาได้แล้วลัคนาสถิตราศีเมถุนและราศีธนู เราก็ต้องทายทันที เพราะช่วงนั้นดาวเสาร์ (๗) จรเข้าราศีเมถุน ย่อมแสดงอิทธิพลต่อคนราศีเมถุนและธนู และก็ต้องเป็นเรื่องร้ายอย่างแน่นอน ถ้าเป็นคนที่เกิดวันพฤหัสบดีด้วยยิ่งจะกระทบมากเป็นพิเศษ

หรือหากเมื่อผูกดวงชะตาแล้วลัคนาสถิตราศีมีนหรือกันย์ หลังจากเดือนมีนาคม 2548 ไปแล้วราหู (๘) จรมาทับลัคน์คนราศีมีน เล็งลัคนาคนราศีกันย์ ก็เริ่มมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น เช่นคับแค้นใจอยากจะย้ายงานบ้าง ออกจากงานบ้าง โดยเฉพาะหลังจากที่ดาวพฤหัสบดี (๕) ย้ายเข้าราศีตุลย์ในเดือนกันยายน 2548 คนราศีมีนจะมีผลร้ายกระทบมากที่สุด เพราะดาวพฤหัสบดี (๕) ย้ายเข้าราศีตุลย์เป็นมรณะกับคนที่มีลัคนาสถิตราศีมีน อาจต้องเสียของรัก เช่นบิดามารดาหรือญาติผู้ใหญ่ที่ใกล้ชิด หรือไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้บังคับบัญชา ไม่ขึ้นเงินเดือนหรือเลื่อนตำแหน่งให้ เหล่านี้เป็นต้น

ในบางดวงเรานำดาวทั้ง 3 ดวงมาทายได้ตั้งแต่ดวงกำเนิด รับรองไม่มีการผิดพลาด เช่นคนที่มีลัคนาสถิตราศีใดก็ตาม ที่เกิดวันศุกร์และพฤหัสบดี ซึ่งทำให้ราหู (๘) และเสาร์ (๗) เป็นกาลกิณี เล็งลัคน์หรือเล็งดาวที่เป็นตนุเศษ นั่นคือดาว 2 ดาวครองเรือนปัตนินั่นเอง ทายเรื่องความขมขื่นของการครองรักครองคู่ได้ไม่มีผิด ยิ่งถ้าดาวเจ้าเรือนปัตนิของตนุเศษอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ดี เช่นเป็นนิจเป็นประ หรือไปอยู่ในเรือนอริ มรณะ วินาศ หรือไปอยู่ในเรือนกาลกิณี แบบนี้ผมขอหนุนให้คุณทายฟันธง รับรองธงไม่ขาด หน้าไม่แตก

ดีกว่าจะมาพร้ำเพ้อทายพื้นดวงในเรื่องที่ไร้สาระ เช่นพอเห็นลัคนาสถิตในราศีใด ก็ยกเอาสัญลักษณ์ของราศีนั้น ธาตุนั้น ๆ มาทาย บางคนเจาะลึกมาก ว่ากันถึงนวางค์ ตรียางค์ ฤกษ์ ว่ามีวาสนาบารมีจะได้เป็นถึงคุณหญิงคุณนาย มีสายสพายคล้องคอ หมอดูบางคนยกเอาคำกล่าวแต่โบราณที่ผ่านมานับพันปีมาว่ากันว่าคนนั้นคนนี้จะเป็นใหญ่เป็นโต รบทัพจับศึกจะได้ชัยชนะ ผมว่าในยุคนี้ทายรวยทายจนกันจะตรงเป้ากว่า ***รบทัพอย่าไปทายเลยครับ “ จับสึก ” น่ะพอทายได้ เพราะเรื่องนี้เห็นกันบ่อย ๆ ตามหน้าหนังสือพิมพ์

ดูดวงทางโทรศัพท์ -ดูดวงทางไลท์- โหราศาตร์สิบลัคนา

โ ห ร า ส า ด (ฉบับเรียนรู้โดยไม่ต้องถาม) สอ้าน นาคเพชรพูล (สีดิน) บทที่ 28 การนำเอา ๒-๔-๖ มาทายจร

ดาวจันทร์ (๒) พุธ (๔) และศุกร์ (๖) ถูกจัดเอาไว้ในประเภทดาวศุภเคราะห์ คือเป็นดาวที่ให้คุณเป็นส่วนใหญ่ 3 ดาวนี้โคจรค่อนข้างเร็ว คือประมาณว่า 1 เดือนต่อ 1 ราศี อาจช้าหรือเร็วกว่านี้บ้าง แต่บางครั้งก็โคจรเดินหน้าเร็ว หรือถอยหลัง และอยู่กับที่ ตรงนี้ท่านต้องระวัง เพราะอาการเดินผิดปกติในแต่ละคราวย่อมทำให้เหตุการณ์เปลี่ยนได้ บางทีก็เปลี่ยนเป็นร้าย บางรายก็เปลี่ยนเป็นดี

อย่างเช่นดาวพุธ (๔) โคจรขึ้นทับลัคน์ปกติ และไม่เป็นกาลกิณีเดิมตามทักษา หรือทักษาจรเป็นกาลกิณี การจะไปเจรจาตกลงอะไรที่เกี่ยวกับผลประโยชน์ทางการเงิน การทำสัญญาการค้า การทวงหนี้ จะเรียบร้อย ไม่มีอะไรติดขัด

แต่หากช่วงที่ทับลัคน์และกำลังโคจรหรือเดินถอยหลัง ต้องระวังอาจพลิกกลับได้ คือตกลงกันไม่ได้ หรือมีปากเสียงกัน การทำสัญญาแทนที่จะได้เปรียบกลับเสียเปรียบ เว้นแต่มีดาวอื่น เช่นพฤหัสบดี (๕) เข้ามาช่วย ก็พอเอาตัวรอดได้

ดาวศุกร์ (๖) ก็เข้าทำนองเดียวกัน โดยปกติดาวดวงนี้จะส่งผลให้มีลาภทางการเงิน ความรัก ถ้าพอโคจรผิดปกติกลับทำให้เสียเงิน มีรายจ่ายมากกว่ารายรับ ความรักที่เคยราบรื่นจะติดขัด

หรือยามที่ 2 ดาวที่กล่าวมาโคจรเข้าไปอยู่ในเรือนที่เป็น อริ มรณะ วินาศ ให้ทำใจได้เลยว่าการเจรจาอะไรจะล้มเหลว การเงินไม่มีไหลเข้า มีแต่จะไหลออก

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การจะทายจรให้สมบูรณ์ต้องคำนึงถึงการเป็นดาวเจ้าเรือนเดิมใน 12 เรือนว่าเป็นดาวเจ้าเรือนใด รวมทั้งในดวงทักษาเดิม และทักษาจรด้วย

เช่นเป็นดาวเจ้าเรือนสหัชชะในดวงชะตา และเป็นดาวบริวารในทักษาเดิมยามวิปริตก็เสียไปหลายเรื่อง คือหวังพึ่งเพื่อนตอนนั้นยาก ทั้งบริวารก็สร้างปัญหา

ทว่าการวิปลาสของดาว 2 ดวงนี้ในบางจังหวะก็ดี เช่นโคจรหรือเดินถอยหลังอยู่ในเรือนที่เป็นอริ มรณะ และวินาศ กลับไม่ให้โทษหรือลดโทษลง

ในกรณีของดาวจันทร์ (๒) มีทั้งดีและเสียผสมปนเปกันไม่น้อย แต่เป็นการแสดงผลในระยะสั้นเพียง ประมาณ 2 วันครึ่ง อย่างในวันที่ 8 กรกฎาคม 2548 จันทร์ (๒) อยู่ในราศีกรกฎ เป็น 4 แก่ลัคนาราศีเมษ ได้รับเงิน 5000 บาท วันที่ 9 เดือนเดียวกัน จันทร์ (๒) ยังอยู่ที่เดิม ได้รับ 3000 บาท วันที่ 10 จันทร์ (๒) เข้าราศีสิงห์ตรีโกณลัคน์ราศีเมษรับ 1500 บาท พอวันที่ 12 จันทร์ (๒) เข้าเรือนอริ จ่าย 3000 บาท วันที่ 13 กรกฎาคม 2548 จันทร์ (๒) ยังอยู่ที่เดิม จ่ายอีก 2000 บาท นี่ผมยกตัวอย่างที่เกิดกับผมเพื่อให้เห็นชัดว่ามันเป็นไปได้ 2 ทาง แต่โอกาสดีมีลาภจะมีมากกว่าเท่านั้นเอง

ดูดวงทางโทรศัพท์ -ดูดวงทางไลท์- โหราศาตร์สิบลัคนา

โ ห ร า ส า ด (ฉบับเรียนรู้โดยไม่ต้องถาม) สอ้าน นาคเพชรพูล (สีดิน) บทที่ 29 การนำเอา ๑ -๓ -๐ มาทายจร

โ ห ร า ส า ด (ฉบับเรียนรู้โดยไม่ต้องถาม) สอ้าน นาคเพชรพูล (สีดิน)

บทที่ 29 การนำเอา ๑ -๓ -๐ มาทายจร

เฉพาะดาวอาทิตย์ (๑) กับอังคาร (๓) เทื่อนำมาทายจร ในภาพรวมทายเรื่องร้ายเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะอังคาร (๓) ซึ่งเป็นตัวก่อกวน ต่อให้เป็นศรีจรมายังให้โทษได้ลงคอ

อาทิตย์ (๑) ถ้าจรมาเดี่ยว ๆ ไม่มีแรงของดาวอื่นมาปะทะหรือผสมโรง ที่ดีก็มีมาก เช่นยามที่จรมาทับลัคน์ และคนนั้นมีดาวพฤหัสบดี (๕) ทำมุมดีกับลัคน์อยู่แล้ว ก็จะได้รับการเลื่อนตำแหน่งการงาน หรือได้รับการบรรจุงานในช่วงนั้น หรือบางคนมีโครงการจะเดินทางไปต่างประเทศ พอดาวอาทิตย์ (๑) เข้ามาส่งกำลังถึงลัคนาก็เดินทางทันที เคยทายมามากไม่ค่อยพลาด เพราะอาทิตย์ (๑) คือไฟพอมาได้ระยะดีกับลัคน์ก็เกิดการร้อนที่อยู่

ดาวอาทิตย์ (๑) มีระยะการโคจรจากราศีหนึ่งไปยังราศีหนึ่งประมาณ 1 เดือน หรือวันละ 1 องศา ดาวดวงนี้เดินดีน่าเชื่อถือ คือไม่มีการแวะโน่นแวะนี่ถอยหน้าถอยหลังเหมือนดาวอังคาร (๓)

ดาวอังคาร (๓) โดยประมาณการกันแล้วจะเดินหรือโคจรจากราศีหนึ่งไปยังราศีหนึ่งประมาณ 1 เดือน หรือบางทีก็เร็วไปบ้างช้าไปบ้างเล็กน้อย แต่หลังจาก 16 กรกฎาคม 2548 จะขึ้นไปอยู่ที่ราศีเมษนานมากคือประมาณ 7 เดือน เหมือนมีเจตนาไม่ดีจ้องจะเล่นงานคนราศีเมษและราศีตุลย์โดยเฉพาะ

 

ถ้าพูดกันในแง่ของการทายจร อาทิตย์ (๑) กับอังคาร (๓) นำมาทายจรเป็นรายเดือนเหมือนดาวพุธ (๔) ดาวศุกร์ (๖) แต่จะต่างบทบาทกัน พุธ (๔) ศุกร์ (๖) จะเป็นตัวส่งเสริมด้านโชคลาภ ในขณะที่อาทิตย์ (๑)และอังคาร (๓) เน้นไปในทางเคราะห์กรรม เช่น การถูกโยกย้ายงาน การได้รับคำสั่งให้ต้องเดินทางที่ไม่เต็มใจ เงินทองของมีค่าสูญหาย การได้รับบาดเจ็บอย่างกระทันหัน การทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกายกันและกัน เหล่านี้เป็นต้น

ยิ่งในยามที่อังคาร (๓) เป็นกาลกิณีจรเข้ามาถึงลัคน์ก็เพิ่มความแสบสันต์ขึ้นเป็นทวีคูณ ถ้ามีเสาร์ (๗) หรือราหู (๘) ดาวใดดาวหนึ่ง เสริมกันเข้ามาในขณะนั้น แทบจะเรียกได้ว่าชอกช้ำตั้งแต่เส้นผมจรดเท้าทีเดียว โดยเฉพาะกับคนที่เกิดวันพุธ ไม่ว่ากลางวันหรือกลางคืน

อังคาร (๓) จร จะพอมีดีอยู่บ้างก็ตอนที่เข้าเรือนอริ มรณะ วินาศ คือจะสงบความบ้าดีเดือดลงไปนั่นเอง แต่อย่าลืมว่า ในบางรายที่ดูแล้วอังคาร (๓) เป็นอริ มรณะ วินาศก็จริง แต่เมื่อรวมองศากับองศาของลัคน์แล้ว แคบกว่า 30 องศา สามารถแสดงอิทธิฤทธิ์ได้เหมือนกัน ตัวอย่างเมื่อประมาณ 13-14 กรกฎาคม 2548 ก่อนอังคาร (๓) จะย้ายเข้าสู่ราศีเมษ เป็นอริแก่คนราศีตุลย์ คนราศีตุลย์โดนเข้าเต็ม ๆ อย่างไม่คาดคิด และคนนี้ก็เรียนโหราสาดไปจากผมเหมือนกัน ดังนั้นจึงควรระวังองศาด้วย เพราะในท้องฟ้าเส้นแบ่งราศีเป็นเพียงสมมุติ มิได้มีคอนกรีตกั้น ดาวสามารถสาดแสงหรือพลังถึงกันได้

ดาวมฤตยู (๐) เป็นอีกดาวหนึ่งที่เวลาจรมาให้โทษรุนแรง ทั้งนี้เพราะเป็นดาวที่โคจรหรือเดินช้าประการหนึ่ง คือจะโคจรจากราศีหนึ่งไปยังราศีหนึ่งใช้เวลาประมาณ 7 ปี ชื่ออย่างเดียวก็บอกชัดอยู่ว่าสามารถหยิบยื่นความเป็นความตายมาให้ใครก็ได้ อาจารย์สอนโหราสาดของผมก็ถึงแก่มรณะภาพด้วยฤทธิ์ของดาวดวงนี้ ถอยข้ามมายังราศีที่ลัคนาอยู่ เมื่อหลายปีก่อน

แต่ส่วนดีของดาว มฤตยู (๐) ก็ยังพอมีอยู่บ้างในพื้นดวงเดิม คือช่วยให้สมองปราดเปรื่องในการเรียนโหราสาด นอกนั้นจะทำลายเรียบ อยู่ในเรือนการเงินทำลายเงิน อยู่ในเรือนเพื่อนทำลายเพื่อน อยู่ในเรือนพันธุ์ทำลายญาติ อยู่ในเรือนปุตตะทำลายบุตร อยู่ในเรือนอริทำลายศัตรู อยู่ในเรือนปัตนิทำลายคู่หรือกินคู่ อยู่ในเรือนมรณะเงียบ อยู่ในเรือนศุภะรุ่งเรืองช้า อยู่ในเรือนกรรมะทำงานหนัก เป็นหมอดูดี อยู่ในเรือนลาภทำลายลาภที่ได้มาจนหมด อยู่ในเรือนวินาศสงบดี

เรื่องของมฤตยูตามตำนานเก่ากล่าไว้ดังนี้

 

มฤตยูนั้นว่าสำคัญยิ่ง

ร้ายดีมีจริงตามราศี
จงวิจารณ์ดูนัยต่อไปนี้

ตามภูมิมีข้อไขเป็นใจความ

ราศีเมษ
มฤตยูอยู่เมษประทับทักษ์

ชื่ออนุภาวจักรถ้าท่านถาม
ในวัยต้นทายให้รู้ไม่สู้งาม

แต่รอบสองรอบสามจะได้ดี
เมื่ออายุยังน้อยจะได้เข็ญ

ทำคุณเห็นเหมือนไฟตกน้ำฉี่
หัวและหูมักเป็นหูดประจำมี

แต่ใจดีชอบทำสงครามชัย
ราศีพฤษภ
มฤตยูอยู่พฤษภชื่อพลจักร

ผู้นั้นมักกล้าแข็งแห่งนิสัย
มีกำลังแลทรัพย์นับหมื่นไป

ขุนนางมักพอใจรักบูชา
แต่มักเป็นโรคเปื่อยและพุพอง

หนุ่ยโหนกตามทำนองแข้งและขา
อายุเยาว์ยังไม่ดีมีโรคา

แต่รอบสองข้างหน้าและต่อไป
จะได้ดีมีสุขตลอดแก่

ให้คุณแน่ตามตำราท่านกล่าวไข
ราศีเมถุน
มฤตยูเนาว์อยู่ภูมิเมถุนใน

ชื่อฤทธิจักรจำไว้ให้จงดี
ว่าผู้นั้นเมื่อน้อยมักพลัดพราก

เข็ญใจลำบากจนถึงที่
มักเป็นโรคที่หัวไหล่และนาภี

อายุรอบสาม สี่ ให้คุณครัน
จะมีฐานาและยศศักดิ์

เจ้านายรักโปรดให้ได้ของขวัญ
ราศีกรกฎ
มฤตยูอยู่ภูมิกรกฎนั้น

ชื่อสำคัญสฤษฎิจักรท่านทักมา
ว่าผู้นั้นเมื่อน้อยถึงหนุ่มสาว

จะเป็นคราวลำบากยากนักหนา
มักระทมทุกข์โศกโรคโรคา

ป่วยตามกายายอกเสียดนอกใน
เมื่ออายุรอบสองถึงรอบสาม

ให้คุณงามเปลื้องทุกข์แสนสุขใส
ถึงรอบสี่รอบห้าหาเพียรไป

กลับใจหมดสุข ทุกข์ถึงตัว
ทั้งสินทรัพย์กลับวิบัติบุบสลาย

เป็นคราวร้าย เวรกรรมมาทำชั่ว
สุขแล้วทุกข์กลับกลายกายามัว

ระมัดตัววิจารณ์จิต คิดระวัง
ราศีสิงห์
มฤตยูอยู่สิงห์ภูมิพิทักษ์

ชื่อเดชจักรกำหนดปรากฏตั้ง
ชาตาดีมีปัญญาแกร่งกล้าจัง

เมื่อน้อยยังหนุ่มสาวคราวไม่ดี
มักพลัดพรากจากที่และถิ่นฐาน

และเกิดโรครำคาญประจำที่
ตรงสะดือหัวเหน่าในนาภี

อายุรอบสอง สาม ดีมีปัญญา
จะให้คุณบุญหนักและศักดิ์ใหญ่

แต่ว่าให้โลภรักมักตัณหา
จะเป็นที่พึ่งเขาชาวพารา

จนแก่เฒ่าชราตลอดไป
ราศีกันย์
มฤตยูอยู่กันย์เรียกสิทธิจักร

ว่าจะเป็นที่รักแห่งผู้ใหญ่
พ่อแม่สุดสวาทจะขาดใจ

ญาติพี่น้องรักใคร่สนิทเนา
มักเป็นโรคเจ็บปวดตะโพกขวา

ปวดเสียวมาถึงท้องและหัวเหน่า
ทั้งจะมีถ้อยความลามปามเอา

อายุย่างรอบสองและสามดี
จะให้คุณทับทวีมีความสุข

แต่เป็นทุกข์เพราะพ่อแม่และพี่น้อง
มีนิสัยซึมทึบเป็นบางที

บางคราวมีร่าเริงบันเทิงใจ

 
ราศีตุลย์
มฤตยูอยู่ตุลย์อุดมจักร

เมื่อหนุ่มมักเป็นที่รักแห่งญาติใกล้
มักจะเป็นโรคาพยาธิ์ใน

ปวดท้องปวดไส้ประจำตัว
อนึ่งท่านยังว่าเท้าทั้งสอง

เป็นโรคป่วยพุพองขึ้นเป็นหัว
อายุรอบสาม สอง พ้นหมองมัว

กลับให้คุณบุญตัวแต่ก่อนมา
ว่าจะได้มีบุญและยศศักดิ์

แต่ก็มักไม่ยืนไปภาคหน้า
ทรุดแล้วจะทรงเพราะตนพา

พยายามเก็บหาจึงอยู่ดี
ราศีพิจิก
มฤตยูอยู่พิจิกมหาจักร

เมื่อน้อยมักเลี้ยงยากจนถึงที่
ตนกับญาติเป็นศัตรูไม่สู้ดี

เมื่อหนุ่มสาวตามคัมภีร์ท่านกล่าวมา
มักกลิ้งกลอกสับปลับนับไม่ได้

มักเป็นโรคภายในและร่มผ้า
เจ็บท้องน้อยองค์นิพนธ์ต้นตำรา

อนึ่งว่ามีทุกข์ไม่สุขใจ
ต่ออายุเข้ารอบสองและรอบสาม

จึงมีความสำราญผ่านทุกข์ได้
ไม่ยากจนค่นแค้นไม่แคลนใคร

ตั้งตัวได้ฐานะก็พอประมาณ
ราศีธนู
มฤตยูอยู่ธนูชื่อเวชจักร

ผู้นั้นไซร้ย่อมประจักษ์ซึ่งยศฐาน
ตั้งแต่น้อยจนวัยมัชฌิมกาล

ญาติมักพาลผูกผิดเป็นศัตรู
วัยสอง สาม มีสุขและสมบัติ

สารพัดเรื่องยศไม่อดสู
มักจะจากพ่อแม่ผู้อุ้มชู

จงเร่งรู้ทำนายทายทักเอา
มักจะพลันตกยากหากให้เป็น

เดี๋ยวเคืองเข็ญเดี๋ยวมีทรัพย์เดี๋ยวฉับเอา
ปวดท้องน้อยเป็นประจำไม่บรรเทา

มฤตยูทำเอาอย่าโทษใคร
ราศีมังกร
มฤตยูอยู่มังกรชื่อภูมิจักร

เมื่อน้อยมักมีสุขสนุกใหญ่
เป็นที่รักของญาติทุกคนไป

แต่เป็นโรคที่ไหล่หรือชายโครง
เมื่ออายุวัยสองครองความสุข

นิรทุกข์ทั้งยโสก็โอ่โถง
แต่วัยปลายร้ายแรงด้วยโรคโกง

แทบเข้าโลงป่วยบ่อยไม่น้อยเลย
ราศีกุมภ์
มฤตยูราศีกุมภ์ราชาจักร

หาที่พึ่งยากนักฟังเฉลย
ทั้งพ่อแม่ทอดทิ้งไม่เลี้ยงเลย

หูก็มักเฉยเมยไม่ได้ยิน
ถึงวัยสามความสุขจึงมาสู่

เพราะตนสู้พรากเพียรเรียนเอาสิ้น
ชอบเป็นโรคธาตุพิการเป็นอาจิณ

วัยสามนั้นจึงสิ้นเคราะห์มาพาน
ราศีมีน
มฤตยูอยู่มีนสาตราจักร

เมื่อน้อยมักมีสุขเกษมสานต์
ทั้งพ่อแม่รักใคร่ในวงศ์วาน

พอเป็นหนุ่มหาญเป็นศัตรูหมู่ญาติตน
ชอบเป็นโรคที่หรือที่แก้ม

เชาว์แฉล้มเปรื่องปราดฉลาดผล
คิดอันใดถูกแบบรู้แยบยล

สบายตนมั่นคงมี ดีปลายมือ

 

การโคจรแห่งมฤตยู ( แบบ 10 ลัคนา )

มฤตยูอยู่ตนุธุรกิจ
จะขัดติดเคืองเข็ญไม่เป็นผล
ทั้งขายค้ายุ่งใหญ่ให้กังวล
เป็นทุกข์ท้นสินทรัพย์กลับวอดวาย

มฤตยูอยู่กดุมภะ
การเงินจะตกเรี่ยและเสียหาย
เวลาออก ออกเป็นก้อนไม่คลอนคลาย
เวลาได้ได้เบี้ยหัวแตกแปลกแต่จริง

มฤตยูสู่สหัชชะอธิบาย
จะยากกายด้วยเพื่อนทั้งชายหญิง
จะนำเรื่องร้อนใจมาให้จริง
ห้ามยุ่งยิ่งเรื่องมิตร จะบิดกลาย

มฤตยูสู่เรือนพันธุเล่า
จะสูญเสียพงศ์เผ่าที่รักหลาย
ทั้งหมู่ญาติอาพาธไม่รู้วาย
ต้องยากกายกังวลทนทรมาน

มฤตยูปุตตะระวังเหตุ
จะอาเพศแก่บุตรสุดสงสาร
ท่านว่าบุตรสุดที่รักจักวายปราณ
เพราะกรรมกาลก่อนเก่าเต้าตามมา

มฤตยูอยู่อริวิเศษนัก
ศัตรูจักพ่ายแพ้แน่หนักหนา
อุปสรรคเภทภัยไม่บีฑา
ลาภสักการ์ก่อเกิดประเสริฐเลย

มฤตยูจู่ภพปัตนิ
เคราะห์แล้วสิคู่จะตายทายเฉลย
แม้นจากกันพอบรรเทาเขาภิเปรย
พอดาวเลยกลับมาสู่หากิน

มฤตยูอยู่ภพมรณะ
ก็เลยละความไข้ไม่โศกศัลย์
จะอยู่ดีกินดีทุกวี่วัน
แข็งขยันไสยศาสตร์ฉลาดดี

มฤตยูอยู่ภพศุภะเล่า
งานในเหย้ายุ่งยิ่งทุกสิ่งที่
ต้องจัดแจงแต่งย้ายทำไมมี
ทำความดีอาภัพอับเหลือใจ

มฤตยูสู่กรรมะจะทำเหตุ
การติดต่อต่างประเทศล้วนเหลวไหล
งานนอกบ้านกลางแจ้งหนักแรงกระไร
ทำงานในบ้านดีมีผลพูน

มฤตยูสู่ลาภะจะขัดข้อง
ทั้งเงินทองสินทรัพย์มักอับสูญ
ถึงขยันหมั่นเท่าใดไม่สมบูรณ์
เพราะดาวร้ายก่อ***ลให้เป็นเอง

มฤตยูสู่ภพวินาศน์อยู่
มีศัตรูแปลกๆ แทรกข่มเหง
เช่นเคยเป็นมิตรเก่าแต่ก่อนเพรง
อวดนักเลงให้ร้ายเมื่อปลายมือ

ดาวดวงนี้เมื่อประสพภพที่ร้าย
ก็เสื่อมคลายชั่วช้าน่านับถือ
เข้าภพดีก็ทำลายเหมือนไฟฮือ
สมกับชื่อมฤตยูที่รู้กัน
ปกรณ์นี้เป็นปกรณ์ ที่ปกปิด
แต่ด้วยจิตต้องการจะเสริมสรรค์
เสมือนหรีดมาลาอภิวันท์

ให้แด่ท่านนายกสมาคม

ผู้ล่วงลับดับขันธ์อันบรรเจิด

ไปสูภพอันประเสริฐประสมสงค์

เสวยทิพยพิมานสราญรมย์

จวบจนคมนาการนิพพานเอย

โ ห ร า ส า ด (ฉบับเรียนรู้โดยไม่ต้องถาม) สอ้าน นาคเพชรพูล (สีดิน) บทที่ 30 สรุปขั้นตอนการพยากรณ์

หลังจากผูกดวงชะตาแล้ว สิ่งที่สำคัญที่ละเว้นเสียมิได้ คือการตั้งดวงทักษา และดาวตรีวัยทั้ง 3 วัยเอาไว้ จากนั้นสิ่งแรก คือการคิดอายุของเจ้าชะตาว่าขณะนั้นอายุย่างกี่ปี โดยการเอา พ.ศ.ปีปัจจุบันตั้ง ลบด้วยปี พ.ศ. เกิดของเจ้าชะตา ได้เท่าใด ให้ดูวันที่และเดือนเกิด อายุจะเต็มเมื่อตรงกับวันเดือนปีเกิด

 

จากนั้นให้นับจากวันเกิด ไปเท่าอายุ การนับอายุจรเมื่อถึงภูมิอาทิตย์ต้องเข้าตากลางก่อนเสมอ ถ้าอายุตกตา กลางให้ใช้ พฤหัสบดี (๕) เป็นบริวาร ราหู (๘) เป็นอายุ ศุกร์ (๖) เป็นเดชจร และในปีต่อไปนับขึ้นภูมิจันทร์ (๒) อายุย่างตกภูมิอะไร ให้ลงจำนวนอายุไว้ตรงนั้น ก็จะได้ดาวทักษาจร ดาวใดเป็นศรีจร ดาวใดเป็นกาลกิณีจร เอา 2 ดาวนี้มาทายก่อนเป็นการนำร่อง

 

ที่ต้องทำดังนี้ก็เพราะว่าคนที่มาให้เราพยากรณ์แทบทุกคน เขาไม่ต้องการมานั่งฟังเราร่ายยาวเรื่องพื้น ๆ ในดวงดวงเดิม เป็นต้นว่า ลัคนาของท่านสถิตราศีนั้น ฤกษ์นั้นฤกษ์นี้ จะเป็นคนมีบุญวาสนา จะมีฐานะมั่นคงเป็นเศรษฐี มีข้าทาษบริวารมากดังนี้เป็นต้น

 

เขาต้องการรู้กันว่าต่อไปข้างหน้าสักปี 2 ปี อนาคตการงานการเงินจะเป็นอย่างไรบ้าง ครอบครัวจะเป็นอย่างไร มีอะไรบ้างที่ควรระวังแก้ไขหรือไม่ เดือนนี้จะมีกินหรือไม่ หนี้สินจะคลี่คลายหรือจะล้มละลาย ความรักจะก้าวหน้าหรือถอยหลัง ถ้าทายเจาะเรื่องใกล้ตัวได้ประทับใจ เราก็มีสิทธิ์จะได้ทั้งเงินและความศรัทธาทันที

 

แต่การจะทายไปข้างหน้าก็ไม่ควรละเลยการทายย้อนหลังสัก ปี 2 ปีเช่นกัน คือทายตอนที่เสาร์ (๗) หรือราหู (๘) ทับลัคน์เล็งลัคน์ หรือตอนที่ดาวพฤหัสบดี (๕) เป็นกาลกิณีจรเข้าสัมพันธ์ดีกับลัคนา ยิ่งถ้าเขามีดาวคู่ในพื้นดวงเดิมไม่ค่อยดีนัก เราก็จับเอาตอนที่ดาวเจ้าเรือนปัตนิเป็นกาลกิณีจรมาทายเรืองครอบครัว เรื่องความรัก เป็นการสร้างศรัทธาเสียก่อน ถ้าทายถูกเขายอมรับ เรื่องต่อไปก็ง่าย

 

และที่สำคัญอีกประการหนึ่ง การทายย้อนหลัง เท่ากับเป็นการตรวจเช็คดวงไปในตัว ถ้าเราทายจรอดีตถูกต้องเรื่อง 2 เรื่อง การจะทายอนาคตก็จะง่ายเหมือนการหยิบอาหารโปรดใส่ปาก

ทีนี้สมมุติว่าเจ้าชะตาคนหนึ่งเกิดตรงกับวันศุกร์ เมื่อนับอายุย่าง เพื่อจะทายดวงทักษาจร ได้ 38 ปี ตกที่ภูมิอาทิตย์ (๑) นับบริวารจากอาทิตย์ (๑) อายุไปที่จันทร์ (๒) เดชไปที่อังคาร (๓) ฯลฯ จะพบว่าดาวศุกร์ (๖) บริวารเดิมเป็นกาลกิณีจร ต้องทายว่าในปีนั้นบริวารจะทำเรื่องเดือดร้อนให้ นอกจากนั้นก็ต้องดูด้วยว่า ดาวศุกร์ (๖) เป็นดาวเจ้าเรือนอะไร สมมุติว่าเป็นดาวเจ้าเรือนปุตตะ ก็ต้องทายควบกันไปว่า ทั้งบริวารและบุตรจะนำความเดือดร้อนใจมาให้ และเมื่อดาวศุกร์ (๖) โดยปกติแล้วก็คือดาวที่หมายถึงการเงินด้วย ก็คือต้องเสียเงินอันสืบเนื่องมาจากบริวารหรือบุตรแน่นอน ดังนี้เป็นต้น

 

ตรงนี้เป็นการยกตัวอย่างการทายจรอันยึดหลักทักษาจรเพียงอย่างเดียว แต่ความจริงแล้วการทายต้องใช้ควบกันทั้งหมด คือทั้งดาวจรปี จรเดือน ดังนั้นเราต้องจำได้อย่างแม่นยำถึงระยะเวลาการโคจรของดาวต่าง ๆ ในรอบปี รอบเดือน รวมทั้งต้องจดจำดาวที่เดินหรือโคจรผิดปกติด้วย เพราะตรงนี้สามารถเปลี่ยนทำให้คำพยากรณ์กลับจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ อย่างเช่น ดาวพฤหัสบดี (๕) กำลังโคจรไปข้างหน้า และกำลังให้คุณ พอเดินถอยหลังกลับให้โทษ ต้องเสียบิดา หรือมีปัญหาด้านการงาน ดังนี้เป็นต้น ระยะเวลาการโคจรของดาวต่าง ๆ มีดังนี้

 

ดาวจรปี คือพฤหัสบดี (๕) ดาวดวงนี้จรย้อนเข็มนาฬิการาศีละประมาณ 1 ปี

ดาวเสาร์ (๗) จรเหมือนพฤหัสบดี ประมาณราศีละ 2 ปี ครึ่ง

ราหู (๘) จรตามเข็มนาฬิกา ประมาณราศีละ 1 ปีครึ่ง

ดาวจรเดือนที่โคจรย้อมเข็มนาฬิกาก็มี อาทิตย์ (๑) อังคาร (๓) พุธ (๔) ศุกร์ (๖)

ส่วนดาวจรประจำวันคือ จันทร์ (๒) ซึ่งโคจรราศีละประมาณ 2 วันครึ่ง

 

การจะทายดวงจรให้คล่องต้องจำดาวได้แม่นยำ ว่าในขณะที่จะทายหรือพยากรณ์นั้น ดาวใดอยู่ในราศีอะไร แรก ๆ จำเฉพาะ พฤหัสบดี (๕) เสาร์ (๗) ราหู (๘) ให้ได้ก่อน เพราะดาว สามดวงนี้จรเข้าทับหรือเล็งลัคนาทีไรจะมีเหตุการณ์ที่ประทับใจอย่างไม่มีวันลืมเสมอ ยิ่งถ้าปีที่ทับหรือเล็ง เป็นกาลกิณีจร

 

ถ้าจะแยกออกเป็นลำดับความสำคัญก่อนหลังจะเป็นดังนี้

 

1. ต้องทายจรอดีตก่อน การทายจรอดีตที่สามารถป้องกันความผิดพลาดได้ดี ต้องมีความรอบคอบ เมื่อผูกดวงเสร็จ ถ้ายังจำดาวจรไม่ได้ก็ควรลงกำกับไว้ เช่นในขณะที่เขียนวันนี้ (6 กันยายน 2548) ราหู (๘) สถิตอยู่ในราศีมีน 20 องศา เสาร์ (๗) สถิตราศีกรกฏ 9 องศา พฤหัสบดี (๕) ราศีกันย์ 26 องศา ถ้าเจ้าชะตาลัคนาสถิตราศี มังกรหรือกรกฏ ทายไม่ดีได้ทันที หรือถ้าลัคนาสถิตราศี เมษ ตุลย์ หรือกุมภ์ พฤหัสบดี (๕) อยู่ในมุมไม่ดี ทายได้เช่นเดียวกัน

 

2. ตรวจดวงทักษา ว่าทักษาเดิมมีดาวอะไรเป็นบริวาร อายุ เดช ศรี และกาลกิณีฯลฯ และตอนนี้จรมาดาวอะไรเป็นบริวาร อายุ เดช ศรี กาลกิณี ดาวอะไรเสียก็ทายเรื่องนั้นในทักษาก่อน เช่นคนเกิดวันศุกร์ ลัคนาสถิตราศีเมษ และขณะมาให้พยากรณ์ อายุจรตกภูมิอาทิตย์ (๑) เท่ากับดาวบริวารเดิมเป็นกาลกิณีจร ก็ทายเรื่องบริวารไม่ดีก่อน จากนั้นก็ทายเรื่องการเงินด้วย เพราะดาวศุกร์คือดาวเจ้าเรือนกะดุมพะ ทายเรื่องความรักไม่ดีด้วย เพราะดาวศุกร์ในราศีตุลย์เป็นดาวเจ้าเรือนปัตนิ

 

3. เมื่อผลการทายออกมาดีคือไม่ผิดพลาด ทีนี้เราจะว่าเรื่องอะไรก็ได้ที่เห็นชัด เช่นเห็นดาวเจ้าเรือนกะดุมพะดี ได้ตำแหน่งเป็นมหาอุจจ์ มหาจักร ราชาโชค เกษตร หรือเป็นศรี มนตรี เดช และสัมพันธ์แก่ลัคน์ ก็เอามาทายเรื่องฐานะทางการเงิน

 

4. จะทายเรื่องเพื่อนก็จับเอาดาวเจ้าเรือนสหัชชะมาพิจารณา ถ้าดาวดีเพื่อนก็ต้องดีตาม ถ้าดาวเจ้าเรือนสหัชชะเป็นกาลกิณีสัมพันธ์ดีกับลัคนาแล้วเพื่อนดีวิเศษ มันย่อมเป็นไปไม่ได้ ถ้าดาวดีเพื่อนต้องดี ถ้าได้ตำแหน่งเป็นมหาอุจจ์ มหาจักร ราชา เกษตร เพื่อนจะมีฐานะการเงินหรือการงานดี

 

5. เรื่องญาติพี่น้องบิดามารดา ก็มาจากดาวเจ้าเรือนพันธุ ถ้าดาวเจ้าเรือนดี แถมมีตำแหน่งเป็นศรี มนตรี เดช มหาอุจจ์มาจักร ราชา เกษตร ญาติพี่น้องดี มีฐานะการเงินดี บิดามารดามีฐานะมั่นคง คือมาจากตระ***ลที่ดีนั่นเอง เรื่องจะทายว่ามาจากเชื้อสายชั้นโน้นชั้นนี้ ยุคนี้อย่าไปทายมันเลยครับ เรื่องของศักดินาสักดิไร่เขาเลิกกันตั้งนานแล้ว มีอยู่บ้างก็เพียงบางกลุ่ม ไม่มากนัก

 

6. มาเรื่องบุตรหลาน ก็ให้เอาดาวเจ้าเรือนปุตตะนั่นแหละมาทาย ถ้าดาวเจ้าเรือนปุตตะดี เช่นปุตตะเป็นศรีเป็นมหาอุจจ์ มหาจักร ราชา ฯลฯ และสัมพันธ์ดีกับลัคนา ก็จะมีบุตรเป็นที่พึ่ง บุตรจะมีฐานะหน้าที่การงาน การเงินดี และจะมีชื่อเสียงดี เป็นอภิชาติบุตร คือจะดีกว่าบิดามารดา 10 เท่า

7. ถ้าจะดูเรื่องศัตรูหรืออุปสรรค ต้องดูกันที่ดาวเจ้าเรือน อริ ถ้าดาวเจ้าเรือนอริ ได้ตำแหน่งดี เท่ากับมีศัตรูเข้มแข็ง สามารถต่อต้านหรือขัดขวางเราได้ ยิ่งกุมลัคน์ด้วย ไปไหนจะมีศัตรูง่าย ต้องระวัง แต่ถ้าดาวเจ้าเรือนอริ อยู่ในเรือนอับเป็น อริ มรณะ วินาศ จะดี คือศัตรูแม้มี ก็พอเอาตัวรอดได้ ศัตรูทำอะไรได้ไม่มาก แค่พอแสบ ๆ คัน ๆ

 

8. ดาวเจ้าเรือนที่ 7 คือดาวเจ้าเรือนปัตนิเอาไว้ทายเรื่องคู่หรือหุ้นส่วนทางธุรกิจ ถ้าดาวอยู่ในตำแหน่งที่ดีกับลัคน์เช่นกุม โยกหน้า โยกหลัง ตรีโกณ เล็ง ได้องค์เกณฑ์ ไม่เป็นดาวกาลกิณี ไม่เป็นนิจเป็นประ ไม่มีดาวมฤตยู (๐) และราหู (๘) หรือดาวกาลกิณีมารบกวน ก็ทายชีวิตรักราบรื่น ถ้าดาวคู่เป็นมหาอุจจ์ มหาจักร ราชา เกษตร คู่มีฐานะหน้าที่การงานการเงินดี

 

9. ดาวเจ้าเรือนมรณะ บางคนเอาดาวเจ้าเรือนนี้มาทายเรื่องความตาย ถ้าดาวเจ้าเรือนมรณะมากุมลัคน์ จะตีโพยตีพาย โอ๊ย..!!! ตายแน่ ๆ คนมันถึงคราวจะตาย มันก็ต้องตายอยู่ดีแหละครับ ต่อให้ดาวเจ้าเรือนอีก 11 เรือนมากุมลัคน์มันก็ตาย เกิดมาเท่าไรมันก็ตายเท่านั้น ความจริงเรือนมรณะนี่เป็นจุดที่ตัดกำลังของดาว คือตัดความดีความร้ายของดาวลงไปส่วนหนึ่ง ทำให้ความดีความร้ายไม่เต็มร้อยนั่นเอง เช่นเดียวกับดาวประจำตรีวัย คือวัยที่เลย 75 ปี ตรงนี้เขาเรียกว่าวัยเทียบ วัยเทียบแรกคือดาวเจ้าเรือนอริ มรณะ วินาศตามลำดับ มีโหรหลายโหรเหมือนกันที่ไม่รู้ว่าเขามีเอาไว้ทำอะไร รู้แต่เพียงว่าก็มีให้ครบ 12 เรือนเท่านั้น ผมขอกราบเรียนว่า เขาเอาไว้เทียบดาวประจำวัยต้น วัยกลาง วัยปลาย ถ้าดาวเจ้าวัย ๆ ใด วัยหนึ่ง มาตรงกับวัยเทียบ อริ มรณะ วินาศ แทนที่จะให้คุณหรือให้โทษเต็มร้อยก็ลดส่วนลงนั่นเอง

 

10. ดาวเจ้าเรือนศุภะ คือดาวเจ้าเรือนที่ 9 เอาไว้ทายความรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน การเงิน การสร้างตัว รวมทั้งงานที่เป็นงานในบ้านหรืองานที่รองลงมา งานอดิเรก บางคนหรืออาจจะเป็นส่วนมากก็ได้ ในชีวิตมักทำงานควบอยู่ 2 อย่าง งานหนึ่งคือหารายได้หลักเลี้ยงตัวและครอบครัว ซึ่งก็หมายถึงเรือนกรรมะ อีกงานหนึ่งเป็นหมอดูสมัครเล่น คือว่างจากงานหลักไปทำงานรอง ที่เขาเรียกว่าหารายได้เสริมนั่นเอง แต่พอทำนานเข้า งานรองกลับเป็นงานหลักและงานหลักกลับเป็นงานรองไป อย่างผม เดิมมีงานหลักทำธุรกิจบริการนำเข้าส่งออก ว่างก็เป็นหมอดู พอรายได้ดีก็พลิกเอางานหมอดูมาเป็นงานหลัก จนทุกวันนี้

 

11. ทีนี้มาถึงดาวเจ้าเรือนกรรมะ ซึ่งหมายถึงอาชีพหลัก ถ้าดาวเจ้าเรือนกรรมะดี งานก็จะเจริญก้าวหน้าดี ถ้าเป็นกาลกิณี เป็นนิจ เป็นประก็ก้าวหน้าอืดหน่อย แต่ความจริงดาวที่จะสามารถทำให้การงานเจริญรุ่งเรือง ไม่ใช่จะมีแต่ดาวเจ้าเรือนกรรมะดีดาวเดียว ต้องมีดาวอื่นประกอบ เช่นดาวอังคาร (๓) ซึ่งหมายถึงความขยัน อดทน ดาวพฤหัสบดี (๕) ผู้บังคับบัญชา ดาวบริวารดี ดาวมนตรีดี เหล่านี้เป็นต้น

 

12. ดาวเจ้าเรือนลาภะ ดาวเจ้าเรือนนี้มีความสำคัญมากในการเสริมสร้างฐานะทางการเงิน คนเราทุกคนถ้ามีลาภดีก็รวยเร็ว คือไม่ว่าทำอะไรก็ได้เงินได้ทอง บางครั้งมีลาภลอยง่าย แต่ถ้าดาวเจ้าเรือนลาภะเป็นกาลกิณี หรือมีดาวกาลกิณีและ ราหู (๘) หรือ มฤตยู (๐) เป็นดาวลอยอยู่ในเรือนลาภะ ก็ใช้เงินเก่ง มีเท่าไรใช้เรียบ ไม่มีเก็บสักบาท บางทีมี 100 ใช้ 200 คือใช้เกินตัว

 

13. ดาวเจ้าเรือนวินาศ เรือนนี้ก็เป็นเรือนที่สามารถลดความดีหรือความร้ายของดาวได้ แต่มีพิเศษ คือถ้าดาวเจ้าเรือนปัตนิมาอยู่ในเรือนนี้มักมีคู่แบบงุบงิบ ปกปิด อยู่ด้วยกันอย่างเปิดเผยแล้วมีปัญหาง่าย ยกเว้นดาวพฤหัสบดี (๕) กลับให้คุณด้านการเรียน ด้านการงานต้องช่วยตัวเอง ดาวเจ้าเรือนปุตตะมาอยู่ในเรือนนี้ จะไม่ได้ใกล้ชิดกับบุตรหลาน โดยเฉพาะตอนโตจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน คือพ่อแม่ไปทางหนึ่งลูกไปทางหนึ่ง นาน ๆ จะได้พบกันที

 

14. การจะทายเรื่องบริวารดีหรือไม่ดี ต้องมาจากดวงทักษาเดิม ถ้าดาวบริวารกุมลัคน์ หรือสัมพันธ์ดีกับลัคน์ในลักษณะใดลักษณะหนึ่งเช่น เป็นโยกเป็นเกณฑ์ กุมลัคน์ เล็งลัคน์ ตรีโกณ บริวารดี มีคนช่วยงานดี มอบหมายหน้าที่การงานให้ทำไว้ใจได้ แต่ถ้าดาวบริวารไม่ดีเช่นอยู่กับดาวกาลกิณี อยู่ในเรือนกาลกิณี หรือเป็นนิจ เป็นประหรืออยู่ในเรือนที่เป็นอริ มรณะ วินาศก็แย่หน่อย คือต้องปวดหัวกับบริวาร

 

15. เรื่องสุขภาพ ส่วนหนึ่งพิจารณาจากดาวอายุ ถ้าดาวอายุดีก็สุขภาพดี อายุยืน ไม่ค่อยเจ็บป่วย ไม่มีโรคประจำตัว ถ้าดาวอายุไม่ดีเช่น เป็นนิจ เป็นประ หรืออยู่กับดาวราหู (๘) หรือ มฤตยู (๐) สุขภาพไม่ดี ประกบกับดาวกาลกิณีเดิมหรืออยู่ในเรือนกาลกิณีเดิม แต่จะเป็นอะไรขึ้นอยู่กับดาวอะไรเสีย เช่นคนเกิดวันพุธจะเกิดกลางวันหรือกลางคืนก็ตาม ลัคนาราศีสิงห์มีดาวเสาร์ (๗) กุมลัคน์ และมฤตยูก็กุมลัคน์ด้วย จะเป็นโรคเครียด ปวดศีรษะข้างเดียว ความดัน

 

16. ดาวเดชประจำดวงทักษาเป็นเรื่องของ ความน่าเกรงอกเกรงใจ บางคนดาวจันทร์ซึ่งเป็นดาวที่บ่งบอกความมีเสน่ห์น่าคบหา เป็นคนรูปงาม พอเป็นดาวเดชกลับเสีย คือเห็นแล้วไม่น่าคบหา จะกลายเป็นคนดูแล้วดุไป

 

17. สำหรับดาวศรีของใครก็ตาม ล้วนแต่หมายถึงสิ่งดี ๆ  เป็นการตอกย้ำความดีของดาวต่าง ๆ เช่นดาวเจ้าเรือนปัตนิเป็นศรี ได้คู่ดี การครองเรือนราบรื่น ดาวเจ้าเรือนสหัชชะเป็นศรี มีเพื่อนดีพึ่งพาอาศัยกันได้ ดาวเจ้าเรือนลาภะดีก็มีลาภง่าย

 

18. ดาวมูลละ หมายถึงที่อยู่อาศัย ทรัพย์สินเดิม มรดก ถ้าดาวดวงนี้กุมลัคน์หมายถึงการต้องมีมรดก มีทรัพย์สินมั่นคง จะได้มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับกำลังของดาว ถ้าเป็นมหาอุจจ์กุมลัคน์ จะได้มาก แต่ยามที่เป็นกาลกิณีจรก็ต้องขายของเก่า การต้องจากบ้าน เดินทาง หรือย้ายบ้านจากหลังเก่าไปอยู่หลังใหม่

 

19. อุตสาหะทายเรื่องความขยันขันแข็ง ความเพียรพยายาม ในการสร้างตัวสร้างฐานะ ดาวเจ้าเรือนทักษาดวงนี้ถ้าดีก็ดีไป คือถ้าได้ตำแหน่งเป็นอะไรสักอย่างหนึ่งเช่น มหาอุจจ์ มหาจักร ราชาโชคก็จะให้ผลคุ้มค่าความเพียรพยายาม แต่ถ้าเป็นนิจ เป็นประ ก็จะเสียมากกว่าได้

 

20. ดาวมนตรีเดิม ทายเรื่องคนช่วยเหลือ ผู้อุปถัมภ์ค้ำจุน ถ้าดาวอยู่ในตำแหน่งดีและสัมพันธ์ดีกับลัคนา จะทำอะไรมีผู้ช่วยเหลือดี ถ้ามนตรีครองเรือนอริ มรณะ วินาศ จะขาดคนช่วยเหลือ ต้องทำเองจึงจะถูกใจ

 

21. ดาวกาลกิณีในทักษา เป็นดาวที่ร้ายที่สุด ไปอยู่ที่ไหนตรงนั้นเสีย เช่นไปอยู่ในเรือนการเงิน ใช้เงินเก่ง ไปอยู่เรือนสหัชชะ เพื่อนเสีย เพื่อนทำให้เดือดร้อน บางทีไปครองเรือนหรือราศีของตนเอง ทำให้เรือนนั้นเสียไปทั้งเรือนดาวอะไรไปอยู่ก็พลอยเสียหายไปด้วย เช่นเกิดวันจันทร์ ลัคนาสถิตราศีสิงห์ ดาวจันทร์ (๒) และพุธ (๔) กุมลัคน์ ทำอะไรเพี้ยน ๆ เพื่อนตนเองได้ ถ้าเจอแบบนี้คบยากที่สุด

 

สรุปแล้วขั้นตอนที่ผมพยายามรวบรวมนำมาเสนอนี้  เป็นเพียงแนวทางหรือชี้ทางให้เดินอย่างหนึ่งเท่านั้น  ไม่ใช่ต้องนำมาทายกันหมดในคราวเดียว เพราะมันไม่คุ้มกับเงินที่ได้  มีเพื่อนนักพยากรณ์อาชีพคนหนึ่งในทีมเดียวกัน  พยากรณ์กันเป็นชั่วโมง  ซึ่งเป็นการเอาเปรียบกันเกินไป

 

ผมเองบางคราวเหนื่อยมาก ๆ  เข้าได้เงินเพียง 300 ผมก็เอาดาวเพียง 3 ดาวมาทาย นอกนั้นก็เติมฝอยเข้าไปนิด ๆ แต่พองาม ได้เงินมากจึงค่อยทายเพิ่ม  แต่แบบนี้ขอความกรุณาท่านอย่าเอาเป็นตัวอย่างนะครับ เพียงบอกให้ฟังกันเล่นเท่านั้น

 

อีกอย่างหนึ่งต้องไม่ลืมว่าการพยากรณ์ ไม่ว่าอาชีพหรือไม่อาชีพ  มิใช่พอผูกดวงเสร็จแล้ว เราหลับหูหลับตาทายอยู่ข้างเดียว เกือบจะทุกรายที่มาหาหมอดู เขาต้องมีเป้าหมาย ไม่เรื่องใดก็เรื่องหนึ่ง ตรงนี้เราต้องหัดสังเกตุ ***เรื่องการมาดูสะเปะสะปะแก้เซ็งพอมีบ้าง แต่ก็น้อย บางคนมาดูเพราะต้องการลองภูมิ  บางรายก็เพื่อหลอกเอาวิชา  บางรายนอนไม่หลับ คิดถึงหมอดูก็มาดูหมอ  บางคนยึดการตระเวนหาหมอดูเป็นอาชีพหลักไปเลยก็มี  ทว่าจะมาแบบไหนถ้าเราตั้งหลักดีก็สามารถเอาตัวรอดได้

 

ยังมีอยู่อีกพวกหนึ่ง น่ารังเกียจที่สุด คือพวกที่ไม่ทำอะไรเลย พวกนี้สมถะ มีน้อย ใช้น้อย  แถมมักน้อยด้วย ชอบเอาชีวิตหรืออนาคตทั้งหมดแขวนไว้บนกิ่งฟ้ารอดูว่าเมื่อไรวาสนาเข้ามาจับ  ลอยไปลอยมาวัน ๆ บางรายเพราะหางานทำไม่ได้  พวกนี้น่าสงสาร แต่บางรายพ่อแม่หาไว้ให้กินให้ใช้  อีกพวกหนึ่งคือพวกที่พอบอกวันเดือนปีเกิดและเวลาตกฟากแล้วจบ นั่งฟังอย่างเดียว ฟังแบบคนที่ได้ปล่อยวางทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตหมดแล้ว ไม่แสดงความยินดียินร้ายต่อคำพยากรณ์ ถูกก็ไม่รับว่าถูก ผิดก็ไม่บอกว่าผิด ไม่ส่ายหน้า ไม่พยักหน้าอะไรทั้งสิ้น พวกนี้ถ้าหมอคนไหนอ่อนหัดจะเครียดทันที

 

ผมเคยเจอมาสัก 10 รายเห็นจะได้  แก้ไม่ยาก  หลังจากเห็นว่าเขาเฉยชาต่อคำพยากรณ์จริง ๆ ให้รีบทาย  หยิบฉวยอะไรได้ทายเลย ถูกบ้างผิดบ้าง  แต่พยายามให้ผิดมากยิ่งดี เพราะคำพยากรณ์หรือคำทายผิด ๆ ข้าง ๆ คู ๆ นี่จะกลับไปกดดันเขาเอง แล้วรีบจบอย่าให้เกิน 5 นาที  จากนั้นเชิญให้ออกไปอย่างสุภาพ  พร้อมกับเรียกคนใหม่เข้ามา  หรือถ้าไม่มีคนรอคิว  ก็ทำทีทักทายกับคนที่เดินผ่านหลังเขาไป  รับรองได้เรื่องแน่ !!!

 

ดังนั้นการตั้งหลักให้ดีที่ผมกล่าวถึง  คือความพร้อม ที่จะรับสถานการณ์กับคนทุกจำพวก ไม่ว่ามาดีหรือมาร้าย ก่อนอื่น เมื่อผูกดวงเสร็จ – วางดวงทักษา – ตรีวัย – ดาวจร – และนับทักษาจร เรียบร้อยเสียก่อน  หลังจากนั้นพยายามหาจุดที่เสียที่สุดในดวงให้ได้สัก 1-2 จุด  เอาไว้โจมตีให้ตกใจเล่น  แต่ต้องกะเวลาว่าเรื่องนั้น ๆ ไม่ผ่านมานานเกินไป  เพราะจะทำให้เขาจำไม่ได้  เช่นถ้าในดวงเราเห็นชัดว่า ราหู (๘) หรือมฤตยู (๐) อยู่ในเรือนกะดุมพะ  เรือนลาภะ  หรือดาวเจ้าเรือนกะดุมพะ เจ้าเรือนลาภะเป็นกาลี  เราเห็นแล้วว่าเจ้าคนนี้ต้องเป็นคนใช้เงินเก่งแน่  แล้วช่วง ราหู (๘) เข้ามาในเรือนกะดุมพะอีกรอบ  ทายได้เลยว่าต้องเสียเงินก้อนใหญ่แน่  หรือเห็นว่าในดวงดาวเจ้าเรือนคู่ครองอยู่ในตำแหน่งอ่อนแอ  นับทักษาแล้วปีไหนดาวเจ้าเรือนปัตนิเป็นกาลกิณีจร หรือดาวเสาร์ (๗) จรเข้าเรือนปัตนิ  ปีนั้นนั้นต้องมีเหตุร้าย  ขัดแย้ง  เลิกรากัน ดังนี้เป็นต้น

 

ดูดวงทางโทรศัพท์ -ดูดวงทางไลท์- โหราศาตร์สิบลัคนา

โ ห ร า ส า ด (ฉบับเรียนรู้โดยไม่ต้องถาม) สอ้าน นาคเพชรพูล (สีดิน) บทที่ 31 หลักการทายตามคำขอ

หลักการทายหรือพยากรณ์ตามคำขอ  ก็คล้าย ๆ กับการจัดรายการเพลงลูกทุ่ง  คือเขาตั้งโจทย์มาให้  เช่นเมื่อ ไหร่จะได้สายสะพายเป็นคุณหญิงคุณนาย  เมื่อไหร่จะรวย  หรือเมื่อไหร่จะพบคู่  เมื่อไหร่จะได้งานทำ ฯลฯ อะไรทำนองนี้  ถ้าจะนำมารวมกันเป็นข้อ ๆ เท่าที่พอนึกได้ก็มีดังนี้

1. เมื่อไรจะได้งานทำ สิ่งแรกที่ต้องนำมาพิจารณาคือดาวพฤหัสบดี (๕) ปีนั้นไม่เป็นกาลกิณีจร เสาร์ (๗) หรือราหู (๘) ไม่ทับลัคน์เล็งลัคน์ ถ้าดาวพฤหัสบดี (๕) จรทับลัคน์เล็งลัคน์ โยกหน้าโยกหลังหรือเข้าเรือนตรีโกณ เข้าเรือนกรรมะ ทับดาวเจ้าเรือนกรรมะ ก็ได้งานปีนั้นหรือตอนนั้น ถ้าต้องการรู้ว่าเดือนไหนแน่  ก็ต้องนำอาทิตย์ (๑) ซึ่งมีความหมายถึงตำแหน่งหน้าที่การงานโดยตรง  มาพิจารณาประกอบด้วย คืออาทิตย์ (๑) ต้องสัมพันธ์ดีกับลัคนาหรือพฤหัสบดี (๕)

2. เมื่อไรจะพบคู่  เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญสุดยอดสำหรับหนุ่มสาว บางรายถามเจาะลึกไปถึงว่าเมื่อพบแล้วอยู่กินกันหรือแต่งกันแล้ว จะมีความสุขหรือมีอุปสรรคอะไรบ้างหรือไม่ ควรแก้ไขอย่างไร  ถ้าเจอแบบนี้หมอดูต้องอดทน อย่ารีบเป็นโรคประสาทเสียก่อนคนมาดูก็แล้วกัน  แต่จะอย่างไรก็ตามก่อนจะทายว่าเมื่อไหร่จะพบคู่  ต้องตรวจดูดาวในดวงชะตาให้แน่ใจว่าเป็นดวงของคนที่จะมีคู่ได้ เพราะบางดวง ดาวเจ้าเรือนปัตนิอยู่ในตำแหน่งไม่เอื้อเฟื้อให้มีได้ เช่นดาวคู่ไปอยู่ในเรือนอริ มรณะ หรือวินาศ และดาวศุกร์ (๖) เสีย  แถมราหู (๘) หรือมฤตยู (๐) เข้ามาเบียน แบบนี้ขืนทายว่าเมื่อนั้นเมื่อนี้จะพบคู่  ระวังจะหน้าแตก  ความจริงหลักวิชาของการมีคู่  หรือแต่งงาน  มีว่าดาวพฤหัสบดี (๕) จรเข้าเรือนปัตนิของลัคนาหรือตนุเศษ  จรเข้าทับดาวคู่ครอง หรือดาวปัตนิจรเป็นศรี มนตรี เดช  รวมทั้งพฤหัสบดี (๕) จรทับจันทร์ (๒) ในดวงชะตา  เหล่านี้เป็นเกณฑ์การจะมีคู่หรือแต่งงานทั้งสิ้น  สำหรับการมีคู่หรือแต่งกันด้วยเหตุปัจจัยอื่นก็พอมีอยู่บ้าง แต่ก็เป็นส่วนน้อย  เช่นบางรายมีคู่โดยประมาทก็เคยเห็น คือเปิดโอกาสมาก  และอังคาร (๓) เป็นกาลกิณีจรทับลัคน์  ก็เลยถูกปลุกปล้ำให้เลือดตกยางออก

3. จะการเดินทางต่างประเทศไหม  การได้เดินทางไปเมืองนอกหรือไปต่างประเทศ  เป็นที่นิยมกันมาก ถือกันว่าเป็นโชคใหญ่อย่างหนึ่งที่คนมาดูขาดเสียไม่ได้ที่ต้องถาม  ทั้งที่ความจริงก็ไปเสียเงินเสียทอง ไปตกระกำลำบากนั่นเอง  บางคนอยู่เมืองไทยหรูหรา  โอ่อ่า มีรถขับ มีเงินใช้ฟุ่มเฟือย  ยามจะนอนในห้องนอนมีเครื่องอำนวยความบันเทิงครบชุด ไม่ว่าจะดูหนังฟังเพลง  พอไปถึงเมืองนอกห้องนอนห้องนั่งเล่นห้องรับแขกคือห้องเดียวกัน  แถมต้องอยู่อย่างประหยัด  บางคนต้องหารายได้เสริมด้วยการรับจ้างล้างจาน  พวกที่ไปด้วยเงินทุนของรัฐหรือนายทุนก็ต้องอยู่อย่างประหยัด  เพราะทุนมีอยู่จำกัด การเดินทางก็แสนจะทรมาณ นั่งเครื่องบินทีหนึ่งเป็น 10 ชั่วโมง  ตามหลักของโหรจึงกำหนดกันว่าใครมีดาวบาปเคราะห์เช่นเสาร์ (๗) หรือ ราหู (๘) มาทับลัคน์เล็งลัคน์ และมีดาวพฤหัสบดี (๕)  อาทิตย์ (๑) เสริมด้วยจึงจะได้เดินทาง ถ้าพฤหัสบดี (๕) ไม่ดีเอกสารไม่ผ่าน เคยทายมาถูกมาหลายราย

4. การเกิดอุบัติเหตุ  เรื่องนี้สืบเนื่องมาจากอังคาร (๓) จร ๆ ทับลัคน์เล็งลัคน์  ทับหรือเล็งอังคารเดิมในดวงชะตา  แต่ต้องสัมพันธ์ถึงลัคน์ด้วยจึงจะเกิด ยิ่งตอนอังคาร (๓) เดิมเป็นกาลกิณีจร  หรือคนที่เกิดวันพุธด้วยจะแรงมาก

ถ้ามีเสาร์ (๗) หรือราหู (๘) ดาวใดดาวหนึ่งเข้ามาเสริมกำลังจะยิ่งชัดเจน บางรายถึงตายถ้าดาวอายุตอนนั้นเป็นกาลกิณีจรหรือเข้าฆาตด้วย  เคยมีอยู่หลายรายที่มีอังคาร (๓) กุมลัคน์  กลายเป็นดวงที่เปราะบางในการเกิดอุบัติเหตุง่าย  ต้องระวังกันตลอดเวลา ทางแก้ก็คือบริจาคเลือดหรือเจาะเลือดตรวจเช็คร่างกายบ่อย ๆ  หรือปล่อยนกปล่อยปลาบ่อย ๆ ยิ่งเป็นปลาในตลาดที่กำลังจะถูกนำไปทำอาหารยิ่งดีมาก เพราะเป็นการให้ชีวิตเป็นทาน ดีกว่าปล่อยวัวควาย  เพราะถ้าเทียบกันแล้วในจำนวนเงินที่เสียเท่ากัน แต่ได้หลายชีวิตกว่า

5. การโยกย้ายการงาน  การต้องย้ายงานมีต้นเหตุมาจากผู้บังคับบัญชาสั่งการ  และเป็นการย้ายไปไม่ดีกว่าเดิม เช่นงานหนัก  รับผิดชอบมากกว่าเดิม  แต่เงินเท่าเดิม  ต้องมาจากดาวพฤหัสบดี (๕) โคจรเข้าเรือน อริ มรณะ  วินาศ หรือดาวพฤหัสบดี (๕) ปีนั้นเป็นกาลกิณีจรเข้าสัมพันธ์ดีกับลัคนา  ถ้าย้ายดีขึ้นก็เป็นเพราะพฤหัสบดี (๕) ให้คุณ คือได้ตำแหน่งสูงขึ้น ได้เงินมากขึ้น

6. การเดินทาง ดาวหลักคืออาทิตย์ (๑) และเสาร์ (๗) จรเข้าทับลัคน์เล็งลัคน์ ยิ่งดาวมูลละเป็นกาลกิณียิ่งแน่มากขึ้น  แต่เป็นการเดินทางในประเทศ  ไม่ไกลนัก  บางคนเดินทางไปพักผ่อน  เดินทางกลับบ้านเกิด  หรือเดินทางออกจากบ้าน ไปโน่นไปนี่  แบบอยู่ไม่ติดบ้าน

7. การลงทุนหรือขยายกิจการ  การจะทำธุระกิจอะไรสักอย่างหนึ่ง ด้วยการลงทุนของตัวเอง  ต้องคิดรอบคอบ  คือดวงต้องดีต่อเนื่องกันอย่างน้อย 2-3 ปี เคยพบหมอดูหรือโหรปัญญาอ่อนหลายคนแนะนำหรือเรียกว่าส่งเสริมก็ได้  ให้ลงทุน ในยามที่พฤหัสบดี (๕) ทำมุมตรีโกณกับลัคนา – เล็งลัคนา – โยกหลังลัคนา  ถ้าเป็นแบบนี้เท่ากับไปทำให้เขาวิบัตินั่นเอง เป็นบาปอย่างหนัก  เพราะบางคนอุตส่าห์เก็บเงินเก็บทองมาตลอดชีวิต  กว่าจะได้สักก้อนหนึ่ง  ต้องมาพังพินาศด้วยเวลาเพียงไม่กี่เดือน เพราะว่าตำแหน่งดาวที่กล่าวไว้ในตอนต้นนั้น  อีกไม่นานนักมันก็จะเข้าที่อับ  เช่นจากตรีโกณหน้าลัคน์ ก็เข้าเรือน อริ  เล็งลัคนาอยู่ไม่กี่เดือนก็จะเข้าเรือนมรณะ  หรือถ้าโยกหลังก็จะเข้าเรือนวินาศ หมอดูในทีมของผมคนหนึ่งมีคนมาด่ากับผม  ว่าหมอคนนั้นแนะนำให้ลงทุนแล้วจะรวย  เธอเลยทิ้งทวนด้วยการเปิดร้านอาหาร  แล้วเจ๊งภายในไม่กี่เดือน ทำเอาผมหน้าชาไปเลย

การจะลงทุนทำอะไรก็ตาม ดีที่สุดต้องให้ดาวพฤหัสบดี (๕) เข้าเรือนศุภะหรือทับลัคน์เสียก่อน  และก็อย่าลืมชำเลืองดูการโคจรของเสาร์ (๗) และราหู (๘) ด้วย เพราะจะทำให้ดวงดีต่อเนื่องกันไป 3 – 5 ปี  ถ้าคนที่มีเงินทุนน้อย  ต้องให้ดีทันทีในวันแรกที่เปิดกิจการ

ขอย้ำตัวอย่างเรื่องเสาร์ (๗) กับราหู (๘) อีกนิด  เพราะเรื่องนี้ผมได้พบมาเอง เป็นเรื่องของการเปิดสำนักดูหมอสำนักหนึ่ง โหรใหญ่ประมาณว่า 2 ท่าน พร้อมใจกันวางฤกษ์เปิดในวันพฤหัสบดี  และวางลัคนาฤกษ์ตามเกณฑ์กนกกุญชรในราศีกรกฎ  และดาวในดวงฤกษ์ก็ออกมาดีพอสมควร  กะว่าต้องไปโลดแน่    เพราะมีพฤหัสบดี (๕) จรอยู่ในราศีกรกฎพอดี  ลืมชำเลืองดูดาวเสาร์ (๗) ที่จรอยู่ปลายราศีธนู  เปิดได้ไม่นานเสาร์ (๗) ก็พรวดเข้าราศีมังกร  เข้าเล็งพฤหัสบดี (๕) ที่จรมาในราศีกรกฏพอดี  และเล็งลัคนาดวงฤกษ์ กิจการเริ่มมีอาการไม่ดี หุ้นส่วนเริ่มกัดกันประปราย  พอพฤหัสบดี (๕) ผ่านราศีกรกฏ  ทุกอย่างก็จบไปอย่างเรียบร้อย  ทั้งนี้คงลืมนึกไปว่าพฤหัสบดี (๕) มันทับดวงฤกษ์อยู่ปีเดียว  จากนั้นเสาร์ (๗) ซึ่งเป็นกาลกินีเดิม เล็งยาวไปจนครบสองปีครึ่ง  นี่เป็นข้อควรจำอย่างยิ่งว่า การจะลงทุน ต้องดวงของเจ้าของกิจการดีอย่างต่อเนื่อง  จนกะว่าเขาสามารถถอนทุนได้ จึงควรแนะนำ

8. จะตั้งตัวได้เมื่อไร  การตั้งตัวได้หมายถึงการที่มีชีวิตสมบูรณ์ทั้งด้านการงาน  การเงิน  คือมีพร้อมทุกอย่างที่ต้องการนั่นเอง เช่นมีบ้าน มีรถใช้  มีเงินเก็บเพียงพอในการให้ตัวเองครองชีวิตอย่างราบรื่นได้ ไม่ต้องมีหนี้สินหรือต้องเที่ยวหยิบยืมมากินมาใช้  เรื่องนี้ถ้าจะให้ชัดเจนแล้วต้องมาจากพื้นดวงเดิมเป็นสำคัญ  สิ่งแรกคือดาวที่หมายถึงการเงินต้องได้ตำแหน่งดี  เพราะทุกสิ่งทุกอย่างต้องเริ่มต้นมาจากเงินทั้งสิ้น ดาวที่หมายถึงการเงินมิได้หมายเฉพาะด้าวเจ้าเรือนกะดุมพะเพียงดาวเดียว ดาวเจ้าเรือนลาภะ  ดาวศุกร์ (๖) ซึ่งหมายถึงขุนคลัง  ดาวเสาร์ (๗) ดาวกรรมะ  ดาวบริวารก็มีส่วนสำคัญ  ดาวที่กล่าวมาต้องได้ตำแหน่งดี เช่นเป็นมหาอุจจ์  มหาจักร ราชาโชค เกษตร อย่างใด อย่างหนึ่ง เมื่อดาวเหล่านี้ได้ตำแหน่งดีแล้ว ดาวประจำตรีวัยจะดีตาม  เมื่ออายุมาตกวัยที่ดี โดยเฉพาะดาวเจ้าวัย  สหัชชะ  ศุภะ  ลาภะ  และพฤหัสบดี (๕) จรทำมุมดีกับลัคนา  ก็จะตั้งตัวได้ในช่วงนั้นอย่างแน่นอน

9. การเจ็บป่วย  เรื่องนี้เป็นเรื่องหนึ่งที่สำคัญ เพราะคนเราถ้าเจ็บป่วย การทำมาหากินก็ย่อมไม่สดวกนัก  นอกจากด้านสุขภาพเสียแล้ว  เมื่อป่วยก็ต้องมีการใช้จ่ายเงินทอง  คนที่มีเงินเดือนกินก็ไม่ค่อยกระทบมาก  เพราะขาดงานสักอาทิตย์ สองอาทิตย์นายจ้างก็ยังให้เงินเดือน แต่สำหรับคนหาเช้ากินค่ำรายวัน  เมื่อป่วยหาเงินใหม่ไม่ได้ แถมยังต้องควักเงินเก่าออกใช้จ่าย

หรือคนที่มีลูกหลานโตทำงานหาเงินได้แล้ว  และลูกหลานช่วยเหลือ ก็ถือว่าเป็นบุญวาสนา  แต่สำหรับคนที่โดดเดี่ยวหากินรายวัน ไม่มีใครช่วยเหลือก็น่าเป็นห่วงพอสมควร

ดังนั้นการเจ็บป่วยจึงถือเป็นเคราะห์กรรมอย่างหนึ่ง  เงื่อนไขของการเจ็บป่วยหลักใหญ่ต้องพิจารณากันที่ดาวเสาร์ (๗) หรือดาวราหู (๘) จรเข้ามทับลัคน์หรือเล็งลัคน์  บางรายดาวดังกล่าว ทับหรือเล็งดาวอายุเดิม  บางทีดาวอายุเดิมเป็นกาลกิณีจรก็มีบ้าง

แต่เฉพาะที่เล็งต้องระวังถึงสุขภาพของคู่ครองด้วย  เพราะดาวที่เล็งนั่นคือดาวจรเข้าเรือนปัตตนิ  ถ้าบังเอิญตอนนั้นในดวงคู่ครอง ดาวอายุไม่ดีด้วย เช่นเป็นกาลกิณีจร หรือถูกเบียนด้วยดาวบาปเคราะห์ดวงใดดวงหนึ่งก็ต้องดูแลมากขึ้น

การจะหลีกเลี่ยงการเกิด แก่ เจ็บ ตาย เราทุกคนต่างก็รู้ว่าทำยาก นอกจากหาทางผ่อนหนักเป็นเบา  กรรมนั่นหลบไม่ได้ก็จริง แต่เราก็สามารถแก้ให้บันเทาเบาบางลงได้ส่วนหนึ่ง เช่นรู้ว่าจะเจ็บป่วย  เราก็ต้องระวังสุขภาพ ควรมีการตรวจเช็คร่างกายอย่างสม่ำเสมอ หรือมีอาการเจ็บป่วยเล็กน้อยควรรีบรักษา  อย่าให้เป็นมากจนบางคราวก็แก้ไขยาก ดังนี้เป็นต้น

ผมเคยแนะนำคนจำนวนมากเมื่อถึงคราวจะเจ็บป่วย  รีบเข้าโรงพยาบาลตรวจเช็คร่างกาย ก่อนที่จะป่วยจริง หรือทำเป็นเข้าไปนอนป่วยสักคืนสองคืน  แล้วหาฤกษ์ออกจากโรงพยาบาลให้ดีก็จะช่วยได้  ไม่ต้องป่วยหนัก บางรายที่ดาวอายุยังเข้มแข็งก็ให้ไปทำบุญ ซื้อปลาในตลาดที่กำลังจะถูกคนนำไปทำอาหารปล่อย  เพราะเห็นว่าเสียเงินเพียงเล็กน้อย  และเราสามารถช่วยได้หลายชีวิต  ดีกว่าปล่อยสัตว์ใหญ่เช่นวัว ควาย เพราะราคาแพง

10. เมื่อไรจะเลิกกับคู่

เรื่องนี้อย่าเพิ่งคิดว่าไม่มีปัญหา  ผมเคยเจอมามาก บางคนถามเพื่อจะได้เตรียมตัวแก้ไขไม่ให้เกิดปัญหาครอบครัวแตกแยก แต่บางรายถามเพื่อต้องการเลิกจริง ๆ เลิกเพราะคับแค้นอยู่กันไม่ได้ ส่วนเลิกแล้วไปหาใหม่หรือไม่ตรงนี้ไม่เคยมีรายใดเปิดเผย

เคยมีอยู่รายหนึ่งโทร.มาจากขอนแก่นต้องการเลิกกับสามี  แต่สามีไม่ยอมเซ็นใบหย่าให้  ยื่นเงื่อนไขจะเซ็นให้แต่ขอค่าลายเซ็น 10 ล้าน ผมแนะนำว่าไม่ให้ ๆ สักบาท เพราะเห็นว่าเงิน 10 ล้านถ้าให้ไปก็หมด  อีกอย่างสามีก็ไม่ทำมาหากินอะไร  คอยกินเงินเดือนจากภรรยาเดือนละ 2-3 หมื่นบาท วัน ๆ เอาแต่มัวเมาสนุ๊กเก้อร์ เหล้าเบียร์  จากนั้นอีก 2-3 ปี  ผมได้รับโทร.จะเชิญผมไปขอนแก่น เธอก็ยังเลิกกับสามีไม่ได้  แต่เธอบอกว่าความสัมพันธ์การเป็นสามีภรรยาขาดกันแล้ว  เพียงแต่เขายังไม่ยอมหย่าและไม่ยอมออกจากบ้าน

เห็นไหมครับการที่สามีภรรยาอยากจะหย่ากันก็มีปัญหา  ความจริงถ้าจะมองกันที่ดวงดาว  ตามตัวอย่างนี้ต้องรอให้ดาวคู่ครองของชายเป็นกาลกิณี หรือเป็นศรีจรเสียก่อน

ถ้าดาวคู่ครองหรือดาวเจ้าเรือนปัตตนิของชายเป็นกาลกิณี นั่นคือเขาเริ่มเบื่อเมียตัวเองเต็มแก่

หรือถ้าดาวคู่ครองหรือดาวเจ้าเรือนปัตตนิของชายเป็นศรี  นั่นก็อยากมีเมียใหม่เต็มแก่เช่นกัน  เพราะผู้ชายนี่ปล่อยให้อดอยากนาน ๆ ไม่ได้

อีกเงื่อนไขหนึ่งก็ต้องรอให้ดาวเสาร์ (๗) หรือราหู (๘) จรเข้าเล็งลัคน์หรือเล็งตนุเศษของฝ่ายชาย ก็มีผลทำให้เลิกกันง่ายขึ้น

แต่เรื่องนี้โหรที่โบราณมาก ๆ บางคนตำหนิว่าเป็นบาป หากไปชี้แนะให้ครอบครัวแตกแยกกัน ผมว่าโหรพวกนั้นใจคับแคบขาดความเมตตาเพศแม่ของตนเอง  เมื่อมันไปกันไม่ได้จริงด้วยเหตุชายเป็นฝ่ายประพฤติชั่ว ไม่ทำมาหากินอะไร ทำตนเหมือนสัตว์ปีกชะนิดหนึ่ง  ก็ไม่ควรจะให้ฝ่ายหญิงต้องทนกันไปจนต้องตายจากกัน

 

ดูดวงทางโทรศัพท์ -ดูดวงทางไลท์- โหราศาตร์สิบลัคนา

โ ห ร า ส า ด (ฉบับเรียนรู้โดยไม่ต้องถาม) โดย สอ้าน นาคเพชรพูล (สีดิน) บทที่ 32 คนไม่มีเวลาเกิด

อันที่จริงคนทุกคนย่อมต้องมีเวลาเกิด แต่ที่บอกว่าไม่มีเวลาเกิดเวลามาดูดวง นั่นเพราะจำเวลาเกิดของตนเองไม่ได้ นอกจากจำไม่ได้แล้ว หลักฐานในใบแจ้งเกิดหรือที่เรียกกันว่าสูติบัตร ก็ไม่ได้ลงเอาไว้เป็นหลักฐาน จะเป็นความประมาทเลินเล่อของหมอตำแยหรือพยาบาลทำคลอดก็ตาม แต่ภาระตรงนี้มาตกอยู่ที่โหร อย่างไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้

 

ถ้าโหรคนใดไม่สามารถหาเวลาเกิดให้กับคนพวกนี้ได้ ก็ทำจะให้พลาดโอกาสได้เงินค่าพยากรณ์ไปอย่างน่าเสียดาย โหรบางท่านจึงลงทุนมั่วเอาเอง โดยใช้เวลาที่เจ้าชะตามาหา เป็นเวลาเกิด  บางท่านเรียกการกระทำแบบนี้ว่าดวงยาม บางท่านก็ว่าดวงกาลจักร แต่ที่แน่  คือสามารถพยากรณ์เอาเงินเขาได้

 

หมอดูบางคนขี้เกียจจะผูกดวงแบบที่ว่า ก็ใช้การแหงนหน้ามองดูดาวบนท้องฟ้า (ในปฏิทิน) เห็นว่าดาวอะไรอยู่ในราศีอะไรก็เอาดาวนั้นมาลงในแผ่นดวงหรือแผ่นกระดานชะนวน แล้วทายกินเงินได้เช่นเดียวกัน ซึ่งบางครั้งก็แม่น โดยเฉพาะคนที่เกิดเช้า ๆ แต่บางคราวก็ทายไปตามมุขที่มักมีพร้อมอยู่แล้วในหัวใจของหมอดู  โดยเฉพาะพวกที่มีชั่วโมงบินมาก ๆ พวกนี้จะผาดโผนอย่างไรก็ไม่มีใครจับได้ไล่ทัน

 

สำหรับผมเองถ้าบอกว่าไม่มีเวลาเกิด ผมมักจะเชิญให้ไปใช้บริการลายมือ เลข 7 ตัว ถ้าเป็นคนในวัยหนุ่มก็จะบอกให้ไปดูกับหมอไพ่ยิปซีอะไรทำนองนี้

 

เพราะรู้ว่าถ้าขืนดูดวงให้กับคนที่ไม่มีเวลาเกิด หรือคนที่จำเวลาเกิดของตัวเองไม่ได้ หรือบางรายก็บอกแต่เพียงคร่าว ๆ ว่าเช้ามืด ควายเข้าคอก นกกลับรัง พระบิณฑบาตรอะไรเหล่านี้  มีแต่ทางจะขาดทุนหรืออย่างดีก็เสมอตัว ทำให้เสียเวลา ไม่คุ้มกับเงิน 400-500 บาทที่เขาหยิบยื่นให้เป็นค่าบูชาครู  ยิ่งถ้าเกิดการหน้าแตกขึ้นมาก็จะยิ่งขาดทุน ชื่อเสียงที่อุตส่าห์สะสมหยอดกระปุกมา 20-30 ปีจะพาลหายไปด้วย

 

แต่ถ้าถึงคราวจำเป็นจริง ๆ เช่นวันนั้นเป็นดวงแรก เป็นดวงปฐมฤกษ์ของวัน หรือไม่ ถ้าเป็นคนที่สามารถชี้เป็นชี้ตายว่า ขืนไม่กัดฟันดู จะต้องเดินกลับบ้านด้วยสองเท้าของตนเอง แทนสองแถว ผมก็ต้องยอมเหมือนกัน !!!

 

เจ้าชะตาบางคน พอโหรทายผิดจะเหยียบซ้ำ ก้าวร้าว ไปถึงครูบาอาจารย์ก็มี คนประเภทนี้ผมเคยเจอมาครั้งหนึ่ง แต่ที่สุดก็ต้องล่าถอยกลับออกไป เพราะผมเองก็มีนิสสัยไม่ค่อยดีติดตัวอยู่บ้าง  ซึ่งก็จะพยายามให้มันหมดไป แต่มันก็ยังไม่หมดเสียทีเดียว

 

 

จะอย่างไรก็ตาม ก็พยายามลดความมั่วลงให้มากที่สุด ด้วยการใช้ประวัติส่วนตัวเข้ามาเป็นตัวช่วย เช่นพยายามสอบถามถึงเรื่องในอดีตเท่าที่เขาจะจำได้เช่น

 

เคยป่วยหนักเมื่อใด  ย้ายที่อยู่อาศัยเมื่อใด ย้ายงานหรืองานไม่ดีปีไหน เรียนจบหรือได้งานทำปีไหน  การเลื่อนตำแหน่งหน้าที่การงาน  แต่งงาน เสียบิดามารดาเหล่านี้เป็นต้น

 

คือเอาเหตุการร้าย ๆ หรือเคราะห์กรรมนั่นแหละมาจับด้วยดาวเสาร์ (๗) หรือราหู (๘) เมื่อเอาเหตุการด้านร้ายมาจับได้แล้ว ทีนี้ก็เอาดาวพฤหัสบดี (๕) มาจับเรื่องดี ๆ เช่นการได้รับมรดก การมีลาภทรัพย์สินเงินทอง  ได้เลื่อนขั้นเงินเดือน เลื่อนตำแหน่งการงาน การได้เดินทางไปต่างประเทศ การสอบได้ทุนเรียน มาจับบ้าง

 

ถ้าไม่มีการผิดพลาดอะไร หลังจากเอาเสาร์ (๗) และราหู (๘) ทับลัคน์เล็งลัคน์มาจับจนได้ช่วงเวลาลัคนาสถิตราศีหนึ่งราศีใดแล้ว ตอนเอาพฤหัสบดี (๕) มาจับเรื่องการมีโชคลาภ การเลื่อนตำแหน่งหน้าที่การงาน การแต่งงาน หรืออื่น ๆ ต้องลงตัวกันพอดี  ถ้าไม่ลงตัวกันถือว่ายังไม่ถูกต้อง

 

การลงตัวกันจะเป็นดังนี้  เช่นผมเป็นคนที่มีลัคนาสถิตราศีเมษ แต่งงานในเดือนมีนาคม 2501 ในช่วงนั้นดาวพฤหัสบดี (๕) จรเข้าราศีตุลย์ คือจรเข้าเรือนปัตนินั่นเอง แต่เมื่อแต่งงานแล้วก็มีการเดินทางเกิดขึ้น คือต้องเดินไกลทางจากกรุงเทพฯไปเกาะสมุย เพราะพอเดือนเมษายนปีเดียวกัน อาทิตย์ (๑) จรขึ้นทับลัคน์  และเป็นการเดินทางไปตกระกำลำบาก เพราะปี 2501 ราหู (๘) กาลีเดิมก็อยู่ในราศีตุลย์ด้วย เดือนมกราคม 2502 ยิ่งลำบากหนักเพราะพฤหัสบดี (๕) จรเข้าเรือนมรณะ  งานก็ไม่มีทำ เป็นช่วงมีบุตรคนแรกพอดีแทบจะพากันอดตาย มาปี 2503 จึงค่อยดีขึ้นคือเริ่มได้งานทำมีรายได้เลี้ยงครอบครัวเพราะดาวพฤหัสบดี (๕) จรเข้าตรีโกณลัคน์ เดือนมีนาคมปี 2507 จึงค่อยดีขึ้น และเป็นการดีระยะยาว เพราะพฤหัสบดี (๕) จรขึ้นทับลัคนาราศีเมษ

 

ด้วยวิธีการดังที่ยกตัวอย่างมาให้ดูนี้เราสามารถหาช่วงเวลาลัคนาสถิตราศีได้ถูกต้องดีกว่าการมั่วเอาเอง เมื่อได้ลัคนาสถิตราศีแล้วเราก็ผูกดวงตามปกติทาย อาจจะยังต้องทางย้อนอดีตให้ถูกอีกสัก 4-5 เรื่อง แล้วหันมาทายพื้นดวงทั่ว ๆ ไป เพื่อตรวจเช็คความถูกต้อง  แม้จะไม่ได้เวลาเป็นที่แน่นอนว่าเป็นเวลาเท่าใด แต่ก็ยังดีกว่าการเดาสุ่มดังที่กล่าวไว้ในตอนต้น

 

แต่ถ้าท่านได้ศึกษาดวงในระบบ 10 ลัคนาเขาจะมีวิธีหาเวลาเกิดที่แน่นอนตามเวลาเกิดจริงละเอียดมากกว่านี้ ด้วยการเอานวางค์ ตรียางค์และราศีที่ลัคนาสถิต  ตำแหน่งไฝปานในส่วนต่าง ๆ ตามร่างกายมาตรวจสอบ แต่ผมขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่นำมาเสนอไว้ตรงนี้ ถ้าท่านสนใจก็ไปหาที่เรียนกันเองตามอัธยาศัย

 

ดูดวงทางโทรศัพท์ -ดูดวงทางไลท์- โหราศาตร์สิบลัคนา

โหราสาด (ฉบับเรียนรู้โดยไม่ต้องถาม) โดย สอ้าน นาคเพชรพูล (สีดิน) บทที่ ๓๓ หมอดูอาชีพ

ผมได้นำเสนอวิธีการฝึกฝนตนเองให้เป็นนักพยากรณ์ที่ดี แก่ท่านมา ๓๒ บท ครั้นจะจบลงแบบห้วน ๆ ไม่มีตัวอย่างมาให้พิจารณาบ้าง ก็ดูจะเป็นการน่าเกลียด ดังนั้นจึงต่อจากนี้ไป จะเป็นดวงตัวอย่างที่ผมได้รวบรวบรวมเอาไว้ตลอดชีวิตการกระโดดโลดเต้นอยู่บนถนนหมอดูหมอเดา แต่ก็จะคัดมาเป็นบางดวงที่เห็นว่าน่าศึกษาแนวทางของดาวเท่านั้น เพราะถ้านำมาทั้งหมด มันก็จะเป็นดวงซ้ำ ๆ ซาก ๆ และเป็นภาระแก่ผมมากเกิน จนอาจจะสิ้นลมปราณก่อนจบก็ได้

 

แต่เพื่อความยุติธรรม ต่อการจะวิพากษ์วิจารณ์ดวงท่านอื่น ๆ ผมต้องขออนุญาติต่อท่านผู้อ่านที่รัก  นำดวงตัวอย่างของคนที่ต้องเกิดมาเป็นหมอดูอาชีพ หลังจากที่ได้พยายามหนีการอดตายทำอาชีพอื่นมาแล้วหลากหลาย

 

ดวงนี้เจ้าชะตามเป็นชาย เกิดตรงกับวันศุกร์ที่  13 พฤศจิกายน 2479 เวลา นกบินกลับรัง (ประมาณ 17.10 น.) จังหวัดที่เกิด สุราษฎร์ธานี  ดวงข้างล่างนี้เป็นดวงที่ อ. อรุณ เทศถมทรัพย์ ปรมาจารย์ดวง 10 ลัคน์ดูไว้เมื่อปี 2515

 

รายละเอียดดาวในดวงชะตาระบบ 10 ลัคนา เป็นดังนี้ ๑๒ สถิตราศีเมษ ๔ เป็นตนุเศษสถิตราศีพฤษภ ๕๖ สถิตราศีเมถุน ๘ สถิตราศีกรกฏ ๗ สถิตราศีสิงห์ ๙ สถิตราศีกันย์ ๐ สถิตราศีตุลย์ ๓ สถิตราศีกุมภ์

 

 

(รูปดวง)

 

 

ดวงนี้ตามประวัติเท่าที่พอจำได้ ประมาณเดือนมีนาคม 2496  ราหู (๘) จรเข้าเรือนกรรมะของลัคนา เรือนนี้เป็นเรือนที่ 10 ของคนราศีเมษ  ราศีเมษเป็นราศีประเภทปัศวะ  ดังนั้นที่ราหู (๘) เข้ามาอยู่ในเรือนที่ 10 จึงมีความแรงเป็นพิเศษ ทั้งราหู (๘) ตามดวงเดิมก็เป็นดาวกาลกิณี ดังนั้นการโยกย้ายถิ่นที่อยู่อาศัยมีแน่

 

คือต้องเดินทางจากเกาะสมุย สู่กรุงเทพฯ เมืองที่ได้รับการเล่าลือว่าเป็นเมืองที่แสนมหัศจรรย์ เพราะเป็นเมืองที่ไม่เคยมีวันหลับไหล สว่างทั้งกลางวันและกลางคืน

 

มุมมองจากราหู (๘) เป็นเพียงมุมมองหนึ่ง อีกมุมหนึ่งคือ พฤหัสบดี (๕) จร ซึ่งขณะนั้นจรขึ้นทับลัคน์ราศีเมษพอดี  ในทักษาเป็นบริวารจร

 

ในเดือนที่เดินทาง อาทิตย์ (๑) จรเข้าทับลัคน์พอดี  แม้องศาไม่แก่มาก แต่ก็เป็นศรีจร นับว่ามีคุณภาพคับแก้วดีทีเดียว อีกอย่างก็มีราหู (๘) ช่วยหนุนส่งอีกตัว  จึงไม่มีทางพลิกเป็นอื่นไปได้

 

นอกจากการต้องเดินทางพลัดถิ่นฐานบ้านเกิดเมืองนอน จากพี่ ๆ น้อง ๆ จากบิดามารดา จากญาติมิตรสหายที่เคยดำผุดดำว่ายในทะเลยามน้ำเต็มฝั่ง เพื่อสู่เมืองแมนแดนสวรรค์ ตามที่เคยไฝ่ฝันมาตั้งแต่พอจำความได้

 

ไม่มีน้ำตาแห่งความอาลัยอาวรณ์เลยสักนิด ในยามที่เรือโดยสารบ่ายโฉมหน้าออกสู่ทะเลลึก จนภาพหมู่บ้านบางมะขามอันเป็นแผ่นดินบ้านเกิดเมืองนอน  แทรกตัวหายเข้าไปในความมืดมิดของราตรีกาล

 

การเดินทางจากเกาะสมุยถึงกรุงเทพฯ ในสมัยนั้นต้องใช้เวลาถึง 3 วัน 3 คืน  เป็นการเดินทางทริปสำคัญที่สุดของชีวิต เพราะจากเคยที่ได้จับเงินเพียง 1-2 บาท  ได้มาพกเงินติดตัวตั้ง 500 บาท และกำลังเดินแอ่นอกอยู่ในเมืองหลวงอย่างภาคภูมิใจ (ทว่าถ้าคิดสักนิดว่า 500 บาท นั่นคือหยดเหงื่อของพ่อแม่โดยแท้)

 

การเดินทางมาเรียนต่อในกรุงเทพ ฯ  ปีที่ ดาวพฤหัสบดี (๕) จรทับลัคน์  ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สามารถสอบเข้าเรียนได้อย่างเฉียดฉิว คือสอบได้เป็นคนสุดท้ายของรุ่น

 

ปี 2498 ดาวเสาร์ (๗) จรอยู่ในราศีตุลย์เล็งลัคน์ ทำให้ต้องผิดหวังผลสอบเข้าเรียนศิษย์การบินไม่ได้ หมายถึงความหวังที่จะเป็นนักบินสิ้นสุดลง ทนเรียนเหล่าสรรพาวุธได้ไม่นานก็ลาออก แล้วก็ร่อนเร่พเนจร เท่าที่พอจำได้เคยไปอยู่บ่อน้ำร้อน บ้านบึง หัวกุญแจ ชลบุรีกับพี่ชายซึ่งเป็นนายช่างกรมชลประทาน

 

เดือนมีนาคม 2501 พฤหัสบดี (๕) จรเข้าเล็งลัคนา ราหูดาวกาลกิณีเดิมก็จรเข้าเล็งลัคน์พร้อม ๆ กัน  องศาของดาวทั้ง 2 เท่ากันตลอดทั้งเดือนก็ว่าได้  ปีนี้แต่งงาน  แต่งงานได้เดือนเดียว อาทิตย์ด (๑) จรขึ้นราศีเมษทับลัคน์  ต้องเดินทางจากรุงเทพฯ กลับสมุย ไปตกระกำลำบากอีกครั้งตามเส้นทางของดวงดาว

 

ปี 2502 ได้บุตรสาวคนแรก ในขณะนั้นดาวปุตตะเป็นมนตรีจร และดาวปุตตะโคจรเข้าเรือนลาภะแก่ลัคน์  แต่ก็มีเรื่องวุ่นวายและยากแก่การแก้ปัญหา ผลสุดท้ายต้องย้ายจากบ้านที่เกาะสมุยเข้าป่าไปจับจองที่สร้างสวนยางในเขตอำเภอขุนทะเล  เพราะตั้งแต่วันที่  20  ธันวาคม 2501 พฤหัสจรเข้าเรือนมรณะ

 

และในที่สุดอยู่ในป่าได้ไม่นาน ก็คิดถึงอนาคตการเรียนของลูก ถ้าขืนอยู่ในป่าคงไม่ได้เรียนหนังสือแน่  ดังนั้นจึงย้ายกลับมากรุงเทพฯ อีกครั้ง และได้งานทำเมื่อ พฤหัสบดี (๕) ย้ายเข้าตรีโกณลัคนา  ในเดือนมกราคม 2503 จากนั้นชีวิตการงานก็ก้าวหน้าไปเรื่อย  ๆ

 

ตั้งแต่ปลายปี 2507 เป็นต้นไป พฤหัสบดี (๕) ขึ้นทับลัคนา ด้านการงานดีมาตลอด  ย้ายงานจากบริษัทคนไทยเข้าไปทำงานกับบริษัทเยอรมันนี จนกระทั่งออกมาทำงานส่วนตัวในปี 2518 ช่วงนี้พฤหัสบดี (๕) จรขึ้นทับลัคนาอีกรอบ

 

ต่อมาปีที่เงินบาทลอยตัวจนการเงินของบ้านเมืองพังพินาศ  จึงวางมือจากธุรกิจส่วนตัวรับปรึกษาและบริการนำเข้าและส่งออก  จับงานหมอดูอาชีพเต็มร้อย ตามอิทธิพลของดาวมฤตยูที่จรเข้าเรือนกรรมะมาตั้งแต่เดือนตุลาคม  2538

 

ดูดวงทางโทรศัพท์ -ดูดวงทางไลท์- โหราศาตร์สิบลัคนา

โหราสาด (ฉบับเรียนรู้โดยไม่ต้องถาม) โดย สอ้าน นาคเพชรพูล (สีดิน) บทที่ ๓๔ ดวงมีคู่เหมือนได้ลาภ

ดวงนี้เจ้าชะตาเป็นหญิง เกิดตรงกับวันพุธที่ 14 มกราคม 2502 เวลาประมาณ 21.45 น. เกิดจังหวัดสุราษฎร์ธานี

 

ตามดวง 10 ลัคนา ดาว ๑๔๖ สถิตราศีกันย์ ๒ สถิตราศีตุลย์ ๓ สถิตราศีพิจิก ๘ สถิตราศีมังกร ๐ สถิตราศีกุมภ์ ๕ สถิตราศีกรกฏ ๗๙ สถิตราศีสิงห์ ดังรูปดวงข้างล่างนี้

 

(รูปดวง)
เจ้าชะตารายนี้ตอนเด็กขี้โรคเลี้ยงยาก คือเลี้ยงไม่โต เป็นโรคพยาธิในท้อง ต้องรักษากันนานกว่าจะถ่ายพยาธิออกมาได้หมด จากนั้นจึงค่อยแข็งแรงขึ้นเป็นปกติ

 

ในปีที่เกิดคือปี 2502 ก็ต้องร่อนเร่พเนจรติดตามบิดามารดา เพราะในปีนั้น ราหู (๘) ซึ่งเป็นดาวศรีเดิมจรทับลัคน์ (บางมติว่ากันว่าดาวศรีทับลัคน์น่าจะดี) ก็ว่ากันไปเถอะครับ ผมเองไม่ยอมไว้ใจมันเด็ดขาด เพราะเคยเห็นมามาก แม้กับตัวก็เคยโดน

 

ดวงนี้ถ้าท่านมองดูที่ดาวพฤหัสบดี (๕) ดาวได้ตำแหน่งมหาอุจ  คำว่ามหาอุจไม่ว่าดาวอะไร มาจากเรือนอะไรต้องดีแน่ แต่ถ้าเป็นดาวกาลกิณีดีช้าหน่อย หรือไม่ก็เจ็บตัวก่อนได้ดี ดาวนี้มาจากเรือนพันธุและเรือนปัตนิ ดังนั้นเรื่องคู่จึงดี คือแต่งงานแล้วสามารถสร้างตัวได้เร็ว มีบ้านมีงานมีเงินใช้ไม่เดือดร้อน  ดาวการเงินคือดาวศุกร์ (๖) กุมลัคน์อยู่กับดาวพุธ (๔)และดาวอาทิตย์ (๑) ดาวเจ้าเรือนลาภะคือดาวจันทร์ (๒) มาเป็นดาวลอยอยู่ในเรือนกะดุมภะ เป็นการเสริมฐานะการเงินอีกระดับหนึ่ง  ศุกร์ (๖) กับอาทิตย์ (๑) เป็นดาวคู่สมพล  กับพุธ (๔) เป็นคู่ธาตุน้ำ  พุธ (๔) ก็เป็นดาวมหาอุจมาจากเรือนกรรมะ เป็นดาวเจ้าเรือนลัคน์เสียเอง และเป็นดาวบริวารตามทักษา ทำให้บริวารดีงานดี  แต่เพื่อนเป็นดาวกาลกิณี พึ่งเพื่อนยาก เพื่อนเบี้ยว ๆ เยอะ

 

มีช่วงหนึ่งที่ต้องมีเคราะห์เสียเงิน  เพราะดาวอังคาร (๓) กาลกิณีเดิมเป็นกาลกิณีจร ๆ เล็งลัคนาเต็มกำลัง มีคดีขับรถโดยประมาททำให้คนตายและบาดเจ็บ แต่พฤหัสบดี (๕) จรทับลัคน์ จึงรอดจากคุกตะรางมาได้

 

ดวงนี้ไม่มีบุตรเพราะดาวเจ้าเรือนปุตตะคือเสาร์ (๗) อยู่ในเรือนวินาศ  โดยมีมฤตยูเล็ง ทั้งในเรือนปุตตะก็มีราหูอยู่  จึงเป็นเครื่องยืนยันได้อย่างชัดเจน

 

ดูดวงทางโทรศัพท์ -ดูดวงทางไลท์- โหราศาตร์สิบลัคนา